บทที่ 1 ยอดฝีมือผู้ถูกขับไล่

ป๊อกๆ แป๊ก ต๊อกแต๊กๆ…”

สองมือที่คล่องแคล่ว พรมนิ้วกดคำสั่งลงบนแป้นคีย์บอร์ดและควบคุมเมาส์อย่างชำนิชำนาญ เสียงดีดเคาะอย่างเป็นจังหวะ เสมือนบทเพลงอันครื้นเครง ลำแสงเจิดจ้าวูบวาบโฉบผ่านทั่วจอ คู่ต่อสู้ล้มลงไปพร้อมกับหยดเลือดที่พุ่งกระเซ็น

เหอะๆเยี่ยชิวยิ้มๆ ยกมือขึ้นหยิบก้นบุหรี่ที่คาบไว้ตรงมุมปาก ขี้บุหรี่สีเทาเกาะกันเป็นพวงยาวแล้ว แต่ระหว่างที่เขาดีดเคาะทั้งแป้นพิมพ์และเมาส์ กลับไม่มีร่วงหล่นแม้ปลายเล็บ ก้นบุหรี่นั้นถูกจี้ดับกับที่เขี่ยบุหรี่รูปทรงประหลาดบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว มือของเยี่ยชิวรีบชักกลับมาที่คีย์บอร์ด ขณะเตรียมจะพิมพ์บทสนทนาอะไรสักหน่อยกับคู่ต่อสู้ ประตู้ห้องพลันผัวะมีคนผลักเปิดเข้ามา

เยี่ยชิวไม่ได้หันไปมอง เหมือนกับเขารอเวลานี้มานานแล้ว เพียงเปรยคำถามขึ้นหนึ่งคำว่ามาแล้วเหรอ

มาแล้วคำตอบของซูมู่เฉิง เรียบง่ายพอกัน

งั้นก็ไปกันเถอะ!” เยี่ยชิวปฏิเสธคำชวนเปิดศึกรอบใหม่ของคู่ต่อสู้ ดึงการ์ดใบหนึ่งออกจากเครื่องล็อกอินเฉพาะของเกมกลอรี่ ระหว่างลุกขึ้นเดินไปยังประตู ก็คว้าเสื้อนอกที่แขวนอยู่กับราวข้างๆ ลงมา

แม้จะดึกดื่นค่ำคืน แต่ภายในสโมสรเจียซื่อ ยังคงเปิดไฟสว่างโร่ เยี่ยชิวกับซูมู่เฉิงก้าวออกจากห้อง เดินไปจนถึงสุดปลายทางเดิน บริเวณนี้เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ เมื่อก้าวเข้าประตู จะเห็นหน้าจอแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดแทบจะเต็มฝาผนังด้านหนึ่ง บนจอแสดงลำดับผลการแข่งขันของสมาพันธ์กลอรี่ลีกอาชีพและข้อมูลทางสถิติต่างๆ

ลำดับผลการแข่งขัน: ทีมสโมสรเจียซื่ออยู่อันดับที่สิบเก้า เป็นตำแหน่งรองบ๊วย

สำหรับทีมยอดฝีมือที่เคยทำผลงานครองแชมป์สามสมัยซ้อน อันดับเช่นนี้เป็นเรื่องที่แยงตามาก แต่ในขณะนี้ มันกลับแขวนหราอยู่บนฝาผนังห้องอย่างโจ่งแจ้ง เสมือนกำลังเย้ยหยันทุกคน อย่างไร้ความปรานี

ทว่าบรรยากาศภายในห้องประชุมกลับไม่ได้อึมครึมแต่อย่างใด ซ้ำยังรู้สึกอบอวลความเป็นมิตร บรรดาลูกทีมของทีมเจียซื่อ ขณะนี้กำลังล้อมหน้าล้อมหลังบุคคลคนหนึ่งประหนึ่งดาวล้อมเดือน เหมือนกับไม่รู้ไม่เห็นการก้าวเข้าสู่ห้องประชุมของเยี่ยชิว หรือหากใครที่เบนหางตามองมา ในแววตาก็มีแต่ความเย็นชาและเย้ยหยัน

เยี่ยชิว ทางสโมสรได้ตัดสินใจแล้วนะว่า จะให้ซุนเสียงที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่รับตำแหน่งกัปตันทีมแทนคุณ และตัวอี๋เยี่ยจือชิวนับแต่นี้ไปจะให้ซุนเสียงเป็นคนใช้งานด้วยผู้จัดการสโมสรเมื่อเห็นเยี่ยชิวเข้ามาถึงก็หันมาบอก ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่มีการพูดจาอ้อมค้อม เจอหน้าก็แจ้งทราบตรงๆ อย่างเย็นชา แล้งน้ำใจเสมือนปาก้อนกระดาษทิชชู่ที่ใช้แล้วทิ้ง

ซูมู่เฉิงอ้าปากจะพูด แต่เยี่ยชิวรั้งห้ามเบาๆ เขาส่ายหน้าให้เธอพร้อมยิ้มน้อยๆ เพื่อแสดงให้รู้ว่าตนไม่เป็นไร

พี่เยี่ย ขอโทษด้วยนะ มาถึงปุ๊บก็แย่งเก้าอี้ของพี่เลยเก้าอี้ลำดับที่หนึ่งทางซ้ายมือของโต๊ะประชุมที่นั่งประจำตำแหน่งกัปตันทีมเจียซื่อ ซึ่งเดิมควรจะเป็นของเยี่ยชิว ขณะนี้ซุนเสียงนั่งอยู่บนนั้นอย่างจังก้า แม้เขาจะพูดคำพูดนี้ แต่สายตากลับไม่แม้แต่จะชำเลืองมองเยี่ยชิวสักแวบหนึ่ง นี่ไม่ใช่เพียงการมองข้ามหัวเท่านั้น แต่มันคือการไม่มองเลยต่างหาก สายตาของซุนเสียง จับจ้องอยู่บนตัวซูมู่เฉิงที่ก้าวเข้าประตูห้องมาพร้อมเยี่ยชิวเสียมากกว่า

หากจะให้พูดกันอย่างเป็นธรรม ซูมู่เฉิงดึงดูดสายตาได้มากกว่าเยี่ยชิวจริงๆ เธอเป็นเจ้าของฉายาสาวงามอันดับหนึ่งแห่งสมาพันธ์กลอรี่ลีกอาชีพ หรือต่อให้ก้าวออกไปจากวงการนี้ จับเธอโยนเข้าวงการบันเทิงซึ่งมีคนสวยๆ งามๆ มากมายนับไม่ถ้วน เธอก็ยังมีความสวยระดับที่หาตัวจับยากอยู่ดี

ต่อให้เป็นพวกเพื่อนร่วมทีมของซูมู่เฉิงเองในสโมสรเจียซื่อ ขณะที่เห็นซูมู่เฉิงเดินเข้ามา ก็ยังอดมองตาค้างกันไม่ได้ แต่พวกเขาก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เพราะขณะนี้พวกเขารู้สึกว่า มีบุคคลซึ่งมีความสำคัญยิ่งกว่า ที่ควรค่าแก่การเอาใจ

ฮ่าฮ่า พี่เสียงเกอก็พูดเกินไป เก้าอี้ตัวนี้เหมาะสมกับพี่อย่างพอดิบพอดีทุกคนที่ได้สติ ต่างรีบต่อมุกบทสนทนาเมื่อครู่กันยกใหญ่

ถูกต้อง คนบางคนน่ะแก่แล้ว ตกยุคแล้ว!”

ตัวอี๋เยี่ยจือชิวก็สมควรให้พี่เสียงเกอเป็นคนควบคุม ถึงจะสามารถแสดงพลังฝีมือที่แท้จริงของเทพสงครามออกมาได้อย่างเต็มที่

เขาผู้นี้ก็คือจุดสนใจของทุกคนในยามนี้ ซุนเสียง อัจฉริยะคนใหม่แห่งสมาพันธ์กลอรี่ลีกอาชีพ เพิ่งเข้าลีกเมื่อปีที่แล้วก็ได้ฉายาราชาหน้าใหม่ ทำสถิติส่วนตัวไม่ด้อยไปกว่า MVP (ผู้เล่นที่ทรงคุณค่าสูงสุด) ของปีเดียวกันเท่าไหร่เลย ผลการแข่งขันประจำฤดูกาลนี้ ซุนเสียงเป็นผู้นำพาทีมเยวี่ยหยุน (เหนือเมฆ) ซึ่งมีศักยภาพเพียงปานกลาง ให้ไต่อันดับขึ้นมาถึงอันดับที่แปดของลีก สร้างความหวังให้ทีมมีลุ้นสู่เข้ารอบตัดเชือก แต่เขากลับย้ายทีมกลางคัน มาเข้าสโมสรเจียซื่อซึ่งมีผลงานการแข่งขันเละเป็นโจ๊ก เพราะถึงแม้สโมสรเจียซื่อจะทำผลงานยอดแย่ แต่ก็เป็นเจ้าของไอดีของตัวละครที่มีสมญานามว่าเทพสงครามแห่งกลอรี่นักเวทสงคราม อี๋เยี่ยจือชิว (หนึ่งใบไม้แห่งสารทฤดู)

เด็กหนุ่มที่เข้าลีกไม่ถึงสองปีเต็ม อายุยังน้อย แต่เหล่าลูกทีมของสโมสรเจียซื่อกลับหน้าด้านหน้าทนเรียกเขาว่าพี่เห็นได้ว่าต่างมองออกกันแล้วว่า ซุนเสียงจะกลายเป็นลูกพี่ใหญ่ของทีมเจียซื่อในอนาคต ส่วนซุนเสียงนั้นก็รับคำยกยอเหล่านี้อย่างแช่มชื่น ในที่สุดเขาก็ยอมขยับหน้าหันมามองเยี่ยชิวแวบหนึ่ง ในสายตาเปี่ยมด้วยความดูแคลน

เยี่ยชิว มอบไอดีอี๋เยี่ยจือชิวให้ซุนเสียงเสียสิ!” ผู้จัดการสโมสรกล่าว

แม้เยี่ยชิวจะเป็นคนใจกว้างแค่ไหน ในนาทีนี้ หัวใจก็อดเจ็บแปลบขึ้นมาไม่ได้ เยี่ยชิว/อี๋เยี่ยจือชิว เพียงฟังชื่อก็รู้ว่าชื่อกับไอดีนี้เกี่ยวข้องกัน นี่เป็นไอดีที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเมื่อแรกเข้าสู่โลกแห่งกลอรี่เกมออนไลน์เกมนี้ นับเป็นเวลาสิบปีแล้ว ไอดีนี้อยู่คู่เยี่ยชิวมาแล้วสิบปีเต็ม จากผู้เล่นฝึกหัดในช่วงต้น จนกระทั่งได้รับเกียรติให้เป็นยอดฝีมือระดับตำราสอน จากนักเวทสงครามตัวน้อยๆ ในยุคบุกเบิก จนกลายเป็นเทพสงครามชื่อก้องแห่งโลกของกลอรี่ ทว่าตั้งแต่เมื่อก้าวเข้าสู่วงการกีฬาลีกอาชีพเมื่อเจ็ดปีก่อน หลังจากเซ็นสัญญากับสโมสร สิทธิทั้งหมดในตัวไอดีอี๋เยี่ยจือชิว ก็ได้เปลี่ยนมือไปเป็นของสโมสรแล้ว เยี่ยชิวรู้แต่แรกว่าตัวเขากับไอดีนี้ สักวันต้องแยกจากกัน ซึ่งในที่สุด วันนั้นก็มาถึง

นิ้วของเยี่ยชิวสั่นเล็กน้อย สำหรับยอดฝีมือแห่งลีกอาชีพ สองมือที่มั่นคงคือสิ่งจำเป็น แต่บัดนี้ อาการสั่นเทิ้ม กลับเกิดขึ้นกับเยี่ยชิวผู้เป็นนักเล่นชั้นครูที่มีสภาพจิตใจแข็งแกร่งดุจหินผา ซูมู่เฉิงเบี่ยงหน้าหนี เธอไม่อาจทนดูฉากตรงหน้า แต่ก็จนปัญญาจะช่วยเหลือ

ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของทุกคน การ์ดไอดีของอี๋เยี่ยจือชิวสีขาวเงินแผ่นนั้น ถูกยื่นออกไปตรงหน้าซุนเสียง

ในดวงตาของซุนเสียง เปล่งประกายความตื่นเต้นและโลภกระหาย เหตุที่เขายินยอมย้ายมาเข้าสโมสรเจียซื่อซึ่งมีผลงานตกอันดับฮวบฮาบมาตลอดสองปีหลัง ก็เพียงเพราะที่นี่คือผู้ถือครองสิทธิ์ของอี๋เยี่ยจือชิว ไอดีตัวท็อปแห่งวงการ เยี่ยชิว ผู้ควบคุมคนเดิม ในช่วงหลายปีมานี้ทำผลงานตกต่ำ เกิดปัญหาขัดแย้งกับสโมสรไม่หยุดหย่อน ซุนเสียงมีความมั่นใจเต็มร้อยว่า เขาสามารถเข้ามาเสียบแแทนที่ได้

ถึงมือแล้ว!” ชั่วขณะที่รับการ์ด ซุนเสียงรู้สึกลุ้นระทึก แต่ปรากฏว่า กลับรู้สึกถึงแรงต้านเล็กน้อย ส่งมาจากการ์ด

ซุนเสียงสัมผัสได้ถึงความปล่อยมือไม่ลงของเยี่ยชิว พลันหัวเราะออกมาอย่างเย่อหยิ่งปล่อยมือเถอะ พี่เยี่ยชิว มือของคุณสั่นซะขนาดนั้น มือสั่นๆ อย่างนี้จะไปแสดงพลังของเทพสงครามออกมาได้ยังไง ยกให้ผมเถอะ! ผมจะทำให้ชื่อของเทพสงคราม ได้ดังกระหึ่มไปทั่วกลอรี่อีกครั้ง ส่วนคุณน่ะ เกษียณได้แล้ว!”

เพิ่งจะพูดจบ ซุนเสียงก็มองเห็นแววตาอันไม่แคร์โลกตลอดมาของเยี่ยชิว ซึ่งฉายความอาลัยอาวรณ์เพียงเสี้ยวขณะที่ส่งมอบตัวอี๋เยี่ยจือชิวนั้น พลันฉายประกายคมกริบขึ้น เขายังต้องตกใจอีกที่พบว่า สองมือที่เพิ่งสั่นระริกนั่นของเยี่ยชิว อยู่ๆ ก็หยุดนิ่งอย่างมั่นคง

คุณชอบเกมเกมนี้ไหมเยี่ยชิวพลันจ้องซุนเสียงแล้วเอ่ยถาม

ว่าไงนะซุนเสียงงุนงง

ถ้าคุณชอบ ขอให้มองว่าทุกสิ่งในกลอรี่ คือเกียรติศักดิ์ศรี ไม่ใช่การโอ้อวด

คุณพูดอะไรของคุณ แล้วคุณยุ่งอะไรด้วยซุนเสียงพลันรู้สึกเสียหน้า เสี้ยวขณะนั้น ไม่รู้ทำไมเขาเกิดความรู้สึกว่าตัวเองเตี้ยลงไปกว่าเยี่ยชิวหนึ่งช่วงหัว เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายข่มเขาสำเร็จ เขามาเพื่อแทนที่เยี่ยชิว เขามาเพื่อครอบครองเทพสงคราม อี๋เยี่ยจือชิว

จงเก็บรักษามันให้ดีขณะซุนเสียงกำลังจะรวบรวมกำลังเพื่อเริ่มใหม่ เยี่ยชิวก็ได้ปล่อยมือจากการ์ดแล้ว เอ่ยเสียงเรียบๆ แล้วหมุนตัวเตรียมจากไป

เยี่ยชิว!” ขณะนี้เอง ผู้จัดการสโมสรพลันเรียกชื่อเขา

เยี่ยชิวหยุดเดิน เอียงคอหันมาเล็กน้อย ได้ยินเสียงของผู้จัดการพูดกับเขาจากด้านหลังว่าตอนนี้ทางสโมสรยังไม่มีไอดีสำหรับลงแข่งที่เหมาะกับคุณ คุณก็รับหน้าที่เป็นคู่ซ้อมให้กับทีมไปก่อนละกันนะ!”

คู่ซ้อมยอดฝีมือที่เคยสร้างยุคทองแห่งลีกอาชีพ กวาดรางวัลเกียรติยศส่วนบุคคลจนครบมาทุกรางวัล บัดนี้กลับต้องตกต่ำถึงขั้นเป็นคู่ซ้อม

กับการจัดสรรตำแหน่งหน้าที่เช่นนี้ ซุนเสียงรู้สึกสนอกสนใจอย่างมาก เขารับลูกต่อด้วยการหัวเราะขึ้นมาทันทีฝีมือระดับพี่เยี่ย ย่อมเป็นคู่ซ้อมได้อย่างไม่มีปัญหา ตำแหน่งคู่ซ้อมอันดับหนึ่งแห่งสมาพันธ์กลอรี่ลีกอาชีพ ต้องเป็นของคุณอย่างแน่นอน!”

เหอะๆแม้นถูกหยามหน้าเช่นนี้ เยี่ยชิวก็ยังหัวเราะออก เขาหันกลับมามองผู้จัดการคู่ซ้อมนะหรือ ผมว่าไม่ต้องหรอก ยกเลิกสัญญาซะเถอะ!”

ยกเลิกสัญญา? คุณจะเป็นฝ่ายขอยกเลิกสัญญา?” สีหน้าของผู้จัดการ ดูมีเลศนัย

ใช่ ผมเป็นฝ่ายขอยกเลิกสัญญา

อย่าเพิ่งวู่วามสิ!” ซูมู่เฉิงรีบเข้ามาห้าม สมาพันธ์มีกฎของสมาพันธ์ ในระหว่างอายุสัญญา ยกเว้นจะมีเหตุผลพิเศษ มิเช่นนั้นแล้วฝ่ายที่ขอยกเลิกสัญญาต้องจ่ายเงินค่าปรับ ขณะนี้สัญญาระหว่างเยี่ยชิวกับสโมสรเจียซื่อยังเหลืออายุอีกหนึ่งปีครึ่ง หากขอยกเลิกสัญญาจริง ความเสียหายจะหนักมาก แต่สำหรับซูมู่เฉิงแล้ว สิ่งที่เธอหวาดกลัวยิ่งกว่า คือการจากไปของเยี่ยชิว

เถ้าแก่ยังไม่กลับ ไว้รอเถ้าแก่กลับมาก่อนค่อยว่ากันเถอะนะ!” ซูมู่เฉิงยังหวังว่าเยี่ยชิวจะใจเย็นลง

แต่เยี่ยชิวเหลือบเห็นร่องรอยยิ้มเยาะที่มุมปากของผู้จัดการอยู่ก่อนแล้ว เขายิ้มส่ายหน้าให้ซูมู่เฉิงอย่างปวดร้าวมู่เฉิง เธอยังไม่เข้าใจอีกหรือ ความต้องการให้ฉันออก ก็คือจุดประสงค์ของเถ้าแก่นั่นแหละ สำหรับสโมสรแล้ว การคงอยู่ของฉัน ไม่มีมูลค่าใดๆ อีกแล้ว เป็นได้แค่ภาระทางเงินเดือนเท่านั้นเอง

ไม่หรอกน่า จะไปเป็นภาระได้ยังไง ฝีมือของพี่ไม่ได้แพ้ใครเลยซูมู่เฉิงกล่าว

นี่ไม่ใช่เรื่องฝีมืออย่างเดียว มันเป็นธุรกิจ ส่วนฉัน ไม่เคยมีมูลค่าใดๆ ในเชิงพาณิชย์เลยเยี่ยชิวกล่าว

ความจริงแล้วคุณมี แต่คุณเลือกทอดทิ้งมันขณะนี้ ผู้จัดการพลันพูดแทรกขึ้นมาอย่างเย็นชา

ถูกแล้ว มันเป็นทางเลือกของผมเองเยี่ยชิวกล่าว มาถึงวันนี้ สมาพันธ์กลอรี่ลีกอาชีพโด่งดังคับฟ้า สปอนเซอร์ต่างๆ รุมเข้าไม่หยุด ผู้เล่นยอดฝีมือดาวเด่นในสมาพันธ์ย่อมรับงานโฆษณา รับงานพรีเซนเตอร์กันสนุกสนาน แต่เยี่ยชิว ในฐานะนักกีฬาตัวท็อป กลับปฏิเสธงานโฆษณาและพรีเซนเตอร์ทุกชนิดมาโดยตลอด แม้แต่การให้สัมภาษณ์ ออกสื่อออกงานแถลงข่าวต่างๆ ก็ปฏิเสธเข้าร่วม เขาเป็นเหมือนชาวเน็ตหัวโบราณ ที่เก็บเนื้อซ่อนตัว ปกปิดตัวจริงของตัวเอง หลบอยู่ใต้โลกเสมือนอย่างระมัดระวัง

สำหรับเรื่องนี้ ทางสโมสรไม่พอใจมาก พวกเขามองดูภูเขาทองคำทั้งลูกตั้งอยู่ข้างตัว แต่ไม่สามารถขูดรีดผลประโยชน์ใดๆ จากตัวเขาได้แม้แต่นิดเดียว แต่เป็นเพราะฝีมือการเล่นของเยี่ยชิวนั้นแกร่งจริง ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับสโมสร ล่ารางวัลเกียรติยศมามากมาย ทำให้พวกเขาต่างยอมอดทนอดกลั้น แต่เมื่อถึงวันที่ผลงานของเขาเริ่มไม่โดดเด่น ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป

ความเป็นเชิงพาณิชย์ของเกมการแข่งขัน ทำให้พวกเราอยู่รอด แต่ตอนนี้…” เยี่ยชิวไม่กล่าวต่อไป เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพัฒนาการเช่นนี้เป็นเรื่องที่ดีหรือร้าย สมาพันธ์ลีกอาชีพในยามนี้ คลุ้งไปด้วยกลิ่นสาบเงิน เจ้าของสโมสรทุกแห่ง ข้อคำนึงแรกของพวกเขาคือทำอย่างไรจึงจะใช้ทีมนักกีฬาในทางเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ สำหรับเยี่ยชิว เขามีความรักที่เขามีต่อเกม เขาได้ลงทุนลงแรง ต่อสู้อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยเพื่อกลอรี่ เขาคิดถึงยุคที่สมาพันธ์เพิ่งเกิดใหม่ๆ แต่ในยามนี้ ความเสาะแสวงหาที่มีต่อกลอรี่ มีเพียงเสาะแสวงผลประโยชน์ที่มากขึ้นๆ เพียงอย่างเดียว

ซูมู่เฉิงไม่พูดใดๆ อีก เธอเดินเคียงข้างเยี่ยชิวมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เธอเป็นผู้เล่นยอดฝีมือคนหนึ่งที่ประจักษ์รู้เห็นทุกสิ่งเหล่านี้เช่นกัน ดวงตาของเธอรื้นไปด้วยน้ำตา เธอรู้ เยี่ยชิวจะจากไปจริงๆ แล้ว การห้ามเขา รังแต่จะทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งขึ้น

ถ้าอย่างนั้น ฉัน…”

ไม่ต้องหรอกเยี่ยชิวพูดขัดขึ้น เขารู้ว่าซูมู่เฉิงจะพูดอะไรวางใจเถอะ ฉันยังไม่ถึงเวลาต้องสิ้นหวัง ฉันจะกลับมา

ใช่แล้ว สมกับเป็นเยี่ยชิวที่ฉันรู้จัก มีความทะเยอทะยานสูง ถ้างั้นเรามาตกลงเรื่องค่ายกเลิกสัญญากันเถอะ พูดตามตรง ตลอดเวลาหลายปีที่คุณอยู่กับเจียซื่อ คุณมีความดีความชอบใหญ่หลวง พวกเราก็ไม่ใจร้ายขนาดนั้น ในเมื่อคุณอยากจะไป เรามานั่งลงเจรจากันด้วยดี หาข้อตกลงร่วมกัน สำหรับยกเลิกสัญญากันดีไหม

พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า เงื่อนไขของพวกคุณคืออะไรเยี่ยชิวถาม

เยี่ยม ตรงไปตรงมา เงื่อนไขนั้นง่ายมาก ขอแค่คุณประกาศวางมือผู้จัดการกล่าว

วางมือ เงื่อนไขแบบนี้คุณยังมีหน้ามาบอกว่าไม่ใจร้ายอีกหรือซูมู่เฉิงเดือดดาล ตอนนี้เยี่ยชิวอายุยี่สิบห้า สำหรับนักกีฬาอีสปอร์ตนับได้ว่าสูงวัยแล้ว การวางมือในช่วงอายุเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เมื่อครู่เยี่ยชิวเพิ่งประกาศออกไปหยกๆ ว่าเขายังไม่อยากเลิกเล่น แล้วผู้จัดการสโมสรเจียซื่อก็พลันยื่นเงื่อนไขของการยกเลิกสัญญาให้เป็นการวางมือ เห็นได้ชัดว่าเป็นการหาเรื่องกันตรงๆ

นักกีฬาที่ประกาศวางมือ จะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในลีกอาชีพ แม้ผู้ที่ประกาศวางมือแล้วยังสามารถหวนกลับเข้าวงการใหม่ได้ แต่ข้อบังคับของสมาพันธ์กลอรี่ลีกอาชีพคือ นักกีฬาที่ประกาศวางมือ ต้องห้ามลงสนามแข่งขันหนึ่งปีเต็ม แล้วจึงจะกลับเข้าลีกได้ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีนักกีฬาที่วันนี้ประกาศวางมือ แล้วพรุ่งนี้กลับมาเล่นใหม่ในนามทีมใหม่ แต่เยี่ยชิวนั้นอยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่งของนักเล่นอาชีพ เวลาของทุกวันมีค่ามาก บัดนี้กลับต้องเสียเวลาหนึ่งปีไปอย่างสูญเปล่า หนึ่งปีหลังจากนี้ ต่อให้เขาหวนกลับเข้าวงการใหม่ แต่ด้วยวัยที่สูงขึ้น บวกกับไม่มีการแข่งขันระดับมืออาชีพไว้หล่อเลี้ยงฝีมือเป็นเวลาตลอดหนึ่งปี อาศัยแต่เพียงชื่อเสียงในอดีต จะยังมีสโมสรที่ยินดีรับเขาเข้าทีมหรือไม่ ยังเป็นปัญหา พึงรู้ด้วยว่าเยี่ยชิวยังมีข้อด้อยอันเป็นจุดตายอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือเขาปฏิเสธการทำกิจกรรมเชิงพาณิชย์ทั้งปวง

นี่ฟังดูเหมือนเป็นเงื่อนไขข้อตกลงที่ไม่อาจยอมรับได้ แต่เยี่ยชิวกลับพยักหน้าอย่างง่ายดายผมตกลง

พี่เป็นบ้าไปแล้วหรือไงซูมู่เฉิงตกใจมาก

เหนื่อยมาตั้งหลายปีแล้ว ได้พักผ่อนสักปีไม่ดีตรงไหนเยี่ยชิวยิ้ม

พี่พี่คิดอะไรอยู่กันแน่ซูมู่เฉิงไม่เข้าใจเลยสักนิด

ก็เปล่านะพอเยี่ยชิวหันกลับมา ทางฝ่ายผู้จัดการก็ยื่นเอกสารสองสามแผ่นมาให้ เยี่ยชิวรับมาอ่านดูแล้วก็ยิ้ม อีกฝ่ายเตรียมตัวมาล่วงหน้าแล้วนี่นา! คิดพลางเยี่ยชิวก็จดปากกา เซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็ว

ต้องจากกันแล้วสินะเยี่ยชิวมองดูสถานที่ที่ตนอาศัยอยู่มาเป็นเวลาเจ็ดปีแห่งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เขาไม่มีคำกล่าวอำลาใดๆ เป็นพิธีอีก เพียงหมุนตัวเงียบๆ เตรียมตัวผละจาก

ฉันไปส่งซูมู่เฉิง คือคนเดียวเท่านั้น ที่เดินตามเขามา

บทที่ 2 เลขที่สี่สิบเจ็ดโซนซี

เชอะ ทำเป็นอวดดี!”

ยอมให้เขาวางมือนี่ก็เพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง เขานึกว่าตัวเองยังทำอะไรได้อีกหรือไง

นั่นสิ นับว่ารู้จักคิดนะ ยังไม่หน้าด้านเกาะสโมสรกินไปวันๆ

เยี่ยชิวกับซูมู่เฉิงออกไปแล้ว คนที่ยังอยู่ในห้องประชุมเหมือนอยู่ๆ ก็ได้สติ การจิกกัดเหน็บแนมเริ่มต้นขึ้นใหม่ สีหน้าของซุนเสียงยังคงคุ้มดีคุ้มร้าย เขาไม่เข้าร่วมวงด้วย แต่เข้าไปถามใกล้ๆ ผู้จัดการผมไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงยอมรับเงื่อนไขแบบนี้

เขาไม่รับมันไม่ได้ผู้จัดการกล่าว

เพราะอะไร

เพราะเขาจ่ายค่าปรับไม่ไหวผู้จัดการกล่าว

ไม่ไม่หรอกมั้งซุนเสียงประหลาดใจ เยี่ยชิวเป็นเกมเมอร์มืออาชีพที่ลุยลีกอาชีพมาแล้วถึงเจ็ดปี ซ้ำยังเป็นตัวท็อปของวงการ ต่อให้เขาปฏิเสธงานเชิงพาณิชย์ทุกชนิด เฉพาะเงินเดือนก็ไม่น่าจะชำระค่าปรับสัญญาที่เหลืออายุแค่หนึ่งปีครึ่งไม่ไหว

คุณไม่ได้มาจากยุคสมัยนั้น ไม่เคยมีประสบการณ์ ในยุคบุกเบิกของสมาพันธ์กลอรี่ นักเล่นมืออาชีพไม่ได้มีหน้ามีตาเหมือนทุกวันนี้ ทุกคนแค่พอเลี้ยงตัวเองได้ คนส่วนใหญ่ต่างทำเป็นอาชีพเสริม คนที่ถูกคัดออกในยุคนั้นน่ะน่าสงสารมาก ช่วงวัยที่ดีที่สุดของตัวเองถูกใช้หมดไปกับเกม ไม่มีทักษะความสามารถอื่นๆ ติดตัว ชีวิตความเป็นอยู่หลังจากนั้น ส่วนมากจะอัตคัดขัดสน เยี่ยชิวเป็นอัจฉริยะแห่งยุคนั้น เขาเดินมาถึงวันนี้ด้วยฝีมือ แต่ว่า เขามีเพื่อนๆ แบบนั้นจำนวนมาก

คุณหมายความว่า ทรัพย์สินเงินทองของเขา นำไปจุนเจือเพื่อนๆ พวกนั้นเสียเป็นส่วนใหญ่?” ซุนเสียงถาม

ถูก

ถ้าเขาต้องการใช้เงินมากขนาดนั้น แล้วทำไมจึงไม่ยอมรับงานเชิงพาณิชย์ซุนเสียงถาม

เรื่องนี้ ไม่มีใครรู้สาเหตุผู้จัดการกล่าว

คุณมีข้อสันนิษฐานอะไรบ้างไหมซุนเสียงถาม

อาจจะ เกี่ยวกับคนในครอบครัวของเขาผู้จัดการกล่าว

หืม?”

ไม่เคยมีใครรู้เรื่องครอบครัวของเขา เขาก็ไม่เคยพูด นี่เป็นเรื่องที่แปลกมาก ดังนั้น ผมจึงสงสัยอย่างนั้นผู้จัดการกล่าว

บุคคลคนนี้มีเรื่องราวมากมายจริงๆ นะ!” ในมือของซุนเสียงกุมไอดีการ์ดอี๋เยี่ยจือชิวที่เยี่ยชิวมอบให้ เขารู้เช่นกันว่า อี๋เยี่ยจือชิว คือตัวไอดีที่เยี่ยชิวใช้เล่นในเกมตั้งแต่สมาพันธ์ลีกอาชีพยังไม่เกิด เรื่อยมาจนถึงวันนี้ เป็นหนึ่งในไอดีเก่าแก่ที่สุดแห่งโลกกลอรี่

เอาละ ไม่พูดถึงเขาแล้ว เถ้าแก่วันนี้มีธุระมาไม่ได้ แต่มอบไวน์แดงที่เขาเก็บรักษาไว้อย่างดีเป็นเวลาหลายปีขวดนี้ไว้ให้ผมเป็นพิเศษ เพื่อต้อนรับคุณเข้าทีมโดยเฉพาะผู้จัดการกล่าว

ฮ่าฮ่า งั้นก็ขอบคุณมาก! สโมสรเจียซื่อมีผม ก็ได้เวลาฟื้นคืนชีพแล้ว

เยี่ยชิวจากไปแล้ว

ซูมู่เฉิงยืนอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่สโมสร เธอมองดูเยี่ยชิวเดินจากไปจนลับตา เขาหันมาโบกมือให้ตนเป็นพักๆ ส่วนซูมู่เฉิงนั้น น้ำตาอาบหน้าอยู่นานแล้ว

ไม่มีคำบอกลาอันรุงรัง เยี่ยชิวพูดทั้งสิ้นเพียงแปดพยางค์พักผ่อนหนึ่งปี แล้วจะกลับมา

ซูมู่เฉิงไม่พูดใดๆ แม้แต่คำเดียว เพียงพยักหน้าอย่างหนักแน่น เธอไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสาเช่นวันวานอีกต่อไปแล้ว เธอมีความกล้าสำหรับแบกรับเรื่องราวต่างๆ ด้วยตัวคนเดียวมานานแล้ว

ท้องฟ้าเริ่มโปรยเกล็ดหิมะ ฤดูหนาวปีนี้ หนาวจัง

ขณะเยี่ยชิวออกไปจากสโมสรเจียซื่อ ในใจก็ยังไม่ทันได้คิดถึงก้าวถัดไป ใช้ชีวิตอย่างนี้ต่อเนื่องมาหลายปี อยู่ๆ ก็ต้องเปลี่ยนแปลง เขาเองก็รู้สึกปรับตัวไม่ทันเช่นกัน เขาเพียงอยากตั้งหน้าตั้งตาเดินไปเช่นนี้เรื่อยๆ ก่อน เดินไปเรื่อยๆ จนกว่าตนเองจะคิดออก

แต่หารู้ไม่ว่า แม้แต่ฟ้าก็ไม่เป็นใจ หิมะดันมาตกเอาตอนนี้ ซ้ำยังตกหนักขึ้นทุกที ปุยหิมะที่โปรยปรายทำให้หัวไหล่ของเขาเปียกชุ่มอย่างรวดเร็ว บนเส้นผมก็เกาะเป็นหยดน้ำแข็ง ไม่หาที่หลบสักหน่อยไม่ได้แล้ว

เยี่ยชิวมองซ้ายมองขวา เจอร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ร้านหนึ่งอยู่ข้างทาง แม้จะดึกดื่นขนาดนี้ แต่ก็ยังเปิดไฟสว่างโร่ จึงรีบพุ่งตัวไปทางร้านเน็ตนั้น

ข้างในเน็ตคาเฟ่อบอุ่นมาก เยี่ยชิวซึ่งพุ่งตัวเข้าไป สลัดหิมะตามตัวทิ้ง แล้วขอเปิดเครื่องเครื่องหนึ่งกับหน้าเคาน์เตอร์

เครื่องเลขที่สี่สิบเจ็ดโซนซีสาวน้อยที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า บอกพิกัดเครื่องกับเขา จากนั้นก็ส่งบัตรประชาชนที่ใช้ขอเปิดเครื่องคืน แต่ปรากฏว่าพอเงยหน้าขึ้นมามอง คนคนนั้นก็หายตัวไปแล้ว สาวน้อยก็ไม่ตื่นเต้นตกใจแต่อย่างใด เห็นได้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ เธอเก็บบัตรประชาชนไว้ให้ก่อน หากคนที่ลืมรับบัตรคืนรู้ตัว เดี๋ยวก็จะมาตามหาเอง

เครื่องเลขที่สี่สิบเจ็ดโซนซี เยี่ยชิวมองหาไปตามแถว อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ร้านนี้ค่อนข้างใหญ่ มีจำนวนเครื่องค่อนข้างเยอะ ซ้ำยังมีสองชั้น โซนซีเยี่ยชิวมองเห็นป้ายบอกโซนที่แขวนไว้บนเพดาน เขาไม่ต้องขึ้นไปถึงชั้นสอง

พอนับเครื่องไปจนถึงหมายเลขสี่สิบเจ็ด เยี่ยชิวกลับต้องชะงัก เพราะตรงเครื่องเครื่องนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งใช้อยู่แล้ว ซ้ำยังเล่นกลอรี่อยู่ด้วย เธอกำลังเล่นโหมดการต่อสู้แบบตัวต่อตัวอยู่ที่สนามประลอง การออกคำสั่งควบคุมที่ดุเดือด ทำให้หางม้าสูงที่ผูกไว้ด้านหลังไกวแกว่ง

มองดูใบหน้าด้านข้าง ผ่านเลยไปก็เห็นตัวละครบนจอว่าเป็นอาชีพผู้ใช้ปืนใหญ่ เยี่ยชิวสติวูบไปเล็กน้อย เขานึกว่าซูมู่เฉิงนั่งอยู่ตรงนั้น

แต่เขาก็รู้ตัวอย่างรวดเร็วว่ามันไม่ใช่ ซูมู่เฉิงนั้นสุภาพ อ่อนหวาน ต่อให้อยู่ระหว่างการเล่น PK ที่เดือดพล่านก็ยังสามารถอมยิ้มน้อยๆ ซึ่งจะว่าไปแล้ว บางทีเยี่ยชิวมองดูเธอยิงปืนใหญ่ถล่มร่างคู่ต่อสู้จนเหลือแต่ซากทั้งรอยยิ้ม ตามด้วยกล่าวคำขอโทษอย่างสุภาพ ยังรู้สึกหนาวสะท้านอย่างบอกไม่ถูก

ส่วนผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ แม้หน้าตาจะสวยใสอ่อนหวานคล้ายๆ กัน แต่ท่าทางที่กัดฟันขยี้เมาส์โขกคีย์บอร์ดอย่างเอาเป็นเอาตายนั่น ให้ความรู้สึกว่า หน้าตาของเธอมันคือกลลวงชัดๆ

ไอสังหารน่ากลัวมาก แต่น่าเสียดาย…” เยี่ยชิวมองเห็นหน้าจอชัดเจนแล้ว เขาดูออกว่าผู้หญิงคนนี้กำลังจะแย่ แล้วก็เป็นไปตามคาด ช่องโหว่ที่เธอเพิ่งเผยออกมาเมื่อครู่ ถูกคู่แข่งจับได้อย่างเหมาะเหม็ง ชุดการโจมตีต่อเนื่องถูกซัดเข้าใส่ พลังชีวิตที่เหลือไม่มากอยู่แล้วลดฮวบจนเหือดเกลี้ยงในพริบตา

เชี่ย!” เยี่ยชิวได้ยินเธอผู้นี้สบถออกมาเสียงดัง สะบัดนิ้วดีดแป้นคีย์บอร์ดปิดเกมทันที

ขณะเยี่ยชิวกำลังตริตรองว่าตนยังจะเอาเครื่องนี้ต่อไปอีกดีไหม เธอผู้นั้นก็หันหน้ามาแล้ว เมื่อเห็นเยี่ยชิวกำลังทำหน้าลังเล ก็ลุกขึ้นอย่างหัวเสีย ถามว่าเล่นเครื่องนี้เหรอ

เยี่ยชิวพยักหน้า

นั่งสิ!” พูดจบเธอก็เป็นฝ่ายผละจากไปเอง

เยี่ยชิวส่ายหน้าให้กับความไม่มั่นคงในอารมณ์ของผู้เล่นทั่วไปประเภทนี้ แล้วในที่สุดก็นั่งลงประจำเครื่อง

เฉินกั่วหงุดหงิดมาก เธอหงุดหงิดเอามากๆ เมื่อครู่เพิ่งเล่นกลอรี่ PK กับผู้เล่นอื่นบนสนามประลองห้าสิบสองตา ปรากฏว่าไม่ชนะเลยสักตา เธอแทบไม่อยากเชื่อว่านี่จะเป็นความจริง

ไอดีของเธอไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เฉินกั่วคลำการ์ดไอดีจู้เยียนเสีย” (ล่าหมอกอัสดง) ในกระเป๋า ในหมู่ผู้เล่นทั่วไป ไอดีนี้ของเธอนับว่าแข็งแกร่งแล้ว และฝีมือของเฉินกั่วก็ไม่นับว่าแย่ เธอเล่นกลอรี่มาแล้วห้าปีเต็ม คู่ต่อสู้ของเธอเมื่อครู่ ตัวไอดีสู้เธอไม่ได้ แต่ผลการประลองทั้งห้าสิบสองตา เธอกลับเอาชนะไม่ได้เลยแม้แต่ตาเดียว

ต้องเป็นยอดฝีมือแน่เฉินกั่วพยักหน้าแล้วสรุปเอาเอง

เถ้าแก่ เถ้าแก่ยังไม่ได้ออกจากเกมหรือ ทำไมคนคนนั้นถึงเล่นต่อล่ะเฉินกั่วคิดไปพลางเดินไปพลาง อยู่ๆ ก็มีเสียงนี้ดังขึ้นข้างตัว เฉินกั่วหันไปมอง พบว่าเครื่องข้างๆ เป็นลูกค้าขาประจำคนหนึ่งของร้าน กำลังชะโงกมองไปยังเครื่องที่ตนเพิ่งลุกจากมา

แย่แล้ว! เฉินกั่วใจเต้นรัว รีบวิ่งกลับไป เพราะความบูมของกลอรี่ ทำให้เครื่องล็อกอินเข้าเกมกลอรี่กลายเป็นอุปกรณ์เสริมเบื้องต้นประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องไปแล้ว ยิ่งตามอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ก็ยิ่งขาดไม่ได้ เนื่องจากการ์ดไอดีจะใช้เสียบเพื่อยืนยันขณะล็อกอินเท่านั้น ดังนั้นสำหรับสถานที่สาธารณะอย่างอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ คนทั่วไปเมื่อเสียบการ์ดเข้าเกมเสร็จแล้วก็จะถอดเก็บกับตัว

หนึ่งการ์ดต่อหนึ่งไอดี หากทำหายยังสามารถยื่นเรื่องขอใหม่ ดังนั้นปัญหาเรื่องขโมยไอดีจึงนับว่าสูญพันธุ์ แต่ในสถานที่อย่างอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ มักมีคนสะเพร่าลืมล็อกเอาต์หรือกดออกจากเกม ทำให้คนที่มาต่อเครื่องรูดทรัพย์และอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ ในไอดีไปได้ เมื่อครู่เฉินกั่วเพิ่งเล่นแพ้ห้าสิบสองตารวด ทำให้อารมณ์ฉุนเฉียว และเผลอเพียงสลับหน้าจอออกมาโดยไม่ได้กดออกจากเกม

เฉินกั่วรีบกลับมาหน้าเครื่อง ก็เห็นไอ้หมอนั่นกำลังควบคุมตัวเล่นของเธออยู่จริงๆ ทว่าเหมือนไม่ได้กำลังรูดทรัพย์ แต่กำลังประลองกับคู่แข่งคนเดิมอย่างเมามันอยู่ในสนามประลอง เฉินกั่วยังไม่ทันได้ส่งเสียง บนหน้าจอก็มีข้อความตัวยักษ์เด้งขึ้นมาแล้วว่า

กลอรี่!”

บทที่ 3 พนักงานกะดึก

ชนะแล้วรึ

เฉินกั่วตะลึงงันชั่วขณะ คำว่ากลอรี่เด้งขึ้นหมายถึงได้ชัยชนะในสนามประลอง มีความหมายเดียวกันกับคำว่า [KO]

เพียงแต่ ตนเพิ่งเดินจากไปแล้วเดินกลับมานานสักเท่าไหร่กัน สี่สิบวิ? ห้าสิบวิ? เฉินกั่วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ไม่ถึงหนึ่งนาทีแน่ๆ ส่วนผลลัพธ์ล่ะ คู่ต่อสู้ที่ตนพ่ายแพ้ห้าสิบสองตารวด ถูกคนคนนี้ ทำกลอรี่ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที?

เฉินกั่วถึงกับลืมเรื่องจะรีบไปชิงไอดีกลับคืน เธออยากให้คนคนนี้สู้ใหม่ให้ตนดูอีกยก แต่ปรากฏว่าคนคนนั้นกดคำสั่งออกจากเกมอย่างช่ำชอง แล้วก็ยืดตัวบิดขี้เกียจ เหมือนไม่ได้รู้สึกสนใจอะไรกับคอมพิวเตอร์มากนัก หันมองซ้ายขวา พอหันหน้ามา ก็จ๊ะเอ๋กับเฉินกั่วที่กำลังยืนตาโตจ้องเขาอยู่ ก็รีบอธิบายว่าเมื่อกี๊คุณไม่ได้กดออกจากเกม พอผมนั่งลงเกมก็เริ่มแล้ว แต่ผมช่วยชนะให้แล้ว สบายใจได้!”

ใช้เวลาเท่าไหร่เฉินกั่วถาม

สี่สิบกว่าวิมั้ง!” เยี่ยชิวกล่าว

เฉินกั่วอ้าปากค้าง แต่แล้วอีกฝ่ายยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงปนเสียดายว่ามือมันหนาวจนแข็งไปหมด ไม่อย่างนั้นแค่สามสิบวิก็พอแล้ว

สามสิบวิสามสิบวินาทีก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ตนเล่นมาห้าสิบสองตาก็ยังเอาชนะไม่ได้เลยแม้แต่ตาเดียว คนคนนี้เป็นใครกันนะ

หรือจะเป็นนักเล่นอาชีพจากทีมเจียซื่อ เฉินกั่วพลันนึกขึ้น เธอรู้ว่าสโมสรเจียซื่อตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านเน็ตของเธอ แต่เมื่อนึกดูอีกที คนจากเจียซื่อเธอจำหน้าได้หมดนี่นา! เว้นเสียแต่คนคนนี้ จะเป็นยอดฝีมือเยี่ยชิวคนนั้น ที่ไม่เคยปรากฏหน้าออกสื่อมาก่อนเลย

เยี่ยชิว! พอนึกถึงชื่อนี้ เฉินกั่วก็ตื่นเต้นทันที แต่เมื่อนึกได้ว่า ยอดฝีมือคนนี้เป็นคนเก็บตัว หากตนปรี่เข้าไปถามตรงๆ คงไม่ยอมรับเป็นแน่ หลังจากลังเลเล็กน้อย เธอเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบวิ่งกลับมาที่เคาน์เตอร์

ลูกค้าเครื่องสี่สิบเจ็ดโซนซี ลงทะเบียนด้วยชื่ออะไรเฉินกั่วถามพนักงานสาวที่เคาน์เตอร์บาร์

เยี่ยซิวค่ะแม่หนูนั่นตอบ

เยี่ยซิวเยี่ยชิวเหรอ จริงๆ ด้วย!” เฉินกั่วตื่นเต้นมาก สำหรับเธอแล้ว นี่เป็นการบอกใบ้ในตัว นี่ถึงจะแสดงว่าคนคนนี้คือเยี่ยชิวตัวจริง เพราะหากเขาใช้ชื่อเยี่ยชิวตรงๆ ตนกลับไม่เชื่อด้วยซ้ำ!

ฮิๆๆ…” รอยยิ้มของเฉินกั่วต้องเรียกว่าชั่วร้าย เธอเตรียมควานหาทุกอย่างที่หาได้ไปขอลายเซ็นคนคนนี้แล้ว ลายเซ็นของเยี่ยชิวเลยนะ! มีใครมีบ้าง ไม่มี!

ขณะกำลังคิด พนักงานสาวก็พูดเสริมขึ้นอีกคำเขายังลืมบัตรประชาชนไว้ตรงนี้อยู่เลย

บัตรประชาชน?” เฉินกั่วชะงัก บัดนี้จึงตระหนักได้ว่าตนตื่นเต้นจนเลอะเทอะไปแล้ว การลงทะเบียนเพื่อขอใช้บริการร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ต้องใช้ชื่อแซ่จริง หมายถึงต้องแสดงบัตรประชาชน มีใครเขาใช้ชื่อปลอมลงทะเบียนได้บ้าง

ไหนบัตร ขอฉันดูหน่อยเฉินกั่วรับบัตรประชาชนมาจากมือของพนักงานสาว ปรากฏเขียนว่าเยี่ยซิวจริงๆ ทำให้เธอต้องผิดหวังในบัดดล ถึงกับคิดอยากจะลงมือแก้ตัวซิวให้เป็นชิวเสียเดี๋ยวนั้น

เมื่อรู้ว่าคนคนนี้ ไม่ใช่ยอดฝีมือผู้เก็บตัวที่ตนชื่นชมมานานแล้วคนนั้น แม้ยังคงสงสัยใคร่รู้ในฝีมือการเล่นของเขาเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกสนอกสนใจ ก็ลดทอนไปทันทีกว่าครึ่ง เฉินกั่วย้อนกลับมายังเครื่องที่สี่สิบเจ็ดโซนซีอย่างหมดอารมณ์ คืนบัตรประชาชนของเยี่ยซิวให้กับเขานายลืมบัตรน่ะ

อ้อ ขอบคุณเยี่ยซิวรีบรับบัตรมาคุณทำงานอยู่ร้านนี้เหรอ

อืม ฉันเป็นเจ้าของ

หืม เจ้าของร้าน? เยี่ยมไปเลย เมื่อกี๊ผมเห็นจากหน้าเว็บของร้านนี้ว่า พวกคุณกำลังรับสมัครคนดูแลใช่ไหมเยี่ยซิวถาม

หาใช่…” เฉินกั่วไม่นึกว่าคนคนนี้จะถามโพล่งอะไรเช่นนี้ เธอกำลังหาทางชวนเขาดวลเกมกับตนสักตั้งอยู่พอดี นี่ช่วยให้มีข้ออ้างแล้ว

ผมอ่านดูแล้วนะ คุณสมบัติของผมเหมาะสม เรื่องลักษณะงานกับค่าตอบแทนผมก็ไม่มีปัญหา ว่ายังไง รับไว้พิจารณาหน่อยสิ เจ้านายเยี่ยซิวกล่าว

อ้อ งั้นนายต้องเล่นกลอรี่โหมดตัวต่อตัวชนะฉันให้ได้ก่อนเฉินกั่วกล่าว

อ๊ะ มีเงื่อนไขข้อนี้ด้วยเหรอเยี่ยซิวหันกลับไปดู

ไม่ต้องหา ฉันเพิ่งเพิ่มสดๆเฉินกั่วกล่าว

เยี่ยชิวชะงักงัน แล้วก็พลันกระจ่าง เพราะเมื่อครู่ตนเล่นชนะอย่างมือโปรเกินไป เจ้านายสาวสวยคนนี้รู้สึกสงสัยในฝีมือของตน แต่น่าเสียดายเยี่ยซิวส่ายหน้าพลางยิ้มขื่นผมเอาชนะคุณไม่ได้

ทำไมเฉินกั่วแปลกใจ

ผมไม่มีไอดีที่ใช้เอาชนะคุณได้เยี่ยซิวกล่าว

ไอดีตัวของนายเลเวลเท่าไหร่ อุปกรณ์สวมใส่เป็นยังไงเฉินกั่วถาม

ไม่มีเลเวล ไม่มีอุปกรณ์สวมใส่เยี่ยซิวกล่าว

ไม่หรอกมั้งเฉินกั่วออกแนวไม่เชื่อ ใช้เวลาแค่สี่สิบกว่าวินาทีก็ล้มศัตรูตัวฉกาจที่ตนสู้ไม่ไหวได้ คนแบบนี้จะมีแค่ไอดีสมัครใหม่ที่ไม่มีเลเวลได้ยังไง แล้วฝีมือระดับนั้น ไปฝึกมาจากไหน

ตัวเล่นเก่าของผม ยกให้คนอื่นไปแล้วเยี่ยซิวพูดได้เพียงเท่านี้

อ้อ อย่างงั้นเหรอนายนี่ใจกว้างนะเฉินกั่วถอนหายใจ คนคนนี้ฝีมือแกร่งกล้า ตัวที่เล่นก็ต้องไม่อ่อน ไอดีที่เจ๋งๆ จะมีมูลค่าสูงมาก แต่เขากลับยกให้คนอื่นไปง่ายๆ ช่างใจกว้างจริงๆ

นั่นสิ ใจกว้างเกินไปหน่อยเยี่ยซิวยิ้มขื่น ไอดีที่ตนมอบออกไปนั้น คือเทพสงครามอี๋เยี่ยจือชิวเชียวนะ ใช้แค่คำขยายความว่าใจกว้างออกจะใจแคบเกินไปหน่อยจริงๆ

เตรียมตัวไปเล่นเซิฟเวอร์ใหม่สิท่าเฉินกั่วถาม

เซิฟเวอร์ใหม่?” เยี่ยซิวชะงัก ชำเลืองมองวันที่วันนี้แวบหนึ่ง แล้วก็ร้องอ๋อ

พรุ่งนี้เป็นวันฉลองเกมกลอรี่เปิดให้บริการครบสิบปี เริ่มตั้งแต่วันครบรอบเกมกลอรี่ปีที่สอง ทุกๆ วันครบรอบนี้ เกมกลอรี่จะเปิดเซิฟเวอร์ใหม่ในเวลาเที่ยงคืนตรง การขายไอดีเวอร์ชั่นสิบเริ่มขึ้นตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว ผู้เล่นหน้าเก่าที่เล่นอยู่เซิฟเวอร์เก่าแล้วไม่ราบรื่น ผู้เล่นหน้าใหม่ที่กำลังจะเริ่มเล่นกลอรี่ ทั้งหมดต่างเตรียมไอดีใหม่เอาไว้พร้อม ชะเง้อแง้รอคอยวันเวลานี้มานานแล้ว

เซิฟเวอร์ใหม่ที่กำลังจะเปิดเป็นเซิฟเวอร์ที่สิบ หวนคิดถึงตัวอี๋เยี่ยจือชิวนั้นเป็นไอดีของกลอรี่เซิฟเวอร์ที่หนึ่ง ภายหลังกลอรี่เปิดบริการเซิฟเวอร์ที่ห้าแล้วเพิ่มแม็ปอาณาจักรทวยเทพเข้ามา อี๋เยี่ยจือชิวร่วมกับยอดฝีมืออื่นๆ จำนวนมาก ทำคุณสมบัติและเควสต์ผ่าน เป็นหนึ่งในผู้เล่นและไอดีที่ได้สิทธิ์เข้าสู่แม็ปอาณาจักรทวยเทพพร้อมกับผู้เล่นอื่นๆ

บัดนี้อี๋เยี่ยจือชิวเปลี่ยนมือ อนาคตทางอาชีพกลอรี่ของตนก็มาถึงจุดเว้นพัก แต่กลับบังเอิญเจอวันเปิดเซิฟเวอร์ใหม่ของเกมที่หนึ่งปีจะมีเพียงวันเดียว ความนึกคิดจิตใจของเยี่ยซิวถูกสะกิด ความหลังตลอดสิบปีพลันพรั่งพรูออกมา

เซิฟเวอร์ใหม่งั้นหรือเยี่ยซิวพูดพึมพำ

ผมจำได้ว่า ก่อนเซิฟเวอร์ใหม่จะเปิดให้บริการ เราสามารถทำเรื่องขอเปลี่ยนเซิฟเวอร์ได้ใช่ไหมเยี่ยซิวถามเฉินกั่ว

ต้องเป็นไอดีเปล่าเลเวลหนึ่งเท่านั้นถึงจะทำได้เฉินกั่วตอบ

งั้นผมลองดูก่อนเยี่ยซิวพูดพลางก็หยิบไอดีการ์ดใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เข้าสู่หน้าลงทะเบียนเพื่อเปลี่ยนเซิฟเวอร์ของกลอรี่อย่างรวดเร็ว เฉินกั่วมองดูไอดีการ์ดใบนั้น ก็ต้องประหลาดใจมากนี่คงไม่ใช่การ์ดรุ่นแรกหรอกใช่ไหม

ใช่การ์ดรุ่นแรกเยี่ยซิวยิ้มๆ ไอดีการ์ดของกลอรี่จะเปลี่ยนเวอร์ชั่นปีละรุ่นทุกปี การ์ดรุ่นแรกมีอายุจนถึงวันนี้ก็เกือบสิบปีแล้ว

เฉินกั่วจ้องมองเยี่ยซิวอย่างงุนงงสงสัยนายเล่นกลอรี่มากี่ปีแล้วการ์ดเป็นของตาย คนเป็นของเป็น การ์ดอายุสิบปี ส่วนคนไม่แน่เสมอไป

เกือบสิบปีแล้วคำตอบของเยี่ยซิวยืนยันว่าการ์ดกับคนนั้นตรงกัน

เฉินกั่วมีอายุเกมห้าปี ก็รู้สึกว่าตัวเองอาวุโสมากแล้ว ไม่นึกว่าไอ้หนูตรงหน้าคนนี้จะมีอายุเกมมากกว่าตนอีกหนึ่งเท่าตัว นั่นมันคือนักเล่นกลอรี่รุ่นแรกเลยนี่นา ที่ยังเล่นต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ ซ้ำยังมีความสนใจไปเริ่มต้นใหม่ที่เซิฟเวอร์ใหม่ มันต้องเป็นจิตวิญญาณระดับไหนกัน

ขณะคุยกันอยู่นั้น บนหน้าจอก็แสดงข้อความการย้ายเซิฟเวอร์สำเร็จแล้ว

เรียบร้อยเยี่ยซิวชักไอดีการ์ดกลับออกมาถือไว้ในมือ พร้อมกับนึกถึงนานาสารพัดสิ่งที่รวมอยู่ในการ์ดรุ่นแรกใบนี้ขึ้นมา

นายบอกว่า นายอยากสมัครเป็นคนดูแลร้าน?” เฉินกั่วที่อยู่ข้างๆ พลันพูดถึงเรื่องนี้

ครับเยี่ยซิวรีบกลับออกจากความทรงจำ มาสู่ชีวิตจริง

นายเล็งกะไหนไว้เฉินกั่วถาม

กะดึกเยี่ยซิวตอบ

อ้อ นายทำไหวเหรอเฉินกั่วนึกไม่ถึง สำหรับงานกะดึก เวลางานคือห้าทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า เงินเดือนสูงกว่าคนอื่นๆ สามร้อยหยวน (*เชิงอรรถ – Rmb เงินหยวนจีน ราวๆ 5 บาทต่อ 1 หยวน) แต่มีคนสมัครกันน้อย เพราะการสลับกลางวันกลางคืนทุกวันนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ก็ยินดี ดังนั้นปัจจุบันทางร้านของเฉินกั่วจึงใช้วิธีผลัดเวรกัน ถ้าเกิดมีคนยอมสมัครรับช่วงกะดึกยาวๆ ไปเลยจริง สำหรับทุกคนแล้ว ถือว่าได้หลุดพ้น

ไหว ไหว ผมชอบทำงานกลางคืนเยี่ยซิวกล่าว

เฉินกั่วพิจารณาบุคคลตรงหน้าครู่หนึ่ง เส้นผมหนวดเคราไม่ได้ตัดแต่งมาแล้วอย่างน้อยครึ่งเดือน หน้าบวมนิดๆ แม้จะขาวๆ เกลี้ยงๆ แต่มีความซีดแบบคนป่วย สองตาที่กำลังจ้องตนอยู่ มีอาการเหม่อซึม สภาพเช่นนี้เธอเห็นมาเยอะแล้ว พวกวัยรุ่นขาประจำที่มาโต้รุ่งกันในร้านเน็ตของเธอเป็นประจำ ก็มักมีสภาพเช่นนี้ ไอ้หนุ่มตรงหน้านี่อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว แต่กลับโทรมพอๆ กัน น่าหยามเหยียดนัก

หยามเหยียดก็ส่วนหยามเหยียด แต่หากมีคนยอมรับตำแหน่งนกเค้าแมวฟูลไทม์จริงเฉินกั่วก็ยินดีมาก มิหนำซ้ำเธอยังรู้สึกสนใจใคร่รู้ ในทักษะฝีมือของคนที่มีอายุเกมสิบปีคนนี้ด้วย จึงย่อมตอบตกลงในทันทีได้ งั้นก็รับเลย

ขอบคุณเจ้านาย

เรื่องเงื่อนไขนายอ่านละเอียดแล้วนะ ก็ใช้ตามนั้นเฉินกั่วกล่าว

ไม่มีปัญหา

งั้นได้ ตามฉันมานี่!” เฉินกั่วเป็นคนทำอะไรรวดเร็ว เมื่อรับเยี่ยซิวแล้ว ก็เรียกใช้เขาเยี่ยงพนักงานทันที โดยใช้ให้เขาขนคีย์บอร์ดใหม่กองหนึ่งที่เพิ่งเข้าร้านวันนี้ขึ้นไปเก็บที่ห้องเก็บของชั้นสอง

ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ของเฉินกั่วมีชื่อว่าซิงซิน (ไธรฟ์วิ่ง Thriving) อินเทอร์เน็ตคลับนับเป็นอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีระดับ มีชั้นบนชั้นล่างรวมสองชั้น มีเครื่องคอมพิวเตอร์นับพันเครื่อง ชั้นบนพื้นที่เล็กหน่อย แต่หรูหรากว่า เป็นพื้นที่ไฮโซ ซ้ำยังมีพื้นที่พิเศษ ซ่อนห้องชุดขนาดสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นไว้หนึ่งห้อง ซึ่งห้องเก็บของอยู่ในเขตพื้นที่ห้องชุดห้องนี้ เยี่ยซิ่วขนคีย์บอร์ดขึ้นๆ ลงๆ ก็สังเกตห้องนี้เอาไว้แล้ว ในประกาศรับสมัครงานเขียนไว้ว่ามีที่พักและอาหารให้ เยี่ยซิวนั้นเพิ่งย้ายออกมาจากสโมสร แผนต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ยังไม่ได้คิด ข้อเสนอให้ที่พักและอาหารนับว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่หลับนอนให้กับเขาแล้ว จึงทำให้สนใจตำแหน่งคนเฝ้าร้านของที่นี่

ดูจากที่เห็น ห้องชุดห้องใหญ่นั่นน่าจะเป็นที่พักพนักงานตามที่ลงไว้ในประกาศ แม้การตกแต่งจะเรียบง่าย แต่สะอาดสะอ้าน ไม่เลวเลยทีเดียว เยี่ยซิวพอใจมาก พลางคิดพลางขนคีย์บอร์ดชุดสุดท้ายขึ้นมาจัดเรียงเรียบร้อย

เอาละ ตรงนี้ก็คือห้องพักของนายเมื่อเห็นเยี่ยซิวทำงานเสร็จ เฉินกั่วที่เฝ้าอยู่ข้างๆ ก็ชี้ไปยังเตียงตัวเตี้ยๆ ที่ตั้งเบียดอยู่กับข้าวของในห้องเก็บของ

หา?” เยี่ยซิวชะงัก ที่พักในจินตนาการของเขา คือห้องชุดสะอาดสะอ้านที่หน้าต่างกว้างรับแสงดีด้านนอกนั่นนะ หรือต่อให้เป็นโซฟาที่ห้องนั่งเล่นนั่นก็ยังดี แต่ตรงนี้เยี่ยซิวเงยหน้าขึ้นมอง ด้านบนผนังของห้องเก็บของมีหน้าต่างบานเล็กๆ เหมือนอยู่ตรงกับไฟถนนด้านนอกพอดี พอปิดไฟในห้องเก็บของ แสงไฟจากหน้าต่างบานน้อยก็จะส่องสลัว อย่างกับจะมีผีมาหลอก

เอ่อ มันก็แย่ไปนิดละนะ นายก็ปรับตัวเอาหน่อยละกันความจริงร้านของฉัน มีนายมาเพิ่มก็ไม่ได้เยอะขึ้น ขาดนายไปคนก็ไม่ได้น้อยลง ฉันไม่ได้ขาดแคลนคนขนาดนั้น ประกาศรับสมัครงานที่นายเห็นนั่น ก็เมื่อนานมากแล้วเฉินกั่วกล่าว

อ้อ อย่างนี้นี่เอง! ไม่เป็นไรๆ อย่างนี้ก็ดีอยู่แล้วเยี่ยซิวออกตัว ท่าทีไม่ถือสาของเขา กลับทำให้เฉินกั่วรู้สึกผิด ไอ้ห้องเก็บของเล็กๆ ขนาดนี้ มันก็ไม่เหมือนที่พักของคนจริงๆ

ปกติที่ไม่มีอะไรทำ ลงไปเล่นคอมข้างล่างเอาก็ได้ ไม่เป็นไร คนกันเอง ไม่คิดเงินเฉินกั่วกล่าว

เจ้านายก็ใจกว้างเหมือนกันนะ!”

เฮ้อ มีคอมเป็นพันๆ เครื่อง ไม่ได้ขาดแคลนกับอีแค่เครื่องเดียวนี่!” เฉินกั่วพูด

ปกติจำนวนลูกค้าเป็นยังไงบ้างเยี่ยซิวถาม

ก็พอใช้ เอาเป็นว่าฉันพอใจดีเฉินกั่วตอบแน่นอนว่าช่วงกะดึกของนาย คนจะน้อยหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นพวกนักศึกษาของมหาลัยใกล้ๆ มาโต้รุ่งกัน หน้าที่ของนายที่จริงก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่คอยเฝ้าร้านไว้

รับทราบ

เอาไง ลองปรับตัวกับงานใหม่ โต้รุ่งซะคืนนี้เลยเอาไหม ฉันจะได้ทดสอบนายด้วยว่า ความสามารถในการโต้รุ่งเป็นยังไงเฉินกั่วพูด

ไม่มีปัญหา ความสามารถเต็มหลอดเยี่ยซิวชูนิ้วโป้งสองนิ้วกับเฉินกั่ว เพื่อบอกว่าการโต้รุ่งเป็นงานถนัดของตน

งั้นได้ ไป ลงไปข้างล่าง ฉันจะเลี้ยงต้อนรับด้วยอาหารรอบดึกเฉินกั่วพูด

หืม? กินอะไร

เวลาอย่างนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรอยู่แล้ว ฝั่งตรงข้ามถนนมีร้านอาหารเล็กๆ อยู่ร้านนึงน่าจะยังไม่ปิด นายลองไปดูๆ หน่อย ซื้อกับข้าวอะไรก็ได้สักสองสามอย่างกลับมา ผักคึ่นไช่ฉันไม่กินนะเฉินกั่วพูดพลางล้วงเอาเงินสองร้อยหยวนยัดให้เยี่ยซิว

หิมะตกอยู่นะ!” เยี่ยซิวกล่าว

แค่ข้ามถนน ไม่ได้ไกลซะหน่อย จะโดนหิมะได้สักกี่แหมะ รีบไปเร็วๆ เข้าเฉินกั่วสั่ง

เยี่ยซิ่วจนใจ จึงข้ามถนนไปซื้อมื้อดึก เพิ่งเปลี่ยนงานปุ๊บก็โดนใช้งานรัวๆ แบบนี้ แต่ในใจกลับไม่รู้สึกอึดอัดอะไร ผู้หญิงคนนี้ คุยกับใครเรื่อยเปื่อยสองสามคำก็เป็นกันเองกันแล้ว พลังแห่งการตีสนิทได้โดยอัตโนมัติ ชวนให้รู้สึกเป็นมิตร สบายใจอยู่เหมือนกัน เมื่อนึกถึงตรงนี้ เยี่ยซิวพลันนึกขึ้นได้ว่า เขาถึงกับยังไม่ได้ถามชื่อเจ้านายคนใหม่ของตนคนนี้เลย

บทที่ 4 ยอดฝีมือผู้ลึกลับ

เจ๊เฉิน พวกคุณจะกินมื้อดึกกันอีกแล้วเหรอ…”

เมื่อซื้ออาหารมื้อดึกกลับมาแล้ว เฉินกั่วก็เรียกพนักงานของร้านมากินด้วยกัน กลิ่นหอมของอาหารฟุ้งไปทั่วร้าน ทำให้เกิดเสียงประท้วงอย่างโอดครวญของพวกที่นั่งเล่นกันอยู่ ในช่วงเวลาที่มื้อค่ำย่อยไปหมดแล้ว อยู่ๆ ได้กลิ่นหอมของอาหาร มันไม่ใช่การเสพสุข แต่เป็นการยั่วยวน

ใครจะสั่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็เข้าแถวกันนะ อย่ามั่วเฉินกั่วเชิญชวน

เจ๊เฉินกินของดีทุกวัน ส่วนพวกเรามีแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหล่าบรรดาชาวเน็ตที่มิอาจทนแรงยั่วยวน ทำได้เพียงสั่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของร้านมาแก้โหย มองดูคนอื่นเขามีกับข้าวหกน้ำซุปหนึ่ง ทั้งชื่นชมทั้งอิจฉา

ถ้าอยากกินก็ข้ามถนนไปซื้อกันเอาเอง อย่าหวังจะเรียกใช้คนของฉันเฉินกั่วกล่าว

คราวหน้าถ้าจะไปก็ถามกันสักคำสิ ฝากหิ้วสักหน่อยก็ไม่ได้หรือพวกนั้นกล่าว

ในร้านมีกันตั้งกี่คน จะหิ้วไหวหรือไง พูดมากกันจริง ถ้าอยากกินขนาดนั้นแล้วยังขี้เกียจไปซื้อ ก็ไปขอเบอร์โทร.ของร้านมา ทางร้านมีหรือจะไม่ยินดีข้ามมาส่งเฉินกั่วพูด

เจ๊เฉินมีเบอร์เหรอ ขอเอามาจดหน่อยพวกนั้นกล่าว

ฉันจะเอาเบอร์เขามาทำไม ฉันมีคนให้ใช้ ทำไมต้องไปรบกวนคนอื่นด้วยเฉินกั่วพูด

คราวนี้ไม่เพียงพวกลูกค้าในร้าน แต่พวกพนักงานในร้านต่างก็ต้องน้ำตานองหน้าไปด้วย เยี่ยซิวได้โอกาส ก็ถามต่อไปว่าเจ้านายแซ่เฉินหรือครับ

อื้อ ฉันชื่อเฉินกั่ว ส่วนนายฉันเห็นบัตรประชาชนแล้ว อายุไม่ได้มากกว่าฉัน จะเรียกฉันเจ๊ก็ได้ฉันไม่ถือ ส่วนนายก็ไม่ขาดทุนเฉินกั่วพูด

ผมยังไงก็ได้…” เยี่ยซิวยิ้มแห้ง

หมูเส้นผัดเผ็ดวันนี้เผ็ดแฮะ เสี่ยวฉู่กินให้หมดนะเฉินกั่วนั้นกินไม่เยอะ คีบหมูเส้นผัดเผ็ดมากินคำหนึ่งก็ซู้ดปากปาตะเกียบไปหาน้ำกินแล้ว เมื่อถือแก้วน้ำกลับมาก็เตะขาเก้าอี้เยี่ยซิวทีหนึ่งกินเสร็จรึยัง เร็วหน่อย

ทำไมต้องรีบเยี่ยซิวถาม

ใกล้ได้เวลาแล้วเฉินกั่วยกนาฬิกาข้อมือให้เยี่ยซิวดู เวลาขณะนี้ ห้าทุ่มห้าสิบสามนาที เหลืออีกเจ็ดนาที จะได้เวลาเซิฟเวอร์ที่สิบของกลอรี่เปิดให้บริการ

คุณจะไปด้วยเหรอเยี่ยซิวแปลกใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขาได้เล่นไอดีจู้เยียนเสียของเฉินกั่ว มันเป็นไอดีของเซิฟเวอร์ที่ห้า หากเธอเริ่มเล่นมันตั้งแต่วันเปิดเซิฟเวอร์ มาถึงวันนี้ก็ครบห้าปีเต็ม ไอดีนั้นย่อมเทียบไม่ได้กับไอดีขั้นเทพของนักกีฬาอาชีพอย่างพวกเขา แต่สำหรับผู้เล่นทั่วไป นับว่าไม่เลวอย่างยิ่งแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่คิดจะปล่อยทิ้งกันได้ง่ายๆ

ไปมุงเล่นๆเฉินกั่วกล่าว

วันเปิดเซิฟเวอร์ใหม่นั้นคึกคักจริงๆ วันที่เป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง แต่เป็นเพราะการเปิดเซิฟเวอร์ใหม่ ทำให้ซิงซินเน็ตคาเฟ่ธุรกิจยังคึกคักแม้นในช่วงเวลานี้ มองออกไปเหมือนกับเป็นผู้เล่นเซิฟเวอร์ใหม่เหมาร้าน คนทุกคนเปิดรออยู่ในหน้าล็อกอินกันแล้ว เมาส์จ่ออยู่ตรงปุ่มเซิฟเวอร์สิบที่ยังเป็นสีเทามืด เพื่อรอเวลา

การเล่นเซิฟเวอร์ใหม่ จะมีทั้งแข่งกันเก็บเลเวล แย่งกันทำเฟิสต์คิล*ดันเจี้ยน (* เชิงอรรถ – Instance Dungeon หรือด่าน ได้แก่แม็ปเฉพาะที่จะมีบอสประจำด่าน ทุกทีมเมื่อเข้าสู่แม็ปนี้ จะแยกขาดจากกัน ต่างทีมกันจะไม่เจอกันหรือช่วยเหลือกันเองได้ภายในด่าน) แข่งกันทำสถิติผู้จบด่านเร็วที่สุด และอื่นๆ อีกมากมายรอให้ผู้เล่นไปทำ การหักร้างถางพงอาณาจักรใหม่มันตื่นเต้นเร้าใจอย่างนี้นี่แหละ เฉินกั่วมองดูลูกค้ากลุ่มนี้ อดหวั่นไหวไปกับบรรยากาศเหล่านี้ไม่ได้ แต่เมื่อหันมามอง เยี่ยซิวกลับยังคุ้ยเขี่ยกับข้าวอย่างใจเย็น ไม่แสดงอาการใดๆ เลยต่อบรรยากาศเช่นนี้ ช่างไร้คุณสมบัติที่ผู้บุกเบิกเซิฟเวอร์ใหม่พึงมี

เฮ่ นายยังจะโอ้เอ้อะไรอยู่อีกเฉินกั่วดูจะรีบร้อนยิ่งกว่าเจ้าตัวเสียอีก

จะรีบไปไหนล่ะเยี่ยซิวนั้นใจเย็นของจริง ไม่ได้เสแสร้ง ไม่อาจปฏิเสธว่าแผนการตลาดของกลอรี่นั้นประสบความสำเร็จมาก ผู้เล่นกลอรี่ทุกคนเกิดความตื่นตัวต่อการแข่งขันแย่งชิงอันดับต่างๆ ของเกมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เรื่องพวกนี้ต้องอาศัยฝีมือจริงล้วนๆ ไม่ใช่อาศัยทุ่มเงินหรือดวงดีก็จะครอบครองกันได้ เพียงแต่ สำหรับเกมเมอร์อาชีพที่กวาดรางวัลเกียรติยศสูงสุดมาหมดแล้วคนหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ในสายตาของเยี่ยชิว ก็ค่อนข้างจืดชืดนิดหน่อย

เพียงแต่เมื่อเห็นรังสีสังหารทั่วใบหน้าเฉินกั่ว เยี่ยซิวคำนึงว่าควรไว้หน้าเจ้านายสักหน่อย ในที่สุดจึงยอมวางชามข้าวลง ลุกไปหาคอมสักเครื่องแล้วนั่งลงอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

ชิ ทำอย่างกับฉันเป็นฝ่ายบังคับให้เขาเล่น ไอ้หมอนี่เฉินกั่วบ่นพึมพำแบบไม่ใส่อารมณ์จากด้านหลังเยี่ยซิว พนักงานร้านคนอื่นๆ สองสามคนต่างแอบขำอยู่ข้างๆ พวกเขาพบว่า พี่ชายเข้าใหม่คนนี้ ค่อนข้างแตกต่าง สามารถทำให้คุณหนูใหญ่เฉินเจ้านายของพวกเขาไม่หัวเสีย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะทำได้

เฉินกั่วนั่งลงข้างคอมของเยี่ยซิว พลางล็อกอินด้วยไอดีจู้เยียนเสียของเธอ ผู้เล่นเซิฟเวอร์เก่าทั้งเก้าเซิฟเวอร์ ไม่ได้ลดจำนวนลงสักเท่าไหร่นักกับการเปิดใหม่ของเซิฟเวอร์ที่สิบ เซิฟเวอร์ยิ่งเก่าก็ยิ่งเป็นเช่นนี้ นั่นเป็นเพราะไอดีสักไอดีหนึ่งของกลอรี่ ไม่ได้ปั้นกันง่ายๆ ตัวจู้เยียนเสียของเฉินกั่ว ใช้เวลาห้าปีกว่าจะกลายเป็นตัวเล่นระดับต้นๆ ในหมู่นักเล่นทั่วไป ไฉนเลยจะยอมทอดทิ้งกันง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท้ายที่สุดทุกคนต้องมุ่งหน้าเข้าสู่แม็ปรวมของทุกเซิฟเวอร์อาณาจักรทวยเทพ ด้วยกันทั้งนั้น

อาณาจักรทวยเทพไม่ได้เป็นแค่แม็ปแม็ปหนึ่ง แต่มันคือโลกอีกใบเลยทีเดียว ความยิ่งใหญ่ของแม็ป เทียบเท่ากับขนาดพื้นที่ทั้งหมดของห้าเซิฟเวอร์หลักรวมกัน ที่นี่มีดันเจี้ยน (ด่าน) ที่ยากกว่า มีอุปกรณ์สวมใส่ที่แกร่งกว่า มีวัตถุดิบที่มีมูลค่ากว่า อีกทั้ง มีบรรยากาศที่เป็นอิสระกว่า ผู้ใดเป็นยอดฝีมือ ย่อมได้บรรจบพบพานกันที่อาณาจักรทวยเทพ ที่นี่ จึงเป็นแผ่นดินเดือดที่นักเล่นทั้งหลายจะมาห้ำหั่นชิงชัย

เวลาใกล้ถึงศูนย์นาฬิกาขึ้นทุกที เมื่อสิบวินาทีสุดท้าย ในร้านถึงกับมีคนเริ่มนับถอยหลังโดยอัตโนมัติ เสียงนับที่ดังขึ้นๆ จนสุดท้ายคำว่าศูนย์ระเบิดออกมา สีเทาหม่นบนปุ่มล็อกอินสู่เซิฟเวอร์ที่สิบบนหน้าจอหายไป การเคลื่อนไหวของทุกคนในร้านเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งหมดยื่นมือออกไปสอดการ์ดไอดีเข้าเครื่องล็อกอิน พร้อมกับคลิ้กเมาส์ลงบนปุ่มเซิฟเวอร์ที่สิบโดยพร้อมเพรียง

เฉินกั่วหันไปมองเยี่ยซิว เกือบจะกระอักเลือดออกมา ขณะที่ทุกคนต่างแย่งกันเข้าเกม แต่ไอ้หมอนี่กลับเปิดเว็บนั่งอ่านอย่างใจเย็น พอสังเกตดูอีกที มันเป็นเว็บประเภทไกด์เกม แนะนำขั้นตอนการรับเควสต์สำหรับผู้เล่นมือใหม่

เฮ่ย นี่นายทำไม่เป็นกระทั่งเรื่องพวกนี้หรือไง ถึงกับต้องอ่านไกด์ถ้าไม่ใช่เพราะการ์ดล็อกอินรุ่นแรกของแท้ใบนั้น ตีให้ตายเฉินกั่วก็ไม่ยอมเชื่อว่าไอ้หมอนี่จะมีอายุเกมถึงสิบปี

ไอ้พวกเรื่องจุกจิกของผู้เล่นมือใหม่พวกนี้ ไม่ได้แตะมานานหลายปีแล้วจริงๆ ใครจะไปจำได้!” เยี่ยซิวตอบอย่างไม่ช้าไม่เร็ว

นี่นายไม่เคยเป็นพี่เลี้ยง ช่วยแนะนำหรือพาพวกมือใหม่เล่นบ้างเลยหรือเฉินกั่วถาม

เรื่องแบบนี้ไม่เคยเลยจริงๆเยี่ยซิวกล่าว

ไม่มีน้ำใจเฉินกั่วเหยียดหยาม

ไม่มีเวลาต่างหากเยี่ยซิวกล่าว

คนไม่มีเวลาเขาไม่มาเล่นเกมกันหรอก คนเล่นเกมก็คือคนที่เข้ามาฆ่าเวลาส่วนเกินเฉินกั่วกล่าว

ผมยุ่งกับการเล่นเกมจริงๆ นะเยี่ยซิวพูดเสียงจริงจัง

แล้วงานการของนายล่ะเฉินกั่วถาม

ก็เล่นเกมไง!”

ไอ้ยะ นี่นายเป็นเกมเมอร์อาชีพรึเฉินกั่วกล่าว

เยี่ยซิวยิ้มๆยังเป็นพวกชั้นสูงด้วยนะ

พวกชั้นสูง? นักกีฬาอาชีพ?” เฉินกั่วชะงัก

เยี่ยซิวพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ

ปลดระวางแล้วละสิเฉินกั่วกล่าว

คุณรู้ได้ไง

ไร้สาระ ก็อายุปูนนี้แล้วเฉินกั่วกล่าว

เยี่ยซิวยิ้มขื่น

ถึงว่าละ ทำไมใช้แค่สี่สิบกว่าวินาทีก็ปราบไอ้หมอนั่นราบคาบแล้ว ที่แท้ก็เป็นระดับมืออาชีพ ถึงจะเป็นพวกครึ่งๆ กลางๆ ก็เถอะเฉินกั่วกล่าว

ครึ่งๆ กลางๆ?”

นักกีฬาอาชีพที่มีชื่อเสียงฉันรู้จักหมด แต่ชื่อเยี่ยซิว? ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่ใช่พวกครึ่งๆ กลางๆ จะให้เรียกว่ายังไงเฉินกั่วถาม

ฮ่าๆ อย่างนี้นี่เองเยี่ยซิวหัวเราะ

อย่าแอ๊บไปเลยน่า ที่จริงนายไม่ได้ปลดระวางหรอก แต่ถูกคัดออกเพราะชิงตำแหน่งตัวจริงไม่ได้ละสิเฉินกั่วพูด

เยี่ยซิวเงียบงัน

ขอโทษที…” เฉินกั่วตระหนักได้ว่าคำพูดของตนทิ่มแทงใจดำอีกฝ่ายเข้า

ไม่เป็นไรเยี่ยซิวถอนหายใจยาว

อย่าท้อไปเลย อายุยี่สิบห้ายังไม่นับว่าแก่เกินไป ตั้งใจฝึกซ้อม ตีกลับเข้าไปใหม่เฉินกั่วพูด

ก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นพอดีเยี่ยซิวยิ้ม

ถ้ามีวันนั้นจริง ฉันมีเรื่องจะไหว้วานนายนะเฉินกั่วพูด

เรื่องอะไร

ขอลายเซ็นเฉินกั่วพูด

ไม่เห็นต้องรอให้ถึงวันนั้นเลย ผมเซ็นให้คุณล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้เลยก็ได้!”

ไอ้หน้าไม่อาย! ใครเขาอยากได้ลายเซ็นของนาย ฉันจะวานนายไปช่วยขอลายเซ็นไอดอลของฉันให้หน่อยต่างหากเฉินกั่วพูด

อ้อ ใครหรือ

ซูมู่เฉิง แล้วก็เยี่ยชิว แต่เยี่ยชิวอาจจะยากหน่อย หมอนั่นชอบทำตัวลึกลับเฉินกั่วพูด

อย่างนั้นหรอกหรือเยี่ยซิวน้ำตานองหน้า สหายเยี่ยชิวกำลังสนทนาอยู่ตรงหน้าคุณแล้วนี่ไง คุณพี่

ใช่แล้ว เขาแทบไม่เคยออกสื่อเลย ว่าแต่นายถึงจะเป็นพวกครึ่งๆ กลางๆ ถึงยังไงก็คลุกคลีอยู่ในวงการ เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้เรอะเฉินกั่วพูด

รู้สิ ผมต้องรู้อยู่แล้ว ผมจะบอกความลับอะไรให้อย่างหนึ่งนะ ที่จริงผมก็คือเยี่ยชิวเยี่ยซิวกล่าว

จริงเหรอ งั้นฉันก็จะบอกความลับกับนายอย่างหนึ่งเหมือนกัน ที่จริงฉันคือซูมู่เฉิงเฉินกั่วพูด

ผมคือเยี่ยชิวจริงๆ นะเยี่ยซิวร้องไห้

ฉันคือซูมู่เฉิงจริงๆเฉินกั่วพูด

ผม…”

ไม่เถียงด้วยแล้ว นายอ่านไกด์ของนายไปเถอะ!” เฉินกั่วโบกมือไล่ เธอไม่จำเป็นต้องของขึ้นเพราะความทองไม่รู้ร้อนของเยี่ยซิวอีกแล้ว เขาเป็นคนที่เคยคลุกคลีอยู่ในแวดวงนักกีฬาอาชีพ แม้จะเป็นพวกถูกคัดออก ก็ไม่ใช่เรื่องที่ตนต้องคอยกังวล

แต่เมื่อชักสายตากลับมาที่หน้าจอตนเอง เฉินกั่วก็ยังอดพูดเสริมอีกคำไม่ได้ว่าที่จริงไอ้พวกเควสต์สำหรับนักเล่นมือใหม่ ถ้านายไม่แน่ใจอะไรตรงไหน ถามฉันเอาก็ได้

ผมอยากศึกษาดูหน่อย เลือกทำเฉพาะพวกเควสต์ที่มีรางวัลเป็นแต้มสเตตัส (Status Point) กับแต้มสกิล (Skill Point) ก็พอ รางวัลของเควสต์ประเภทอื่นๆ ก็มีแต่ค่าประสบการณ์กับอุปกรณ์สวมใส่ ซึ่งไปเก็บเอาจากในดันเจี้ยนเร็วกว่าเยี่ยซิวกล่าว

อย่างนี้สิ ถึงจะเรียกว่าวิธีคิดแบบมือโปร แต่นายไม่ต้องค่อยๆ ศึกษาเอาเองหรอก เลื่อนไกด์ที่นายกำลังอ่านอยู่นั่นไปที่หน้าสุดท้ายได้เลย!”

หืม?” เยี่ยซิวฟังแล้วก็คลิ้กไปดูหน้าสุดท้าย แล้วพลันต้องอับอาย คิดดูแล้วก็ถูก พวกเควสต์สำหรับผู้เล่นมือใหม่ แม้สิบปีก็ไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่ มันเป็นสิ่งที่ถูกผู้เล่นนำมาย่อยจนพรุนแล้ว แนวคิดแบบเลือกทำเฉพาะเควสต์ที่คุ้มค่าแบบตัวเขา เกมเมอร์รุ่นเก่าสักหน่อยใครๆ ก็เลือกทำกัน แล้วทำไมจะไม่มีใครเขียนสรุปไว้ล่ะ ซึ่งสิ่งที่แสดงอยู่ตรงหน้าเขา ก็คือบทสรุปของไกด์เกมตามที่เขาต้องการ เยี่ยซิวจึงเตรียมตัวไปขอรับเควสต์ตามไกด์นี้ทันที เสี้ยววินาทีนั้น เขาก็น้ำตานองหน้า ตนเป็นบุรุษผู้มีสมญานามว่าตำราสอนแห่งกลอรี่เชียวนะ! บัดนี้กลับมาเริ่มทำเควสต์ตามไกด์สำหรับนักเล่นมือใหม่ เขาควรรู้สึกอย่างไร ควรรู้สึกอย่างไรดี

บทที่ 5 จัดสรรแต้มสกิล

การรับเควสต์ก็มีอุปสรรคพอสมควร จำนวนคนในเซิฟเวอร์ใหม่นี่บอกได้คำเดียวว่าแน่นในประวัติศาสตร์กลอรี่ เคยมีครั้งหนึ่งตอนเปิดให้บริการเซิฟเวอร์สอง คนแน่นจนล้นหมู่บ้านผู้เล่นใหม่ ถึงขั้นผู้เล่นที่ออนไลน์อยู่ขยับตัวไม่ได้ ผู้เล่นที่ยังไม่ออนไลน์ล็อกอินเข้าไปไม่ได้ ดังนั้นนับตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา เมื่อไหร่ที่เปิดเซิฟเวอร์ใหม่ กลอรี่จะเพิ่มจำนวนหมู่บ้านผู้เล่นใหม่เป็นการชั่วคราว เพื่อกระจายจำนวนคน โศกนาฏกรรมเมื่อคราวเปิดเซิฟเวอร์สอง ในที่สุดก็ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

การเปิดเซิฟเวอร์ที่สิบคราวนี้ ก็มีการเตรียมการรับมือที่พร้อมสรรพเช่นกัน หมู่บ้านผู้เล่นใหม่ทุกแห่งเนืองแน่นไปด้วยผู้เล่นที่ออนไลน์เข้ามาอย่างเท่าๆ กัน ทอดมองออกไปแม้คนจะเยอะ แต่ก็ไม่เยอะจนถึงขั้นวิบัติ แต่สำหรับรอบๆ ตัว NPC (Non-Player Character) ผู้มีหน้าที่จ่ายเควสต์ นั่นก็เป็นอีกภาพหนึ่ง เพราะทุกคนต่างต้องมารับเควสต์จาก NPC คนนี้ พอกรูกันเข้ามา ก็เบียดกันเป็นกระจุก กลอรี่ไม่ได้มีฟังก์ชั่นซ้อนตัวหรือเดินทะลุกันได้ จึงมองเห็นภาพของคนล้อมคน ซ้อนกันเป็นวงๆ คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า ผู้เล่นจำนวนมาก เด้งตัวเหยงๆ หมายจะกระโดดข้ามหัวคนอื่นเพื่อผ่านเข้าไป แต่เพราะตัวละครใหม่ที่เพิ่งเข้าเกมยังไม่มีเลเวล แรงกระโดดก็น้อย ความสูงไม่พอ เมื่อทอดมองไป ทำให้อดรู้สึกว่าภาพที่ทุกคนกระโดดกันเหยงๆ นั้นช่างสวยงามน่ารักเสียนี่กระไร

สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือที่แกร่งกล้าแค่ไหนก็ต้องจนเกล้า ส่วนเฉินกั่วซึ่งอยู่ข้างๆ นั้นยิ้มระรื่น ทำหน้าแบบกะแล้วว่าต้องเป็นงี้ก่อนจะชำเลืองดูตัวของเยี่ยชิว แล้วจำชื่อไอดีของเขาเอาไว้ “*จวินม่อเซี่ยว” (*เชิงอรรถ จวิน=ท่าน คำสรรพนามสุภาพ ใช้ได้ทั้งกับบุรุษที่สองและสาม, ม่อเซี่ยว=อย่าหัวเราะ อย่าขำขัน จวินม่อเซี่ยวเป็นคำในบทกวีราชวงศ์ถังชื่อเหลียงโจวฉือที่ประพันธ์โดยหวังฮั่น มาจากบทเต็มว่าเหล้าองุ่นรินล้นจอกเรืองแสง ใคร่ยกดื่มเสียงผีผาพลันเร่งเร้า หากเมาพับคาสนามท่านอย่าขำ แต่ไรมาศึกสงครามกี่ชีพหวน”)

ท่ามกลางข้อความที่ฟลัดกันเต็มหน้าจอและเสียงกรีดร้องรัวๆ ของผู้เล่นนับจำนวนไม่ถ้วน สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น วิธีการแก้ไขทำอย่างไรนะหรือ นั่นก็คือเปิดทางออก ให้ผู้เล่นด้านในที่รับเควสต์แล้วได้ออกมากัน สถานการณ์ก็จะดำเนินต่อไปได้

เยี่ยซิวควบคุมตัวจวินม่อเซี่ยวตระเวนรับเควสต์อย่างยากเย็นจนจบรอบ เริ่มทำเควสต์ต่างๆ จนเสร็จสิ้น ก็หมู่บ้านผู้เล่นใหม่ไง เนื้อหาสำคัญก็คือสอนให้ผู้เล่นคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของเกมและวิธีการควบคุมตัวละคร ภารกิจทั้งหมดเป็นแนวฝึกสอน เยี่ยซิวย่อมไม่ถึงขั้นต้องพึ่งพาไกด์แบบทุกขั้นตอน หลังจากผ่านพ้นมหกรรมการแย่งฆ่ามอนสเตอร์ เข้าคิว เบียดเสียดกับผู้คน เอาเป็นว่าสารพันปัญหาที่เกิดจากจำนวนคนที่ล้นหลามนั่นแหละ ในที่สุดเควสต์ระลอกแรกที่พอจะทำจบได้ก็จบหมดแล้ว ระหว่างนี้เฉินกั่วจะมาสังเกตการณ์ คอยวิพากษ์วิจารณ์เป็นพักๆ สุดท้ายกว่าภารกิจที่ง่ายเป็นบ้าเหล่านี้จะแล้วเสร็จ ก็ใช้เวลาไปถึงสองชั่วโมงเต็ม ทำให้เยี่ยซิวอดคร่ำครวญออกมาไม่ได้ว่ายอดฝีมือแล้วไง ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งฝูงคน ยอดฝีมือก็เป็นได้แค่ปุยเมฆ

ในที่สุดก็จบ เลเวลเจ็ดแล้วเยี่ยซิวส่งมอบเควสต์สุดท้ายออกไป เลเวลก็อัพอีกหนึ่งขั้น เขาหันมาพูดกับเฉินกั่ว ปรากฏว่าคุณหนูใหญ่เฉินขณะนี้ หลังพิงพนักหลับปุ๋ยไปแล้ว โดยที่ยังหันหน้ามาทางจอของตนอยู่เลย!

มีแค่นี้ยังคิดจะทดสอบสมรรถนะการโต้รุ่งของตนเนี่ยนะ เยี่ยซิวมองเหยียดครู่หนึ่ง ถอดเสื้อนอกของตนโยนใส่ตัวเฉินกั่ว แล้วหันกลับมาดำเนินเส้นทางแห่งการหักร้างถางพงของตนต่อไป

เปิดดูหน้าต่างสถานะ หลังจากเคลียร์ภารกิจล็อตนี้สำเร็จ ตัวจวินม่อเซี่ยวก็มีแต้มสกิลทั้งหมดสามร้อยสี่สิบแต้มแล้ว

ในกลอรี่ การเรียนสกิลและการอัพเลเวลสกิลจะต้องใช้สิ่งที่เรียกว่าแต้มสกิลหรือสกิลพอยต์ สกิลต่างชนิดกัน ใช้จำนวนแต้มไม่เท่ากัน มีตั้งแต่สิบแต้มถึงห้าสิบแต้ม ตัวละครเลเวลเจ็ดสิบซึ่งเป็นเลเวลสูงสุดของเกมในปัจจุบัน หากทำเควสต์พื้นฐานทั้งหมดจนครบถ้วน สามารถได้รับแต้มสกิลรวมทั้งสิ้นสี่พันแต้ม แต่นี่ไม่ใช่จำนวนสูงสุดของแต้มสกิล จำนวนสูงสุดของแต้มสกิลจริงๆ คือห้าพันแต้ม ซึ่งอีกหนึ่งพันแต้มที่เหลือ ต้องอาศัยดวงและฝีมือระดับหนึ่ง จึงจะสรรหามาเพิ่มเติมได้

ตลอดสิบปีของกลอรี่ จนปัจจุบันยังไม่มีไอดีไหนมีจำนวนแต้มสกิลสูงถึงห้าพันแต้ม ต่อให้เป็นไอดีระดับเทพเจ้าของฉายาเทพสงครามอย่างอี๋เยี่ยจือชิว ก็มีแต้มสกิลอยู่สี่พันแปดร้อยสี่สิบแต้มเท่านั้น ยังขาดอีกหนึ่งร้อยหกสิบแต้ม หนึ่งร้อยหกสิบแต้มสกิลจะว่ามากก็ไม่มาก จะว่าน้อยก็ไม่น้อย หากใช้ทั้งหมดไปกับการเรียนท่าใหญ่ที่ต้องใช้จำนวนแต้มห้าสิบแต้มสกิลเพิ่ม ก็จะได้ท่าใหญ่เพิ่มขึ้นสามท่า หรือไม่ก็นำมาเพิ่มเลเวลของท่าใหญ่ที่มีอยู่แล้วได้สูงขึ้นสามเลเวล สำหรับยอดฝีมือระดับสูง นี่เป็นข้อได้เปรียบที่เยอะมาก

ดังนั้นขณะทำเควสต์สำหรับผู้เล่นมือใหม่ เควสต์ที่มีรางวัลเป็นค่าประสบการณ์และอุปกรณ์สวมใส่สามารถข้ามได้ แต่เควสต์ที่มีรางวัลเป็นแต้มสกิลจะไม่รับไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีรางวัลที่เป็นแต้มสถานะหรือสเตตัสพอยต์ ตัวละครในกลอรี่นั้นมีสถานะพื้นฐานสี่อย่างได้แก่ความแข็งแกร่ง สติปัญญา กำลังกาย และพลังวิญญาณ

ความแข็งแกร่ง เป็นสถานะที่ส่งผลต่อการโจมตีทางกายภาพ การป้องกันทางกายภาพ การแบกรับน้ำหนัก

สติปัญญา ส่งผลต่อการโจมตีด้วยเวท การป้องกันเวท และปริมาณของพลังเวท

กำลังกาย ย่อมส่งผลต่อปริมาณของพลังชีวิต และค่าความอึดของตัวละคร

ส่วนพลังวิญญาณ ช่วยเพิ่มผลลัพธ์พิเศษของสกิลสร้างอาการ และเพิ่มภูมิต้านทานอาการแปลกปลอมต่างๆ

สี่สถานะพื้นฐานจะเติบโตไปเองตามการเพิ่มเลเวลของตัวละคร มีเพียงเมื่อเปลี่ยนอาชีพภายหลังเลเวลยี่สิบแล้ว จึงจะมีอัตราส่วนการเติบโตที่ต่างกัน แต่สำหรับเควสต์ที่มีรางวัลเป็นแต้มสเตตัส จะมองทุกอย่างเสมอภาคกันหมด สเตตัสความแข็งแกร่งก็คือความแข็งแกร่ง อาชีพสายความแข็งแกร่งสามารถขอรับเควสต์ที่ให้แต้มความแข็งแกร่งได้ ขณะเดียวกันหากผู้เช่นอาชีพสายสติปัญญาอยากมาขอรับเควสต์ความแข็งแกร่งก็ยินดี

หมายความว่า หากไม่มีการปรับค่าการเติบโตภายหลังเปลี่ยนอาชีพ ไอดีเลเวลสูงสุดไอดีหนึ่ง เมื่อทำเควสต์จนครบทุกเควสต์ ค่าสถานะพื้นฐานทั้งสี่จะเท่ากันหมด ไม่มีความแตกต่างแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นเควสต์ที่ควรทำก็ควรทำให้จบ จากนั้นจึงอาศัยอุปกรณ์สวมใส่ สำหรับเพิ่มค่าสถานะพิเศษตามที่ตนต้องการ

ดังนั้น สำหรับยามนี้ เรื่องค่าสถานะยังไม่มีอะไรให้ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ เยี่ยซิวตรวจดูหน้าต่างสถานะแล้ว ก็พาจวินม่อเซี่ยวหอบแต้มสกิลไปเรียนสกิลทันที

เกมกลอรี่จะเปลี่ยนอาชีพตอนเลเวลยี่สิบ ก่อนเลเวลยี่สิบตัวละครจะไม่มีอาชีพ หรือพูดอีกอย่างก็คือเป็นได้ทุกอาชีพ ดังนั้นจึงสามารถเรียนรู้สกิลของทุกอาชีพ ขอเพียงคุณมีแต้มสกิลที่มากพอ นี่ก็เป็นการออกแบบอย่างหนึ่งเพื่อให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับประสบการณ์รอบด้านได้โดยสะดวก ค้นหาอาชีพที่ตนสนใจจนเจอก่อนถึงเลเวลยี่สิบ จากนั้นเมื่อถึงเลเวลยี่สิบที่เปิดโอกาสให้เปลี่ยนอาชีพ ระบบจะคืนแต้มสกิลทั้งหมดที่เคยใช้ ให้นำกลับไปตั้งหลักเรียนสกิลใหม่ แต่เมื่อไหร่ที่เปลี่ยนอาชีพแล้ว ก็จะเรียนได้เฉพาะสกิลของอาชีพตนเองเท่านั้น อย่าฝันจะเป็นยาหม่องเอนกประสงค์อีกต่อไป

เยี่ยซิวจำเรื่องเควสต์สำหรับผู้เล่นมือใหม่ไม่ได้ จำวิธีเล่นดันเจี้ยนสำหรับผู้เล่นมือใหม่ไม่ได้ แต่สกิลสำหรับผู้เล่นมือใหม่ เขาไม่มีวันลืม สกิลในกลอรี่ออกแบบมาให้มีความสมดุลที่ดีมาก สกิลระดับต่ำสุดก็มีประโยชน์ใช้สอยในตัวมันเอง คนทุกคนสามารถเลือกจัดชุดสกิลเซ็ตกันได้ตามความชอบ เป็นเพราะแต้มสกิลนั้นมีจำกัด แต้มสกิลสี่พันแต้มที่จะได้มาเมื่อตัวละครเลเวลสูงสุด ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับอัพเกรดสกิลทั้งหมดให้เต็มขั้น แม้กระทั่งห้าพันแต้มก็ทำไม่ได้ ดังนั้นในการเลือกสรรสกิล จึงต้องรู้จักคัดกรอง

เรื่องการคัดกรองสกิล ยอดฝีมืออย่างเยี่ยซิวย่อมมีสูตรเฉพาะของตัวเอง ตัวละครอี๋เยี่ยจือชิวของเขาแม้มีอาชีพเป็นนักเวทสงคราม แต่ตัวตนของเขาได้รับการยกย่องเป็นระดับตำราสอน ดังนั้นมีหรือที่จะเล่นเป็นแค่อาชีพเดียว ต้องเชี่ยวชาญทุกอาชีพเท่านั้น จึงจะมีคุณสมบัติที่สมฉายานี้

เยี่ยซิวแทบไม่ต้องใช้ความคิดใดๆ ก็วิ่งไปหาสกิลมาสเตอร์ในกลุ่มสกิลทั่วไป เพื่อเรียนสกิลร่วมกันสองอย่าง : วิ่งเร็ว, ม้วนกลิ้ง จนถึงเลเวลห้าไว้ก่อนเพื่อน

สกิลร่วมกันหมายถึงสกิลที่สามารถเรียนได้ทุกอาชีพ สกิลทั้งสองอย่างที่เยี่ยชิวเรียนนี้มีราคาถูกมาก แต่ละสกิลใช้แต้ทสกิลเพียงสิบแต้ม จะช่วยเพิ่มทางเลือกสำหรับการเคลื่อนที่ให้กับตัวละครได้สองอย่าง

วิ่งเร็วคือเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ สกิลนี้ไม่มีคูลดาวน์ (Cool Down รอพัก) แต่จะผลาญค่าความอึด เมื่อใช้ค่าความอึดหมดก็จะกลับสู่การเคลื่อนไหวในความเร็วปกติ วิธีฟื้นค่าความอึดคือให้เดินหรือหยุดอยู่กับที่ หากเดินก็จะฟื้นพลังช้า หยุดอยู่กับที่จะฟื้นพลังเร็วขึ้น

ส่วนม้วนกลิ้งความหมายตรงตัวตามตัวอักษร ให้ตัวละครเคลื่อนที่แบบม้วนตัว แบ่งเป็นม้วนหน้า ม้วนหลัง ม้วนซ้าย ม้วนขวา ม้วนเฉียง ม้วนตัวด้วยความเร็วเท่ากับเดิน ม้วนตัวด้วยความเร็วเท่ากับวิ่ง แล้วแต่ผู้เล่นจะเลือกใช้ เช่นเดียวกัน สกิลนี้ไม่มีคูลดาวน์ แต่ต้องใช้ค่าความอึด

จากนั้นก็คือการเรียนรู้สกิลประจำสายอาชีพ ซึ่งเยี่ยซิวก็มีหลักการคิดเช่นกัน เขารู้ดีว่าในช่วงระยะนี้สกิลไหนมีประโยชน์สูงสุดสำหรับเขา

สกิลแรกที่เรียนคือปะทะเวหาเป็นสกิลของนักเวทสงคราม ทั้งนี้สกิลทำให้ลอยมีอยู่ในทุกสายทุกอาชีพ ให้ผลที่เหมือนกัน นั่นคือเมื่อสั่งโจมตีออกไป เป้าหมายที่ถูกโจมตีจะตัวลอยขึ้นฟ้า เลเวลยิ่งสูง ยิ่งลอยตัวสูง ค่าความเสียหายก็ยิ่งมากขึ้นตาม เป็นหนึ่งในสกิลพื้นฐานที่ใช้งานบ่อยที่สุด อย่างไรก็ตาม ตัวจริงของเยี่ยซิวคือนักเวทสงคราม ดังนั้นเมื่อเลือกเรียนสกิลทำให้ลอย จึงเลือกเรียนปะทะเวหาของนักเวทสงครามมาติดตัวไว้

จากนั้นก็คือเขี้ยวมังกรยังคงเป็นสกิลประจำตัวนักเวทสงครามเช่นเดิม เป็นท่าแทงตรง สามารถทำให้ศัตรูติดอาการสตัน (Stun) ก็คือมึนงงชั่วสั้นๆ เนื่องจากตัวจริงของเยี่ยซิวคือนักเวทสงคราม เขาจึงเลือกเรียนพ่วงมาด้วย

ถัดมาคือกระสุนลอยฟ้าของอาชีพนักแม่นปืนจักรกลสะกดรอยของอาชีพช่างเครื่องกลดาบคลื่นผ่าพสุธาของอาชีพนักดาบมนตราท่าทุ่มซูเพล็กซ์ของอาชีพนักยูโดชูริเคนของอาชีพนินจาการ์ดปกป้องของอาชีพจอมยุทธ์ดาบวงแหวนไฟฟ้าของอาชีพนักเวทพลังธาตุ และรักษาของอาชีพนักบวช

สกิลเลเวลต่ำพวกนี้ ต่างใช้แต้มสกิลไม่มาก ทั้งหมดอยู่ที่ไม่เกินยี่สิบแต้ม บวกกับตัวจวินม่อเซี่ยวเองเพิ่งจะเลเวลเจ็ด เพิ่มระดับเลเวลของสกิลได้จำกัด จนสุดท้ายแต้มสกิลทั้งหมดสามร้อยสี่สิบแต้มก็ยังมีเหลือ เยี่ยซิวไม่ไปเรียนสกิลอื่นเพิ่ม สำหรับเขา เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ครบแล้ว

แต่สูตรการจัดสกิลอันมาจากยอดฝีมือขั้นเทพสูตรนี้ หากผู้เล่นทั่วไปมาเห็นเข้า จะต้องหัวเราะหนักมาก

บทที่ 6 ร่มแสนกล

ข้อแรก ช่วงที่เลเวลต่ำนั้นจะผ่านไปเร็วมาก ความพยายามจัดสรรสกิลอย่างพิถีพิถันในช่วงนี้ไม่มีความจำเป็นเลย คนจำนวนมากจะเว้นว่างไว้เฉยๆ หาคนช่วยพาไปเก็บเลเวลจนถึงเลเวลยี่สิบ หลังเปลี่ยนอาชีพแล้วค่อยว่ากัน แม้เลเวลที่ต่ำกว่ายี่สิบจะมีไว้ให้ผู้เล่นทดลองเล่นอาชีพต่างๆ ให้ครบด้าน แต่นับจากเริ่มเข้าเกม ผู้เล่นทั่วไปก็มักมีเป้าหมายในใจกันคร่าวๆ อยู่แล้ว จะเล่นสายนักเวท สายนักดาบ หรือสายอาวุธปืน ทิศทางใหญ่ๆ พวกนี้มีกันในใจอยู่แล้ว แต่การประกอบสกิลของเยี่ยซิวนั้น ถึงขั้นควบรวมทุกสายอาชีพ จริงอยู่ที่ว่า เลเวลต่ำกว่ายี่สิบสามารถเรียนรู้สกิลได้อย่างไร้ข้อจำกัด แต่ในการใช้งานสกิลนั้นถูกจำกัดโดยตัวอาวุธที่ใช้

อย่างเช่นกระสุนลอยฟ้าของนักแม่นปืน หากในยามที่คุณถือมีดหรือดาบของอาชีพสายนักดาบ ทำอย่างไรคุณก็ใช้สกิลนั้นไม่ได้ ดังนั้นจากวิธีการเลือกใส่แต้มสกิลแบบจวินม่อเซี่ยว หมายความในกระเป๋าของเขาต้องพกพาอาวุธให้ครบทุกสายอาชีพ การสลับเปลี่ยนไปมาก็เป็นเรื่องยุ่งยากมาก ในช่วงระยะแรกเกิดที่เลเวลต่ำกว่ายี่สิบ หาเรื่องยุ่งยากมากมายใส่ตัวขนาดนี้ มิเป็นการหาเหาใส่หัวหรอกหรือ ยกเว้นจะเป็นการเล่นคนจรที่เคยนิยมเล่นกันในสมัยก่อน

คนจรคืออะไร ไม่มีอาชีพก็คือคนจร แต่นั่นเป็นเรื่องราวเมื่อยุคที่เลเวลสูงสุดในเกมคือห้าสิบ ภายหลังการแก้ไขของระบบ ดีดเลเวลสูงสุดของตัวละครเพิ่ม มีเควสต์ความตื่นรู้ทางอาชีพขึ้นมา วิธีการเล่นแบบคนจรก็หายสาบสูญไปแล้ว ผู้เล่นยุคนี้หากใครเห็นสูตรสกิลของจวินม่อเซี่ยวเข้า ไม่มีใครคิดถึงเรื่องคนจรกันอีกแล้ว มีแต่จะหัวเราะเยาะ

เยี่ยซิวเหมือนกับไม่ทันนึกถึงเรื่องนี้เลยสักนิด บนตัวจวินม่อเซี่ยวขณะนี้มีเพียงดาบสำริดเกรดสีขาวเพียงเล่มเดียว มิหนำซ้ำหลังจากเรียนสกิลจนครบแล้วเดินผ่านร้านชำ เยี่ยซิวยังเอาอาวุธที่มีเพียงหนึ่งเดียวนี้ไปขายทิ้งอีกด้วย จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังโกดังเก็บของ เปิดตู้ออก แต่แล้วในนั้นกลับมีไอเท็มชิ้นหนึ่งวางนอนอยู่

ไอดีที่จะทำเรื่องขอย้ายเซิฟเวอร์ได้นั้นควรเป็นไอดีเปล่า ความหมายของไอดีเปล่าก็คือค่าประสบการณ์ เงิน กระเป๋า ตู้เก็บของ รวมไปถึงตู้จดหมาย ทั้งหมดต้องว่างเปล่า

ทว่าไอดีจวินม่อเซี่ยวที่เพิ่งย้ายเข้าเซิฟเวอร์สิบนี้ ในตู้เก็บของเขากลับมีไอเท็มอยู่หนึ่งชิ้น

ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นมาได้อย่างไร แต่ทุกสิ่งเหมือนอยู่ในความคาดหมายของเยี่ยซิวแต่แรกอยู่แล้ว เขารู้ตัวว่าเขาจะเจอไอเท็มชิ้นนี้ที่นี่ แต่ว่า ในวินาทีที่เขาเจอ สีหน้าของเยี่ยซิวกลับไม่มีร่องรอยของความความปีติยินดีแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน กลับท่วมท้นไปด้วยความเศร้า มือขวาที่เลื่อนเมาส์ ปรากฏอาการสั่นอย่างที่เกิดขึ้นไม่บ่อยอีกครั้ง อาการเช่นนี้เมื่อครั้งล่าสุด เกิดขึ้นตอนสูญเสียตัวอี๋เยี่ยจือชิวไป ส่วนคราวนี้ กลับเกิดขึ้นขณะได้รับไอเท็มนี้

เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือมัน

ร่มแสนกล เลเวล 5

น้ำหนักสองพันสามร้อยกรัม ความเร็วโจมตี 5

ค่าโจมตีกายภาพ 180 ค่าโจมตีเวท 180

หมดแล้ว เรียบง่ายจนไม่มีแม้แต่สถานะเสริม เรียบง่ายจนเหมือนเป็นอาวุธเกรดสีขาว

ทว่าสีของชื่อร่มแสนกล ไม่ได้เป็นสีขาวเลยสักนิด แต่เป็นสีเงิน

เกรดของอุปกรณ์สวมใส่ในกลอรี่สามารถดูได้จากสี ได้แก่ส้ม ม่วง น้ำเงิน เขียว ขาว อุปกรณ์สวมใส่สีขาวจะไม่มีสถานะเสริม อุปกรณ์สวมใส่สีเขียวโดยมากเป็นอุปกรณ์เปลี่ยนผ่านที่ได้จากการทำเควสต์ อุปกรณ์สวมใส่สีน้ำเงินจะบังคับดร็อป (ตกหล่น) จากตัวบอสประจำด่าน และมีแจกให้ในบางเควสต์ เป็นอุปกรณ์สวมใส่กระแสหลักที่มีจำนวนมากสุด ส่วนอุปกรณ์สวมใส่สีม่วงกับสีส้มนั้นคือสินค้าชั้นสูง ถ้าไม่เงินก็ต้องโชค ต้องมีสักอย่างที่โดดเด่น จึงจะได้มาครอบครอง

ตัวอักษรสีเงินของร่มแสนกล กลับไม่อยู่ในกลุ่มสีทั้งห้านี้ หากเฉินกั่วขณะนี้ตื่นอยู่ เธอจะต้องช็อกมาก สีเงิน คือสีเฉพาะของอุปกรณ์ประดิษฐ์เองการประดิษฐ์อุปกรณ์ได้เอง เป็นหนึ่งในจุดเด่นของกลอรี่ มันไม่ใช่พวกสกิลการสร้างสิ่งของในชีวิตประจำวันเหมือนระบบเกมทั่วไป แต่ประดิษฐ์ขึ้นโดยเครื่องมือปรับแต่งอุปกรณ์ชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในตัวเกม ถือเป็นรายละเอียดชั้นสูง

ในกลอรี่จะมีถ้อยคำที่ร่ำลือกันออกไปอย่างกว้างขวางว่า อุปกรณ์ประดิษฐ์เองอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่แกร่งสุด แต่อุปกรณ์ที่แกร่งสุดย่อมเป็นอุปกรณ์ประดิษฐ์เอง

อุปกรณ์ประดิษฐ์เอง ถือเป็นการมีอยู่ที่เหนือกว่าอุปกรณ์สวมใส่สีส้มระดับตำนาน ในสมาพันธ์ลีกอาชีพ ทุกสโมสรล้วนมีทีมงานฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ประดิษฐ์เอง มีการทุ่มเงินค้นคว้าวิจัยพัฒนากันอย่างจริงจัง ทวนศึกเชวี่ยเสีย (ปัดป้องภัยพาล) อาวุธที่เทพสงครามอี๋เยี่ยจือชิวใช้ ก็เป็นอุปกรณ์สีเงินที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง! เป็นศัสตราวุธชื่อก้องแห่งโลกกลอรี่ มีเพียงเจ้าเดียว ไม่มีสาขา

จุดเด่นของอุปกรณ์ประดิษฐ์เอง เป็นตัวกำหนดให้เกิดการลอกเลียนแบบได้ยากมาก ทุกชิ้นเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่มีสอง

เพียงแต่ มันอาจเป็นผลงานขั้นสูงสุดระดับมหากาพย์ที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสอง ขณะเดียวกันก็อาจเป็นขยะอันไร้ค่าที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสองด้วยเช่นกัน

แล้วร่มแสนกลล่ะ มันคือขยะหรือเพชรน้ำหนึ่งกันแน่

ถ้าเฉินกั่วตื่นอยู่ ถ้าเธอมีความรู้เรื่องค่าสถานะของอาวุธ เธอจะต้องแยกแยะได้ในทันที

เพชร ร่มแสนกลเป็นเพชรน้ำหนึ่งโดยแท้ เป็นยอดศัสตราวุธที่เหนือชั้นกว่าอุปกรณ์สีส้ม เทียบเท่าทวนศึกเชวี่ยเสีย ค่าโจมตีกายภาพและค่าโจมตีเวทที่ 180 นั้น เทียบเท่ากับอาวุธเกรดส้มเลเวลสิบ ซ้ำยังเป็นอาวุธเกรดส้มที่มีค่าโจมตีสูงสุดของทุกสายอาชีพแล้วด้วย แต่อาวุธที่มีค่าโจมตีสูง มักมีน้ำหนักมาก มีค่าความเร็วโจมตีต่ำ ทว่าน้ำหนักของร่มแสนกลกลับไม่มาก ซ้ำยังมีค่าความเร็วโจมตีที่ 5 แบบทั่วๆ ไปเท่านั้น ต่อให้นำมาเทียบกับอาวุธเกรดส้มเลเวลสิบ อาศัยเพียงข้อนี้ ร่มแสนกลก็ยังชนะขาดลอย

แต่ข้อเสียของมันก็ยังปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ร่มแสนกลมีเพียงสถานะพื้นฐาน ไม่มีคุณสมบัติบวกเสริม นอกจากนี้ เลเวลห้าเป็นช่วงเวลาที่เพียงกะพริบตาก็ผ่านพ้นไปแล้ว

แต่เยี่ยซิวกลับไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ เพราะเขารู้ว่าร่มแสนกลคันนี้เป็นผลงานแห่งอัจฉริยะของแท้ ผ่านการทดลองและล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่งประดิษฐ์เป็นร่มแสนกลเลเวลห้าคันนี้ขึ้นมาได้ นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว จุดเด่นของอาวุธประดิษฐ์เอง ก็คือเมื่อจับหลักการและวิธีการได้แล้ว ก็สามารถพัฒนายกระดับต่อยอดไปได้เรื่อยๆ ดังนั้นอาวุธประดิษฐ์เองจึงไม่มีคำว่าตกยุค อาศัยเครื่องมือปรับแต่ง มันสามารถอัพเกรดตัวเองต่อไปไม่รู้จบ

เยี่ยซิวหยิบร่มแสนกลออกมาเบาๆ ถือไว้ด้วยมือของจวินม่อเซี่ยวเริ่มกันเถอะ!” เขาพูดเสียงเบาขึ้นหนึ่งคำ จากนั้นก็ควบคุมตัวของจวินม่อเซี่ยว มุ่งหน้าสู่ป่าแห่งกริมม์ดันเจี้ยนของหมู่บ้านมือใหม่ จนเสมือนว่าตัวจวินม่อเซี่ยวได้ยินคำพูดของเขา อย่างไรอย่างนั้น

ป่าแห่งกริมม์เป็นดันเจี้ยนหรือด่านสำหรับผู้เล่นจำนวนห้าคน อนุญาตให้เข้าได้เมื่อผู้เล่นถึงเลเวลห้า หากผู้เล่นมีเลเวลสิบขึ้นไป สถิติจะถือเป็นโมฆะ หมายความว่าไม่สามารถมีชื่อติดอันดับทำเนียบต่างๆ บนบอร์ดประกาศ เนื่องจากผู้เล่นเข้าใหม่จะถูกส่งตัวเข้าเกมแบบกระจัดกระจาย ดังนั้นแม้ผู้เล่นหลายคนจะชักชวนเพื่อนฝูงกันมาบุกเบิกเซิฟเวอร์ใหม่ด้วยกัน แต่ก็ยังรวมตัวกันไม่ติดในทันที หน้าทางเข้าด่านจึงเป็น*ปาร์ตี้ (*เชิงอรรถ – Party ขยายความเพิ่มเติม) แบบเปิดกันเสียมาก เยี่ยซิวเพิ่งจะควบคุมตัวจวินม่อเซี่ยวมาถึงตรงนี้ ก็ได้รับคำเชิญเข้าร่วมปาร์ตี้จำนวนไม่น้อย เยี่ยซิวก็ไม่ได้คัดกรองอะไรมาก เลือกทีมที่ขาดคนแค่คนเดียวแล้วก็กดเข้าร่วมเลย

ครบแล้ว ครบแล้ว ครบแล้วพอเข้าทีมได้เยี่ยซิวก็เห็นหัวหน้าทีมที่ชื่อเยวี่ยจงเหมียน (นิทราในดวงจันทร์) ร้องโหวกเหวกขึ้นในทีม

ถ้าเจอบอสลับ แบ่งของยังไงเยี่ยซิวถามออกไปคำหนึ่ง

โอ้ มองการณ์ไกลดีนี่!” ฟังจากเสียงอุทานตอบของเยวี่ยจงเหมียน ทำให้ดูออกว่าคนคนนี้ไม่ใช่นักเล่นหน้าใหม่จริงๆ อย่างน้อยเขาก็ไม่ถามว่าบอสลับคืออะไร

บอสลับ จะมีโอกาสเกิดก็ต่อเมื่อเป็นการลงดันเจี้ยนแบบปาร์ตี้ ระบบจะแจ้งเตือนถึงผู้เล่นตั้งแต่ก้าวเข้าดันเจี้ยน บอสลับจะมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าบอสด่านนิดหน่อย และจะดร็อปอุปกรณ์สวมใส่หรือสิ่งของต่างๆ ที่บอสทั่วไปไม่มี

ด้วยฝีมือระดับนักกีฬาอาชีพอย่างเยี่ยซิว ความจริงเขาสามารถลงดันเจี้ยนเล็กๆ ระดับนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เหตุที่เขามาหาปาร์ตี้เข้าร่วม ก็เพราะตั้งใจอยากเจอบอสลับที่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อลงดันเจี้ยนแบบปาร์ตี้เท่านั้น เพราะเขามีความต้องการต่อวัตถุดิบที่จะดร็อปให้จากตัวบอสลับ สิ่งของเหล่านั้นจำเป็นสำหรับนำมาใช้อัพเกรดร่มแสนกล เยี่ยซิวรู้ตัวดีว่า เทียบกับการอัพเลเวลให้ตัวจวินม่อเซี่ยว การอัพเลเวลให้ร่มแสนกลเป็นเรื่องยากกว่าเยอะ เขาตัดสินใจเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ จับคู่ทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน

ดันเจี้ยนหรือด่านระดับล่างๆ อย่างป่าแห่งกริมม์ ต่อให้มีชุดเกราะอาวุธที่ดีแค่ไหนให้ ก็ต้องเปลี่ยนทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงไม่มีราคาค่างวดอะไรนัก นอกจากค่าประสบการณ์แล้ว สิ่งที่ยั่วยวนใจมากหน่อยสำหรับที่นี่ก็คือวัตถุดิบที่จะดร็อปได้จากตัวบอสลับ วัตถุดิบพวกนี้ไม่มีวันตกยุค ต่อให้อยู่ในเซิฟเวอร์เก่า ก็ยังมีผู้เล่นเลเวลสูงๆ มาเป็นพี่เลี้ยงพานักเล่นใหม่ๆ ลงดันเจี้ยนเพื่อหาโอกาสเจอบอสลับเช่นกัน

เห็นได้ว่าเยวี่ยจงเหมียนก็รู้ในจุดนี้ดี จึงประกาศวิธีแบ่งสันปันส่วนของรางวัลหากเจอบอสลับว่าของที่ได้จากเจ้าสิ่งนั้นเป็นเงินเป็นทองทั้งหมด ถ้าได้เจอจริงก็ใช้วิธีทอยแต้มเอาละกัน!”

ได้ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น หากได้ของดีก็จะเก็บไว้เองหรือไง นี่เป็นปาร์ตี้แบบเปิด ไม่มีเหตุผลให้สามารถทำเช่นนั้น

ตกลง ถ้าเตรียมตัวพร้อมก็ลงดันกันได้แล้วเยวี่ยจงเหมียนเคาะข้อความส่งมา หลังจากได้รับคำตอบยืนยันจากทุกคน ก็ก้าวเข้าสู่ตัวด่านพร้อมกัน

ตอนแรกเยี่ยซิวต้องคุยกับเฉินกั่วที่นั่งด้วยอยู่ข้างๆ จึงไม่ได้ใช้หูฟังไมโครโฟนสักที บัดนี้เขาหยิบขึ้นมาสวม พอเข้าสู่ตัวด่าน ก็ได้ยินเสียงหนึ่งตะโกนโหวกเหวกอยู่ข้างในว่าเฮ่ย อะไรกัน โชคดีหรือยังไงเนี่ย แค่พูดบอสลับ บอสลับก็มา?”

บทที่ 7 แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืด

ระบบเกมของกลอรี่สนับสนุนการใช้เสียงสด ซ้ำยังสมจริงมากอีกด้วย แชนแนลเสียงจะมีเพียงแชนแนลเดียวนั่นคือตรงหน้าระยะความห่างใกล้หรือไกลกันของตัวละครจะมีผลต่อความดังเบาของเสียง ตัวระบบมีสูตรคำนวณหลักการถ่ายทอดเสียงของมันเอง ในเกมจะไม่มีดนตรีพื้นหลัง มีแต่เสียงซาวด์เอฟเฟกต์ประเภทลมพัดใบไม้ไหว เมื่อสวมหูฟังแล้ว ความรู้สึกเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงจะเข้มข้นมาก

เยี่ยซิวเดาว่าคนที่ตะโกนโหวกเหวกนั่นคือเยวี่ยจงเหมียน เขาเองก็เห็นคำเตือนจากระบบเรื่องการปรากฏตัวของบอสลับแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดแล้ว เยี่ยซิวเคาะคำว่าเหอะๆส่งออกไป แล้วก็ได้ยินเสียงของเยวี่ยจงเหมียนพูดขึ้นว่าใช้พูดเอาสิ พิมพ์เอาทำไม

มีคนหลับอยู่ ไม่สะดวกเยี่ยซิวเคาะแป้นพิมพ์ตอบไปเช่นนี้ จากนั้นก็ล้วงบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า เขย่าออกจากซองมามวนหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว คาบไว้ด้วยปากแล้วจุด

อ้อเยวี่ยจงเหมียนแสดงความเข้าใจ แล้วก็ถามต่อคนอื่นๆ ล่ะ

คนที่เหลืออีกสามคนพากันส่งเสียงตอบ จากนั้นเยวี่ยจงเหมียนก็แสดงอาการผิดหวังไม่มีสาวๆ เรอะ!”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ทั้งคณะก็ออกเดินทาง

ป่าแห่งกริมม์เป็นดันเจี้ยนขนาดเล็กที่มีไว้สอนผู้เล่นมือใหม่ให้ทำความคุ้นเคยกับเกม มันจะยากได้สักแค่ไหนกัน โดยเฉพาะเมื่อเห็นได้ชัดว่าเยวี่ยจงเหมียนไม่ใช่นักเล่นมือใหม่ เขาเป็นผู้บัญชาการ ตลอดทางก็ฝ่าด่านฆ่ามอนสเตอร์กันอย่างราบรื่น หลังจากเยี่ยซิวสั่งให้จวินม่อเซี่ยวใช้สกิลรักษาของนักบวชออกไปสองครั้งในช่วงต้น ก็ถูกเยวี่ยจงเหมียนใช้ทำหน้าที่แทนนักบวช กลายเป็นตัวสนับสนุนไปโดยปริยาย ความจริงในดันเจี้ยนระดับล่างๆ เช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรสามเหลี่ยมเหล็กนักรบ นักเวท นักบวชแต่เห็นได้ว่าเยวี่ยจงเหมียนลงดันเจี้ยนด้วยสูตรนี้จนชินแล้ว จึงบัญชาการไปตามสูตร ตัวของเขาเองทำหน้าที่เป็นตัว * MT ( * Main-Tank – ทำเชิงอรรถ ตัวชนหลัก หมายถึงผู้เล่นที่รับบทเป็นตัวหลักของการดึงดูดการโจมตี แบกรับการโจมตีของมอนสเตอร์ คนรองลงมาได้แก่ 2T 3T 4T) คอยดึงดูด*ความเกลียดชัง (* เชิงอรรถ Hate ยิ่งมอนสเตอร์มีความเกลียดชังผู้เล่นคนไหนมาก ก็ยิ่งไม่หันไปโจมตีผู้เล่นคนอื่นๆ) อีกสามคนเป็นตัว *ดาเมจ ( *เชิงอรรถ – DPS หรือ Damage Per Second ค่าความเสียหายต่อวินาที สามารถใช้หมายถึงผู้เล่นที่ทำหน้าที่จู่โจมสร้างความบาดเจ็บเสียหายต่อมอนสเตอร์หรือผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม) หรือสร้างความเสียหาย ส่วนจวินม่อเซี่ยวถูกเขาใช้ให้เป็นผู้อำนวยการกองสนับสนุนไป

การเดินหน้าควบคู่ไปกับเสียงเข่นฆ่าและเสียงเฮของลูกทีมทั้งห้า เยี่ยซิวนั้นชำนาญการ เลือกเดินบนตำแหน่งได้เปรียบ ได้รับคำชมเชยอย่างสูงจากหัวหน้าปาร์ตี้ แต่จิตใจของเยี่ยซิวขณะนี้กลับวูบไหว เขาฝ่าดันเจี้ยนพิชิตด่านพร้อมกับผองเพื่อนครั้งสุดท้ายคือเมื่อไหร่กันนะ ความรู้สึกเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้วนะ

มองดูเหล่ามอนสเตอร์ลูกสมุนล้มคว่ำลงทีละตัว ความนึกคิดของเยี่ยซิวผุดลอยคล้อยเคลื่อน ความทรงจำที่เขาระลึกได้นั้นมีมากเกินไปจริงๆ การผจญภัยในป่าแห่งกริมม์ ทำให้เขาถึงกับนึกถึงเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อน

เพื่อนรักที่รู้จักกับตนตั้งแต่กลอรี่เพิ่งเริ่มเปิด เพื่อนรักคนที่คุยโวกับตนเรื่องพัฒนาการและอนาคตของเกมเกมนี้แบบโต้รุ่งไม่หลับไม่นอน เขามองทะลุทุกสิ่ง พูดถูกต้องทุกอย่าง วางแผนทุกเรื่องไว้พร้อมสรรพ ปรากฏว่าเป็นเพราะการเปลี่ยนค่าของระบบที่อยู่นอกความคาดหมาย ความฝันและความหวังทั้งหมดกลายเป็นเงาบนฟองสบู่ เหลือทิ้งไว้เพียงร่มแสนกลที่ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์

นายควรเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่สุด ประสบความสำเร็จที่สุดของกลอรี่ถึงจะถูก…” นิ้วมือแตะผ่านคีย์บอร์ดเบาๆ เมาส์ขยับหนึ่งที สกิลรักษาของจวินม่อเซี่ยวก็เสกเข้าใส่ตัวเยวี่ยจงเหมียนแล้วอย่างแม่นยำ ขณะที่เยวี่ยจงเหมียนชมเปาะว่าเป็นการรักษาที่ถูกจังหวะที่สุด จิตใจของเยี่ยซิว กลับไม่ได้อยู่ในเกม

เอาละ ต่อจากนี้ก็คือเจ้าแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดแล้วนะเยวี่ยจงเหมียนฟันมอนสเตอร์จิ๋วตัวสุดท้ายตรงหน้าจนคว่ำแล้วกล่าว เยี่ยซิวได้ยินคำว่าแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืด สติก็กลับคืนมาทันที บอสลับไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวหลังจากฝ่าดันเจี้ยนจนจบแล้ว แล้วแต่ระบบจะจัดสรรให้ บางครั้งอาจเจอได้จากสักฉากหนึ่งตรงกลางทาง ซึ่งสำหรับพวกเยี่ยซิวคราวนี้ แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืด จะปรากฏตัวขึ้นตรงนี้แน่แล้ว

การโจมตีของแมวปีศาจ มีโอกาสทำให้ติดอาการต้องคำสาป แต่ก็เป็นแค่คำสาปเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรน่ากลัว แต่เจ้านี่ความเร็วของมันสูงมาก กว่าฉันจะจับมันได้อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย ทุกคนอึดไว้นะ อย่าตื่นอย่าลนเยวี่ยจงเหมียนวางแผนการรบ

ทุกคนพยักหน้า เยี่ยซิวก็ไม่ได้พูดอะไรมาก คำพูดของเยวี่ยจงเหมียนไม่มีส่วนใดที่ไม่ถูกต้อง

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีประกาศจากระบบ พวกเราอาจได้เป็นผู้ทำเฟิสต์คิลบอสลับประจำดันเจี้ยนของเซิฟเวอร์สิบก็เป็นได้!” เยวี่ยจงเหมียนพูดปลุกใจทุกคนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

ลุยเยวี่ยจงเหมียนออกคำสั่ง คนทั้งห้าหน้าเดิน ป่าแห่งกริมม์ที่เดิมมืดครึ้มอยู่แล้ว บรรยากาศก็มืดสลัวยิ่งขึ้นเพราะเมฆดำก้อนใหญ่ที่ลอยมาบดบังแสงอาทิตย์ ฝีก้าวของทุกคน ส่งเสียงดังชัดเป็นพิเศษ ไม่มีเสียงคุยกัน ทุกคนจดจ่ออยู่กับบรรยากาศรอบตัว

หยางกวน อย่าเอาแต่มองบนฟ้า แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดมันไม่ตกลงมาจากฟ้าหรอกเยวี่ยจงเหมียนพูดโพล่งออกมาคำหนึ่ง กลอรี่เป็นเกมที่ใช้มุมมองของบุคคลที่หนึ่ง ภาพที่แสดงบนหน้าจอ ตามหลักการก็คือมุมที่มองเห็นจากสายตาของคนจริง เนื่องจากการเก็บรายละเอียดที่ยอดเยี่ยม เมื่อไหร่ที่มองฟ้า ตัวละครย่อมต้องแหงนหน้าขึ้น เยวี่ยจงเหมียนเห็นหยางกวนลูกทีมตนเอาแต่แหงนหนา ก็อดตำหนิไม่ได้

ฮ่าฮ่าฮ่าท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน เยี่ยซิวพลันได้ยินเสียงซ่าซ่าอย่างเร่งรีบดังมาจากชายป่า เสียงลักษณะนี้ไม่ใช่เสียงฝีเท้า แต่เป็นเสียงร่างกายเสียดสีกับใบไม้

มาแล้วเยี่ยซิวเห็นว่าหากพิมพ์เอาอาจไม่ทันการ จึงรีบตะโกนบอกด้วยเสียงอู้อี้ ปากของเขายังคาบบุหรี่อยู่เลย! และในเวลาเดียวกัน เขาพรมนิ้วเบาๆ สองที จวินม่อเซี่ยวกระโดดถอยหลังพร้อมหมุนตัวในทีเดียว ตัวเขาก็หันหน้าตั้งรับทิศทางจู่โจมของแมวปีศาจแล้ว

ทุกคนเห็นการเคลื่อนไหวของจวินม่อเซี่ยว รู้ว่าสหายที่เงียบกริบมาตลอดทางคนนี้ เป็นผู้ส่งสัญญาณเตือนออกมาในยามคับขัน

ทั้งหมดถอยไปเยวี่ยจงเหมียนตะโกนออกมาคำหนึ่ง แต่ตัวเขากลับเป็นฝ่ายบุก หมายจะให้ตัวเองเป็นเป้าโจมตีอันดับแรกของแมวปีศาจ

คนอื่นสามคนก็ถอยหลังยืนประจำจุด เรียงเป็นแถวเดียวกับจวินม่อเซี่ยว ห่างจากเยวี่ยจงเหมียนหลายช่วงตัว ทุกคนกลั้นหายใจมองเพ่ง แต่ในยามนี้ เสียงซ่าซ่าในป่าของแมวปีศาจแห่งรัตติกาล กลับเงียบหายไปเช่นกัน

ทำไม…” หยางกวนเพิ่งพูดออกมาได้สองคำ เงาสีดำเงาหนึ่งก็เฟี่ยวออกมาจากป่า พร้อมกับเสียงร้องแหลมสูงของแมว การโจมตีแรก ก็ตะครุบเข้าใส่เยวี่ยจงเหมียนที่ยืนอยู่หน้าสุดจริงๆ

มาได้ดี!” เยวี่ยจงเหมียนไม่กลัวแม้แต่น้อย ควงดาบเข้าใส่ แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดมีขนาดตัวเล็ก เคลื่อนที่เร็ว มอนสเตอร์ประเภทนี้ท้าทายทักษะความแม่นยำในการควบคุมของผู้เล่นสูง ฝีมือของผู้เล่นทั้งสี่คนนี้ เยี่ยซิวดูออกนานแล้ว คาดว่ากว่าเยวี่ยจงเหมียนจะตรึงตัวแมวปีศาจเอาไว้ได้ อาจต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย เขาถึงกับสงสัยว่า ท้ายที่สุดตนอาจเป็นฝ่ายดึงดูดความเกลียดชังมา เพราะการช่วยรักษาทุกคนแทน แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร แค่รับมือกับแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดสักตัว เยี่ยซิวคนเดียวก็เกินพอแล้ว

ปรากฏว่าเยวี่ยจงเหมียนระเบิดพลังโชคเต็มอัตรา ดาบนี้ฟาดออกไปด้วยจังหวะเวลาที่เหมาะเหม็ง เข้าตัวแมวปีศาจที่ตัวลอยอยู่กลางอากาศอย่างจั๋งหนับ ตามด้วยม้วนกลิ้งไปข้างๆ หลบพ้นจากการตะครุบของมันได้ ประหยัดสกิลรักษาที่จวินม่อเซี่ยวเตรียมจ่อไว้แล้วไปหนึ่งที

แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดโดนดาบฟันและตะครุบพลาด แต่ตอบสนองฉับไว พลิกตัวตวัดคมเล็บเข้าใส่ทันที เยวี่ยจงเหมียนตั้งดาบขึ้นเอี้ยวตัวกันไว้เคร้งเสียงของเล็บแมวกระแทกตัวดาบ ตัวของเยวี่ยจงเหมียนกระเด็นถอยหลังไปครึ่งก้าว ตามด้วยใส่ท่าตวัดขึ้นไปหนึ่งที

สวยงาม! เยี่ยซิวยังอดชมในใจไม่ได้ เยวี่ยจงเหมียนใช้สกิลการ์ดปกป้องของจอมยุทธ์ดาบได้ตรงจังหวะมาก สกิลตวัดขึ้นก็โจมตีใส่อย่างไม่อืดอาด เห็นได้ว่ามีทักษะการควบคุมตัวเล่นที่เชี่ยวชาญเป็นอย่างดี ที่แท้ตนมองพลาดไปหรอกหรือ ระดับฝีมือของเยวี่ยจงเหมียน สูงกว่าที่ตนประเมินไว้หรือนี่!

เยวี่ยจงเหมียนใส่ท่าตวัดขึ้นเสร็จแมวปีศาจก็ตัวลอย เขาตามติดด้วยทิ่มแทงย้ำจุด ดาบคลื่นผ่าพสุธา แล้วปิดเซ็ตด้วยท่าภูตผีฟาดฟัน ลำแสงดาบสีม่วงฟาดเข้าตัวแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดให้ปลิวหวือออกไป การโจมตีแบบคอมโบชุดใหญ่เรียกเสียงชื่นชมจากทุกคนอย่างกึกก้อง แต่เยวี่ยจงเหมียนกลับไม่กล้าประมาท เขาตามเข้าไปฟันซ้ำอีกสองที แล้วจึงตะโกนสั่งว่าลุยได้

ฝ่ายดาเมจทั้งสามคนของปาร์ตี้เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ทุกคนควงอาวุธสาดสกิลที่ตนร่ำเรียนมาทั้งหมดทันที เยวี่ยจงเหมียนก็เลิกหลบซ้ายป่ายขวา แต่อาศัยสกิลรักษาของจวินม่อเซี่ยวคอยช่วย แลกหมัดกับแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดแบบซึ่งหน้า เพื่อตรึงเจ้าแมวปีศาจเอาไว้ในตำแหน่งที่ปลอดภัย

สถานการณ์ควบคุมได้ดีมาก เสียงกรีดร้องโหยหวนจากการถูกรุมยำของเจ้าแมวปีศาจดังก้องไปทั่วป่าเป็นระลอกๆ ทุกคนต่างล้วนตื่นเต้น บัดนี้ผู้เล่นมือใหม่ทั้งสามคนนั้น ต่างก็รู้ความมีมูลค่าของบอสลับจากคำพูดที่เยวี่ยจงเหมียนพูดมาตลอดทางแล้ว ต่างรุมกระหน่ำเจ้าแมวปีศาจกันอย่างวาดหวัง แต่ในใจของเยี่ยซิวขณะนี้ กลับผุดความคิดประหลาดขึ้นอย่างหนึ่ง

เลือดแดงแล้ว ตัวฮีลเกาะติดดีๆพลังชีวิตของแมวปีศาจแห่งรัตติกาลถูกผลาญจนลดเหลือต่ำกว่าหนึ่งในสิบอย่างรวดเร็ว สถานะเช่นนี้ผู้เล่นต่างเรียกแบบติดปากว่าเลือดแดงบอสจำนวนมากเมื่อเข้าสู่สถานะเลือดแดงมักจะมีลูกเล่นใหม่ๆ ป่าแห่งกริมม์เป็นดันเจี้ยนสำหรับผู้เล่นมือใหม่ บอสด่านไม่มีความสามารถพิเศษข้อนี้ แต่ไม่ใช่สำหรับแมวปีศาจแห่งรัตติกาล มันเป็นถึงบอสลับ หากไร้ความสามารถนี้ คงเสียชื่อสถาบันบอสลับของมันแย่

แต่ความเปลี่ยนแปลงเมื่อสถานะเลือดแดงของแมวปีศาจแห่งรัตติกาลนับว่าพื้นๆ นั่นก็คือระเบิดพลังบ้าออกมา ทำให้ความเร็วและความหนักหน่วงของการโจมตีเพิ่มขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ผู้ที่เล่นเป็นตัวรักษา จะถูกกดดันมากขึ้น

เยี่ยซิวประเมินฝีมือของเยวี่ยจงเหมียนแล้ว ในเวลานี้เพียงแค่อย่ามัวแต่แลกหมัดกันเฉยๆ คอยหลบการโจมตีเสียบ้าง เก็บเลือดที่เหลืออีกหนึ่งในสิบนี้ให้จบไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ไหนได้ ไอ้หมอนี่กลับยังพุ่งชนแมวปีศาจแห่งรัตติกาลอย่างไม่ลืมหูลืมตา มิหนำซ้ำเมื่อออกท่าโจมตีแต่ละครั้ง กลับแลดูอ่อนปวกเปียกขึ้นมาเฉยๆ

บลูหมดงั้นหรือเยี่ยซิวชำเลืองดูแถบสถานะของปาร์ตี้ เห็นได้ว่าไม่ใช่ปัญหาตรงจุดนี้ อยู่ดีๆ เจ้าเยวี่ยจงเหมียนนี่ก็เกิดง่อยกินขึ้นมา นี่เท่ากับพิสูจน์ความคิดของตนเมื่อครู่แล้ว เยี่ยซิวกำลังจะเตรียมออกปากเตือน ก็พลันได้ยินเสียงเยวี่ยจงเหมียนตะโกนออกมาว่าเชี่ย *OT ( * เชิงอรรถ – Over Taunt เมื่อมอนสเตอร์สะสมความเกลียดชังในตัวของคุณจนมากเกินตัว MT มอนสเตอร์จะหันมาเล่นงานคุณแทน การเหตุการณ์เช่นนี้เรียกว่า “OT”) ซะแล้ว!”

บทที่ 8 แหขาดปลาตาย

ทันใดนั้นเอง เจ้าแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดดีดตัวพุ่งพรวด ผละจากเยวี่ยจงเหมียนที่กำลังโจมตีไม่หยุด ตะปบกรงเล็บเข้าใส่หยางกวน ลูกทีมอีกคนที่คอยโจมตีอยู่ข้างๆ แทน

อ๊ะ โทษที!” หยางกวนเป็นนักเล่นหน้าใหม่ขนานแท้ ไฉนเลยจะหลบเลี่ยงการจู่โจมฉับไวระดับนี้พ้น ซ้ำยังรีบกล่าวคำขอโทษอีก เพราะเยวี่ยจงเหมียนคอยสอนสั่งเรื่องกฎของการเล่นปาร์ตี้ให้กับหน้าใหม่ทั้งสามมาตลอดทางว่า การ OT ย่อมเกิดจากความผิดพลาดของตัวดาเมจเสมอ ไม่มีทางเป็นความผิดพลาดของตัว MT

หยุด นายอย่าโจมตีอะไรอีกเยวี่ยจงเหมียนรีบห้ามหยางกวนที่กำลังจะสวนกลับ พุ่งเข้ามาชิงความเกลียดชังจากมอนสเตอร์คืน แต่ที่ไหนได้ เพียงครู่เดียวเท่านั้น แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดเมื่อข่วนใส่หยางกวนไปสองสามที ก็หันไปตะครุบลูกทีมอีกคน

เชี่ย OT ลูกโซ่! นี่พวกนายล้อฉันเล่นใช่มั้ยเยวี่ยจงเหมียนคำรามอย่างโกรธกริ้ว ลูกทีมที่ถูกจู่โจมคนนั้นก็ลนลาน มิหนำซ้ำยังเล่นเป็นตัวนักเวทที่สวมเกราะผ้า เมื่อถูกแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดในโหมดคลั่งข่วนเข้า ย่อมไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เลือดลดฮวบๆ เยี่ยซิวตอบสนองฉับไว สั่งให้จวินม่อเซี่ยวใช้สกิลรักษากับเขาทันที แต่เรื่องบางเรื่องไม่ได้แก้ไขกันได้ด้วยฝีมือเพียงอย่างเดียว นักเวทเกราะผ้าคนหนึ่ง ประสานงากับบอสลับโหมดคลั่ง ต่อให้มีคนช่วยฮีล จะต้านไว้ได้สักกี่วินาที

คำตอบได้รับการเฉลยอย่างรวดเร็ว นั่นคือเจ็ดวินาที สกิลรักษาของจวินม่อเซี่ยวยังคูลดาวน์ไม่ทันเสร็จ การข่วนจับกัดฉีกของแมวปีศาจแห่งรัตติกาลโหมดคลั่งนั้นก็ลื่นไหลเป็นชุด เยวี่ยจงเหมียนพุ่งเข้าช่วยเหลือ แต่ยังไม่ทันจะแย่งความเกลียดชังกลับมาสำเร็จ นักเวทคนนั้นก็ด่าวดิ้นสิ้นชีพเสียแล้ว

ในเกมกลอรี่ การตายในดันเจี้ยนหมายถึงหลุดออกจากดันเจี้ยน ไม่มีคำว่าคืนชีพกลับเข้ามาใหม่ นั่นหมายความว่า ปาร์ตี้ที่มีด้วยกันห้าคน เมื่อตายไปหนึ่ง ก็จะกลายเป็นปาร์ตี้สี่คน

เชี่ย เรียงคิวกัน OT แบบนี้ พวกนายฆ่าฉันเสียเลยดีกว่า!” เยวี่ยจงเหมียนกำลังสิ้นหวัง เพราะเมื่อนักเวทคนนั้นตาย ความเกลียดชังของแมวปีศาจก็ยังไม่กลับมาที่ตัวเขา แต่หันไปตวัดคมเล็บเข้าใส่คนที่สามต่อทันที

คนที่สามเป็นนักเวทเกราะผ้าเช่นกัน ซึ่งคราวนี้เยี่ยซิวไม่สั่งให้จวินม่อเซี่ยวช่วยรักษาเขาอีก เขาสั่งจวินม่อเซี่ยวกลับมาใช้สกิลรักษากับตัวหยางกวนต่อ

หากใส่สกิลรักษาให้นักเวท ก็ทนเจ้าแมวปีศาจได้แค่เจ็ดวินาที ทว่าในเวลาเจ็ดวินาทีนี้ หยางกวนกลับกำลังจะตาย เพราะแมวปีศาจในโหมดคลั่ง ไม่เพียงความเร็วและค่าดาเมจจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสทำให้ติดอาการแปลกปลอมอีกอย่างหนึ่งนั่นคือเลือดออก

ซึ่งหยางกวนก็เคราะห์ร้ายที่ถูกแมวปีศาจข่วนจนติดอาการนี้แล้ว เยี่ยซิวคอยสังเกตค่าชีวิตของเขาที่ลดลงเรื่อยๆ อยู่ตลอด หากหันไปรักษานักเวทตอนนี้ ต่อชีวิตได้เจ็ดวินาที แต่ภายในเจ็ดวินาทีนี้ หยางกวนต้องตาย แล้วเมื่อหลังเจ็ดวินาที นักเวทก็ตาย เว้นเสียแต่ภายในเจ็ดวินาทีนี้ เยวี่ยจงเหมียนจะสามารถชิงความเกลียดชังกลับมาสำเร็จ

เยี่ยซิวคล้ายกับหมดความเชื่อมั่นในตัวเยวี่ยจงเหมียน เขาทอดทิ้งนักเวท หันมารักษาหยางกวน การตัดสินใจอย่างฉับพลันเช่นนี้ สร้างความโกรธขึ้งให้กับเยวี่ยจงเหมียนอย่างมาก เขาตะคอกเสียงใส่ทันทีว่าตัวฮีลทำบ้าอะไร

เยี่ยซิวไม่ตอบ ทางนักเวทที่ขาดหน่วยสนับสนุนล้มลงในพริบตา ท่ามกลางเสียงด่าโหวกเหวกของเยวี่ยจงเหมียน แมวปีศาจแห่งรัตติกาลหันมาตะครุบใส่หยางกวนอย่างไม่มีรีรอ

หยางกวนอกสั่นขวัญแขวน ถามคำหนึ่งว่าต้องสู้ไหม

สู้บ้าอะไร เลอะเทอะสิ้นดี!” เยวี่ยจงเหมียนอึดอัดคับแค้น ไม่รู้คับแค้นอะไรนักหนา กระย่องกระแย่งไล่กวดเจ้าแมวปีศาจเพื่อชิงความเกลียดชังมา

สิบสามวิ

เยี่ยซิวคิดคำนวณระยะเวลานี้ขึ้นมา เจ้าหยางกวนนี่ก็ไม่รู้มีเทพแห่งความซวยเข้าสิงหรืออย่างไร อาการเลือดออกก่อนหน้าเพิ่งจะหยุด พอแมวปีศาจแห่งรัตติกาลหันมาข่วนใหม่ ก็เลือดออกใหม่ การติดอาการแปลกปลอมพวกนี้มันมีเปอร์เซ็นต์ของมัน แต่หยางกวนเหมือนกับถูกสวมด้วยวงแหวนแห่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องสาป เลือดออก อาการแปลกปลอมใดๆ ที่แมวปีศาจจะมอบให้ได้ เขาได้ไปหมด นอกจากความตายก็ไม่มีอะไรให้เลือกไปสู่แล้ว

สิบสามวินาที คือระยะเวลาที่เยี่ยซิวสามารถยื้อให้เขาได้ หากเยวี่ยจงเหมียนชิงความเกลียดชังกลับไปได้ภายในสิบสามวินาทีนี้เขาจึงมีโอกาสอาจรอด แล้วเยวี่ยจงเหมียนล่ะ

เยวี่ยจงเหมียนผู้เฉียบขาดตอนเปิดมอนสเตอร์ ขณะนี้กลับเอาแต่ตีวืด ดาบทุกดาบฟาดฟันพลาดเป้าหมด ท่ามกลางเสียงก่นด่าสาปแช่ง ในที่สุดหยางกวนก็ล้มลง

ในที่สุดแมวปีศาจแห่งรัตติกาล ก็ยอมหันมาบุกใส่เยวี่ยจงเหมียนเสียที ส่วนความเกลียดชังของจวินม่อเซี่ยว เรียงลำดับอยู่ท้ายสุด นั่นเป็นเพราะเยี่ยซิวฝีมือดีเกินไป ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เป็นส่วนเกิน ความเกลียดชังย่อมถูกควบคุมอยู่ในขอบเขตที่เล็กน้อยที่สุด

สหาย ทนไว้นะ! ยังมีบลูไหมเยวี่ยจงเหมียนตรงเข้ารับศึกพลางพูดให้กำลังใจเยี่ยซิว

คุณต่างหากที่ต้องทนไว้เยี่ยซิวเคาะตอบกลับไปหนึ่งประโยค

วางใจได้ เราสองคนคอยช่วยเหลือกันดีๆ เอาอยู่แน่ๆเยวี่ยจงเหมียนพูดเสียงเชื่อมั่น ปรากฏว่ามือลื่น โจมตีวืดอีก ถูกแมวปีศาจข่วนเข้าหน้าอย่างจัง

เติม เติม เติม เติม เติม!” เยวี่ยจงเหมียนร้องลั่น

ไร้การตอบสนอง จวินม่อเซี่ยวซึ่งคอยสนับสนุนอย่างถูกจังหวะเสมอมา บัดนี้กลับไม่ใส่สกิลรักษาให้กับเขา

เติมไม่ได้ เดี๋ยว OT” เยวี่ยจงเหมียนมองเห็นข้อความประโยคนี้พิมพ์ส่งมาจากจวินม่อเซี่ยว

นาย…” เยวี่ยจงเหมียนหันขวับมา ก็เห็นจวินม่อเซี่ยวยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่นอกชายป่าอย่างสบายใจ กำลังมองเขาด้วยสายตาเย็นชา เยวี่ยจงเหมียนตระหนักขึ้นในใจว่าแย่แล้ว ไอ้จวินม่อเซี่ยวไม่ได้บื้อ ตอนนี้ยังห่างไกลจากค่า OT ตั้งเยอะ เขาจะคำนวณผิดได้ยังไง

ไม่ OT หรอก รีบเติมๆเยวี่ยจงเหมียนได้แต่ตะโกนเช่นนี้ ผลลัพธ์ยังคงไร้การตอบสนอง

กรงเล็บของแมวปีศาจแห่งรัตติกาลข่วนมาอีกแล้ว แต่อยู่ๆ การตอบสนองของเยวี่ยจงเหมียนก็เร็วขึ้นทันตา ตั้งดาบขึ้นป้องกัน ตัวกระเด็นถอยไปข้างหลัง ตามติดด้วยท่าตวัดขึ้น นั่นคือชุดการโจมตีที่วาดลวดลายไว้อย่างผู้เชี่ยวชาญเมื่อตอนเปิดฉากของเขานั่นเอง อยู่ๆ เยวี่ยจงเหมียนก็เลิกวืดซะแล้ว

แต่คราวนี้ ชุดคอมโบของเขาไม่ได้ราบรื่นเหมือนตอนแรก เพราะนี่เป็นแมวปีศาจในโหมดคลั่ง การเคลื่อนไหวที่มีค่าความเร็วเพิ่มขึ้นและแรงโจมตีที่หนักหน่วงขึ้น ทำให้เยวี่ยจงเหมียนเริ่มไล่ตามไม่ทันทิ่มแทงย้ำจุดที่ต่อจากตวัดขึ้น สุดท้ายก็พลาดเป้า ซ้ำยังถูกแมวปีศาจกัดเข้าหนึ่งที

รีบเติมเซ่!” เยวี่ยจงเหมียนร้อนใจแล้ว แม้เขาจะมีค่าป้องกันที่ดีกว่านักเวทเกราะผ้าและหยางกวน แต่เขาก็ไม่ได้ไร้พ่าย

เติมอะไร

เติมเลือดไง

เติมเลือดคืออะไร ฉันเห็นแต่คุณกำลังเลือดออก

นาย…” เยวี่ยจงเหมียนอกจะแตกแล้ว

น่าเสียดายนะ ถ้าคุณมีปัญญาลุยเดี่ยวบอสลับ ก่อนจะเปิดมอนฯ ก็ควรเปลี่ยนค่าการแบ่งของรางวัลให้เป็นหัวหน้าทีมจัดสรรถ้าเกิดมีลูกทีมไม่พอใจขอถอนตัวไป บอสลับก็ยังเป็นของตายสำหรับคุณ แต่น่าเศร้านะ ที่ฝีมือของคุณไม่เข้าขั้น จึงยังต้องพึ่งพาลูกทีมในการตีบอส คุณก็เลยจงใจควบคุมระดับความเกลียดชัง แล้วปล่อยให้เกิดการ OT ในจังหวะที่เหมาะสม เพื่อเก็บลูกทีมทีละคน เหลือแต่บอสที่เลือดแดงแล้วไว้ฆ่าคนเดียว ทีนี้สิ่งของที่ได้ย่อมตกเข้ากระเป๋าคุณแบบไม่ต้องลุ้น ส่วนเรื่องจะผ่านดันเจี้ยนที่เหลือสำเร็จหรือเปล่า หากเทียบกับการได้ฆ่าบอสลับ มันไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย

ถ้อยคำของจวินม่อเซี่ยว ทำให้เยวี่ยจงเหมียนเหงื่อซึม เขาไม่นึกเลยว่าไอ้หมอนี่ที่ตลอดทางส่งเสียงออกมาแค่คำเดียวคนนี้ ถึงกับมองแผนของเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ถูกแล้ว พวกหยางกวนทั้งสามคน เขาจงใจควบคุมความเกลียดชังให้แมวปีศาจแห่งรัตติกาลเกิด OT แล้วหันไปกัดตายเอง ตามแผนเดิมของเขา เจ้านักบวชคนนี้จะต้องสะสมค่าความเกลียดชังพุ่งปรี๊ดเนื่องจากการช่วยรักษาพวกคนทั้งสามนั้นแบบรัวๆ แต่เขาไม่นึกว่าจวินม่อเซี่ยวกลับเลือกไม่รักษานักเวทคนหนึ่ง หรือว่าไอ้หมอนี่จะดูแผนของตนออกตั้งแต่ตอนนั้น รู้ตัวว่าไม่สามารถช่วยคนอื่นได้อยู่แล้ว จึงคอยระวังการสร้างความเกลียดชังไม่ให้แซงหน้าตน พอถึงคิวก็ไม่ช่วยใส่สกิลรักษา ปล่อยให้ตนต้องตายด้วยกรงเล็บของแมวปีศาจ

สหาย…” เยวี่ยจงเหมียนดูออกว่าคนคนนี้ไม่ใช่สายคนดี รีบพูดเกลี้ยกล่อมว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็อย่าถือสาเรื่องนี้กันเลยน่า ไหนๆ สามคนนั้นเราก็ไม่ได้รู้จักมักจี่ ตอนนี้เรามาร่วมมือกันคว่ำแมวปีศาจซะ ส่วนของก็แบ่งกันห้าสิบห้าสิบ ไม่ดีกว่าหรือ

ห้าสิบห้าสิบ? ฉันชอบแบบเต็มร้อยมากกว่านะ!”

ก็ได้…” เยวี่ยจงเหมียนแอบกัดฟันปกติวัตถุดิบจากบอสมันไม่ดร็อปแค่ชิ้นเดียว เมื่อถึงตอนนั้น นายเลือกของที่นายต้องการก่อน ฉันสละสิทธิ์ ของที่เหลือเราค่อยมาทอยแต้มกัน ส่วนพวกอุปกรณ์สวมใส่ ฉันยกให้นายหมด!” ไม่มีตัวฮีลคอยช่วย เยวี่ยจงเหมียนรู้ว่าตนยันไม่อยู่แน่ จำต้องยอมถอยให้

เรื่องนี้ เชื่อใจได้ยากนะ!”

งั้นนายจะเอายังไงเยวี่ยจงเหมียนพูดเร่งขึ้นแล้ว พลังชีวิตของเขาถูกแมวปีศาจข่วนหายไปกว่าครึ่งหลอดแล้ว แมวปีศาจโหมดคลั่ง เขารับมือไม่ค่อยจะอยู่ แล้วยังต้องแบ่งสมาธิมาเจรจากับเยี่ยซิว ต้องใช้คำว่าทุลักทุเลเท่านั้น เขาแอบจดจำชื่อจวินม่อเซี่ยวเอาไว้แล้ว สาบานว่าจะต้องทำให้ไอ้หมอนี่เห็นดีให้จงได้

ฉันจะเอายังไงคุณไม่ต้องห่วงหรอก จงตายให้สบายเถอะ!”

นายนายเป็นบ้าไปแล้ว ถ้าฉันตาย นายก็ไม่รอดเหมือนกันไม่ใช่เรอะ ถึงตอนนั้นก็ไม่มีใครได้อะไรเลยชีวิตเหลือแค่หนึ่งในสี่แล้ว

พี่ชาย ไม่จำเป็นต้องแหขาดปลาตายถึงขั้นนี้เลยนี่นา!” ชีวิตเหลือแค่หนึ่งในห้า

นายนี่มันปัญญาอ่อนหรือเปล่า!” หนึ่งในเจ็ด

จวินม่อเซี่ยว แกไม่อยากอยู่อย่างสุขสบายอีกแล้วใช่มั้ย รู้ฤทธิ์ความร้ายกาจของกิลด์เยวี่ยหลุน (วงล้อจันทรา) ของเราไหมหนึ่งในเก้า

นายจบเห่แล้ว!” เศษเสี้ยวสุดท้าย

แม่…” กรงเล็บของปีศาจแมวแห่งรัตติกาลตวัดผ่าน โลกสงบแล้ว

จวินม่อเซี่ยวไม่ได้ขยับตัวเลย แต่ก็ไม่ได้หลุดออกจากรัศมีการต่อสู้ เมื่อแมวปีศาจแห่งรัตติกาลกำจัดเยวี่ยจงเหมียนสำเร็จ ก็หันมาตะครุบเขาทันที

เยี่ยซิวอมยิ้มเล็กน้อย ปลายนิ้วมือซ้ายพรมผ่านแป้นคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว เมาส์มือขวาขยับเลื่อนทีหนึ่ง จวินม่อเซี่ยวในเกมชักร่มแสนกลออกมา ใบร่มพลันกางออก กางออกจนเกินขอบเขต ถึงกับก้านร่มพับพลิกไปอีกด้าน จากนั้นก็พับไปรวมกลุ่มกันจนเป็นปลายแหลม ร่มแสนกลในยามนี้ กลับดูคล้ายทวนยาวเล่มหนึ่งในทันที

ก้านร่มที่รวบปลายเข้าด้วยกัน พุ่งเข้าทิ่มแทงลำตัวของแมวปีศาจแห่งรัตติกาลแล้วอย่างแม่นยำ

สกิลแห่งนักเวทสงคราม : เขี้ยวมังกร

บทที่ 9 สองมือของเยี่ยซิว

ความจริงเฉินกั่วไม่ได้มีนิสัยโต้รุ่ง เพียงแต่วันนี้เปิดเซิฟเวอร์ใหม่ อยู่ร่วมมุงความคึกคักด้วยเท่านั้น เมื่อได้ดูแล้วก็เริ่มง่วง พอหลังพิงพนักก็เลยหลับ

การนอนเช่นนี้ย่อมหลับไม่สนิท เฉินกั่วก็แค่ไม่อยากฝืนลุกขึ้นมา ระหว่างสะลึมสะลืออยู่นั้น ในหูย่อมได้ยินเสียงเคาะคีย์บอร์ดและคลิ้กเมาส์ เสียงนี้สำหรับเจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แล้วนับว่าคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ในยามนี้ เสียงที่เฉินกั่วได้ยินกลับแตกต่างเล็กน้อย เสียงนี้ประเดี๋ยวเร่งประเดี๋ยวผ่อน ประเดี๋ยวเบาประเดี๋ยวหนัก เฉินกั่วไม่เคยได้ยินใครเคาะคีย์บอร์ดกับเมาส์ได้เหมือนเคาะเครื่องดนตรีให้จังหวะขนาดนี้ หรือนี่กำลังฝันอยู่

เฉินกั่วสะดุ้งตื่นขึ้น ตั้งสติเล็กน้อย เงี่ยหูฟังอีกครั้งพบว่าเหมือนไม่ใช่ฝัน เสียงนี่ดังมาจากข้างตัวนี่เอง มาจากมือของพนักงานดูแลร้านคนใหม่ ที่ตนเพิ่งรับไว้เมื่อครู่ เยี่ยซิว

เฉินกั่วยืดตัวนั่งเพื่อจะดู เสื้อนอกที่ห่มตัวอยู่ก็ลื่นตก รีบจับเอามาดู จำได้ว่าเป็นเสื้อนอกของเยี่ยซิว ดูไม่ออกว่าหมอนี่จะเป็นคนละเอียดด้วย เฉินกั่วแอบนึก แต่ว่า เสื้อนอกตัวนี้ไม่ได้ซักมานานแค่ไหนแล้วนะ เหมือนจะเหม็นเปรี้ยวนิดๆ แล้ว

เฉินกั่วจับเสื้อนอกไว้แล้วนั่งตัวตรง กำลังจะพูดอะไรกับเยี่ยซิว แต่แล้วก็ต้องตะลึง

มือคู่หนึ่งที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องน้ำตาไหลพราก ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเธอสองมือของเยี่ยซิว

มือคู่นี้แลดูบอบบาง นิ้วยาวเรียว ข้อกระดูกไม่โตอวบเหมือนชายทั่วไป แต่เห็นชัด ปลายนิ้วเล็กมาก เล็บตัดแต่งสะอาดสะอ้านเรียบร้อย จุดนี้ช่างไม่เข้ากันกับรูปลักษณ์ที่ดูมอมแมมมอซอเล็กน้อยของเจ้าหมอนี่

เดิมทีเฉินกั่วไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องมือสักเท่าไหร่ แต่ภายหลังเมื่อทางร้านรับพนักงานสาวที่มือสวยมากเข้ามาคนหนึ่ง ส่งผลให้เธอเริ่มสังเกตมือคนอื่นมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ ก็ต้องช็อกแรงกับสองมือของเยี่ยซิว

มือนั่น เป็นมือที่สมบูรณ์แบบ เสียงที่เคาะออกมา ก็เหมือนตัวโน้ตดนตรี แต่การควบคุมนี่มองเฉพาะมือซ้ายที่พรมดีดอยู่บนคีย์บอร์ดของเยี่ยซิว เฉินกั่วเกิดความรู้สึกหนึ่ง : ความเร็วมือ อืดมาก

ความเร็วมือคือจำนวนครั้งของการกดคำสั่งควบคุมต่อหนึ่งหน่วยเวลา ปกติจะนับเป็นนาที เรียกสั้นๆ ว่า *APM ( *ทำเชิงอรรถ Actions per minute) กลอรี่ไม่ใช่เกมประเภทวางแผนการรบ ผู้เล่นจะควบคุมตัวละครเพียงตัวเดียว แต่การใช้งานสกิลนั้นซับซ้อน มีความละเอียดในการควบคุมสูง ดังนั้นจึงมีความต้องการความเร็วมือค่อนข้างมาก

ผู้เล่นที่มีความเร็วมือสูง สามารถออกคำสั่งท่าได้เร็วกว่า การควบคุมสั่งการที่ละเอียด ระยะเวลาและน้ำหนักในการกดปุ่มทุกครั้ง มีผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของตัวละครในเกมทั้งสิ้น นั่นทำให้ตัวละครในเกม สามารถพลิกแพลงท่วงท่าต่างๆ ในการต่อสู้ได้อย่างหลากหลาย เพียงแต่การพลิกแพลงเหล่านี้ ก็แบ่งเป็นทั้งแบบดีและแบบไม่ดีด้วย คนบางคนก็แค่พรมนิ้วสั่งการแบบรัวๆ เพื่ออวดว่า APM ของตนสวยงามน่าทึ่งเท่านั้น ซึ่งการจะควบคุมสั่งการให้ทุกท่วงท่าเคลื่อนไหวอย่างเกิดคุณค่าความหมาย แล้วยังแสดงออกถึง APM ขั้นสูงด้วยนั้น มีแต่นักกีฬายอดฝีมือระดับอาชีพกันทั้งนั้น

APM สองร้อย นี่เป็นระดับของสันปันน้ำที่ยอมรับโดยทั่วไปในวงการกลอรี่ปัจจุบัน ผู้เล่นทั่วไปที่ปั่นค่า APM ได้ถึงสองร้อยขึ้น โดยมากเป็นแค่การมั่วนิ่ม ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับอาชีพ หากจะแสดงความเร็วระดับสองร้อย บางครั้งก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางการต่อสู้ที่พิเศษหน่อย อย่างน้อยคู่แข่งต้องไม่อ่อนหัดเกินไป ถึงระดับที่ต้องงัดความเร็วมือระดับสองร้อยขึ้นเพื่อต่อกร

สำหรับผู้เล่นทั่วไป คนจำนวนร้อยละเจ็ดสิบความเร็วมืออยู่ระหว่างแปดสิบถึงร้อยยี่สิบ คนร้อยละยี่สิบห้าเป็นพวกมือพิการที่แม้แต่ความเร็วแปดสิบก็ไม่ถึง ส่วนอีกร้อยละห้า คือยอดฝีมือในหมู่ผู้เล่นทั่วไป ที่ความเร็วมือเกินร้อยยี่สิบและพัฒนาสู่สองร้อยต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ว่ากันว่า ในกลุ่มนี้มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่แตะระดับสองร้อยเทียบเท่ากับมืออาชีพ

ความเร็วมือของเฉินกั่วเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยยี่สิบบวกลบ แต่เพราะในสถานการณ์ส่วนใหญ่สามารถอยู่ที่ระดับร้อยยี่สิบนิดๆ ดังนั้นเฉินกั่วจึงเชื่อมั่นว่าตนติดอยู่ในกลุ่มร้อยละห้านั่น เป็นยอดฝีมือในหมู่ผู้เล่นทั่วไป

แต่เยี่ยซิวขณะนี้ ในสายตาของเฉินกั่ว เขาคือแก๊งมือพิการที่ความเร็วมือไม่ถึงแปดสิบแน่ อย่างไร้ข้อกังขา เมื่อสังเกตเห็นข้อนี้ เฉินกั่วพลันพบว่า เสียงควบคุมอย่างมีจังหวะของดนตรีที่ได้ยินเมื่อครู่ก็หายไปด้วย เสียงที่ได้ยินขณะนี้ มีเพียงเสียงควบคุมที่ชัดแจ้งเพราะความเฉื่อยอืดของพวกแก๊งมือพิการ

หรือว่าจะงัวเงียเกินไป…” เฉินกั่วสะบัดศีรษะ อยากจะหาความรู้สึกอย่างที่ได้ยินเมื่อตอนหลับอยู่เมื่อครู่อีกครั้ง แต่กลับพบว่า ไม่ว่าจะรื้อฟื้นอย่างไรก็ไม่เจอ สิ่งที่เธอสังเกตเห็นในตอนนี้ ก็คือการควบคุมของไอ้หนูมือเฉื่อย กับสองมือที่สวยจนน่าอิจฉาอีกหนึ่งคู่

เฉินกั่วได้แต่มองมือคู่นี้ จนลืมดูหน้าจอ แต่ไม่นานนักสองมือของเยี่ยซิวก็หยุดนิ่ง ขณะนี้เฉินกั่วจึงรู้สึกตัว มองไปบนจอ แล้วก็ต้องตาเหลือกแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืด?”

ขณะที่พูดคำคำนี้ เจ้าแมวปีศาจแห่งรัตติกาลนั้นได้ตกจากที่สูงลงมาถึงพื้น สิ่งของตกหล่นออกมาเกลื่อนกลาดแล้ว

และขณะเดียวกัน เฉินกั่วเห็นแถบข้อความบนหน้าจอปรากฏประกาศที่เตะตาบรรทัดหนึ่งเขียนว่า เซิฟเวอร์สิบ แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืด เฟิสต์คิล : จวินม่อเซี่ยว

เฮ่ย!” เฉินกั่วตบป้าบลงบนไหล่เยี่ยซิวมีฝีมือนี่นา!” จะมือเฉื่อยมือพิการหรือไม่ก็ตามแต่ ถึงกับทำเฟิสต์คิลได้ นี่เป็นผลงานที่เฉินกั่วเล่นมาจนป่านนี้ก็ยังไม่เคยได้

เยี่ยซิวกำลังตั้งใจไปดูว่าสิ่งของที่ดร็อปมามีอะไรบ้าง ฝ่ามือนี้ฟาดใส่แบบไม่ได้เตรียมใจรับเลยแม้แต่นิดเดียว เกือบจะกลืนก้นบุหรี่ที่คาบอยู่ลงท้องไปเสียแล้ว ผลก็คือมองเห็นขี้บุหรี่สีเทาพวงหนึ่ง ร่วงใส่คีย์บอร์ดอย่างสง่างาม เฉินกั่วซึ่งเดิมแอบดูการเล่นของเขาอยู่เยื้องไปข้างหลังก็ชะโงกหน้าเข้ามา เมื่อเห็นภาพนี้เข้า ไอ้เฟิสต์คิลไม่เฟิสต์คิลของบอสลับก็ลืมหายไปหมดแล้ว เธอดึงหูฟังของเยี่ยซิวออกแล้วคำรามใส่ทันทีใครใช้ให้นายสูบบุหรี่ตรงนี้

หา?” ก้นบุหรี่ในปากของเยี่ยซิวยังไม่มอดเลย เขาไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเฉินกั่ว

ห้ามสูบบุหรี่ ไม่เห็นหรือไง!” เฉินกั่วชี้ไปที่ผนัง

เยี่ยซิวหันหน้าไปพินิจเครื่องหมายบนผนังสองแวบล้อเล่นน่า ร้านเน็ตห้ามสูบบุหรี่?”

ฝั่งนี้เป็นเขตห้ามสูบ จะสูบไปฝั่งโน้นเฉินกั่วชี้ไปยังอีกฟากของร้าน

งั้นเราไปกันเยี่ยซิวกล่าว

ไม่ไป ได้กลิ่นบุหรี่แล้วฉันปวดหัวเฉินกั่วพูด

งั้นทำไงดีเยี่ยซิวทำหน้าหนักใจคล้ายกับเจอเรื่องใหญ่เท่าฟ้า

งดสูบสักมวนแกจะตายมั้ยเฉินกั่วโมโห

ไม่ตาย แต่จะปวดหัวเยี่ยซิวกล่าว

ไอ้ ไอ้ ไอ้…” เฉินกั่วพบว่าเธอเริ่มรู้จักเยี่ยซิวคนนี้แล้ว ที่นอนแย่ๆ อย่างในห้องเก็บของเขายอมรับได้โดยง่าย แต่ไม่ได้หมายความว่า ไอ้หมอนี่จะเป็นคนง่ายๆ

งั้นผมไปเขตสูบบุหรี่เอง เจ้านายไปพักเถอะเยี่ยซิวขณะนี้กล่าวขึ้น

เดี๋ยว นายยังไม่ได้เล่าเลย ไอ้เรื่องเฟิสต์คิลนี่มันเป็นมายังไง!” เฉินกั่วพูด

ก็ไม่ยังไง คนอื่นในทีมตายหมด บอสเหลือเลือดไม่มาก ผมก็เลยเก็บได้ง่ายๆเยี่ยซิวพูดชิลล์ๆ

มีโชคดีอย่างนี้ด้วยน้ำเสียงของเฉินกั่วก็ยังเจือความอิจฉา รางวัลจากการทำเฟิสต์คิลบอสลับระดับล่างๆ เช่นนี้ เธอไม่ได้ใส่ใจมากนัก มันก็แค่ให้ค่าประสบการณ์กับเงินที่มากขึ้นหน่อยเท่านั้น ไม่ได้มีอุปกรณ์สวมใส่ยอดเยี่ยมอะไรให้ แต่บันทึกนี้จะอยู่ยงคงบอร์ดไปตลอดกาล กลายเป็นตำนานเคียงคู่เซิฟเวอร์นี้ ความรู้สึกเช่นนี้ เป็นที่ชื่นชอบโปรดปรานของผู้เล่นจำนวนมาก สำหรับผู้เล่นทั่วไปส่วนใหญ่แล้ว การคิดจะมีชื่อติดบอร์ด โอกาสจะมีเฉพาะระยะเริ่มต้นนี่แหละ เมื่อถึงระยะกลางๆ ความยากของด่านถูกปรับเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผ่านด่านครั้งแรก หรือทำเฟิสต์คิลบอสลับ ต่างต้องใช้ทีมที่มีฝีมือสูงและรู้จังหวะกันดีในระดับหนึ่ง ยิ่งเมื่อเข้าสู่อาณาจักรทวยเทพ ที่นั่นแม้แต่ทีมฝีมือสูงๆ ก็ไม่มีโอกาส สถิติของที่นั่นยึดครองโดยทีมมืออาชีพของพวกนักกีฬาอาชีพในลีกกันทั้งนั้น

บทที่ 10 คนไร้ยางอาย

อ่านก่อนซื้อวันที่ : 21 มีนาคม 2561

มาดูกันเถอะ ว่าดร็อปอะไรมาบ้างนอกจากความอิจฉาชื่นชมแล้ว เฉินกั่วชะโงกหน้าเข้ามาดูรางวัลที่ได้จากแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดเล็บแมวห้าชิ้น ขยะ, เกราะอกหนังแมวหนึ่งตัว เอาไว้ใส่เล่นๆ ละกัน ชุดเกราะเลเวลต่ำๆ, เล็บแมวปีศาจสองอัน อุ้งตีนแมวปีศาจหนึ่งข้าง ศิลาเนตรแมวปีศาจหนึ่งดวง อืมๆ ของพวกนี้พอใช้ได้ วัตถุดิบจากบอสลับ เก็บไว้ขายได้ราคาอยู่แล้ว ตำราเพิ่มสกิลหนึ่งเล่มเฮ่ย ตัวนายนี่โชคดีระดับไหนกันเนี่ย

เฉินกั่วร้องออกมาก่อนแล้ว ขณะที่เยี่ยซิวเองก็ประหลาดใจเช่นกัน ที่ได้ไอเท็มตำราสกิลจากตัวบอสลับเลเวลต่ำสุด มันต้องเป็นโชคดีระดับไหน

ตำราเพิ่มสกิลคืออะไร ไม่ใช่มีไว้เรียนสกิล แต่มีไว้เพิ่มแต้มสกิล ดูจากตัวหนังสือที่เป็นสีส้มของมันก็รู้มูลค่าแล้ว เมื่อแต้มสกิลเต็มสี่พันแล้วยังอยากเพิ่มแต้มสกิลอีก เจ้าสิ่งนี้คือหนึ่งในช่องทาง แต่ไอเท็มนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนกัน ดังนั้นถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้ ต้องอาศัยดวงตัวเองล้วนๆ เล่มที่จวินม่อเซี่ยวเก็บได้เล่มนี้เพิ่มแต้มได้ไม่มาก เพิ่มได้ห้าแต้มซึ่งเป็นชนิดน้อยสุด แต่การที่มันดร็อปมาจากตัวของบอสเลเวลต่ำสุด ต้องถือเป็นความโชคดีอย่างเหลือเชื่อ

เสี้ยวขณะที่นำตำราเพิ่มสกิลใส่กระเป๋ามันจะถูกใช้งานทันที นอกจากนี้ วัตถุดิบที่ได้จากแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืด ศิลาเนตรแมวปีศาจและเล็บแมวปีศาจ ต่างเป็นวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการพัฒนาร่มแสนกล เยี่ยซิวอารมณ์ดีมาก จากนั้นก็กดปุ่มเลือก พาจวินม่อเซี่ยวออกจากดันเจี้ยนทันที

ไม่เล่นต่อให้จบล่ะเฉินกั่วแปลกใจ แม้ปาร์ตี้จะเหลือจวินม่อเซี่ยวแค่คนเดียว แต่ก็แค่ดันเจี้ยนมือใหม่ คนที่สามารถลุยเดี่ยวฝ่าดันเจี้ยนเลเวลต่ำเช่นนี้มีถมไป แม้จะเห็นการควบคุมเกมแบบมือพิการของเยี่ยซิว แต่เฉินกั่วก็ไม่ได้มองว่าเขาไร้ฝีมือ เขาสามารถคว่ำคู่ต่อสู้ที่เธอคว่ำไม่ลงห้าสิบสองตารวดในสี่สิบวินาที วีรกรรมนี้ยังเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี่เอง!

ผมต้องย้ายเครื่องไง!” เยี่ยซิวพูดพลางก็เตรียมจะล็อกเอาต์ออกจากเกมแล้ว เฉินกั่วกวาดตามองจอ พลันยื่นมือมาขวางไว้เดี๋ยว นี่มันเรื่องอะไร

บัดนี้หน้าต่างแชตบนจอ ถูกตัวอักษรแบบเดียวกันฟลัดขึ้นเต็มหน้า มีเนื้อหาเดียวกันหมดว่า

จวินม่อเซี่ยวไร้ยางอาย ต้องการฮุบบอสลับไว้คนเดียว จงใจไม่ฮีลเพื่อน ให้เพื่อนตายยกทีม ทุกคนระวังตัว

จวินม่อเซี่ยวไร้ยางอาย ต้องการฮุบบอสลับไว้คนเดียว จงใจไม่ฮีลเพื่อน ให้เพื่อนตายยกทีม ทุกคนระวังตัว

ระหว่างข้อความฟอร์มเดียวกันนี้ สอดแทรกไปด้วยถ้อยคำตำหนิด่าทอและเหยียดหยาม แม้เกมจะมีระบบกรองคำหยาบ แต่ภูมิปัญญาแห่งฝูงชนนั้นไร้ขอบเขต พวกคำพ้องเสียงต่างๆ จึงทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ในส่วนนี้

เยี่ยซิวตั้งใจอ่านครู่หนึ่ง จนเจอชื่อของผู้ส่งข้อความ เยวี่ยจงเหมียน ถึงกับเห็นชื่อของเพื่อนร่วมปาร์ตี้คนอื่นอย่างหยางกวนและนักเวทอีกคนด้วย ไอ้หมอนี่ออกจากด่านมาก่อนก้าวหนึ่ง กลับเป็นฝ่ายมากลับดำเป็นขาว กลับผิดเป็นถูก

เรื่องมันเป็นยังไงเฉินกั่วถามเยี่ยซิว

เยี่ยซิวจนใจ จึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง

เชี่ย ไร้ยางอาย ช่างหน้าไม่อายจริงๆ!” เฉินกั่วฟังจบก็เดือดดาล

นั่นสิ ไร้ยางอายเกินเยี่ยซิวกล่าว

ทำไมนายไม่โกรธเฉินกั่วแปลกใจ

ผมโกรธมากเลยเยี่ยซิวตอบ

นี่นายโกรธเหรอ ทำไมฉันดูไม่เห็นออกเฉินกั่วหงุดหงิด ตาเยี่ยซิวนี่จ้องดูข้อความที่เหยียดหยามเขาเต็มจอ สีหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่นิด

การโกรธไม่จำเป็นต้องแสดงออกทางสีหน้าเยี่ยซิวไม่เพียงไม่โกรธ ซ้ำยังยิ้มอีก พลางขยับนิ้วล็อกเอาต์ออกจากเกมแล้วปิดคอม การย้ายไปเขตสูบบุหรี่ยังคงเป็นความต้องการสูงสุดของเขาในตอนนี้

ฉันว่านะ โชคของนายนี่มันสุดยอดจริงๆ ลงดันครั้งแรกก็เจออะไรเยอะแยะ เจอบอสลับ ได้ตำราเพิ่มสกิล แล้วยังแวะผูกอาฆาตพยาบาทกับคนอื่นอีก พรุ่งนี้เช้าฉันจะมาดู ว่านายตายหรือยังเฉินกั่วพูด

บายครับ เจ้านาย

เฉินกั่วไปพัก เยี่ยซิวไปเขตสูบบุหรี่ ทางโซนนี้ควันโขมงจริงๆ พัดลมดูดอากาศกำลังสูงทำงานอย่างบ้าคลั่งก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก ทำได้แค่ยับยั้งไม่ให้ควันบุหรี่ทางนี้บุกจู่โจมเขตปลอดบุหรี่เท่านั้นเอง

สิงห์อมควันเดนตายแค่ไหนก็ไม่พิศวาสบุหรี่มือสอง เยี่ยซิวรีบจุดให้ตัวเองหนึ่งมวน หลอมรวมเข้าสู่มหาสมุทรของนักสูบ กวาดตามองไปรอบๆ พื้นที่ทางนี้แน่นเนืองกว่าเขตปลอดบุหรี่อย่างเห็นได้ชัด แก๊งโต้รุ่งน้อยนักที่ไม่ต้องใช้บุหรี่แก้ง่วง

เคราะห์ดีที่ขนาดร้านใหญ่พอ เยี่ยซิวเดินวนรอบหนึ่งแล้วก็เจอเครื่อง เขาไม่เลือกมาก เห็นแล้วก็นั่งลง ซิงซินนับเป็นร้านเน็ตที่มีระดับ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมีแผงกั้น ถือเป็นการปกป้องสิทธิส่วนบุคคล หรือต่อให้ไม่มี ขณะนี้ทุกคนต่างสวมหูฟังจมจ่อมอยู่ในโลกของกลอรี่ด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครจะสนใจสิ่งใดภายนอก

เยี่ยซิวเชื่อมต่อกลับเข้าเกม สวมหูฟังเรียบร้อย

ตัวจวินม่อเซี่ยวยังคงอยู่นอกป่าแห่งกริมม์ แม้ที่นี่จะคนแน่นจนล้น แต่เมื่อสวมหูฟังก็ยังไม่ถึงขั้นเสียงดังจนฟังไม่อะไรไม่ชัด คล้ายกับการเดินอยู่ในตลาดนัดที่คึกคัก ไม่มีทางที่จะคึกคักจนฟังเสียงพูดคนข้างตัวไม่รู้เรื่อง ส่วนข้อความแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ประเภทชวนคนเข้าทีม ยังคงอาศัยตัวหนังสือโพสต์ลงหน้าจอกันเหมือนเดิม

เยี่ยซิวกวาดตาดูหน้าต่างข้อความ ข้อความกล่าวหาจวินม่อเซี่ยวหายไปแล้ว ใช้คำสั่งค้นหาสามารถส่องดูได้ว่าตัวเล่นนั้นๆ ออนไลน์อยู่หรือไม่ เจ้าเยวี่ยจงเหมียนนั่นเป็นนักเล่นเก่า ย่อมเชี่ยวชาญวิธีการเหล่านี้ดี เมื่อค้นดูแล้วพบว่าจวินม่อเซี่ยวไม่ออนอยู่ก็หยุดส่ง ผู้เล่นต้องมีเลเวลสูงกว่ายี่สิบจึงจะออกจากหมู่บ้านผู้เล่นมือใหม่ได้ เมื่อถึงยามนั้น ช่องข่าวเวิลด์แชนแนลกับโหมดการดวล *PK ( *เชิงอรรถโหมดเกมรูปแบบหนึ่ง เป็นการต่อสู้ฆ่ากันระหว่างผู้เล่น ) จึงจะเปิดให้ใช้งาน ขณะเลเวลต่ำกว่ายี่สิบ ทำได้เพียงเล่นสงครามคีย์บอร์ดกันเช่นนี้

แต่สำหรับช่วงเริ่มต้น วิธีการเช่นนี้ของเยวี่ยจงเหมียนก็นับว่าร้ายกาจแล้ว จวินม่อเซี่ยวเป็นคนที่เพิ่งขึ้นประกาศทำเฟิสต์คิล เป็นที่รู้จักหมดทั้งโลก เยวี่ยจงเหมียน*ฟลัด (เชิงอรรถ ฟลัด Flood เป็นการส่งข้อความแบบเดียวกันแบบซ้ำๆ หลายๆ ที เพื่อก่อกวน) ชื่อของเขา จึงดูดสายตาได้ง่าย ผลก็คือจนบัดนี้ จวินม่อเซี่ยวก็ยังหาปาร์ตี้เข้าไม่ได้ คำขอที่ส่งออกไป ถูกตีกลับมาหมด ผู้เล่นอาจไม่เชื่อคำกล่าวหาของเยวี่ยจงเหมียนเสียทีเดียว แต่ก็เริ่มระแวงจวินม่อเซี่ยวกันแล้วจริงๆ

เยี่ยซิวยิ้มๆ อย่างจนใจ เขาอยากเข้าร่วมปาร์ตี้ ก็เพื่อลุ้นเจอบอสลับ เขาต้องการวัตถุดิบพวกนั้น แต่บัดนี้หาปาร์ตี้ให้เข้าไม่ได้ นั่นก็คือบีบให้เขาต้องรีบเก็บเลเวลนั่นเอง

การลงดันเจี้ยนในกลอรี่นั้น จำนวนคนยิ่งน้อยก็ได้ค่าประสบการณ์ยิ่งมาก แต่เมื่อคำนึงถึงประสิทธิภาพ คนมากก็ยังคุ้มกว่า แต่จวินม่อเซี่ยวไม่เหมือนคนอื่น ในมือคือร่มแสนกล อาวุธเกรดสีเงินเลเวลห้า ส่วนผู้เล่นทั่วไปล่ะ อาวุธที่ใช้ยังคงเป็นสีน้ำเงินกับสีเขียวเป็นหลัก ห่างชั้นกับร่มแสนกลถึงสี่ห้าขั้น ในกลอรี่ ห้าเลเวลนับเป็นหนึ่งขั้น นั่นหมายความว่า ร่มแสนกลเทียบเท่าอาวุธเกรดสีน้ำเงินเลเวลยี่สิบ อาวุธเกรดสีเขียวเลเวลยี่สิบห้า

ข้อได้เปรียบนี้ ถือว่ากินขาดในช่วงเลเวลต่ำ เพราะค่าดาเมจจากอาวุธของจวินม่อเซี่ยวเทียบเท่ากับอาวุธในเลเวลเดียวกันสี่ห้าชิ้น หักลบกับผลจากค่าสถานะของตัวละคร จวินม่อเซี่ยวคนเดียวเทียบเท่าตัวละครสามคน บวกกับทักษะทางฝีมือของเยี่ยซิว การลุยเดี่ยวเคลียร์ด่านไม่แพ้ทีมที่มีสมาชิกห้าคนเลย หากเทียบกับทีมผู้เล่นมือใหม่แล้ว ยังเร็วกว่าอีกด้วย

จวินม่อเซี่ยวเตรียมจะไปพิชิตดันเจี้ยนคนเดียวอยู่แล้ว แต่ไม่นึกว่าพอก้าวออกไปไม่กี่ก้าวก็พลันมีคนก้าวออกมาขวาง ปรากฏว่าเป็นเยวี่ยจงเหมียน หมอนี่ตาเฉียบเหมือนกัน สถานที่ซึ่งมีมหาชนเป็นแพ ก็ยังอุตส่าห์มองหาเขาเจอ

ฮัลโหลเยี่ยซิวขยับหูฟังไมโครโฟน ทดสอบว่าระบบเสียงทำงานหรือยัง

โหลหาแม่เรอะ!” เยวี่ยจงเหมียนไม่มีเกรงใจเลยจริงๆ

แต่เยี่ยซิวก็เพียงยิ้มๆ พลางเอ่ยปากถามมีธุระเหรอ

บทที่ 11 ขาดคนเหรอขอเข้าหน่อย

ความใจเย็น ความชิลล์เฉยของน้ำเสียง ทำให้เยวี่ยจงเหมียนพูดต่อไม่ออก เขาเกือบไม่เชื่อว่า คนคนนี้คือคู่กรณีที่เขาเพิ่งฟลัดข้อความใส่ครึ่งค่อนวัน หากจะบอกว่าฝูงชนนั้นถูกปิดหูปิดตา แต่เขากับจวินม่อเซี่ยวนั้นรู้เช่นเห็นชาติต่อกันว่านี่คือการใส่ความหน้าด้านๆ แล้วทำไมไอ้หมอนี่ยังทำตัวเหมือนบุคคลผู้ไม่เกี่ยวข้อง หรือว่าข้อความเกลื่อนจอเมื่อครู่ เขาจะไม่เห็น

จวินม่อเซี่ยวไร้ยางอาย ต้องการฮุบบอสลับไว้คนเดียว จงใจไม่ฮีลเพื่อน ให้เพื่อนตายยกทีม ทุกคนระวังตัว

เยวี่ยจงเหมียนรีบโพสต์ข้อความที่เซฟเก็บไว้ซ้ำอีกสองรอบ หมายจะเห็นปฏิกิริยาของจวินม่อเซี่ยว ผลก็คือได้ยินเยี่ยซิวพูดว่ายังจะฟลัดอีก คุณไม่ไปเก็บเลเวลเหรอ

ฉันฉันจะให้แกรู้ความร้ายกาจของฉัน! ตอนนี้รู้แล้วสิว่าอย่าริมาแหยมกับกิลด์เยวี่ยหลุนนี่เป็นบทพูดที่เยวี่ยจงเหมียนเตรียมไว้พูด แต่บัดนี้พูดออกมาแล้ว กลับรู้สึกผิดบริบทอย่างไรชอบกล เหมือนจ้วงมีดใส่กองนุ่น ไม่มีส่วนรับแรงกระทำ

รู้แล้ว นี่ฉันหาปาร์ตี้เข้าไม่ได้เลยเนี่ยเยี่ยซิวกล่าว

ได้ยินเช่นนี้ ในที่สุดเยวี่ยจงเหมียนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นหน่อย หัวเราะฮ่าๆ แล้วพูดว่ารู้ฤทธิ์ซะบ้าง

แต่ไม่นึกว่าเยี่ยซิวกลับพูดต่อพวกนายขาดคนกันอยู่ใช่ไหม ขอเข้าตี้ด้วยคนสิ

เยวี่ยจงเหมียนปากอ้าตาค้างเชี่ยนี่ นายนี่มันต่ำใช้ได้เลยนะ…”

เหอะๆ ขอเข้าหน่อย ขอเข้าหน่อย ตอนนี้ก็รู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว หันมาร่วมมือกันดีมั้ยเยี่ยซิวพูดพลางยังเป็นฝ่ายส่งคำขอเข้าปาร์ตี้อีกด้วย

ฝ่ายเยวี่ยจงเหมียนเป็นปาร์ตี้สี่คนจริงๆ แน่นอนว่าไม่ใช่คนกลุ่มเดิม ทั้งสามคนนี้ต่างเป็นสมาชิกกิลด์เยวี่ยหลุนตามที่เยวี่ยจงเหมียนประกาศตัว แต่การสร้างกิลด์หรือสมาคมนั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อออกไปจากหมู่บ้านมือใหม่แล้ว เห็นได้ว่าพวกเขาต่างเป็นพรรคพวกกันที่มาจากเซิฟเวอร์เก่า ยกแก๊งกันมาตั้งรกรากใหม่ที่เซิฟเวอร์ใหม่ แล้วระบบส่งตัวมายังหมู่บ้านมือใหม่แห่งเดียวกัน เยวี่ยจงเหมียนอยากไปฮุบบอส ย่อมไม่สะดวกร่วมปาร์ตี้กับพวกเดียวกัน จึงไปหาปาร์ตี้เปิด ปรากฏว่าเริ่มต้นไม่สวย มาเจอจวินม่อเซี่ยวเข้า *เสียทั้งฮูหยินทั้งไพร่พล (ทำเชิงอรรถ สำนวนจีนมาจากเรื่องสามก๊ก เหตุจากซุนกวนและจิวยี่วางแผนล่อลวงเล่าปี่ด้วยซุนฮูหยินโดยใช้อุบายสาวงาม สุดท้ายกลับพลาดท่าเสียทีเล่าปี่และขงเบ้ง จนต้องเสียทั้งสาวงามและไพร่พล…) รีบไปตามคนในกิลด์มาช่วย พลางหลอกเพื่อนร่วมปาร์ตี้เก่า ให้ช่วยกันฟลัดข้อความ หมายจะใส่ความจวินม่อเซี่ยวให้ชื่อเน่า

ผลลัพธ์ล่ะ ผลลัพธ์ก็คือตอนนี้ อีกฝ่ายเหมือนไม่เอามาใส่ใจเลย ไม่มีปาร์ตี้อื่นรับ ก็มาขอเข้าปาร์ตี้ตน เยวี่ยจงเหมียนมองดูคำขอเข้าปาร์ตี้ตรงหน้า ไม่รู้จริงๆ ว่าควรกดรับหรือปฏิเสธดี

เยวี่ยจงเหมียนพลันเคว้ง เนื่องจากมีประวัติให้เห็น เขารู้สึกว่าคนคนนี้ไม่ใช่ผู้เล่นธรรมดา การทำเช่นนี้ต้องมีเจตนาอะไรสักอย่างสิ ขณะกำลังลังเลอยู่นั้น พรรคพวกข้างๆ ก็ส่งข้อความส่วนตัวมาบอกว่ารับเข้าตี้สิ หมอนี่รนหาที่เอง พอลงดันแล้วมีหรือจะไม่ตกเป็นเครื่องเล่นของพวกเรา

เยวี่ยจงเหมียนคิดดูก็ถูก ฝ่ายตนมีกันสี่คน ซ้ำยังเป็นพรรคพวกกัน ไม่มีเหตุผลที่ต้องเกรงกลัวอีกฝ่ายที่มีแค่ตัวคนเดียว

ดังนั้นเยี่ยซิวจึงกลับเข้าป่าแห่งกริมม์อีกครั้งพร้อมคนสี่คนนี้ คราวนี้ไม่มีโชคอีก ไม่เจอแมวปีศาจแล้ว เยี่ยซิวถามยิ้มๆ ว่ายังต้องให้ฉันฮีลอีกมั้ย

ไม่ต้อง ทุกคนช่วยกันลุยพวกเยวี่ยจงเหมียนพูดพลางก็พุ่งเข้าใส่มอนสเตอร์แล้ว คนสี่คนนี้เห็นได้ว่าไม่ใช่ผู้เล่นกลอรี่หน้าใหม่ ท่วงท่าเทคนิคต่างเก๋าเกม มีฝีมือระดับนี้ ใช้แค่สองหรือสามคน ก็เพียงพอสำหรับฝ่าด่านป่าแห่งกริมม์นี้ได้แล้ว บัดนี้เมื่อจัดปาร์ตี้แบบเต็มยศ ผลลัพธ์จึงเสมือนติดปีก เยี่ยซิวก็ไม่พูดมาก ควบคุมจวินม่อเซี่ยวสะบัดร่มเป็นทวนยาว พุ่งลงสนามไป

ปะทะเวหา เขี้ยวมังกร สองท่านี้เป็นการโจมตีแบบใช้สกิล นอกจากการใช้สกิล ตัวละครย่อมมีท่าโจมตีแบบธรรมดา การโจมตีแบบธรรมดา สามารถเป็นไปได้หลากหลายรูปแบบ แล้วแต่ทิศทางและกำลังที่ผู้เล่นเป็นผู้ควบคุม อย่างเช่นแทงตรง ฟาดขวาง ตั้งสับ งัดขึ้น การโจมตีเหล่านี้ บางทีเมื่อใช้ออกมาท่วงท่าจะคล้ายกับการใช้สกิล แต่ให้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน อย่างเช่นปะทะเวหาเป็นสกิลที่ทำให้ลอยชนิดหนึ่ง แต่ผลของการยกลอยสูงกว่าการโจมตีด้วยท่างัดขึ้นแบบธรรมดามาก ดาเมจก็มากกว่า ส่วนเขี้ยวมังกรคือท่าแทงตรง แต่ใช้เวลาในการเปิดท่าและปิดท่าเร็วกว่าท่าแทงตรงธรรมดา ซ้ำยังทำให้ติดอาการสตันหรือมึนงงชั่วขณะได้ เมื่อเป้าหมายที่ติดสตัน ก็จะทำอะไรไม่ได้เลย

เยี่ยซิวขณะนี้ไม่ใช้สกิล ใช้เพียงท่าโจมตีธรรมดาก็อาละวาดเหล่ามอนสเตอร์ของป่าแห่งกริมม์ยับแล้ว เพียงแต่บางครั้ง พอฟาดทวนออกไปแล้วดึงกลับ จุดที่เดิมทีไม่มีมอนสเตอร์ อยู่ๆ ก็มีคนผลักมอนสเตอร์มาใส่ เยี่ยซิวยิ้มๆ ไม่ใส่ใจ รับมาเก็บเรียบ เขารู้ว่านี่เป็นฝีมือของพวกเยวี่ยจงเหมียน จงใจโยนมอนสเตอร์ใส่ตน หมายจะให้ตนถูกรุม

แต่จะรุมก็รุมไปสิ เยี่ยซิวซึ่งมีศักยภาพระดับลุยเดี่ยวได้อยู่แล้ว ไฉนจะใส่ใจกับเรื่องแค่นี้ ครั้งที่มากที่สุดคือถูกมอนสเตอร์ของป่าแห่งกริมม์รุมล้อมพร้อมกันห้าตัว เขาใช้สกิลปะทะเวหา เปิดช่องหนีออกมาจากวงล้อม แล้วหันกลับมาฟาดกวาด สับซ้าย ฟันขวา มอนสเตอร์ทั้งห้าเรียงคิวให้เขาย่ำยี พวกเยวี่ยจงเหมียนทั้งสี่จงใจยืนดูอยู่เฉยๆ ผลก็คือเห็นจวินม่อเซี่ยวลุยเข้าลุยออกในฝูงมอนสเตอร์ องอาจมาดเท่ ทำเอาคนทั้งสี่รู้สึกริษยา

คนคนนี้มีฝีมือไม่เลวเถียนชี สมาชิกคนหนึ่งในทีมเป็นฝ่ายพยักหน้าให้การยอมรับก่อน

เป็นนักเล่นเก่า ดูจากฝีมือ ถ้าเขาจะลุยป่าแห่งกริมม์คนเดียว ฉันว่าไม่ใช่เรื่องยากอีกคนกล่าวบ้าง

เขามีฝีมืออยู่แล้ว แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดโหมดคลั่งเขายังลุยคนเดียวได้ ฉันนี่นึกไม่ถึงเลยนะ ฝีมือของเขาอย่างน้อยก็ต้องเหนือกว่าฉันเยวี่ยจงเหมียนกล่าว

ฝีมือระดับนี้ อยู่ในป่าแห่งกริมม์ยังไงก็ฆ่าเขาไม่ตายหรอกคนถัดไปกล่าวสรุป

หรือไม่เราก็เก็บเลเวลจนถึงเลเวลสิบแล้วไปเล่นถ้ำแมงมุมกันเถียนชีมองไปทางอีกสามคน

ถ้ำแมงมุมเป็นดันเจี้ยนสำหรับเลเวลสิบถึงสิบห้า เทียบกับป่าแห่งกริมม์แล้ว ความยากฉีกห่างออกไปหนึ่งช่วงใหญ่ ถ้าบอกว่าป่าแห่งกริมม์มีไว้เพียงให้ผู้เล่นฝึกฝีมือ เมื่อถึงเลเวลสิบ เริ่มจากถ้ำแมงมุม ผู้เล่นก็ต้องเริ่มสัมผัสกับสิ่งที่เป็นเรื่องทางเทคนิคนิดหน่อยแล้ว ถ้ำแมงมุม ตีความตรงๆ ตามชื่อ มอนสเตอร์ก็คือแมงมุม หลักๆ แล้วมีสองชนิด ชนิดที่หนึ่งเป็นแบบจู่โจมไกล ใยที่พ่นออกมามีโอกาสผูกรัด ผู้เล่นที่ถูกผูกรัดจะเคลื่อนไหวไม่ได้ อีกชนิดหนึ่งเป็นแบบโจมตีใกล้ เมื่อถูกกัดจะมีโอกาสติดพิษ ผู้เล่นที่ติดพิษเลือดจะลดเรื่อยๆ ซึ่งการโจมตีที่ทำให้ติดอาการแปลกปลอมเหล่านี้ สำหรับป่าแห่งกริมม์จะมีเฉพาะบอสลับเท่านั้น

นอกจากมอนสเตอร์ทั่วไป บอสในถ้ำแมงมุมยังมีสามตัว บอสโจมตีไกลหนึ่งตัว บอสโจมตีใกล้หนึ่งตัว มีราชาแมุงมุมเป็นลาสต์บอสหรือบอสตัวสุดท้าย ส่วนบอสลับจะมีโอกาสเป็นปีศาจแมงมุม นักรบแมงมุม และแมงมุมเจ้าถิ่น ตัวใดตัวหนึ่ง

เนื่องจากเลเวลตั้งแต่หนึ่งถึงสิบนั้นอัพได้เร็วมาก หากเป็นผู้เล่นหน้าใหม่จริงๆ อาจยังไม่ทันได้เรียนรู้ทักษะทางเกมสักเท่าไหร่ หากเริ่มไปลุยด่านแมงมุมในยามนี้ โดยมากคือมีไปไม่มีกลับ ดังนั้นในไกด์เกมสำหรับผู้เล่นมือใหม่ ถ้ำแมงมุมจึงไม่เคยมีใครแนะนำกัน พวกที่คิดจะไปเล่นด่านนี้ มีแต่นักเล่นหน้าเก่าที่มีทักษะประจำตัวกันอยู่แล้วระดับหนึ่งอย่างพวกเยวี่ยจงเหมียน

ในถ้ำแมงมุม ถ้าส่งหมอนี่เข้าไปตาย แล้วเหลือพวกเราแค่สี่คน จะผ่านด่านกันไหวไหมเยวี่ยจงเหมียนชักลังเล

ถ้าไม่เจอบอสลับ ไม่น่ามีปัญหาเถียนชีกล่าว

ถ้าเจอบอสลับ ต่อให้มีเขาอยู่ด้วยก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน ถ้ำแมงมุมยากกว่าที่นี่เยอะคนหนึ่งพูด

ก็จริง งั้นพวกเรารีบอัพเลเวลกัน พอถึงสิบแล้วย้ายไปถ้ำแมงมุมเยวี่ยจงเหมียนกล่าว

ขณะนี้ อีกคนที่ไม่ค่อยพูดพลันเอ่ยปากว่าพวกเรามาช่วยเขาเก็บเลเวลกันก่อน จากนั้นก็ช่วยกันฆ่าเขาหนึ่งครั้ง เอางั้นหรือ

เยวี่ยจงเหมียนฟังแล้วนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ฟังดูแล้วแผนการนี้ของพวกเขาช่างชวนปวดไข่จริงๆ แต่เถียนชีก็หาข้ออ้างจนได้ต้องบอกว่า เราใช้เขาเป็นแรงงานทาสก่อน จากนั้นก็ถีบเขาออกไป

ใช่ใช่ใช่ ตามนั้นเลยเยวี่ยจงเหมียนชื่นใจยิ่งนัก

บทที่ 12 ถ้ำแมงมุม 1

คนทั้งสี่เหิมเกริมยิ่ง ยืนหารือกันข้างๆ อย่างลับๆ ล่อๆ ปล่อยให้เยี่ยซิวใช้แรงงานอยู่อีกฝั่งคนเดียว เคราะห์ดีที่พวกเขาก็ไม่ได้เห็นเยี่ยซิวเป็นไอ้งั่ง เมื่อหารือกันแล้วเสร็จ ก็กรูกันเข้ามาช่วยเยี่ยซิวเคลียร์มอนสเตอร์ พลางอธิบายถึงเหตุอู้งานของพวกเขาเมื่อครู่เมื่อกี๊มีธุระเรื่องกิลด์นิดหน่อย เลยเสียสมาธิกัน ตอนนี้เสร็จแล้ว

ทุกคนสู้ๆเยี่ยซิวเพียงพูดเรียบๆ คำเดียว ไม่แสดงความสงสัยใดๆ แม้แต่น้อย

คนทั้งสี่แอบดีใจ ดังนั้นในช่วงระยะนี้จึงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมาก คนมีฝีมือสี่คน บวกกับสุดยอดฝีมือเยี่ยซิวอีกคน ดันเจี้ยนสำหรับมือใหม่แห่งนี้ จึงถูกทุกคนบุกตีจนโล่งเหี้ยน ทุกฝ่ายต่างแสดงฝีมือกันสุดเหวี่ยง ดูจากภายนอกแล้ว ไม่เห็นเล่ห์กลแผนร้ายใดๆ ทั้งสิ้น

ค่าดาเมจหมอนี่สูงจัง รู้สึกกันหรือเปล่าทางฝั่งเถียนชียังกระซิบกระซาบกันกับเยวี่ยจงเหมียน

เหมือนจะใช่ ทวนที่ใช้นั้นมันคืออะไร ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเยวี่ยจงเหมียนกล่าว

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยสนใจมองพวกทวนเลเวลต้นๆเถียนชีกล่าว

เดี๋ยวตอนที่ทำให้หมอนี่ตาย ถ้าทำให้ดร็อปได้ด้วยก็ดีสิเยวี่ยจงเหมียนพูด

ได้ดร็อปแล้วไง ค่าดาเมจสูงแค่ไหนก็ยังเป็นของเลเวลต่ำ ใช้ได้ไม่กี่วันเท่านั้นเถียนชีกล่าว

มันก็จริงเยวี่ยจงเหมียนพยักหน้า

ทั้งสองฝ่ายต่างไม่หาเรื่องกัน ร่วมมือกันอย่างสมานฉัน ลุยเข้าลุยออกป่าแห่งกริมม์ มีประสิทธิภาพยิ่ง เรื่องเดียวที่น่าเสียดายคือ ไม่ได้เจอกับบอสลับแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดอีกเลย

หลังจากลุยผ่านไปมาหลายจบ จวินม่อเซี่ยวถึงเลเวลสิบก่อนเพื่อน ทำไงได้ ใครใช้ให้เขาเป็นคนทำเฟิสต์คิลแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดกันล่ะ นั่นเป็นค่าประสบการณ์ที่น่าดูชมเลยทีเดียว ป่าแห่งกริมม์มีบอสลับอยู่แค่เจ้านี่ตัวเดียว อาศัยเพียงจุดนี้ จวินม่อเซี่ยวขณะนี้ก็ติดอันดับต้นๆ ของทำเนียบบอร์ดเซิฟเวอร์สิบแล้ว แต่น่าเสียดายที่ผู้เล่นที่ถึงเลเวลสิบคนแรกไม่ใช่เขา ตัวละครตัวนั้นชื่อหลานเหอ ตอนถึงเลเวลสิบเป็นคนแรก คือครั้งที่สองแล้วที่ระบบประกาศชื่อของเขา ส่วนครั้งแรกคือตอนที่เขาผ่านด่านป่าแห่งกริมม์เป็นปาร์ตี้แรกสุด พร้อมกับคนอื่นอีกสี่คน

พวกเยวี่ยจงเหมียนซึ่งเห็นว่าจวินม่อเซี่ยวถึงเลเวลสิบก่อนเพื่อน ต่างพากันตื่นตระหนก กลัวว่าไอ้หมอนี่จะชิ่งหนีไปทำธุระของคนเลเวลสิบเสียแล้ว ที่ไหนได้ เยี่ยซิวเพียงพูดยิ้มๆ คำเดียวว่าอัพแล้วจากนั้นก็ตามพวกเขาทั้งสี่กลับเข้าป่าแห่งกริมม์อีกครั้ง ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดี

ค่าประสบการณ์ที่ดึงห่างออกมาเพราะการทำเฟิสต์คิลแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดก็ไม่นับว่ามาก หลังจากจบด่านรอบนี้ พวกเยวี่ยจงเหมียนทั้งสี่ก็ถึงเลเวลสิบพร้อมกัน คนทั้งห้าต่างปรับเสริมอาวุธชุดเกราะตามตัวกันไปไม่น้อย

สหาย พวกเราร่วมมือกันได้ไม่เลว ตอนนี้ฝ่ายเราสี่คนก็เลเวลสิบกันแล้ว ไปลุยดันเจี้ยนถ้ำแมงมุมด้วยกันไหมเถียนชีตรงเข้ามาพูดกับเยี่ยซิว เยวี่ยจงเหมียนมีปัญหากับเยี่ยซิวอยู่ก่อน ถ้าอยู่ๆ ทำตัวสนิทก็แปลกๆ ดังนั้นเยวี่ยจงเหมียนจึงทำตัวไม่ชอบขี้หน้าเยี่ยซิวต่อไป ให้เถียนชีเล่นบทนักไกล่เกลี่ยที่มาชวนเยี่ยซิวคุยเป็นพักๆ

เยี่ยซิวได้ยินข้อเสนอนี้แล้วก็เห็นชอบมาก เพียงแต่บอกว่าต้องไปอัพสกิลเพิ่มเติมอีกหน่อย แต้มสกิลไม่ใช่ได้จากเควสต์อย่างเดียว ยังเป็นรางวัลเมื่อเลเวลอัพ ฆ่ามอนสเตอร์ได้ครบตามจำนวน และเมื่อรับความท้าทายของเควสต์บางชนิดอีกด้วย อาศัยเป้าหมายหลักๆ พวกนี้ สามารถทำให้ท้ายที่สุดได้แต้มมาครบสี่พัน คราวนี้จากเลเวลเจ็ดขึ้นแตะสิบ แต้มสกิลไม่ได้สะสมเพิ่มมาได้มากเท่าไหร่หรอก แต่จุดสำคัญคือ เลเวลสิบเป็นอีกลำดับขั้นหนึ่งของการเรียนสกิลใหม่ๆ

คนอีกสี่คนย่อมต้องไปเรียนเช่นกัน ดังนั้นจึงแยกย้ายกันไปหาผู้สอนสกิล จากนั้นก็นัดพบกันที่ถ้ำแมงมุม

บริเวณหน้าทางเข้าถ้ำแมงมุม คนจะมีไม่มากเท่าไหร่แล้ว เพราะทีมพวกเขานับเป็นทีมที่เลเวลอัพค่อนข้างเร็ว อีกทั้งหากเป็นผู้เล่นมือใหม่ที่เล่นตามไกด์เกม มักไม่คำนึงถึงดันเจี้ยนนี้

นอกประตูลงดันเจี้ยนมีผู้เล่นทั่วไปกำลังตั้งปาร์ตี้เปิด เนื่องจากดันเจี้ยนนี้มีความยากสูง ดังนั้นต่างฝ่ายต่างจะถามถึงอุปกรณ์สวมใส่ของอีกฝ่ายก่อน ทำให้การตั้งปาร์ตี้เป็นไปได้ช้า แต่พวกเยี่ยซิวนั้นกลับสบาย มาถึงไม่พูดพล่ามทำเพลงก็ลงเลย เพียงแต่คราวนี้ พวกเยวี่ยจงเหมียนทั้งสี่ก็เริ่มทำตัวลับๆ ล่อๆ กันอีกแล้ว

เอาให้ตายทันทีหรือดูสถานการณ์กันไปก่อนคนหนึ่งกระซิบถาม

รอดูสักหน่อยก่อนดีไหม หมอนี่เป็นตัวเล่นฝีมือดี หลอกใช้งานไปก่อน พอถึงบอสค่อยหาทางกำจัด ว่าไงเถียนชีเสนอ

อืมคนอื่นๆ ต่างไม่มีความเห็น พูดตามตรงพวกเขาไม่ได้มีความแค้นกับเยี่ยซิว เห็นคนคนนี้ฝีมือการเล่นโดดเด่น เป็นตัวทำดาเมจอันดับหนึ่งของทีม ต่างนึกเสียดายไม่อยากปล่อยไป แต่ติดตรงที่ต้องรักษาหน้าของเพื่อนพ้องอย่างเยวี่ยจงเหมียน จนท้ายที่สุดก็ต้องเดินมาถึงก้าวนี้ ทุกคนแม้ไม่พูดออกมา แต่ก็นึกเสียดายกันในใจ

น้ำยาแก้พิษได้พกกันมาแล้วใช่ไหมเมื่อเข้าด่านแล้ว เถียนชีก็ถามทุกคน ทุกคนต่างอืมตอบ มีเพียงเยี่ยซิวที่กล่าวขึ้นยิ้มๆ แบบลอยๆ ว่าไม่จำเป็น

ไอ้หมอนี่ หาที่ตายเยวี่ยจงเหมียนเหม็นน้ำเสียงเชื่อมั่นในตนเองสูงของเยี่ยซิวมาก

พวกเราก็ยิ่งทำตามแผนได้สะดวกขึ้นเถียนชีกลับเห็นเป็นเรื่องดี

ในถ้ำแมงมุมแสงมืดสลัว มองเห็นใยแมงมุมขาดวิ่นอยู่ทั่วไปหมด บนพื้นจะเจอเศษซากกระดูกหล่นกระจาย แลดูสยดสยองพองเกล้า พวกเยวี่ยจงเหมียนต่างตึงเครียดกันมาก การตายในกลอรี่นั้นทำให้เสียค่าประสบการณ์ด้วย สำหรับโลกธรรมดาจะตกร้อยละสิบ อุปกรณ์สวมใส่ก็มีโอกาสตกด้วย แต่เปอร์เซ็นต์จะต่ำกว่า หากเข้าสู่อาณาจักรทวยเทพจะยิ่งน่าสะพรึง การตายในนั้นเสียค่าประสบการณ์ร้อยละยี่สิบ อุปกรณ์สวมใส่มีก็เปอร์เซ็นต์การตกที่สูงมาก

หันมาดูจวินม่อเซี่ยว ขณะนี้กลับยังทำตัวเหมือนอยู่ที่ป่าแห่งกริมม์ หิ้วทวนศึกของเขาเดินฉับๆ ไปข้างหน้า พวกเยวี่ยจงเหมียนทั้งสี่เห็นไอ้หมอนี่อาสาฝ่าดงระเบิดให้ก่อน ก็นับเป็นเรื่องดี

เยี่ยซิวนั้นลืมพวกดันเจี้ยนเลเวลต่ำๆ พวกนี้ไปเกือบเกลี้ยงแล้ว ในความทรงจำของเขา เหมือนกับเมื่อก่อนตนเองก็เคยเขียนไกด์การผ่านด่านถ้ำแมงมุมอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้กลับนึกไม่ออกเลยสักนิด คิดๆ ดูแล้ว ก็ผ่านไปเกือบสิบปีแล้วเหมือนกัน

ขณะเยี่ยซิวกำลังครุ่นคิดพึมพำ ซอกหินข้างๆ พลันมีเงามืดตะคุ่มหนึ่งพุ่งออกมา ตะครุบเข้าใส่หน้าจวินม่อเซี่ยว เยี่ยซิวเคาะแป้นคีย์บอร์ด มือขวาลากเมาส์ จวินม่อเซี่ยวม้วนตัวกลับหลังหลบการโจมตี พร้อมลุกขึ้นมาใส่ปะทะเวหา

ตัวที่จู่โจมคือแมงมุมพิษตัวสีเขียวชนิดโจมตีใกล้ เมื่อโดนท่าปะทะเวหาก็ถูกงัดขึ้นตัวลอยขาชี้ฟ้า การโจมตีใส่เป้าหมายที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศเป็นทักษะการควบคุมขั้นพื้นฐานของกลอรี่ เยี่ยซิวมีหรือจะพลาด สิ้นเสียงดีดเคาะคีย์บอร์ดกับเมาส์อย่างรัวถี่เป็นชุด จวินม่อเซี่ยวถีบตัวลอยขึ้น ยกทวนกระหน่ำแทงใส่แมงมุมเขียวตั้งแต่กลางอากาศจนตกถึงพื้น ฉึกฉึกฉึกฉึกสี่ครั้งติด เข้าเป้าทุกดอก แมงมุมเขียวถูกตอกฝังเข้าซอกหินข้างๆ ทั้งเป็น

เชี่ย! ไม่จริงใช่มั้ย!” เถียนชีสะดุ้งสุดตัว

ย้ำแทงสี่ครั้งกลางเวหา!” อีกคนร้องอุทานออกมาอย่างรับลูก

แค่เลเวลสิบก็ใช้ย้ำแทงสี่ครั้งกลางเวหาได้แล้ว?” คนที่สาม

ส่วนเยวี่ยจงเหมียนได้แต่อ้าปากช็อก พูดอะไรไม่ออก

ย้ำแทงสี่ครั้งกลางเวหา นี่เป็นท่าโจมตีต่อเนื่องของนักเวทสงคราม ที่คนจำนวนมากรู้จักแต่ทำไม่ได้ โดยทฤษฎีแล้วง่ายมาก ก็คือใช้ท่าแทงตรงของการโจมตีธรรมดา ตามด้วยเขี้ยวมังกรบวกกับท่าทิ่มแทงย้ำจุดสองครั้งซ้อนซึ่งเป็นสกิลของนักเวทสงครามเลเวลสิบ รวมเป็นท่าโจมตีแบบแทงตรงใส่เป้าหมายที่ตัวลอยอยู่สี่ครั้งติด

ฉันได้ยินว่าต้องมีความเร็วมือระดับหนึ่งร้อยเจ็ดสิบขึ้นไปถึงจะทำคอมโบชุดนี้ติดเถียนชีกล่าว

นั่นมันต้องเป็นนักเวทสงครามที่เปลี่ยนอาชีพแล้วทำให้ได้บวกสถานะความเร็วถึงจะทำได้ไม่ใช่รึอีกคนพูดย้ำ

ตอนนี้เขาเป็นแค่คนจรเท่านั้นนะ…”

คนจรกับนักเวทสงคราม ความเร็วโจมตีต่างกันเท่าไหร่

ไม่รู้สิ ยังต้องบวกค่าของอุปกรณ์สวมใส่ด้วย อุปกรณ์สวมใส่ของเขาตอนนี้ ไม่มีทางมีพวกที่บวกคุณสมบัติความเร็วชุดสวมใส่ของจวินม่อเซี่ยว ต่างก็เป็นไอเท็มที่ได้มาพร้อมพวกเขาตอนลุยด่าน

อาวุธล่ะ เป็นเพราะอาวุธนั่นของเขาใช่ไหม

อย่าหาสาเหตุกันเลย ต่อให้พวกนายได้เปลี่ยนอาชีพแล้ว เป็นนักเวทสงคราม ใส่ชุดเกราะความเร็วแสงครบชุดที่บวกค่าความเร็วเต็มพิกัด พวกนายมีปัญญาทำย้ำแทงสี่ครั้งกลางเวหากันได้ไหม

เงียบกริบ หากพวกเขาทำได้ ก็ไม่ต้องอึ้งทึ่งช็อกกันปานนี้แล้ว

คนคนนี้เป็นใครกันแน่คนทั้งสามหันไปมองเยวี่ยจงเหมียนพร้อมๆ กัน

บทที่ 13 ถ้ำแมงมุม 2

ฉันว่านะ คนคนนี้พวกเราอย่าไปหมางใจด้วยจะดีกว่าน้ำเสียงเถียนชีเริ่มเคร่งขรึมขึ้น ถ้อยคำนั้นพูดกับคนทั้งสาม แต่สายตามองเพียงเยวี่ยจงเหมียน

นั่นสิ ความเร็วมือร้อยเจ็ดสิบขึ้น นี่มันโปรนี่นา!” อีกคนคล้อยตาม

ร้อยเจ็ดสิบเป็นแค่ตัวเลขขั้นต่ำ ทั้งที่เขาเป็นแค่คนจรที่ไม่มีไอเท็มบวกชนิดพิเศษก็ยังทำย้ำแทงสี่ครั้งกลางเวหาได้ ฉันสงสัยว่าความเร็วมือระดับนั้นจะต้องเกินสองร้อยแล้วมั้ง

ความเร็วมือสองร้อยในกิลด์ของเราคงมีแต่หัวหน้ากิลด์เท่านั้น ที่มีฝีมือระดับนี้

ไม่เพียงไม่ควรหมางใจด้วย ซ้ำยังควรจีบมาเข้าพวกถึงจะถูก

คนพวกนั้นคุยกันไปมา มีเพียงเยวี่ยจงเหมียนที่ไม่ปริปากสักคำ หลักการเหล่านี้เขาย่อมรู้ดี ความจริงหลังจากลงดันเจี้ยนด้วยกันมาหลายรอบ ความเจ็บแค้นพยาบาทที่เยวี่ยจงเหมียนมีต่อเยี่ยซิวก็เจือจางไปมากแล้ว ถ้าทำให้อีกฝ่ายตายได้สักครั้งก็เป็นอันจบสิ้นพิธีการ แต่บัดนี้เมื่อรู้ว่าคนคนนี้เป็นนักเล่นมือโปร ที่แม้แต่จะวางแผนคิดร้ายต่อเขาก็ยังเป็นเรื่องยาก ความอาฆาตแค้นในใจของเยวี่ยจงเหมียน กลับยิ่งถูกกวนให้ขุ่นมัว ความรู้สึกเช่นนี้ตัวเขาเองก็พูดไม่ถูก ริษยาชื่นชมเคืองแค้นโกรธมีครบ พอกำลังอยากพูดอะไรหน่อย ปรากฏว่าก็เห็นสหายทั้งสามของตน ขณะนี้ต่างกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่กับการดูชมจวินม่อเซี่ยวตีมอน ชมเปาะกันไม่หยุดปาก เยวี่ยจงเหมียนรีบหันขวับไปดูบ้าง จึงพบว่าเมื่อมาถึงถ้ำแมงมุม ฝีมืออันกล้าแกร่งของคนผู้นี้ จึงได้สำแดงเดชออกมาอย่างแท้จริง

มอนสเตอร์ในป่าแห่งกริมม์นั้นอ่อนแอเกินไป ซ้ำค่าโจมตีของจวินม่อเซี่ยวก็สูง ฆ่ามอนสเตอร์ได้เร็วเกิน ย่อมมองอะไรไม่ออก ส่วนบอสนะหรือ ก็แค่มีเลือดเยอะกว่าหน่อย กรูเข้าไปรุมๆ ก็จบ เห็นฝีมือกันไม่ชัด บัดนี้เห็นเขาลุยเดี่ยวกับแมงมุมที่หนังหนาเลือดเยอะ ทักษะฝีมือจึงแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน

ทำคอมโบมาสิบเจ็ดครั้งติดแล้ว

ตั้งแต่ย้ำแทงสี่ครั้งกลางเวหาเมื่อกี๊ ก็ยังไม่มีพลาดเป้าเลย…”

เหมือนจะกระโดดขึ้นถีบตัวกับผนัง แล้วต่อด้วยท่าโจมตีงัดขึ้นแบบธรรมดา

ปะทะเวหาลูกตะกี๊จบ ฉันนึกว่าเขาจะต่อท่าไม่ติดแล้วซะอีก

งดงามเกินไปแล้ว

เสียงชื่นชมอึ้งทึ่งไม่หยุดปากของคนทั้งสาม ทำให้จิตใจของเยวี่ยจงเหมียนเฝื่อนขม เดินตรงเข้าไปเพื่อพูดคุย เถียนชีก็หันกลับมาทางเขาเชื่อฉันเถอะ อย่ามีเรื่องกับคนคนนี้อีกเลย นายไม่ชอบหน้าเขาก็อย่าไปเสวนาละกัน ส่วนเรื่องอื่นๆ ฉันจะเจรจาเอง!”

เยวี่ยจงเหมียนพยักหน้าเงียบๆ จิตใจขมขื่น เขารู้ว่า พวกเถียนชีเตรียมการเข้าไปผูกมิตรกับคนคนนี้แล้ว ยอดฝีมือระดับนี้มีกิลด์ไหนบ้างไม่อยากชิงตัว เมื่อเทียบกันแล้ว ตนเป็นแค่สมาชิกธรรมดาสามัญมากๆ คนหนึ่งของกิลด์เท่านั้น ไม่มีใครยินยอมกินแหนงแคลงใจกับยอดฝีมือระดับนี้เพื่อเขาหรอก

ฆ่าได้สวยมาก!” แมงมุมเขียวตัวนั้นถูกจวินม่อเซี่ยวรัวคอมโบใส่จนตายในรวดเดียว พวกเถียนชีสามคนกรูกันเข้าไปชื่นชม ถ้อยคำชื่นชมแทบไม่ต้องจงใจปั้นแต่ง เพราะฝีมือของคนคนนี้ ไม่มีที่ติจริงๆ

เพื่อนฝูง นี่เพิ่งจะเห็นว่าฝีมือของคุณไม่ธรรมดาจริงๆ!” เถียนชีกล่าว

ก็ไม่เท่าไหร่คนคนนั้นยังคงไม่ใส่ใจเช่นเดิม คำยกย่องชื่นชมเช่นนี้ ไม่สร้างความรู้สึกใดๆ แก่เขา เฉกเช่นเดียวกับคำใส่ร้ายป้ายสีเขาของเยวี่ยจงเหมียนก่อนหน้า

คุณเพื่อนเป็นยอดฝีมือมาจากกิลด์ไหนในเซิฟเวอร์เก่า มาหักร้างถางพงที่นี่หรือเปล่าเถียนชีถามออกไปเช่นนี้ แต่ในใจกลับรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้ไม่มาก หากเป็นคนของกิลด์มีหรือจะมีแค่ตัวคนเดียว แปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่คนคนนี้ต้องเป็นนักเล่นเดียวดาย

เปล่า แค่ฉันคนเดียวนั่นไงล่ะ

จริงรึ ถ้าไม่มีกิลด์ ฝีมือการเล่นระดับนี้ต่อให้จุดโคมตามหาก็ยังหาตัวจับยาก ทำไมถึงไม่มีกิลด์มาแย่งตัวล่ะเถียนชีทำทีแปลกใจ

ก็เซิฟเวอร์ใหม่ ยังไม่มีกิลด์เยี่ยซิวกล่าว

เถียนชีชะงักงัน เซิฟเวอร์ใหม่ไม่มีกิลด์ แล้วเซิฟเวอร์เก่าล่ะ ฝีมือการเล่นระดับเซียนเช่นนี้ไม่มีทางที่จะเพิ่งเริ่มเล่นกลอรี่หรอกจริงไหม แต่เมื่ออีกกฝ่ายไม่ยอมบอก เถียนชีเดาว่า อาจเป็นเพราะเขาแตกคอกันกับกิลด์เดิม จึงแยกวงมาเล่นที่เซิฟเวอร์ใหม่ ซึ่งนี่คือโอกาส! ต้องให้อีกฝ่ายรู้สึกว่ากิลด์เยวี่ยหลุนของพวกตนอบอุ่นเหมือนครอบครัวใหญ่

สหายเมื่อก่อนเล่นอยู่เซิฟเวอร์ไหนเหรอเถียนชีเริ่มเกมถามตอบ

ฉันไม่ได้เล่นนานมากแล้วตอบไม่ตรงคำถาม คำถามแรกของเกมถามตอบ ค้างซะแล้ว

อ้อ อ้อ…” เถียนชีก็ทำได้เพียงร้องอ้อๆ อยู่อย่างนั้น จะหาทางตัดเข้าเรื่องยังไงดีนะ เถียนชีอยู่ระหว่างวนอ้อมอยู่รอบกำแพง

ปรากฏว่าอีกฝ่ายไม่สนใจเรื่องจิ๊จ๊ะสักเท่าไหร่ เดินนำอยู่หน้าสุดต่อ แต่คราวนี้พวกเถียนชีกลับล้อมหน้าล้อมหลังจวินม่อเซี่ยวอย่างแน่นหนา เห็นได้ว่าได้ยึดเขาเป็นแกนหลักของทีมแล้ว เยวี่ยจงเหมียนอึดอัดใจนัก แต่ก็ทำได้เพียงเงียบไว้ไม่ส่งเสียง

มียอดฝีมือคอยคุมเชิง การลุยด่านผ่านไปอย่างราบรื่น ยาแก้พิษที่ทั้งสี่นำติดตัวมา ไม่ได้ใช้งานสักอันจริงๆ เพราะจวินม่อเซี่ยวจะชิงดึงความเกลียดชังของเหล่าแมงมุมไว้กับตัวก่อนทุกครั้ง จากนั้นอาศัยการเลือกหาช่องเดินอย่างชำนิชำนาญ ใช้เทคนิคการม้วนกลิ้ง กระโดด หลบหลีกหลอกล่อ คนทั้งสี่บางครั้งถึงกับเคลิ้มอยู่กับเทคนิคอันแพรวพราวของจวินม่อเซี่ยวจนลืมตีมอน

พื้นที่ด้านหน้าฉันจำได้ว่ามีแมงมุมเยอะมาก พอฆ่าล็อตแรกจบบอสเล็กก็จะปรากฏตัว อีกทั้งจะเป็นแบบพิษหรือพ่นใย ก็มาแบบสุ่ม เป็นจุดยากจุดนึงประจำด่านนี้ พวกเรา…” ตอนที่เถียนชีพูดถึงคำว่าพวกเรา ก็เห็นจวินม่อเซี่ยวลุยดุ่ยเข้าไปแล้ว จำต้องเปลี่ยนคำพูดว่าก็ได้ พวกเราลุยกันเถอะ…”

ความจำของเถียนชีนั้นไม่ผิด โพรงถ้ำจุดนี้มีมอนสเตอร์ลูกแมงมุมเยอะจริงๆ เป็นแมงมุมพิษสาม แมงมุมพ่นใยสี่ อีกทั้งความเกลียดชังเชื่อมโยงกัน เมื่อทุกคนเข้าใกล้ แมงมุมทั้งเจ็ดก็พุ่งออกมารับ

รีบบุก!” เถียนชีบอกสหายทั้งสาม ส่วนของจวินม่อเซี่ยวนั้นเขาไม่มีหน้าไปบัญชาการใดๆ ทั้งสิ้น ฝีมืออีกฝ่ายไม่รู้เหนือกว่าเขาเท่าไหร่ แต่คราวนี้ที่นี่มีแมงมุมถึงเจ็ดตัว เถียนชีรู้สึกว่า จวินม่อเซี่ยวจะมีเทคนิคที่ดีแค่ไหนก็ไม่มีทางดึงเอาความเกลียดชังไปได้หมด ถึงอย่างไรตอนนี้ก็เพิ่งจะเลเวลสิบ ยังไม่มีสกิลดึงความเกลียดชังหมู่! ดังนั้นเขาจึงเรียกทุกคนช่วยกันบุก เพื่อแบ่งเบาภาระให้จวินม่อเซี่ยว

ปรากฏว่าได้ยินเสียงดังฟ่าวทวนศึกในมือจวินม่อเซี่ยวโบกสะบัด ตีกวาดออกเป็นรัศมีครึ่งวงกลมใหญ่ แมงมุมสี่ตัวล้มลงทันที มีสองตัวบุกเข้าหา สองตัวพ่นใยใส่ จวินม่อเซี่ยวกระโดดสั้นๆ ไปข้างหลัง หลบพ้นใยแมงมุมสองอัน พร้อมกับหมุนตัวครึ่งรอบกลางอากาศ ทวนศึกในมือขยับอีกครั้ง เสียงดัง ฉึก ฉึก สองที แมงมุมสองตัวข้างหลัง โดนแทงเข้าไปตัวละฉึก พอเขาตกถึงพื้นก็ม้วนกลิ้งไปข้างๆ เพื่อหลบใยชุดใหม่ซึ่งพ่นมาจากแมงมุมตัวที่โดนแทง ยืนขึ้นปุ๊บก็ตบด้วยปะทะเวหา แมงมุมตัวที่เจ็ดถูกงัดลอยขึ้นฟ้า แม้แต่ใยก็พ่นไม่ออก

พวกเถียนชีทั้งสี่คนแตกฮือทันที

นี่ยังใช่คนอยู่อีกมั้ยคนทั้งสี่อยากพูดคำนี้ออกมามาก แต่ด้วยระบบเสียงสดบ้าบอของกลอรี่ทำให้หากพูดออกไปอีกฝ่ายต้องได้ยิน ซึ่งฟังดูเหมือนไม่ใช่คำที่ดีดี แต่นอกจากคำคำนี้ ก็ไม่มีภาษาพูดคำไหนจะแสดงความรู้สึกขณะนี้ของพวกเขาได้อีกแล้ว

ตีกวาดรัศมีหนึ่งร้อยแปดสิบองศา!” ทุกคนอัดอั้นจนต้องหันไปใช้วิธีพิมพ์แชตส่วนตัว

กระโดดสั้นถอยหลังหมุนตัวครึ่งวงกลม แล้วยังแทงทวนออกไปอย่างโคตรแม่นอีกสองที!”

ไอ้ปะทะเวหาหลังจากม้วนตัวลุกขึ้นนั่น จับจังหวะพอดีเป๊ะ ทำให้เป้าหมายลอยตัวขึ้นสูงสุด

นี่มันไม่ใช่คน!” ทุกคนเห็นชอบตรงกัน เทคนิคทั้งหมดข้างต้นต่างผูกรวมกันด้วยท่าเคลื่อนไหวแบบพื้นฐาน แต่ไม่ใช่ใครๆ ก็ทำได้ เอาแค่ท่าตีกวาดหนึ่งร้อยแปดสิบองศา มันเป็นแค่ท่าโจมตีแบบธรรมดา แต่การทำท่าตีกวาดต้องใช้เทคนิคการเหวี่ยงเมาส์ ยิ่งเหวี่ยงได้เร็วองศายิ่งกว้าง นอกจากนี้ยังขึ้นกับสถานะค่าความเร็วของตัวละครด้วย การตีกวาดได้ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบองศาในช่วงเลเวลสิบ ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะทำได้อย่างเด็ดขาด

บทที่ 14 ถ้ำแมงมุม 3

ทุกคนกราบไหว้บูชากันจะเป็นจะตาย แม้แต่เยวี่ยจงเหมียนก็ยังปฏิเสธการมอบความยอมรับให้ไม่ได้ คนคนนี้ใช้ฝีมืออันเป็นเลิศทำการโจมตีหมู่มอนสเตอร์ทั้งเจ็ดในขณะเลเวลสิบซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ให้เป็นไปได้ นี่มันไร้เหตุผลเกินไปแล้ว

สหาย ฝีมือการเล่นนักเวทสงครามของคุณนี่มันบ้าดีเดือดแท้เถียนชีคราวนี้ไม่มีเจตนายกยอปอปั้นแม้แต่นิด เพียงแต่หากเขาไม่กล่าวคำชมออกไปสักคำ ตัวเขาจะต้องอึดอัดจนช้ำใน

เหอะๆ แค่พอใช้น่ะจวินม่อเซี่ยตกอยู่ในวงล้อมของมอนสเตอร์เจ็ดตัว ทิ่ม แทง งัด ฟาด ยังคงคล่องตัวเหลือแหล่ พวกเถียนชีไม่กล้าอยู่เฉย รีบกรูกันเข้าใส่ พวกเขาก็เป็นนักเล่นมือเก่า ควบคุมค่าความเกลียดชังได้ดี ไม่กวนจังหวะการฉุดลากมอนสเตอร์ของจวินม่อเซี่ยว มอนสเตอร์ทั้งเจ็ดที่เดิมทีคิดว่าจะรับมือยากมาก สุดท้ายกลับถูกกำจัดลงอย่างง่ายดาย แต่คนทั้งสี่ต่างรู้ดีว่า การที่กำจัดศัตรูได้ง่ายดายนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสำแดงพลังอย่างผิดมนุษย์ หากไร้ซึ่งคนคนนี้ ย่อมไม่มีทางได้เป็นอย่างที่เห็น

สมุนแมงมุมทั้งเจ็ดเพิ่งถูกกำจัดลงเท่านั้น ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องประหลาดดังขึ้น บอสเล็กตัวแรกออกโรงแล้ว ทุกคนยังไม่ทันเห็นตัวแมงมุม ก็ได้ยินเสียงมาก่อน พอสิ้นเสียงก็เห็นหมอกควันหนาทึบสีม่วงก้อนใหญ่พุ่งพ่นมา

เป็นแมงมุมพิษเถียนชีตะโกนบอก แต่หมอกควันสีม่วงนี้มาอย่างเฉียบพลันมาก กินพื้นที่ก็กว้าง มีถึงสองคนที่หลบไม่พ้น รีบวิ่งไปพลางหยิบน้ำยาแก้พิษออกมาใช้ไปพลาง แต่เมื่อใช้เสร็จก็ต้องตกใจ เพราะค่าชีวิตก็ยังลดลงฮวบๆ!

ทำไมไม่ได้ผลสองคนนั้นร้องลั่น

น้ำยาแก้พิษเลเวลต่ำไปเยี่ยซิวกล่าว

เชี่ย!” ทั้งสองด่าขึ้นพร้อมกัน ปัญหานี้เกิดจากการที่พวกเขาไม่เคยมาด่านนี้ตอนเลเวลต่ำ แต่ไปอัพเลเวลจนสูงแล้วค่อยกลับมากดด่านอีกที ตอนนั้นเลเวลของพวกเขาสูงจนเป็นฝ่ายกดพวกมอนสเตอร์ พิษเล็กน้อยแค่นี้ไม่อยู่ในสายตา ไม่เคยต้องคิดถึงเรื่องการแก้พิษ แต่บัดนี้ อุตส่าห์เตรียมน้ำยาแก้พิษมาเป็นพิเศษ ปรากฏว่าถึงคราวเผชิญศึกกับบอสกลับไร้ประโยชน์ มีหรือที่จะไม่โอดครวญ

จวินม่อเซี่ยวสะบัดมือช่วยใส่สกิลรักษาให้กับหนึ่งในสองคนที่เลือดเหลือน้อยกว่า เสร็จแล้วก็พุ่งตรงเข้าหาบอสตัวที่หนึ่ง พร้อมกับบัญชาการเถียนชีกับเยวี่ยจงเหมียนที่ไม่โดนพิษ ควงทวนชี้ไปยังทิศทางหนึ่งด้านหลังตะโกนบอกไปว่าเถียนชีไปยืนตำแหน่งหนึ่งนาฬิกา เสี่ยวเยวี่ยเยวี่ย (เยวี่ยเยวี่ยน้อย) ไปยืนตำแหน่งสี่นาฬิกา

เสี่ยวเยวี่ยเยวี่ย…” เยวี่ยจงเหมียนเกือบกระอักเลือดออกมา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามางอแง เถียนชีนั้นวิ่งตรงไปยังตำแหน่งหนึ่งนาฬิกาก่อนแล้วโดยไม่ต้ฃถามใดๆ เลย เยวี่ยจงเหมียนก็รีบเข้าไปประจำจุด บอสตัวที่หนึ่งพุ่งตัวตามหลังหมอกพิษออกมา เจ้านี่ร่างใหญ่เอวกลม ขนาดตัวใหญ่กว่าแมงมุมทั่วไปถึงสองรอบวง มอนสเตอร์ที่มีขนาดตัวใหญ่ยักษ์เช่นนี้ ผู้เล่นสามารถโจมตีให้เข้าเป้าง่ายกว่ามอนสเตอร์ตัวเล็กอย่างแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืด แต่มอนสเตอร์ร่างใหญ่จะมีข้อได้เปรียบอีกอย่าง ก็คือเป็นเพราะน้ำหนักตัวที่มากกว่า มอนสเตอร์ประเภทนี้ สกิลประเภททำให้ตัวลอยหรือทำให้เคลื่อนที่ จะส่งผลต่อมันน้อยลงไปมาก ส่วนจะน้อยลงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและพลังโจมตีจริงของพวกมัน

บอสลำดับที่หนึ่งตัวนี้ นับว่ามีขนาดตัวที่มหึมาแล้วสำหรับผู้เล่นตรงหน้า จวินม่อเซี่ยวทิ่มทวนเข้างัด แม้จะเข้าเป้า แต่ไม่สะทกสะท้าน เห็นได้ว่าท่างัดขึ้นแบบธรรมดา ไม่สามารถยกตัวมันขึ้นได้

เยี่ยซิวซึ่งมีประสบการณ์โชกโชนย่อมไม่ประหลาดใจกับเรื่องแค่นี้ นิ้วมือดีดระรัว จวินม่อเซี่ยวทิ่มทวนออกไปแล้วสี่ครั้งติด แมงมุมยักษ์กรีดร้องทีหนึ่ง แหงนหน้าขึ้นแล้วพ่นหมอกพิษออกมา แต่จวินม่อเซี่ยวก็หมุนตัววิ่งหลบไปข้างๆ แล้วอย่างรวดเร็ว

บอสตัวนี้แม้จะร่างใหญ่ แต่การเคลื่อนที่ไม่ได้เชื่องช้าอุ้ยอ้ายไปกว่าแมงมุมทั่วไปแม้แต่นิด ซ้ำยังมีพลังกระโดดมหาศาล ดีดตัวขึ้นทำขุนเขาไท้ซานถล่มทับใส่จวินม่อเซี่ยว ฝ่ายจวินม่อเซี่ยวกลิ้งตัวหลบ ส่วนทางเยวี่ยจงเหมียนที่เพิ่งถูกเรียกว่าเยวี่ยเยวี่ยน้อยนั้นกลับเริ่มหงอยเหงาเฮ่ นี่นายบอกให้พวกเรามายืนตำแหน่งนี้ แล้วเล่นสนุกไปคนเดียวงั้นเหรอ

สองคนนั้น คนนึงไปที่เจ็ดนาฬิกา อีกคนเก้านาฬิกาเยี่ยซิวตะโกนบอก

เว้นระยะเท่าไหร่สองคนนั้นวิ่งพลางถามพลาง

รัศมีครึ่งวงกลมสองเมตรละกัน!” เยี่ยซิวกล่าว

หลังจากที่คนทั้งสองก็เข้าประจำตำแหน่งแล้ว คนสี่คนได้ยืนล้อมกันเป็นวงกลมเล็ก มองหน้ากันไปมา ไม่รู้ว่านี่เป็นการคิดที่จะทำอะไรกันแน่ มองไปเห็นเขาก็ยังสู้กับบอสตามลำพัง หรือว่านี่จะเป็นการจัดแจงที่นั่งให้พวกเขาใช้ดูหนังกัน

จวินม่อเซี่ยวหลบซ้ายป่ายขวา ในที่สุดก็เริ่มนำบอสมุ่งหน้ามาทางนี้ คนทั้งสี่รีบเตรียมพร้อมรับมือ แต่ขณะนี้เอง บอสพลันดีดตัวกระโดด ลอยตัวขึ้นสูงลิ่ว ดูจากมุมแล้วเมื่อตกลงมาจะต้องทับเยวี่ยจงเหมียนแบนแต๋แน่ๆ เยวี่ยจงเหมียนรีบจะชักตัวหนี ปรากฏว่าได้ยินเสียงเยี่ยซิวตะโกนบอกมาอย่าขยับ!”

แก้แค้น! ไอ้หมอนี่กำลังหาโอกาสแก้แค้นฉัน เยวี่ยจงเหมียนกระจ่างแจ้งขึ้นในใจ ไม่คิดจะเชื่อฟังคำพูดเยี่ยซิวแม้แต่นิด ม้วนกลิ้งฉากหลบไปทันที ปรากฏว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง จวินม่อเซี่ยวได้ใช้ปะทะเวหาใส่ท้องของบอสแมงมุมที่กำลังตกลงมาแล้ว ปะทะเวหาเป็นสกิลสำหรับทำให้ลอยโดยเฉพาะ ประสิทธิภาพย่อมดีกว่าท่างัดขึ้นในการโจมตีธรรมดาเป็นไหนๆ แมงมุมที่กำลังตกลงมาโดนสกิลเข้า ชะงักงันกลางอากาศ ทิศทางการเคลื่อนที่ก็เปลี่ยน แม้ผลของการทำให้ลอยของปะทะเวหาจะได้ผลไม่มากกับบอสร่างใหญ่ แต่เพราะตัวมันลอยอยู่กลางอากาศอยู่แล้ว เมื่อทิศทางการเหินเปลี่ยน ขณะตกลงมาอีกครั้ง ก็ตกสู่กลางวงของคนทั้งสี่พอดิบพอดี

เถียนชีถีบตรง เก้านาฬิกาทิ่มแทงย้ำจุด เจ็ดนาฬิกากระแทกย้อนกลับ เสี่ยวเยวี่ยเยวี่ยรีบกลับเข้าประจำที่!” เยี่ยซิวลงดันเจี้ยนพร้อมคนทั้งสี่มานาน รู้เรื่องอาชีพและสกิลของพวกเขาทุกคนนานแล้ว ขณะนี้เมื่อสร้างวงล้อมสำเร็จ แม้แต่ใครต้องใช้สกิลอะไร ก็จัดแจงให้อย่างเสร็จสรรพ

เถียนชีตรงเข้าไปถีบตรงนี่เป็นสกิลของอาชีพนักหมัดมวย มีผลผลักตัวมอนสเตอร์ให้ถอยหลัง เมื่อใช้กับบอสแมงมุมยักษ์ แม้ผลจะลดลง แต่ก็ยังทำให้มันเคลื่อนที่เล็กน้อย

ผู้เล่นที่ตำแหน่งเก้านาฬิกาขณะนี้ก็กระโดดเข้าไปใช้ท่าทิ่มแทงย้ำจุดนี่เป็นสกิลของจอมยุทธ์ดาบ เป็นสกิลประเภทเดียวกับท่าถีบตรงของเถียนชี บอสที่ถูกถีบตรง ตัวไถลมาทางนี้ ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้ พวกเขาซึ่งเป็นนักเล่นที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว ก็เข้าใจเจตนาของเยี่ยซิวทันที ผู้เล่นที่เจ็ดนาฬิกาก้าวขึ้นหน้าอย่างไม่ประมาท ต่อท่าด้วยสกิลกระแทกย้อนกลับไปหนึ่งที่

เขามีอาชีพเป็นอัศวิน ฟังจากชื่อสกิลก็รู้แล้ว มันเป็นสกิลทำให้เคลื่อนที่ที่ดีที่สุดในกลุ่ม แต่เมื่อบอสกระเด็นไปทางตำแหน่งสี่นาฬิกา กลับไม่มีคนอยู่รับ ตรงนี้เดิมเป็นตำแหน่งของเยวี่ยจงเหมียน แต่เขากลับกลิ้งหลบไปข้างๆ เพราะเข้าใจว่าเยี่ยซิวคิดร้ายต่อเขา ขณะนี้แม้กำลังวิ่งย้อนกลับมา แต่ดูไม่น่าจะทันแล้ว

ทุกคนขณะนี้ต่างรู้แล้วว่าเยี่ยซิวต้องการใช้สกิลผลักดันพวกนี้ ดีดบอสไปมาเหมือนยิงสนุ้ก แนวคิดเช่นนี้เกิดจากการเล็งเห็นสกิลและจุดแข็งของพวกเขาทั้งสี่ จุดแข็งของพวกเขาคืออะไรนะหรือ ความสนิทสนมกันยังไงล่ะ พวกเขาทั้งสี่ต่างเป็นเพื่อนที่ย้ายมาจากเซิฟเวอร์เก่าด้วยกัน ทุกคนต่างรู้จังหวะรู้มือกันเป็นอย่างดี ทำให้ใช้สกิลได้อย่างสอดคล้องกัน แต่ขณะนี้เอง ฉากที่อุตส่าห์จัดไว้อย่างดิบดีกลับต้องพังพินาศเพราะเยวี่ยจงเหมียน แม้แต่พวกเถียนชี ก็ยังไม่ค่อยพอใจ

เสี้ยวขณะที่บอสทำท่าจะหลุดจากวงล้อมได้แล้วนั่นเอง เงาร่างของจวินม่อเซี่ยวพลันปรากฏขึ้นที่ตำแหน่งสี่นาฬิกา

ทุกคนต่างตะลึงงัน จวินม่อเซี่ยวเดิมทีเข้าไปยืนประจำตำแหน่งสิบเอ็ดนาฬิกาแล้ว ไม่เห็นเขาจะขยับตัวตรงไหน ไฉนอยู่ๆ ตอนนี้จึงมาปรากฏตรงนี้ได้ ทุกคนหันไปมองที่สิบเอ็ดนาฬิกา พบว่าตรงนั้นก็มีจวินม่อเซี่ยวอีกหนึ่งคน

เชี่ย!” เถียนชีพลันกระจ่าง

สกิลนินจาเลเวลสิบ : วิชาแยกเงา

บทที่ 15 ถ้ำแมงมุม 4

วิชาแยกเงา เป็นสกิลสำหรับลวงตาคู่ต่อสู้ แต่สำหรับคู่แข่งที่เป็นผู้เล่นมากประสบการณ์ สามารถแยกแยะตัวจริงตัวปลอมได้ง่ายมาก ดังนั้นผลของการใช้เพื่อลวงตา จึงใช้ได้ผลกับพวกตัว NPC มากกว่า ในการต่อสู้กับผู้เล่นอื่น วิชาแยกเงามักใช้แทนสกิลเคลื่อนย้ายในพริบตา

จวินม่อเซี่ยวในยามนี้ก็เป็นเช่นนี้ ร่างปลอมทิ้งไว้ที่เดิม ส่วนร่างจริงของเขา ใช้สกิลวิชาแยกเงาสลับตัวมาแทนที่ตำแหน่งสี่นาฬิกาของเยวี่ยจงเหมียน

แต่ทุกคนก็ยังกังวล เพราะนักเวทสงครามเลเวลสิบ ไม่ได้มีสกิลประเภทบังคับเคลื่อนตำแหน่งเหมือนพวกเขา แล้วจวินม่อเซี่ยวจะผลักบอสแมงมุมกลับมาได้ยังไง

แล้วพวกเขาก็รู้ตัวในไม่ช้า ว่าพวกตนกังวลเกินเหตุ แม้จวินม่อเซี่ยวไม่มีสกิล แต่เขามีฝีมือ เขาใช้ปะทะเวหายกตัวบอสแมงมุมให้ลอยขึ้นมาก่อนนิดหน่อย แล้วใช้จังหวะอันน้อยนิดนี้ ใส่สกิลทิ่มแทงย้ำจุดลงไป บอสแมงมุมถูกทวนทิ่มซ้ำสองครั้งขณะตัวลอย ทำให้กระเด็นมาทางเยวี่ยจงเหมียน

เยวี่ยจงเหมียนขณะนี้มาแทนตำแหน่งสิบเอ็ดนาฬิกาของจวินม่อเซี่ยวแล้ว ข้างๆ ตัวเขายังมีเงาตกค้างของจวินม่อเซี่ยวจากวิชาแยกเงายืนอยู่ เยวี่ยจงเหมียนขณะนี้รู้สึกแย่มาก เขากลับอยากให้ในตอนนั้น จวินม่อเซี่ยวช่วยด่าเขาสักสองสามคำ แต่ปรากฏว่าคนคนนี้ไม่พูดไม่จาอะไรเลย เพียงแต่ผลักบอสกลับมาให้อย่างแม่นยำ

ควรทำอะไรต่อ เยวี่ยจงเหมียนรู้ดี เขารับด้วยทิ่มแทงย้ำจุด แมงมุมยักษ์ถูกเขี่ยกระเด็นอีกครั้ง

เยวี่ยจงเหมียนเตรียมใจรับคำตำหนิจากทุกคนแล้ว ปรากฏว่าเสียงที่ได้ยินกลับเป็นเสียงตกตะลึงของทุกคนว่าเลือดออก!”

ผู้ที่เลือดออกไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นบอสแมงมุม อาการเลือดออกนี้ ไม่ใช่จะทำให้ติดกันง่ายๆ ด้วยการโจมตีแบบธรรมดา หากไม่ใช่อาวุธที่พ่วงคุณสมบัติพิเศษข้อนี้ ก็ต้องเป็นผลพวงพิเศษที่เกิดจากสกิล

ในยามนี้ ยังไม่มีอาวุธของใครพ่วงสถานะนี้

แต่สกิลที่พ่วงผลลัพธ์นี้ มี

นั่นคือสกิลทิ่มแทงย้ำจุดของนักเวทสงคราม เพียงแต่การทำท่าทิ่มแทงย้ำจุดให้ติดอาการเลือดออกนั้นถือเป็นคุณสมบัติซ่อน ไม่ได้ติดเองตามอัตราส่วน แต่ต้องอาศัยผู้เล่นจงใจทำขึ้น

เงื่อนไขก็คือ ทำให้การโจมตีสองครั้งซ้อนของทิ่มแทงย้ำจุด แทงเข้าจุดเดียวกันของเป้าหมายทั้งสองครั้ง ความหมายของคำว่าจุดเดียวกันไม่ใช่แค่แทงเข้าส่วนแขนให้เหมือนกันทั้งสองครั้งก็พอ แต่หมายถึงครั้งแรกแทงเข้ารูไหน ครั้งที่สองก็ต้องแทงซ้ำรูเดิม เมื่อทำตามข้อกำหนดนี้ได้ อาการเลือดออกจึงจะติดตามอัตราส่วน แต่อัตราส่วนการติดมีมากเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นคุณสมบัติซ่อน จึงไม่มีข้อมูลบอกไว้ แต่ภายหลังการทดสอบกันเองของผู้เล่น ทุกคนเห็นตรงกันว่า อัตราส่วนการติดอาการนี้อยู่ที่ห้าสิบห้าสิบ

อัตราส่วนนี้นับว่าค่อนข้างสูงแล้ว แต่เงื่อนไขคือต้องควบคุมการโจมตีให้ได้ตามเงื่อนไขข้อแรกเสียก่อน วิธีการควบคุมเช่นนี้ หากใช้โจมตีเป้านิ่งถือว่าทำได้ง่ายมาก แต่ในการต่อสู้จริงซึ่งเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีแต่ตาต้องไว มือต้องแม่นเท่านั้น

ในกลอรี่ มีคุณสมบัติซ่อนของสกิลทำนองนี้มากมาย ต่างต้องอาศัยทักษะการควบคุมที่เหนือชั้นมากพอทั้งนั้น

หากเป็นคนทั่วไปใช้สกิลทิ่มแทงย้ำจุดแล้วติดอาการเลือดออก พวกเถียนชีจะเห็นว่าเป็นเพราะฟลุ้ก แต่เมื่อเยี่ยซิวใช้จวินม่อเซี่ยวทำขึ้นมา พวกเขากลับเชื่อตรงกันว่าเป็นเพราะฝีมือ พวกเขายอมรับนับถือฝีมือการควบคุมของเยี่ยซิวจากใจแล้ว ไม่เพียงฝีมือการควบคุมเท่านั้น การล้อมวงฆ่าบอส การบัญชาการทีม ก็ทำได้อย่างไร้ช่องโหว่ นี่มันไม่ใช่ยอดฝีมือทั่วไป แต่เป็นยอดฝีมือของยอดฝีมือ

เถียนชีมิบังอาจจีบเยี่ยซิวอีกต่อไปแล้ว เพราะกิลด์เยวี่ยหลุนของพวกเขาไม่ใช่กิลด์ยอดเยี่ยมอะไรในกลอรี่ อันดับในอาณาจักรทวยเทพไม่ติดหนึ่งในห้าสิบ ไม่มีสถิติของดันเจี้ยนใดๆ มีชื่อพวกเขาเป็นผู้สร้าง กิลด์ธรรมดาสามัญเช่นนี้ แม้แต่ตัวเถียนชีเองยังรู้สึกว่ามันไม่คู่ควรกับฝีมือระดับนี้ของอีกฝ่าย

คนอื่นที่เหลือไม่รู้ว่าเกิดความคิดเช่นเดียวกับเถียนชีหรือไม่ เอาเป็นว่าทุกคนเพียงลงมือโจมตีกันเงียบๆ ระหว่างนี้ก็ย่อมเกิดข้อผิดพลาดบ้างเล็กน้อย แต่เยี่ยซิวก็ส่งเสียงบอกเตือนอย่างทันท่วงทีหมด ไม่เกิดเป็นภัยใหญ่โต บอสลำดับที่หนึ่งจึงถูกกำจัดลงอย่างไม่มีอะไรให้หวาดเสียว ด้วยประการฉะนี้ ตรงศพของมันมีอุปกรณ์สวมใส่เกรดสีน้ำเงินดร็อปมา อุปกรณ์สวมใส่เลเวลต่ำ ทุกคนต่างไม่สนใจมากนัก เพราะไหนๆ ใช้ได้แป๊บเดียวก็หมดคุณค่า แต่ขณะนี้ทุกคนต่างยืนกรานให้จวินม่อเซี่ยวเป็นผู้รับไป เยวี่ยจงเหมียนแม้ไม่พูดอะไร แต่ก็เลือกกดสละสิทธิ์เงียบๆ

เยี่ยซิวส่องดู ก็แค่เข็มขัดสีน้ำเงินเลเวลสิบ ที่มีไว้ก็ดีกว่าไม่มี ทุกคนต่างสละสิทธิ์หมดแล้ว เขาก็ไม่ต้องเกรงใจ เก็บขึ้นมาเปลี่ยนใส่ แล้วเดินหน้ากันต่อ

จากนั้นก็ใช้วิธีการเล่นแบบเดียวกัน บอสลำดับที่สองเป็นชนิดโจมตีไกล ความยุ่งยากหน่อยก็คือมันมักพ่นใยไปบนผนังถ้ำแล้วแอ๊บเป็นสไปเดอร์แมนเหินไปเด้งมา แต่ภายใต้การบังคับบัญชาของเยี่ยซิว ท้ายที่สุดคนทั้งห้าก็ต้อนเจ้าแมงมุมนี่เข้ามุมสำเร็จ คราวนี้ไม่ใช้วิธีตีสนุ้กกันแล้ว แต่ผลัดกันใช้สกิลสตันแทน ภายใต้การบัญชาของเยี่ยซิว บอสหมายเลขสองตัวนี้ ท้ายสุดก็ถูกสตันต่อเนื่องจนตายไป ไม่ได้พ่นใยอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ความเทิดทูนบูชาในตัวเยี่ยซิวของคนทั้งสี่ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี คนผู้นี้เป็นทั้ง MT ของพวกเขา ซ้ำยังเป็นตัวทำดาเมจหลัก แล้วยังช่วยฮีลพวกเขาเป็นครั้งคราว เสร็จแล้วยังวางแผนการรบ บัญชาการรบคนทั้งสี่ไม่มีคำพูดจะใช้พรรณนาได้อีกแล้ว มีเพียงชาบู ชาบู และชาบู

พญาแมงมุม บอสใหญ่สุดประจำถ้ำแมงมุม เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของดันเจี้ยนถ้ำแมงมุมเช่นกัน เจ้านี่มีจุดเด่นของบอสเล็กทั้งสองตัว พ่นใยก็ได้ พ่นพิษก็ได้ ขาแปดข้างมีขนยุกยิก ใต้ท้องมีลวดลายเป็นวงๆ เมื่ออยู่บนตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าบอสเล็กทั้งสองอีกหนึ่งขั้น ก็ยิ่งแลดูน่าขยะแขยง พะอืดพะอม

แต่เมื่อเผชิญกับลาสต์บอสเช่นนี้ พวกเถียนชีกลับไม่เครียดเลยแม้แต่น้อย พวกเขารู้ว่า ภายใต้การบัญชาการของจวินม่อเซี่ยว การรับมือกับบอสทูอินวันเช่นนี้ ไม่มีปัญหาอะไร

แล้วผลลัพธ์ก็ออกมาอย่างปลอดภัยได้เสียวตามที่พวกเขาคาดการณ์ พญาแมงมุมทูอินวันตัวนี้ ก็แค่อวบอั๋นกว่า มีสกิลมากกว่าบอสเบอร์หนึ่งเบอร์สองเท่านั้นเอง เยี่ยซิวสั่งการคนทั้งสี่เข้าคุมเกม สุดท้ายก็พิชิตมันลง

เฟิสต์คิล!

ขณะนี้เอง ประกาศจากระบบพลันปรากฏชื่อของคนทั้งห้า

เยวี่ยจงเหมียน เถียนชี มู่หยุนเซิน เฉี่ยนเซิงหลี จวินม่อเซี่ยว เป็นผู้ทำเฟิสต์คิลถ้ำแมงมุมแห่งเซิฟเวอร์สิบ!

พวกเถียนชีทั้งสี่เริ่มจากประหลาดใจ ไปสู่ความดีใจอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง พวกเขาเก็บเลเวลกันไม่นับว่าช้า แต่ไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าจะทำเฟิสต์คิลด่านถ้ำแมงมุมได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะยอดฝีมือจวินม่อเซี่ยวคนนี้ ไม่อย่างนั้น ไม่มีทางราบรื่นได้เท่านี้

เฮ่ย!” ในเวลาเดียว มีคนอีกห้าคนในดันเจี้ยนถ้ำแมงมุมของหมู่บ้านมือใหม่ เมื่อเห็นประกาศนี้จากระบบพลันร้องขึ้นมาพร้อมกัน

เบื้องหน้าพวกเขา พญาแมงมุมลาสต์บอสเหลือเลือดอีกเพียงเศษเสี้ยว อีกไม่เกินสิบวินาทีก็จะจบ แต่ขณะนี้เอง พวกเขากลับพ่ายแพ้ให้กับสิบวินาทีนี้

คับแค้น เสียใจ ไม่ยินยอม คนทั้งห้าจินตนาการสารพัดความเป็นไปได้ที่จะชดเชยเวลาสิบวินาทีนี้ ผลสุดท้ายก็ทำได้เพียงยอมรับความจริง พวกเขาทะเยอทะยาน หาญกล้า หมายจะเก็บเฟิสต์คิลทุกดันเจี้ยนของเซิฟเวอร์สิบให้กับกิลด์ ปรากฏว่าเพิ่งจะลุยมาถึงด่านที่สอง เฟิสต์คิลก็ตกเป็นของเจ้าอื่นไปเสียแล้ว

สิบวิ แพ้กันแค่สิบวิ

จวินม่อเซี่ยว? คนคนนี้ไม่ใช่ไอ้คนที่เพิ่งทำเฟิสต์คิลแมวปีศาจแห่งรัตติกาลไปหรอกเหรอขณะนี้พญาแมงมุมล้มลงแล้ว คนทั้งห้าก็ผ่านด่านออกมาได้โดยราบรื่นเช่นกัน แต่กลับไม่มีความชื่นมื่นยินดี

เหมือนจะเป็นเขา

คนคนนี้เป็นใครมาจากไหน ได้ออกประกาศสองรอบแล้ว เหมือนนายเลยนะ หลานเหอ!”

บทที่ 16 บอสเจ้าถิ่น 1

หลานเหอ (ครามธารา) คนนี้ ย่อมเป็นหลานเหอคนเดียวกับที่ได้ออกประกาศของระบบสองรอบเหมือนจวินม่อเซี่ยวนั่นเอง ประวัติของเขาไม่ใช่ธรรมดา สังกัดหนึ่งในสามกิลด์ใหญ่แห่งกลอรี่หลานซีเก๋อ (วิหารนทีสีคราม) เมื่ออยู่อาณาจักรทวยเทพใช้ตัวละครจอมยุทธ์ดาบชื่อหลานเฉียวชุนเสวี่ย (หิมะวสันต์แห่งสะพานสีคราม) เป็นหนึ่งในห้ายอดฝีมือแห่งกิลด์หลานซีเก๋อ แต่ผู้เล่นรุ่นใหญ่หน่อยจะรู้ดีว่า เบื้องหลังกิลด์ระดับท็อปๆ อย่างหลานซีเก๋อนั้น คือสโมสรในสมาพันธ์ลีกอาชีพเป็นผู้หนุนหลัง ห้ายอดฝีมือแห่งกิลด์ยังไม่ใช่ตัวท็อปสุดของพวกเขา ยอดฝีมือในทีมลีกอาชีพของสโมสรที่หนุนหลังอยู่นั่นต่างหากที่ใช่

ผู้หนุนหลังกิลด์หลานซีเก๋อคือทีมของสโมสรหลานอวี่ (พิรุณสีคราม) ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของทีมสโมสรชื่อหวงเส้าเทียน ใช้ไอดีชื่อเยี่ยอวี่เซิงฝาน (พิรุณค่ำร่ำคำครวญ) อาชีพจอมยุทธ์ดาบ ได้สมญานามในวงการกลอรี่ว่าอริยะดาบ เป็นตัวละครที่ดังมาคู่กันกับตัวเทพสงครามอี๋เยี่ยจือชิว (หนึ่งใบไม้แห่งสารทฤดู)

เมื่อเซิฟเวอร์สิบเปิดใช้ กิลด์หลานซีเก๋อส่งหลานเหอมาเป็นผู้นำ พาผู้เล่นกลุ่มหนึ่งเข้ามาหักร้างถางพง ช่วยขยายฐานของกิลด์ ดึงดูดผู้เล่นเลือดใหม่เข้ากิลด์ ซึ่งหากไม่ใช่บุคคลระดับสามกิลด์ใหญ่ ก็ไม่มีใครมีจะห้าวถึงขั้นต้องการครอบครองสถิติเฟิสต์คิลดันเจี้ยนหมดทั้งเซิฟเวอร์หรอก แต่ที่ไหนได้ เพิ่งจะมาถึงดันเจี้ยนถ้ำแมงมุมของเลเวลสิบเท่านั้น แผนการก็พังเสียแล้ว ซ้ำยังทิ้งห่างกันเพียงสิบวินาที พวกเพื่อนผองน้องพี่ต่างอารมณ์หงุดหงิด หลานเหอเองก็ไม่รู้สึกดีไปกว่ากัน

จวินม่อเซี่ยว…” พึมพำชื่อนี้ครู่หนึ่ง หลานเหอก็เคว้งเหมือนคนอื่นๆ สนามประลองที่ใช้งัดข้อกันของกิลด์ระดับทัดเทียมกับหลานซีเก๋อนั้นคืออาณาจักรทวยเทพ จากการประชันขันแข่งกันมานานปี ทำให้รู้ไส้รู้พุงกันดี ว่าต่างฝ่ายต่างมียอดฝีมือคนไหนบ้าง คราวนี้ทุกฝ่ายส่งยอดฝีมือคนไหนมาบุกเบิกเซิฟเวอร์สิบบ้าง นี่ก็เป็นข่าวที่สืบกันมาหมดแล้ว เจ้าคนที่ชื่อจวินม่อเซี่ยวนี่ ไม่อยู่ในรายชื่อที่พวกเขาสืบรู้มาก่อน หรือว่าจะเป็นยอดฝีมือของกิลด์ไหน แอบสร้างไอดีใหม่แฝงตัวเข้ามา

แล้วอีกสี่คนในทีมนั้นล่ะ มีข้อมูลไหมหลานเหอถาม

ไม่มีพี่น้องทุกคนตอบขึ้นพร้อมกัน

ติดต่อพี่น้องที่กระจายตัวอยู่ตามหมู่บ้านอื่นๆ ดูว่ามีใครรู้ข้อมูลบ้างไหมหลานเหอกล่าว เนื่องจากการส่งตัวผู้เล่นเข้าสู่หมู่บ้านมือใหม่ ระบบจะดำเนินการแบบสุ่ม พวกคนที่มาจากสมาคมหลานซีเก๋อด้วยกัน ไม่ได้บังเอิญมาอยู่ที่เดียวกันหมด ทุกคนต่างจึงแยกย้ายกันทำหน้าที่ตามพื้นที่ของตนเอง อัพเลเวลตนเองไปพลาง พร้อมกับสอดส่องมองหาผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีแววไปพลาง รอให้ถึงเลเวลยี่สิบ ออกจากหมู่บ้านมือใหม่ได้แล้วค่อยมารวมตัวกัน

ผู้เล่นจากกิลด์หลานซีเก๋อ มีหลานเหอเป็นหัวหน้า สำหรับทางนี้ผู้สั่งการก็ย่อมเป็นตัวเขาเอง ความจริงไม่ว่าจะเป็นคนจากกิลด์ไหน ก็ไม่สามารถกระจายตัวไปอยู่ได้ครบทุกหมู่บ้าน ระบบกระจายคนให้แบบสุ่ม ไม่สามารถเอาแน่เอานอน แต่ขณะที่พวกหลานเหอกลับเข้าดันเจี้ยนถ้ำแมงมุมซ้ำเพื่อเก็บเลเวล ข่าวกรองที่สั่งให้ตามสืบก็มีคำตอบส่งกลับมาแล้วนิดหน่อย

เพียงแต่ข่าวกรองที่ได้มาใหม่ ไม่เพียงไม่ทำให้พวกเขารู้ข้อมูลของทีมนี้มากขึ้น แต่กลับทำให้พวกเขาสับสนยิ่งกว่าเดิม

ข่าวกรองบอกว่า นอกดันเจี้ยนป่าแห่งกริมม์ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง หนึ่งในห้าของคนในทีมนี้ที่ชื่อเยวี่ยจงเหมียน เคยฟลัดข้อความตำหนิจวินม่อเซี่ยวว่าจงใจเล่นตุกติกเพื่อแย่งบอสลับ

บ้าบอคอแตกอะไรกันละเนี่ยทุกคนฟังแล้วปวดหัวตุ้บ

จวินม่อเซี่ยวคนนี้ เริ่มจากเล่นตุกติกแย่งบอสลับของคนอื่นจนได้เฟิสต์คิล จากนั้นก็ร่วมทีมกับคนกลุ่มเดิมทำเฟิสต์คิลด่านถ้ำแมงมุม? ความซับซ้อนนี้ทำให้นักเล่นมือเก่าผู้ประสบการณ์โชกโชนทั้งห้าคิดตามไม่แตก

อย่าเพิ่งไปทำความเข้าใจมันเลย รีบเก็บเลเวลกันเถอะ หลังเลเวลยี่สิบก็ต้องมีโอกาสได้เจอกันอยู่ดีหลานเหอพูดเสียงขรึม นำทีมลุยดันต่อไป

ด้านนอกถ้ำแมงมุมของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พวกเถียนชีสี่คนยังคงปลื้มปริ่มอยู่กับความตื่นเต้นที่ได้ทำเฟิสต์คิลดันเจี้ยนนี้กันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ฝีมือพวกเขานั้นต่างชั้นจากยอดฝีมืออย่างหลานเหอไม่รู้กี่เท่าตัว ดังนั้นจึงมองเรื่องการทำเฟิสต์คิลเป็นเพียงความเพ้อฝัน ไม่นึกว่าจะมีโอกาสทำสำเร็จได้จริง ตื้นตันเสียจนไม่รู้จะพูดอะไรดี

ส่วนผู้มีความดีความชอบสูงสุดของพวกเขา จวินม่อเซี่ยวล่ะ กลับเพียงทำหน้าสงบนิ่งจะตายชัก พูดเรียบๆ เพียงคำเดียวว่าได้ค่าประสบการณ์กันไม่น้อยเลยเนอะ!”

พี่ยอดฝีมือ ที่ได้อย่างนี้เป็นเพราะคุณเลยนะ!” พวกเถียนชีล้อมหน้าล้อมหลังจวินม่อเซี่ยวไว้ พวกเขาเล่นกลอรี่กันมาตั้งนานนมขนาดนี้ ในที่สุดวันนี้ก็ได้รู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เรียกว่ายอดฝีมือสูงสุด ยอดฝีมือสูงสุดก็คือผู้ที่เป็นเพราะมีเขาอยู่ จึงทำให้ดันเจี้ยนระดับมือใหม่หลบไปกลายเป็นฝ่าง่ายเหมือนเดินบนที่เรียบเถียนชีถึงกับรู้สึกอีกว่า ยอดฝีมือระดับนี้ ต่อให้ตนต้องออกจากกิลด์เพื่อขอติดสอยห้อยตามก็ยังคุ้มค่า

เทียบกับความตื่นเต้นยินดีของพวกเถียนชีทั้งสามแล้ว เยวี่ยจงเหมียนขณะนี้รู้สึกหงุดหงิดใจมาก เขายืนมองอริเก่ากลายเป็นฮีโร่ในสายตาของพี่น้อง มิหนำซ้ำเมื่อครู่ในดันเจี้ยน ตนยังจิตใจคับแคบ คิดเล็กคิดน้อย ทำให้พวกพี่น้องมีความคิดตำหนิเขานิดหน่อย ขณะนี้หากไม่พูดอะไรออกไปบ้าง ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไว้ที่ไหนอีกต่อไป เยวี่ยจงเหมียนกัดฟัน กระโดดไปตรงหน้าจวินม่อเซี่ยวฝีมือของนายมันไม่เลวเลย ฉันขอยอมรับ แต่ฉันขอสาบานว่า สักวันฉันจะต้องตามนายให้ทัน!”

คุณเอาจริงเหรอเยี่ยซิวหัวเราะ

ใช่!” เยวี่ยจงเหมียนพูดหนึ่งคำด้วยน้ำเสียงยั่วยุ

สู้ๆเยี่ยซิวคืนให้เขาสองคำ แล้วเดินจากไป

ไอ้เชี่ยนี่…” เยวี่ยจงเหมียนวนอ้อมกำแพงจนเป็นบ้าไปแล้ว : นายต้องมาดูแคลนฉันสิ! หยามเหยียดฉันสิ! หัวเราะเยาะฉันสิ! ยอดฝีมือเขาต้องตอบรับคำท้ากันแบบนี้กันทั้งนั้นไม่ใช่เรอะ แม่งตอบออกมาคำเดียวว่าสู้ๆอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันคืออะไร

เยวี่ยเยวี่ยน้อย อย่างอแงน่าเถียนชีเข้ามาทำหน้าที่ปลอบประโลม

เชี่ย นายต่างหากเยวี่ยเยวี่ยน้อยเยวี่ยจงเหมียนโกรธจัด

ลงดันกัน ลงดันกัน รักษาเวลาเก็บเลเวลพี่น้องอีกสองคน มู่หยุนเซินกับเฉี่ยนเซิงหลีก็เข้ามาพูดด้วยคำหนึ่ง จากนั้นก็กระเตงกันไปขอเพิ่มเพื่อนกับจวินม่อเซี่ยวแล้ว

เฮ่ย เพิ่มเพื่อนไม่เรียกฉันได้ไงเถียนชีรีบพุ่งตามไปด้วย

เยวี่ยจงเหมียนกำลังกัดฟัน แต่กลับประหลาดใจที่เห็นว่าจวินม่อเซี่ยวเป็นฝ่ายส่งคำร้องขอเป็นเพื่อนมาให้เขาเอง

ปฏิเสธ เยวี่ยจงเหมียนกดปฏิเสธไปอย่างรวดเร็ว

ถ้าเขาส่งคำขอมาซ้ำเยวี่ยจงเหมียนคิด แต่ถ้านี้ไม่ได้เกิดขึ้น ทางฝ่ายจวินม่อเซี่ยวก็หายตัวเข้าดันเจี้ยนไปแล้ว พวกเถียนชีสามคนทยอยตามไป เยวี่ยจงเหมียนถูกทิ้งอยู่ข้างนอกคนเดียว อึดใจหนึ่งจึงได้รับข้อความสอบถามจากเถียนชี เยวี่ยจงเหมียนอารมณ์บูดบึ้งอย่างเกินทนทาน พอเข้าด่านไปก็เห็นว่า เชี่ย ทั้งสี่คนนั้นลุยไกลไปโน่นแล้ว ไม่ได้หยุดรอเขาเลย นี่คงเพิ่งจะสังเกตเห็น ว่าเขาไม่ได้ตามเข้ามาด้วย

เยวี่ยจงเหมียนอยากจะถอยกลับออกไป ปรากฏว่าเถียนชีส่งข้อความมาซ้ำอีก ความเอาใจใส่จากสหายพวกพ้องนั้นน่าปลื้มปริ่ม คิดดูอีกที ไม่ควรเสียน้ำใจกับพี่น้องเพียงเพราะไอ้หมอนั่น สุดท้ายก็ยังรีบตามขึ้นไป เจ้าเถียนชีถนัดเรื่องปรับความสัมพันธ์ รับรู้ถึงความไม่พอใจของเยวี่ยจงเหมียนได้อย่างฉับไว จึงส่งข้อความส่วนตัวมาปลอบใจอีกหนึ่งชุด จนเยวี่ยจงเหมียนอารมณ์ดีขึ้นมาก

การฝ่าดันเจี้ยนคราวนี้ ก็ยังลุยฝ่ากันอย่างราบรื่น พริบตาเดียวก็จบด่าน เมื่อกลับออกมาก็ไม่พูดอะไรมาก กลับเข้าไปใหม่เป็นคำรบสาม ปรากฏว่าพอเข้าด่านปุ๊บ ก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบว่าพวกท่านได้หลงเข้าสู่ถ้ำของแมงมุมเจ้าถิ่น

บอสลับเถียนชีร้องขึ้นอย่างตกใจ แล้วมองไปทางจวินม่อเซี่ยว

หากไม่มียอดฝีมือคนนี้ ภายใต้เงื่อนไขในตอนนี้ บอสลับของด่านถ้ำแมงมุม พวกเขาไม่กล้าไปแตะต้องเด็ดขาด ระบบของเกมก็ออกแบบมาอย่างเข้าใจจุดนี้เป็นอย่างดี บอสลับจะไม่ขวางอยู่บนเส้นทางหลักสำหรับการผ่านด่าน ผู้เล่นจะเลือกสู้หรือไม่สู้ก็ได้ เงื่อนไขการผ่านด่าน ยังคงเป็นการฆ่าลาสต์บอสให้ได้เหมือนเดิม ในยามนี้ทุกคนมองไปทางจวินม่อเซี่ยว ด้วยความอยากรู้ว่า มียอดฝีมือท่านนี้นั่งแท่นบัญชาการ จะมีวิธีให้ฆ่าบอสลับได้หรือไม่

อ้อ เจอบอสลับเหรอ!” เยี่ยซิวพูดเอ่อ ถ้าเป็นบอสลับละก็…”

พวกเราฆ่าไม่ไหวเหรอพวกเถียนชีผิดหวังเล็กน้อย

ไม่ใช่พวกเราฆ่าไม่ไหว เพียงแต่ฉันมีอะไรอยากจะขอนิดหน่อย แมงมุมเจ้าถิ่นเหมือนจะดร็อปใยแมงมุมพลังสูงมั้ง ไอเท็มนี้ยกให้ฉันจะได้ไหม ส่วนไอเท็ม วัตถุดิบหรืออุปกรณ์สวมใส่อื่นๆ ฉันสละสิทธิ์ได้หมด พวกคุณหยิบเอากันไปตามใจชอบเยี่ยซิวกล่าว

บทที่ 17 บอสเจ้าถิ่น 2 (บทสามใหญ่)

ไม่มีปัญหาพวกเถียนชีตอบตกลงโดยแทบไม่ต้องคิด ในสายตาพวกเขาขณะนี้ คุณค่าของยอดฝีมือผู้นี้ยิ่งใหญ่กว่าพวกวัตถุดิบมีราคาที่จะดร็อปจากตัวบอสลับเป็นไหนๆ พวกเขากำลังกลุ้มใจกันว่าไม่รู้จะหาวิธีใดแสดงน้ำใจ ไม่นึกว่าท่านยอดฝีมือจะเป็นฝ่ายเอ่ยข้อเสนอเอง มันช่างดีเกินไปแล้ว อย่าว่าแต่ใยแมงมุมพลังสูงเลย ต่อให้เอาวัตถุดิบไปให้หมดทุกชิ้น พวกเถียนชีในยามนี้ ก็ไม่รู้สึกลังเลใดๆ

อีกทั้งไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เถียนชีตัดสินใจแสดงน้ำใจกันให้สุดๆ หันมาพูดว่าเยวี่ยเยวี่ยน้อย ยกตำแหน่งหัวตี้ให้พี่ยอดฝีมือเขาสิ!”

ถ้าเรียกชื่อฉันอย่างนี้อีก ฉันจะฆ่านาย!” เยวี่ยจงเหมียนกัดฟัน

ฮ่าฮ่า น่ารักออก ทำไมไม่ชอบล่ะเถียนชีพูดกลั้วหัวเราะ แต่ก็ไม่กล้าล้อเล่นมากเกินไป รีบพูดต่อไปว่าไม่เรียกก็ไม่เรียก ยกตำแหน่งหัวตี้ให้พี่ยอดฝีมือเขาไป

เยวี่ยจงเหมียนเข้าใจเจตนา ให้อีกฝ่ายเป็นหัวหน้าปาร์ตี้ แล้วตั้งค่าการเก็บไอเท็มเป็นหัวหน้าจัดสรรก็จะช่วยคลายความกังวลของอีกฝ่าย ทำให้เกิดความไว้วางใจอย่างเต็มที่ มาถึงจุดนี้ เยวี่ยจงเหมียนก็ดูออกแล้วว่า จวินม่อเซี่ยวไม่ต้องวางแผนชั่วช้าใดๆ เลย หากเขาอยากอมของทั้งหมด ขอแค่เอ่ยปากสักคำ สหายทั้งสามของตนก็ไม่คัดค้าน เยวี่ยจงเหมียนก็จนใจ จำยอมมอบตำแหน่งหัวหน้าปาร์ตี้ออกไป

ปรากฏว่าจวินม่อเซี่ยวก็ไม่ได้ไปเปลี่ยนการตั้งค่าใดๆ เพียงพูดคำเดียวว่าต่อกันเถอะแล้วก็นำทุกคนออกเดินหน้าแล้ว

วิธีการลุยไม่มีอะไรเปลี่ยน ทุกสิ่งราบรื่นตามปกติ เส้นทางในถ้ำเบื้องหน้าปรากฏทางแยก ทุกคนรู้ว่าอีกฝั่งหนึ่งก็คือรังของแมงมุมเจ้าถิ่นนั่นเอง จวินม่อเซี่ยวไม่มีลังเล มุ่งตรงไปยังถ้ำบอสเจ้าถิ่นทันที คนทั้งสี่ตามหลังมาติดๆ

เส้นทางเส้นนี้เดิมทีจะไม่มีอยู่ในดันเจี้ยนปกติ ระหว่างทางจะมีไข่แมงมุมจำนวนหนึ่ง เมื่อผู้เล่นเข้าไปใกล้ก็จะฟักตัว ลูกแมงมุมที่กระโดดออกมามีขนาดตัวเล็กจิ๋ว มุดไปมุดมา โจมตีผู้เล่น ค่าดาเมจไม่สูง แต่เพราะตัวเล็กและว่องไว ทำให้ตีโดนตัวยาก คนทั้งสี่ถลึงตากันแทบถลน ต้องโจมตีสามสี่ครั้งจึงจะเข้าเป้าสักที แต่ทางจวินม่อเซี่ยว แทงทวนออกไปครั้งใด ไม่เคยพลาดเป้า หนึ่งทีหนึ่งตัว เคลียร์มอนสเตอร์รวดเร็วมาก พอหันมาเห็นความทุลักทะเลของคนทั้งสี่ ก็ย้อนกลับมาช่วย คนทั้งสี่จึงพากันโล่งอก หากไม่มีบุคคลผู้นี้ พวกเขาย่อมได้เจอตัวแมงมุมเจ้าถิ่นจนได้แหละ แต่เฉพาะเส้นทางช่วงนี้ ก็อาจต้องเสียเวลากันหนึ่งชั่วโมงแล้ว

นายว่าพวกเราจะมีโอกาสได้ทำเฟิสต์คิลแมงมุมเจ้าถิ่นกันไหมเฉี่ยนเซิงหลีตั้งความหวังน้อยๆ ต่ออนาคต

ต้องแล้วแต่ดวง ไม่รู้พวกเราจะได้เจอมันเร็วพอหรือเปล่าเถียนชีกล่าว

เฟิสต์คิลดันเจี้ยนพวกเราเป็นคนได้ แสดงว่าพวกเราเป็นทีมแรกสุดแล้วที่เข้าถ้ำแมงมุม ความเร็วพวกเราก็ไม่ได้เฉื่อยช้า นี่ก็ลงดันเป็นรอบที่สามแล้ว ยังไม่เห็นประกาศการทำเฟิสต์คิลบอสลับ ฉันว่าพวกเรามีความหวังค่อนข้างมากเฉี่ยนเซิงหลีก็ช่างวิเคราะห์

ถ้าไม่มีฝีมือสักหน่อย ต่อให้ได้เจอบอสลับก็ไม่กล้าไปยุ่งด้วยนี่นา!” มู่หยุนเซินคร่ำครวญนิดหน่อย

โชคดีที่ได้พี่ยอดฝีมือเถียนชีกล่าว

ใช่ๆอีกสองคนคล้อยตาม

นี่พวกนาย เลี่ยนกันบ้างมั้ยเยวี่ยจงเหมียนมองเหยียดพฤติกรรมเฝ้าประจบประแจงจวินม่อเซี่ยวของคนทั้งสามมาก ซ้ำยังไม่กลัวจวินม่อเซี่ยวได้ยินด้วย

คนทั้งสามทั้งหงุดหงิดทั้งกระอักกระอ่วน ย่อมมีน้ำโหกับเยวี่ยจงเหมียนเล็กน้อย หากต้องเท้าความกันเรื่องความบาดหมางครั้งแรก เอ็งนั่นแหละเป็นฝ่ายผิดอยู่ก่อน ทำไมไม่ยอมถอยให้สักก้าว เถียนชีต้องส่งข้อความส่วนตัวไปอบรบสั่งสอนอีกชุด ในเชิงเหตุผลแล้วเยวี่ยจงเหมียนย่อมเถียงสู้เถียนชีไม่ได้ สุดท้ายเพียงแสดงท่าทีว่าเอาเป็นว่าฉันไม่ชอบหน้ามันเถียนชีก็ชักจะหมดความอดทน บอกชัดเจนว่าถ้าไม่ชอบจบออกจากดันเจี้ยนนี้แล้วก็ไสหัวไปซะ อย่ามาตอดเล็กตอดน้อยคอยหาเรื่องไม่รู้จบอยู่ตรงนี้

เยวี่ยจงเหมียนปวดร้าวหนักมาก เศร้าระทมหนักมาก ในที่สุดก็ถึงเวลาทอดทิ้งไอ้หนูสามัญชนคนนี้เพื่อซบตักยอดฝีมือกันแล้วสินะ

ถึงแล้วเยี่ยซิวเดินนำหน้าสุดตลอด มองเห็นด้านหน้า เป็นโพรงถ้ำหนึ่งที่อยู่ซ้อนในโพรงถ้ำอีกที รู้ว่าที่นี่ก็คือรังของแมงมุมเจ้าถิ่นแล้ว

ต้องฆ่ายังไงเถียนชีถาม

พวกคุณรอเดี๋ยว ฉันขอสลับจอออกไปอ่านไกด์แป๊บนึงเยี่ยซิวกล่าว

คนทั้งสี่แตกฮืออีกรอบ นี่มันเรื่องอะไรกัน มาถึงที่แล้วค่อยไปอ่านไกด์? มีใครเขาลับทวนกันหน้าศึกแบบนี้ด้วยหรือ

พี่ยอดฝีมือ นี่คุณ…” เถียนชีไม่รู้จะแสดงความคิดอย่างไรดี แต่ปรากฏว่าจวินม่อเซี่ยวยืนนิ่งไร้การตอบสนอง นี่พ่อคุณสลับออกไปอ่านไกด์จริงๆ รึ คนทั้งสี่เคว้งไปหมด! พวกเขาต่างสรุปกันแล้วว่าท่านผู้นี้เป็นซูเปอร์ยอดฝีมือ แต่เรื่องอย่างนี้จะเกิดกับตัวซูเปอร์ยอดฝีมือได้ยังไงกัน

หรือว่าจะเปลี่ยนตัว?” เถียนชีตั้งข้อสังเกตที่ชวนสะพรึง

กะแล้วเชียว! ยอดฝีมือโคตรเจ๋งขนาดนี้ ทำไมไม่ไปอยู่อาณาจักรทวยเทพ ชิ่งมาเริ่มต้นใหม่ที่เซิฟเวอร์ใหม่ตัวคนเดียวได้ยังไงเฉี่ยนเซิงหลีกล่าว

แม่งเอ๊ย ก่อนนี้มีมือโปรตัวจริงมาช่วยเล่น ตอนนี้สลับเอามือโปรของเก๊กลับมา พอตีบอสไม่เป็นเลยต้องออกไปอ่านไกด์?” มู่หยุนเซินกล่าว

พี่ยอดฝีมือ ทำไมถึงได้ทอดทิ้งพวกเราไปอย่างนี้ อย่างน้อยก็ช่วยพาผ่านบอสนี้ไปก่อนก็ยังดีนี่นา คนทั้งสามร้องไห้หนักมาก ฝ่ายเยวี่ยจงเหมียนไม่ส่งเสียง เขาพลันเกิดความคิดอีกอย่างหนึ่ง เหตุที่คนผู้นี้ช่างไร้ปฏิกิริยาต่อพฤติกรรมของตนนั้น หรือเป็นเพราะคนที่ตนเจอเมื่อตอนนั้นกับตอนนี้ เป็นคนละคนกัน

ขณะจมอยู่กับความคิดเช่นนี้ เยี่ยซิวก็อ่านไกด์จนเสร็จสลับกลับเข้าเกมมาแล้ว

ได้แล้วเยี่ยซิวกล่าว

พี่ยอดฝีมือคุณเปลี่ยนตัวกันแล้วใช่ไหมเถียนชีถามอย่างระมัดระวัง

เปลี่ยนตัว?” เยี่ยซิวไม่เข้าใจ

ไอดีนี้ คุณเล่นคนเดียวตลอดหรือเถียนชีถาม

ใช่สิ!” เยี่ยซิวกล่าว

งั้นผมไม่เข้าใจอยู่นิดหน่อย ยอดฝีมือแน่นปึ้กอย่างคุณ จะตีบอสต้องอ่านไกด์ด้วยเหรอเถียนชีถาม

ดันเจี้ยนนี้ไม่ได้มาลงตั้งหลายปี ไม่อ่านไกด์จะตียังไงเยี่ยซิวกล่าว

งั้นตะกี๊…”

ตะกี๊ฉันก็ไปอ่านไกด์มาเหมือนกัน!” เยี่ยซิวกล่าว

คนทั้งสี่ปากอ้าตาค้าง

ตอนไปฝึกสกิล ฝึกเสร็จก็แวะไปอ่านมาแวบหนึ่ง แต่เพราะมันยาวเกิน ก็เลยไม่ได้อ่านส่วนของบอสลับด้วยเยี่ยซิวกล่าว

คนทั้งสี่ยังคงงงต่อไป ไกด์เกมดันเจี้ยนถ้ำแมงมุม พวกเขาย่อมเคยศึกษามาก่อนนานแล้ว แต่ไม่เห็นมีบอกวิธีการผ่านด่านแบบที่จวินม่อเซี่ยวสั่งการมาตลอดทางนี้เลย เขาไปอ่านไกด์ของเจ้าไหนมา

ส่วนทางเยี่ยซิวก็เริ่มอธิบายวิธีการฆ่าแมงมุมเจ้าถิ่นกับทุกคนแล้วเมื่อกี๊ไปอ่านส่วนที่แนะนำเรื่องแมงมุมเจ้าถิ่นมานิดหน่อย วิธีจัดการกับมัน เราจะใช้วิธีเดียวกับที่จัดการบอสแมงมุมตัวที่พ่นใย คือตั้งวงล้อมแล้วทำสตันต่อเนื่อง แต่ตรงนี้จะมีความยากอยู่อย่างหนึ่ง แมงมุมเจ้าถิ่นจะวางไข่อย่างต่อเนื่อง การวางไข่ของมันจะไม่ถูกขัดจังหวะโดยสกิลทุกอย่าง แมงมุมที่ฟักตัวออกจากไข่จะเหมือนกับพวกลูกแมงมุมระหว่างทาง แต่เมื่อโดนกัด  ผู้ถูกกัดจะติดอาการกักขังสามวินาที อาการกักขังพวกคุณรู้จักใช่ไหม เราจะเคลื่อนไหวไม่ได้ โจมตีไม่ได้ และจะไม่โดนดาเมจแม้ถูกโจมตี แต่มันจะทำลายจังหวะการทำสตันต่อเนื่องของพวกเรา ดังนั้น พวกเราจะถูกลูกแมงมุมกัดไม่ได้เด็ดขาด

งั้นควรทำยังไงเถียนชีถาม

เรื่องลูกแมงมุมให้เป็นหน้าที่ฉันเอง พวกคุณวางใจได้ ดังนั้นความยากสุดท้ายของพวกเราคือ พวกคุณสี่คน สามารถประสานหน้าที่กัน ทำสตันแมงมุมเจ้าถิ่นนี้อย่างต่อเนื่องได้หรือเปล่า

บทที่ 18 บอสเจ้าถิ่น 3

นี่เป็นวิธีการเล่นที่บอกไว้ในไกด์เหรอพวกเถียนชีไม่ใช่นักเล่นหน้าใหม่ ย่อมไม่ถูกหลอกอำง่ายๆ ไกด์เกมที่พวกเขาเคยอ่าน ไม่ได้เขียนวิธีเล่นแบบนี้สักหน่อย หากมีไกด์บทไหนเขียนแบบนี้จริง ไอ้คนเขียนจะต้องถูกยำจนไม่เหลือชิ้นดี ทำไมนะหรือ เพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ในทางทฤษฎีเท่านั้น คนสี่คนทำสตันแมงมุมเจ้าถิ่นต่อเนื่อง เรื่องนี้ยังพอเป็นไปได้ แต่อาศัยคนเพียงคนเดียว ใครกล้ารับรองได้ว่า จะสามารถกำจัดลูกแมงมุมทุกตัวจนเกลี้ยงได้โดยไม่เกิดความผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

ขอเพียงมีแมงมุมจิ๋วสักตัวเดียวที่หลุดการควบคุม กัดโดนคนใดคนหนึ่งในทีมสี่คน การประสานงานก็จะขาดตอน แมงมุมเจ้าถิ่นนั้นมีฤทธิ์เหินฟ้า ดำดิน พ่นใยจับคน พ่นหมอกแพร่พิษ เป็นบอสลับตัวที่แกร่งที่สุดในสามตัว คนสี่คนที่ล้อมวงกันฆ่า หากเปิดโอกาสให้มันตอบโต้แม้สักครั้งเดียว ก็อาจตายหมู่คาด่าน

ว่าไง ทำได้ไหมเยี่ยซิวยังถามซ้ำ

เฮ่ๆ คำถามนี้ควรถามตัวนายเองมากกว่ามั้ง นายรับรองได้หรือว่าลูกแมงมุมจะไม่มีหลุดรอดแม้แต่ตัวเดียว?” เยวี่ยจงเหมียนกล่าว

แน่นอน ดังนั้นกุญแจสำคัญจึงอยู่ที่พวกคุณ คนสี่คนล้อมวงฆ่า ซ้ำยังเป็นแมงมุมเจ้าถิ่นที่มีเลเวลสูงสุด จังหวะการประสานกันต้องเร็วขึ้น ถึงตอนนั้นฉันจะช่วยเตือนอะไรก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าได้ยินเสียงเตือนของฉันแล้วค่อยตอบสนอง ก็อาจช้าเกินไปแล้ว ดังนั้นต้องพึ่งพาอาศัยความรู้มือรู้ใจกันมานานของพวกคุณสี่คนกันเอง ว่ายังไง มีปัญหาไหมเยี่ยซิวถาม

มีวิธีสู้แบบอื่นไหมเถียนชีถามคำหนึ่ง พูดตามตรง พวกเขาสี่คน ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่

ดูจากวิธีประสานสกิลประจำสายอาชีพของพวกคุณตอนนี้ เกรงว่าจะไม่มีแล้วเยี่ยซิวกล่าว

นี่คุณคิดวิธีการสู้เอาสดๆ โดยดูจากสกิลสายอาชีพของพวกเราอย่างนั้นหรือ

ถูกต้อง

คนทั้งสี่ช็อก เป็นการช็อกซ้ำอีกรอบ พวกเขายังแปลกใจที่เยี่ยซิวบอกว่าไปอ่านไกด์เกมมา แต่เท่าที่ลุยถ้ำแมงมุมมากี่รอบก็ไม่เห็นจะใช้วิธีผ่านอย่างที่เขียนไว้ในไกด์ ตอนนี้พวกเขารู้แล้ว เขาไม่ได้ไปอ่านวิธีการเล่น แต่ไปทำความเข้าใจจุดเด่นของบอสถ้ำแมงมุม จากนั้นนำมาออกแบบวิธีการเล่นที่เหมาะกับทีมเวิร์กของพวกเขา ไม่มีการซ้อม ไม่มีการเกลา ด้นกันสดๆ ผลก็คือผ่านด่านเรียบร้อย

สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องช็อกในครั้งนี้ ไม่ใช่ฝีมือการควบคุมอันหวือหวา ไม่ใช่การแสดงความเห็นอันคมกล้า ไม่ใช่การบังคับบัญชาที่ยอดเยี่ยม แต่เป็นความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อตัวเกม พวกเถียนชีรู้สึกอย่างลึกซึ้งว่า สำหรับคนคนนี้ คำว่ายอดฝีมือ ไม่เพียงพอแก่การขยายความแล้ว จำต้องบัญญัติศัพท์ใหม่ที่เหนือกว่านั้นให้ได้เสียก่อน

แต่ทั้งสี่คนกลับเริ่มลังเล เพราะคราวนี้พวกเขาไม่สามารถพึ่งพาอาศัยใครอื่น พวกเขาทั้งสี่ต้องเผชิญศึกตามลำพัง พวกเขาไม่ใช่ยอดฝีมือมาจากไหนแต่แรก อาศัยแต่เพียงความชำนาญ เป็นแค่ผู้เล่นที่เก่งกว่าผู้เล่นเข้าใหม่ทั่วไปนิดหน่อยเท่านั้น หน้าที่ที่เยี่ยซิวมอบหมาย พวกเขาจะทำได้หรือไม่ พวกเขาไม่มั่นใจจริงๆ

คนสี่คนยืนลังเล แต่เยี่ยซิวก็ไม่เร่งเร้า ทั้งห้าคนจึงยืนนิ่งๆ หน้ารังแมงมุมเจ้าถิ่นกันอยู่อย่างนั้น และขณะนี้เอง ช่องข่าวสารจากระบบพลันมีข้อความวิ่งผ่าน ปีศาจแมงมุม บอสลับประจำด่านถ้ำแมงมุม ถูกทำเฟิสต์คิลแล้ว

เถียนชีกัดฟันคิด อย่าว่าแต่ตอนนี้เป็นโอกาสของการชิงเฟิสต์คิล ต่อให้เป็นการลงดันเจี้ยนไหนๆ น้อยคนนักที่คนจะเจอบอสลับแล้วสละสิทธิ์ หากไปไม่รอดจริงๆ รีบเผ่นให้ไวก็น่าจะไหว หมู่บ้านมือใหม่มีข้อดีตรงนี้ หากกดออกจากดันเจี้ยนกลางคัน แม้ตัวละครจะกลายเป็นศพที่ต้องคืนชีพ แต่จะไม่เสียค่าประสบการณ์ ถึงอย่างไรหมู่บ้านมือใหม่ก็เป็นสถานที่ที่เอาใจใส่ดูแลผู้เล่นใหม่เป็นอย่างดี

ลองดูมั้ยเถียนชีมองไปยังพี่น้องอีกสามคน สามคนนั้นเมื่อเห็นประกาศเฟิสต์คิลจากระบบ ความฮึกเหิมก็ลุกโชนขึ้นเช่นกัน จึงพร้อมใจกันตอบตกลง

สู้โว้ย!” เถียนชีให้คำตอบกับหัวหน้าปาร์ตี้จวินม่อเซี่ยวแทนเพื่อนพ้อง

คนสี่คน ใช้วิธีการสู้แบบนี้ได้สบายๆ พวกคุณทบทวนจังหวะก่อนหน้านี้กันนิดนึง ตอนนี้ก็แค่ต้องเร่งความเร็วเพิ่มนิดหน่อย อย่าพยายามคำนวณเวลาให้เป๊ะ แต่ให้ใช้ความรู้สึกเยี่ยซิวกล่าว

เข้าใจแล้ว

ฉันไปเปิดมอนเยี่ยซิวพูดพลางควบคุมจวินม่อเซี่ยวเดินไปยังปากรังแมงมุม ตัวไม่ได้เข้าไป เพียงยกอาวุธขึ้นมาทีหนึ่ง แล้วทันใดนั้นก็รีบหมุนตัวถอยกลับมา

เปิดแล้ว?” คนทั้งสี่ประหลาดใจ

เปิดแล้วเยี่ยซิวตอบ

คนทั้งสี่ต่างกำลังเกาหัว เปิดมอนแบบไหนกัน พวกเขาต่างนึกว่าจวินม่อเซี่ยวจะเข้าไปข้างในถ้ำ แต่ที่ไหนได้ กลับเพียงแค่ไปยืนหน้าถ้ำเท่านั้น วิธีเปิดมอนสเตอร์แบบนี้ มันเป็นวิธีของอาชีพที่โจมตีระยะไกลนี่นา!

เขาพกปืนมาด้วยใช่ไหม

ก็คงต้องใช่แล้วละ

ทุกคนกำลังคิดเดา ภายในรังพลันมีเสียงหวีดร้องแหลมสูง แมงมุมเจ้าถิ่นถูกปลุกให้ตื่นจากความฝัน ทุกคนรู้สึกว่าอุโมงค์ทั้งเส้นกำลังสะเทือน เจ้าถิ่นผู้นี้ กำลังจะออกจากรังแล้ว

แยกออกซ้ายขวา ระวังตัว!” เยี่ยซิวตะโกนบอก พวกเถียนชีสี่คนแยกกันยืนฝั่งละสองคน แล้วก็เห็นหน้าถ้ำเกิดหมอกหนา แมงมุมเจ้าถิ่นพ่นพิษพุ่งออกมา ทะยานเข้าใส่จวินม่อเซี่ยวก่อนเป็นคนแรก

จวินม่อเซี่ยวไม่ถอย ซ้ำยังบุกพุ่งสวนเข้าหาตรงๆ ดูท่าจะต้องถูกตะครุบคว่ำแน่ แต่เขาพลันย่อต่ำสไลด์ตัวเตะสกัดลอดผ่านใต้ท้องแมงมุมเจ้าถิ่นไปแล้ว

บอกแล้วไงว่าเขาต้องมีปืน!” เฉี่ยนเซิงหลีตะโกนบอก ท่าสไลด์ตัวเตะสกัดเป็นท่าโจมตีพื้นฐานของสายอาชีพมือปืน

จวินม่อเซี่ยวซึ่งสไลด์ลอดผ่านไปแล้ว ดีดตัวขึ้นมา เอี้ยวตัวกลางอากาศพร้อมจ้วงทวนเข้าใส่ก้นแมงมุมเจ้าถิ่น ยืมแรงพุ่งทะยานของตัวมันเอง ผลักมันเข้าสู่วงล้อมการโจมตีของคนทั้งสี่

ลุย!” เยี่ยซิวตะโกนบอก แต่คนทั้งสี่กลับชุลมุนวุ่นวาย บอสสามตัวก่อนหน้าเยี่ยซิวยังใช้เวลาล่อหลอก ค่อยๆ ลวงลากมันมาติดกับ ใครจะไปรู้ว่าพอเจอบอสใหญ่สุดของดันเจี้ยน กลับมาไวเคลมไว ใช้เพียงท่าเดียวก็ส่งบอสมาเข้าวงแล้ว

ฉันก่อน!” เถียนชีร้องลั่นพร้อมตรงเข้ารับมือ

ฉันตามมู่หยุนเซินก้าวขึ้นมา

ฉันต่อเฉี่ยนเซิงหลี

“…” เยวี่ยจงเหมียนจะไม่ต่อก็ไม่ได้แล้ว

ปรากฏว่าพอจบเยวี่ยจงเหมียน เถียนชีกลับต้องน้ำตานองสกิลฉันยังคูลดาวน์ไม่เสร็จ

เร็วเกินไปจวินม่อเซี่ยวของเยี่ยซิวพุ่งเข้ามาแทงเขี้ยวมังกรใส่ให้หนึ่งที แมงมุมเจ้าถิ่นยังคงอยู่ในอาการสตันต่อ

รีบจับจังหวะให้ติดเยี่ยซิวพูดพลางสั่งการจวินม่อเซี่ยวตวัดทวนงัดลูกแมงมุมที่ฟักออกจากไข่ของแมงมุมเจ้าถิ่นหมาดๆ จนปลิว

อื้อ!” เถียนชีสังเกต ที่แท้การวางไข่ของแมงมุมเจ้าถิ่นก็ไม่ใช่ว่ามาถึงก็จัดเต็มทันที ตอนแรกจะวางช้าๆ ก่อน นั่นหมายความว่าพวกเขาพอมีเวลาปรับจูน เพราะยอดฝีมือท่านนี้สามารถรับมือกับลูกแมงมุมจำนวนน้อยไปพร้อมๆ กับช่วยประคับประคองการทำสตันต่อเนื่องของพวกเขาได้สบายๆ

เร็วเกินไปอีกแล้วครบหนึ่งรอบวง สกิลของเถียนชีก็ยังคูลดาวน์ไม่เสร็จ

อย่าตื่นเต้น ควบคุมจังหวะให้ดีเยี่ยซิวกล่าวเตือน

เร็วไป เฉี่ยนเซิงหลีลงมือเร็วไป

ยังเร็วไปอีก เฉี่ยนเซิงหลีอีกแล้ว

เร็วไปอีกแล้ว คราวนี้คือเสี่ยวเยวี่ยเยวี่ย เฉี่ยนเซิงหลีปรับจังหวะช้าลงแล้ว คุณต้องปรับตามด้วยเยี่ยซิวกำจัดลูกแมงมุม พลางช่วยเติมสตัน พร้อมกับคอยสอดส่องว่าใครคนไหนที่ยังควบคุมจังหวะได้ไม่ดี

พลังชีวิตของแมงมุมเจ้าถิ่นลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนการวางไข่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากครั้งละฟอง กลายเป็นครั้งละสองฟอง สามฟอง

ได้แล้ว ยึดตามจังหวะของรอบนี้แหละ ควบคุมให้ดี!” ในที่สุดก็สำเร็จแล้วหนึ่งครั้ง รอบนี้คนทั้งสี่ประสานกันได้อย่างลงตัว

บทที่ 19 บอสเจ้าถิ่น 4

จังหวะจังหวะ…” พวกเถียนชีสี่คนพึมพำคำนี้จนใกล้ประสาทเสีย ในสายตาพวกเขาไม่มีแมงมุมเจ้าถิ่น ไม่มีเป้าหมายที่โจมตี มีแต่การควบคุมจังหวะการใช้สกิลให้ดีเท่านั้น

ผ่านไปอีกหนึ่งรอบที่ทำสำเร็จ อีกหนึ่งรอบก็ยังคงทำสำเร็จ คนทั้งสี่ต่างยินดีอย่างยิ่ง จับหลักได้แล้วใช่ไหมนะ แม้จะบอกความรู้สึกไม่ถูกเหมือนกัน แต่เหมือนกับเมื่อถึงเวลานั้น ก็จะใช้สกิลออกไปเองโดยอัตโนมัติ

เยี่ยซิวขณะนี้ ก็ไม่มีเวลาไปดูแลพวกเขาอีกแล้ว หลังจากโยนคำว่าสู้ๆใส่ ก็เริ่มวิ่งว่อนรอบแมงมุมเจ้าถิ่นเพื่อไล่ขยี้ลูกแมงมุม

ทุกทวนที่ทิ่มแทงออกไป ไม่มีพลาดเป้า ลูกแมงมุมทุกตัวถูกแทงตายในทวนเดียว สำหรับเวลานี้ ก็มีเพียงเยี่ยซิวเท่านั้นที่ทำได้ ผู้เล่นคนอื่นต่อให้มีฝีมือการควบคุมที่เท่าเทียมกัน แต่ด้วยข้อจำกัดของเซิฟเวอร์ใหม่ อาวุธของผู้เล่นยังตันอยู่แค่เลเวลสิบ ไม่สามารถฆ่าลูกแมงมุมให้ตายได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว หากลูกแมงมุมหนึ่งตัวต้องโจมตีสองครั้ง นั่นต่อให้เป็นเยี่ยซิวก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะเคลียร์พื้นที่ให้หมดได้

ควบคุมสมาธิให้ดี! สู้ๆเยี่ยซิวง่วนอยู่กับงานแล้วยังคอยส่งเสียงเตือนอีกสี่คนเป็นพักๆ เขารู้ดีว่า การทำท่าควบคุมซ้ำๆ อย่างเครื่องจักร ง่ายแก่การตกสู่ภาวะชินชา เมื่อถึงตอนนั้น เพียงพลั้งเผลอเฉื่อยช้าไปสักนิด โศกนาฏกรรมก็จะเกิด

คนทั้งสี่ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย จ้องการเคลื่อนไหวของสหายอีกสามคนตาเขม็ง เรื่องการเคลียร์ลูกแมงมุมของจวินม่อเซี่ยว พวกเขาไม่มีเวลาจะไปห่วง แม้พวกเขาจะรู้ชัดว่า ความจริงแล้วการเก็บกวาดลูกแมงมุมเป็นงานยากกว่าพวกเขา อีกทั้งเป็นหน้าที่ที่หากพลาดพลั้งก็ถึงตายเช่นเดียวกัน

พลังชีวิตของแมงมุมเจ้าถิ่นลดลงมาครึ่งหนึ่งแล้ว

เถียนชีกดคำสั่งแบบเดิมๆ ซ้ำๆ กันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งต้องใช้ความเร็วมาก รู้สึกนิ้วเริ่มแข็งแล้วเล็กน้อย เขาเริ่มสงสัยว่าตนเองจะอดทนต่อไปไหวไหม เขาใช้ความพยายามอย่างมาก แยกสมาธิออกมามองดูสถานการณ์ทางจวินม่อเซี่ยวแวบหนึ่ง

จวินม่อเซี่ยวกำลังวิ่งว่อนไปทั่วฉาก ปริมาณการวางไข่ของแมงมุมเจ้าถิ่นขณะนี้เพิ่มเป็นครั้งละหกฟองแล้ว!

ลูกแมงมุมหกตัว เมื่อฟักออกจากไข่แล้วก็ไม่ถามหาเหตุผล ไม่สนความเกลียดชัง แต่จะพุ่งเข้าหาเป้าหมายกันตามใจชอบ ทวนศึกของจวินม่อเซี่ยวดำมะเมี่ยมไปทั้งแท่ง มีเพียงปลายแหลมที่เรืองแสงคมวาว เมื่อกวาดแกว่งแทงทิ่มก็เกิดเป็นจุดแสงเย็นเยียบ ลูกแมงมุมที่ถูกแทงต่างร้องจี๊ดระงมแล้วตายในคราวเดียว

แย่แล้ว!” เถียนชีสะดุ้ง เขาเหลือบไปเห็นลูกแมงมุมตัวหนึ่งพุ่งทะยานเข้าใส่มู่หยุนเซินด้วยความเร็วสูง แต่จวินม่อเซี่ยวยังอยู่ห่างจากมันมาก ทำท่าเหมือนจะสกัดไม่ทันแน่แล้ว

ปรากฏว่าได้ยินเสียงดังปุหนึ่ง ลูกแมุงมุมตัวนั้นไฟแลบขึ้นหนึ่งที แล้วตัวก็ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

เกิดอะไรขึ้นเถียนชีงุนงง โชคดีที่เขายังไม่ลืมทำหน้าที่ เมื่อถึงจังหวะลงมือของเขา ก็ไม่ชักช้าให้เสียงาน

เหมือนถูกปืนยิงเถียนชีนึก เพียงแต่ตอนนั้นมัวแต่ดูที่ตัวแมงมุม ไม่ได้สังเกตท่าของจวินม่อเซี่ยว นึกถึงตอนที่เขาดึงบอสจากระยะไกล ดูท่าจะแน่ใจได้แล้วว่า คนผู้นี้พกพาอาวุธของอาชีพอื่นติดตัวด้วย

เถียนชีขณะนี้รู้สึกโล่งขึ้น แต่เมื่อมองไปยังพรรคพวกที่เหลือ ต่างจ้องไปด้านหน้าตาเขม็ง แม้แต่คอก็ไม่หมุนสักแอะ เถียนชีพลันพบว่า แม้ตนจะเสียสมาธิไปแวบหนึ่ง แต่ดูเหมือนช่วยให้สองมือที่เกร็งล้าผ่อนคลายลงไม่น้อย

แต่ เวลานี้ เถียนชีก็ไม่กล้าแบ่งปันประสบการณ์นี้กับผองเพื่อน หากทุกคนเสียสมาธิกันแล้ว ผลลัพธ์จะเป็นยังไง ใครจะไปรู้

ขออย่าให้เกิดข้อผิดพลาด…” เถียนชีภาวนาในใจเงียบๆ

เยวี่ยจงเหมียนขณะนี้กลับรู้สึกว่าตนใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว สองมือเกร็งแข็งขั้นสุด คล้ายกับสูญเสียความคล่องตัวไปแล้ว เขาไม่รู้ว่าตัวเองผ่านการควบคุมแต่ละรอบไปได้อย่างไร สายตาจับจ้องหน้าจอเขม็ง พลันรู้สึกว่า หน้าจออยู่ห่างออกไปจากตนไกลมาก มองรายละเอียดบนนั้นไม่รู้เรื่อง

ความรู้สึก ต้องจดจำความรู้สึก

เยวี่ยจงเหมียนพร่ำบอกตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า เขารู้สึกกดดันมาก กลัวว่าตัวเองจะทำความผิดพลาดใหญ่ เขารู้ว่าพวกเพื่อนๆ เริ่มไม่พอใจเขานิดหน่อยแล้ว และยิ่งไม่ต้องการถูกไอ้จวินม่อเซี่ยวนั่นดูแคลน

อดทนไว้นะ! เยวี่ยจงเหมียนกัดฟันสู้ พลังชีวิตของแมงมุมเจ้าถิ่น เริ่มแรกสุดรู้สึกว่าลดลงเร็วมาก แต่ขณะนี้กลับรู้สึกว่าลดช้าเหลือเกิน ผ่านไปตั้งนานขนาดนี้ ทำไมยังเหลืออีกตั้งหนึ่งในสาม ฉันจะทนจนถึงท้ายสุดได้ไหมนะ

เถียนชีเผลอแล้วได้พัก แต่เยวี่ยจงเหมียนกลับเผลอเพิ่มความกดดันให้ตนเอง แต่ไม่ว่าอย่างไร คนทั้งสองก็ไม่ได้ทำเรื่องผิดพลาด การประสานสตันอย่างต่อเนื่อง ยังคงดำเนินต่อไป

แต่แล้วในยามนี้เอง เฉี่ยนเซิงหลีพลันส่งเสียงร้องอย่างตกใจ

เขาทำพลาดแล้ว!

ช่วงแรกๆ ของการปรับจังหวะ เขาคือคนที่เข้าร่องเข้ารอยช้าสุด มักจับจังหวะไม่ติดเสมอ ยื้อมาจนนานขนาดนี้ ในที่สุดเขาก็พลาด เฉกเช่นครั้งก่อนๆ เขาใช้สกิลเร็วเกินไป! ในคิวของเขา แมงมุมเจ้าถิ่นยังคงติดสตันตัวนิ่ง ถัดไปเยวี่ยจงเหมียนก็ยังตามทัน แต่ถัดจากนั้นล่ะ เมื่อถึงตาเถียนชีก็หมดทางแล้ว เพราะเฉี่ยนเซิงหลีเร็วไปก้าวหนึ่ง ทำให้สกิลของเถียนชีคูลดาวน์ไม่เสร็จ เขาไม่มีสกิลที่สามารถทำให้แมงมุมเจ้าถิ่นติดสตันต่อไป

คนทั้งสี่ท้อแท้ พวกเขารอคอยให้ยอดฝีมือผู้เป็นดั่งปาฏิหาริย์ จะมีวิธีการแก้ไข ปรากฏว่าเห็นเจ้าแมงมุมเจ้าถิ่นพลันยกก้นขึ้น ซึ่งไข่ในรอบนี้ถึงกับวางออกมาพร้อมกันแปดฟอง

จบกันคนทั้งสี่สิ้นหวังแล้ว เยวี่ยจงเหมียนปล่อยสกิลออกไปเสร็จ เพียงมองไปทางเถียนชีอย่างเศร้าสลด

เถียนชีไม่มีสกิลให้ใช้ เขาไม่รู้ควรทำอย่างไรดี แมงมุมเจ้าถิ่นที่หลุดจากการควบคุมจะทำอะไรบ้าง ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจคาดการณ์

เถียนชีหลบไป!”

ท่ามกลางความสิ้นหวัง เสียงหนึ่งที่เพียงพอแก่การจุดความหวังของพวกเขาขึ้นใหม่ก็ดังขึ้น เถียนชีไม่มีลังเลแม้แต่น้อย รีบฉากหลบไปด้านข้าง ทวนศึกพุ่งเฉียดตัวของเขาไป จวินม่อเซี่ยวใช้สกิลเขี้ยวมังกร แทงใส่แมงมุมเจ้าถิ่นหนึ่งที

สถานะสตันได้รับการชดเชย แต่ลูกแมงมุมทั้งแปดที่ไร้คนควบคุม เริ่มกระจายตัวกันว่อนเพื่อเตรียมกัดคนแล้ว ทุกคนทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรโจมตีแมงมุมเจ้าถิ่นต่อ หรือรับมือกับแมงมุมจิ๋วสักหน่อยดี ปรากฏว่าจวินม่อเซี่ยวที่เพิ่งแทงเขี้ยวมังกรใส่แมงมุมเจ้าถิ่นไปแล้วนั้น บัดนี้สืบเท้าขึ้นหน้าต่ออีกสองก้าว ทวนศึกในมือถูกหักออกเป็นสองท่อน ยึดแน่นไว้กับสองแขนซ้ายขวาข้างละท่อน สองแขนเหยียดยื่นออก พร้อมกับหนีบตัวแมงมุมเจ้าถิ่นเอาไว้

ฮึบ!” จวินม่อเซี่ยวยกแขนทั้งสองขึ้น อุ้มแมงมุมเจ้าถิ่นตัวลอยขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแอ่นตัวไปด้านหลังเป็นท่าสะพานโค้ง ทุ่มแมงมุมเจ้าถิ่นลงกับพื้นด้านหลังของตนไป

สกิลนักยูโด : ท่าทุ่มซูเพล็กซ์

ท่าทุ่มซูเพล็กซ์ ไม่เพียงทำดาเมจให้กับตัวเป้าหมายเท่านั้น แต่เมื่อเป้าหมายสัมผัสพื้น จะเกิดคลื่นกระแทกขยายออกเป็นวงเล็กๆ เป็นการทำดาเมจรอบวงชนิดหนึ่ง คลื่นกระแทกที่เกิดจากท่าทุ่มซูเพล็กซ์ของจวินม่อเซี่ยว กะเกณฑ์ขอบเขตเอาไว้อย่างเหมาะเหม็ง ลูกแมงมุมทั้งแปดอยู่ในเขตแรงกระทำพอดิบพอดี ลูกแมงมุมทั้งหมดกระเด้งตัวหงายท้อง กลายเป็นศพโดยพร้อมเพรียง

เถียนชี!” เยี่ยซิวตะโกนเรียก เถียนชีซึ่งเตรียมตัวพร้อมอยู่ข้างๆ แต่แรก พุ่งหมัดเข้าใส่ทันที สถานะติดสตันของแมงมุมเจ้าถิ่น จึงได้ดำเนินต่อไป

บทที่ 20 บอสเจ้าถิ่น 5

ทุกคนระวังตัวนะ สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้กอบกู้กันได้ทุกครั้งเยี่ยซิวกล่าว

มู่หยุนเซิน เฉี่ยนเซิงหลี เยวี่ยจงเหมียน ทุกคนตามกันมาโจมตี พวกเขาต่างตกใจจนเหงื่อชุ่มมือ ขณะนี้จับเมาส์ยังรู้สึกลื่น แต่ไฉนเลยจะมีเวลาไปเช็ด ต่างถลึงตาจ้องกันอย่างไม่กล้าละวาง

สถานการณ์กลับมาควบคุมได้อีกครั้ง คนทั้งสี่ที่ไม่กล้าแบ่งสมาธิ ต่างไม่ว่างไปย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ พลังชีวิตของแมงมุมเจ้าถิ่นลดลงอย่างต่อเนื่องจากการกระหน่ำโจมตีของทุกคน จากหนึ่งในสาม เป็นหนึ่งในสี่ เป็นหนึ่งในห้า

ใกล้จะเลือดแดงแล้ว ทุกคนระวังเยี่ยซิวส่งเสียงเตือน

เลือดแดงแล้วทำไงเถียนชีถาม บอสลับเมื่อเลือดแดงแล้วจะระเบิดพลัง เขาเคยอ่านไกด์ แมงมุมเจ้าถิ่นเมื่อเลือดแดงจะเข้าสู่สถานะร่างคลั่ง ในสถานะร่างคลั่งจะไม่ติดสตัน

รุมยำ!” เยี่ยซิวกล่าว

ได้ยินสองพยางค์นี้ คนทั้งสี่ต่างไม่ตระหนก แต่กลับตื่นเต้น พวกเขาอยู่ในสภาพที่ต้องออกคำสั่งซ้ำๆ เดิมๆ มานานแล้ว ถึงขั้นต่อให้ต้องตายก็ขอให้ได้มันส์หยดสักตั้ง

แดงแล้ว!” เถียนชีตะโกน

มู่หยุนเซินเหยียบลูกแมงมุมสักตัวเยี่ยซิวร้องบอก

หา?” มู่หยุนเซินไม่เข้าใจคำสั่งนี้อย่างแรง แต่แม้จะลังเล จิตใต้สำนึกก็พาเขาพุ่งเข้าใส่ลูกแมงมุมตัวหนึ่งที่ตรงมาทางเขาแล้ว เหมือนกับว่ามันถูกเตรียมไว้ให้เขาโดยเฉพาะ

ลูกแมงมุมกัดมู่หยุนเซินเข้าหนึ่งที เขาขยับตัวไม่ได้ทันที ส่วนไอ้แมงมุมเจ้าถิ่นนั่นก็เอี้ยวตัวมาอ้าปากยักษ์อันน่าขยะแขยงนั่นกัดใส่เขา มู่หยุนเซินช็อกจนร้องลั่น

ผลปรากฏว่าผลปรากฏว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มู่หยุนเซินซึ่งถูกลูกแมงมุมกัดทำให้ติดอาการกักขังสามวินาที แม้จะขยับตัวไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็อยู่ในสถานะไร้พ่ายไปด้วย ต่อให้เป็นแมงมุมเจ้าถิ่น ก็ทำอะไรเขาไม่ได้แม้แต่น้อย เยี่ยซิวถึงกับใช้ประโยชน์จากจุดนี้ ต่อเวลาให้ทุกคนได้รุมยำแมงมุมเจ้าถิ่นสามวินาที

แมงมุมเจ้าถิ่นระเบิดลูกบ้าไปพร้อมกับวางไข่รัวๆ ส่วนเยี่ยซิวนั้นทำหน้าที่สะสางลูกแมงมุมเกิดใหม่ต่อไป เพียงแต่เขาจะคอยสังเกตทิศทางการเคลื่อนไหวของพวกมันอย่างละเอียด ไม่ไปแตะตัวที่กัดมู่หยุนเซิน มู่หยุนเซินก็จับทางได้แล้ว เป็นฝ่ายเข้าไปให้ลูกแมงมุมกัดเอง แม้พวกเขาไม่ใช่ยอดฝีมือ แต่ก็เล่นเป็นเล่นคล่อง ขณะนี้ต่างรู้เจตนาของกลยุทธ์ก้าวนี้กันถ่องแท้แล้ว

เนื่องจากก่อนหน้าที่คนทั้งสี่ล้อมฆ่าแมงมุมเจ้าถิ่น ทุกคนต่างสะสมความเกลียดชังไว้ล้นปรี่ มู่หยุนเซินเป็นผู้สมสมค่าดาเมจสูงสุดในคนทั้งสี่ ขณะนี้จึงมีค่าความเกลียดชังสูงสุด คำสั่งของเยี่ยซิว ก็คือใช้ประโยชน์จากจุดนี้ ปล่อยให้ลูกแมงมุมที่แมงมุมเจ้าถิ่นเบ่งออกมาเอง ซึ่งเดิมมีไว้สำหรับตีรวนทีมเวิร์กของผู้เล่น กลายเป็นร่มกำบังที่แข็งแกร่งที่สุดแทน

กลยุทธ์นี้ไม่สามารถใช้งานในช่วงครึ่งแรก เพราะต้องรอจนถึงช่วงท้ายๆ ค่าความเกลียดชังที่สะสมในตัวมู่หยุนเซินจึงจะเสถียรพอ อีกทั้งต้องมาถึงช่วงนี้เช่นกัน แมงมุมเจ้าถิ่นจึงจะเพิ่มพลังการแพร่พันธุ์ของมันถึงขั้นสุด คลอดลูกแมงมุมในจำนวนที่มากพอ มู่หยุนเซินถูกพวกมันเรียงคิวกันกัด อยู่ในโหมดไร้พ่ายตลอดศก

ลูกแมงมุมกัดย่อมสร้างดาเมจเช่นกัน แต่ไม่สูงนัก จวินม่อเซี่ยวยังคอยหาโอกาสฮีลให้เขาเป็นพักๆ ไม่มีเรื่องให้ต้องกังวล

แมงมุมเจ้าถิ่นนั้นทั้งพ่นใยทั้งพ่นพิษ อวัยวะทุกส่วนที่ใช้ได้ต่างก็ใช้จนหมดแล้ว ก็ยังไร้ค่า เพียงแต่ระหว่างการโจมตีอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ในที่สุดก็จะมีคนที่สะสมความเกลียดชังเกินหน้ามู่หยุนเซินจนได้

แมงมุมเจ้าถิ่นเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตี แต่เยวี่ยจงเหมียนที่มีค่าความเกลียดชังเป็นอันดับหนึ่งขณะนี้ก็รู้จักวิธีวิ่งให้ลูกแมงมุมกัดเหมือนมู่หยุนเซินแล้ว ส่วนจวินม่อเซี่ยวที่ทำหน้าที่เคลียร์ลูกแมงมุม ก็เหมือนเล็งเห็นจุดนี้แต่แรก ลูกแมงมุมตัวที่จงใจเหลือทิ้งไว้ ก็คือตัวที่วิ่งเข้าไปกัดเยวี่ยจงเหมียนนั่นเอง

ศึกบอสเลือดแดงที่อันตรายที่สุด บัดนี้กลายเป็นความบันเทิงยกหนึ่งไปแล้วโดยสิ้นเชิง ทุกคนรังแกแมงมุมเจ้าถิ่นกันอย่างเฮฮา ในที่สุดก็คว่ำผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งถ้ำแมงมุมลง

สิ่งแรกที่แวบขึ้นมาก็คือประกาศจากระบบ

จวินม่อเซี่ยว เถียนชี มู่หยุนเซิน เฉี่ยนเซิงหลี เยวี่ยจงเหมียน เป็นผู้ทำเฟิสต์คิลแมงมุมเจ้าถิ่น บอสลับแห่งถ้ำแมงมุม

หล่อโว้ย!” พวกเถียนชีตะโกนก้องอย่างตื่นเต้น หากทำได้ พวกเขารับรองว่าจะต้องจับจวินม่อเซียวโยนขึ้นฟ้า พวกเขากล้ารับรองว่า ศึกนี้ ไม่มีคนคนนี้ พวกเขาไม่มีทางทำสำเร็จ พวกเขาแค่ผลัดกันทำสตันแมงมุมเจ้าถิ่นก็กดดันจะแย่แล้ว แต่ความจริงหน้าที่กำจัดลูกแมงมุม เป็นงานที่ยากยิ่งกว่า

ที่น่ากลัวกว่าคือการกอบกู้สถานการณ์ตอนนั้น พวกเขาเล่นกลอรี่มาจนบัดนี้ อย่าว่าแต่ได้เห็นเลย แม้แต่คิดยังไม่เคยคิดว่าจะมีบุคคลขั้นเทพขนาดนี้

พี่ยอดฝีมือ ใยแมงมุมพลังสูงมีสี่อันเถียนชีวิ่งไปดูไอเท็มที่ดร็อปได้จากแมงมุมเจ้าถิ่น หันมารายงานกับเยี่ยซิว เลือกกดสละสิทธิ์อย่างเต็มใจ

คนอื่นก็ไม่มีใครแย่ง ต่างรักษาสัญญา ไม่แม้แต่จะแตะต้อง

ขอบคุณเยี่ยซิวกล่าวคำหนึ่ง แล้วก็เก็บใยแมงมุมพลังสูงลงกระเป๋า

ที่เหลือพวกคุณเอาไปเถอะ!” เยี่ยซิวก็รักษาคำพูดเช่นกัน

นอกจากใยแมงมุมพลังสูง แมงมุมเจ้าถิ่นยังดร็อปน้ำพิษแมงมุมสองอัน บูทยาวไม้เกาลัดเลเวลสิบห้าหนึ่งคู่ เกราะเบาสีน้ำเงินที่บวกพละกำลังสามจุด นอกจากนี้ ยังมีอาวุธเกรดสีม่วงอีกหนึ่งเล่มได้แก่

ดาบทาจิไม้ท้อ เลเวล 15

น้ำหนักสองพันหกร้อยกรัม ความเร็วโจมตีแปด

ค่าโจมตีกายภาพ 165 ค่าโจมตีเวท 178

พละกำลังบวกสิบ สติปัญญาบวกสิบสี่

ดาบทาจิเป็นอาวุธตระกูลมีดดาบ สำหรับอาชีพนักดาบ ค่าโจมตีเวทจะสูงกว่า ความจริงค่าพลังของอาวุธในกลอรี่นั้นจะเอนเอียงด้านใดด้านหนึ่งมากกว่าอยู่แล้ว ไม่กายภาพก็เวท ค่าของร่มแสนกลนั้นสูงเท่ากันทั้งสองด้าน ดูก็รู้ว่าเพราะเป็นอาวุธเกรดสีเงินที่มาจากการประดิษฐ์เอง

เมื่อเทียบกันแล้ว ดาบทาจิไม้ท้อเล่มนี้เสมอกันพอดีกับร่มแสนกล อาวุธเกรดสีม่วงเลเวลสิบห้า เทียบเท่ากับอาวุธเกรดสีเงินเลเวลห้า แต่ดาบทาจิไม้ท้อเล่มนี้มีคุณสมบัติบวก ความเร็วโจมตีสูงกว่าร่มแสนกลขั้นหนึ่ง วัดกันตรงคุณสมบัติบวก มันก็เหนือกว่าร่มแสนกลแล้ว

เยี่ยซิวเมื่อเห็นดาบทาจิเล่มนี้ ก็อดทึ่งกับความโชคดีของวันนี้ไม่ได้ อุปกรณ์สวมใส่สีน้ำเงินนั้นบังคับดร็อปจากตัวบอสอยู่แล้ว วัตถุดิบลับก็ย่อมได้จากบอสลับ แต่ทั้งตำราสกิลเมื่อคราวก่อน กับอาวุธเกรดสีม่วงคราวนี้ มันคือไอเท็มที่ต้องดวงดีสุดๆ ถึงจะได้เจอ

ต่อให้อุปกรณ์สวมใส่เลเวลต่ำนั้นจะตกยุคเร็ว แต่หากได้อาวุธเกรดสีม่วงเล่มนี้มา ระหว่างที่ยืนระยะเลเวลสิบห้าถึงยี่สิบห้า ก็ยังหรูหรากว่าคนทั่วไปเยอะ มิหนำซ้ำยังเป็นอาวุธเกรดสีม่วง สามารถใช้ได้จนกว่าจะถึงเลเวลยี่สิบห้าเลยทีเดียว เห็นแก่ดาบเล่มนี้ ต่อให้ผู้เล่นที่ระหว่างเป็นคนจรไม่ได้คิดจะเล่นอาชีพสายนักดาบ เปลี่ยนใจมาเล่นสายนักดาบก็ยังคุ้ม

คนทั้งสี่นั้นต่างกลืนน้ำลาย โดยเฉพาะมู่หยุนเซินกับเยวี่ยจงเหมียน พวกเขาทั้งคู่เล่นอาชีพนักดาบกันอยู่แล้ว อาวุธชิ้นนี้เหมาะสมที่สุด

เหอะๆ ดาบนี้ฉันไม่ได้ใช้ พวกคุณใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ!” เยี่ยซิวส่องดูครู่หนึ่ง แล้วเลือกสละสิทธิ์อย่างง่ายดาย น้ำพิษแมงมุมกับบูธยาวไม้เกาลัดก็ไม่เก็บ นับว่าทำตามคำพูดทุกประการ

พี่ยอดฝีมือเอาไปทั้งหมดเถอะ!” เถียนชีมีความจริงใจมากถ้าไม่ใช่เพราะคุณช่วยนำ พวกเราก็ไม่มีทางได้เห็นของพวกนี้อยู่แล้ว!”

เหอะๆ ถ้าไม่ได้พวกคุณร่วมทีม แล้วฉันต้องฆ่าแมงมุมเจ้าถิ่นนี่ ก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน!” เยี่ยซิวกล่าว

คนทั้งสี่อึ้งไปครู่หนึ่ง

ได้ยินหรือยัง เขาไม่ได้บอกว่าเขาฆ่าไม่ได้ แต่แค่บอกว่าเป็นเรื่องยากเหมือนกันเท่านั้นเอง

Close Menu
Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.