love mission เล่ม 1

Love Mission ภารกิต พิชิตรัก (เล่ม 1)

บทนำ

กูทนไม่ไหวแล้วเสียงตะโกนราวกับคนบ้าของจุน ทำให้เขียวต้องรีบยกมืออุดปากเพื่อนเอาไว้

เป็นบ้าอะไรของมึงเขียวต้องลากเพื่อนหามุมสงบ หลบให้พ้นจากสายตาของคนที่มองมา ก่อนจะยอมเอามือที่ปิดปากเพื่อนไว้แน่นออก

นี่มันวาเลนไทน์ มึงเข้าใจคำว่าวาเลนไทน์ไหมเขียว ทำไมกูต้องมาดูหนังกับมึงด้วยจุนยกมือขึ้นกุมหัว ไม่เข้าใจชีวิตตัวเองพอกันทีวาเลนไทน์ที่มีแค่มึงกับกู กูขอลาขาดนับตั้งแต่วันนี้เขาประกาศก้อง จะต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อให้พ้นจากสถานภาพโสดไปให้ได้

กูบอกมึงแล้วว่าให้อยู่ห้อง ไม่ต้องออกมาดูคนอื่นเขาสวีตกัน มึงก็ไม่เชื่อกูเขียวบ่นอุบ ไม่ใช่ว่าไม่เตือนเพื่อน เขาเตือนจนไม่รู้จะเตือนอย่างไร ไอ้เพื่อนตัวดีก็ดื้อจะออกมาดูหนังให้ได้ ด้วยเหตุผลว่าวาเลนไทน์ทั้งทีทำไมต้องนอนเป็นปลาตากแห้งอยู่หอ แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรล่ะ

นั่นมันใช่วิธีแก้ปัญหาไหม

แล้วมึงจะทำยังไง

นับตั้งแต่วันนี้ มึงกับกูต้องจีบหญิงให้ติด เป้าหมายคือวาเลนไทน์ปีหน้า มึงกับกูต้องมีแฟนให้อวดเหมือนคนอื่นเขา

เขียวถอนใจเฮือกใหญ่ ถ้ามันทำได้ง่ายอย่างที่จุนประกาศพวกเขาคงมีแฟนไปนานแล้ว ไม่ต้องแห้งเหี่ยวหัวโตอยู่สองคนแบบนี้

เกือบเจ็ดปีที่เป็นเพื่อนกันมา ตั้งแต่มัธยมปีที่หนึ่งจนเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย คณะเดียวกันมหาลัยเดียวกัน พวกเขาพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าไม่เคยมีแฟนเลยสักครั้ง

สาเหตุน่ะเหรอเขียวก้มลงมองตัวเอง เขาเป็นผู้ชายร่างเล็กที่มีใบหน้าน่ารักกว่าผู้หญิง (บางคน) แขนขาเรียว ผิวขาวเนียน ตั้งแต่เด็ก ผู้หญิงชอบเล่นกับเขาแต่ไม่มีใครอยากเป็นแฟนเขา ในขณะที่จุนเป็นหนุ่มรูปร่างปกติ แต่มีข้อเสียคือความกวนตีนและปากเสียจนผู้หญิงขยาด

กูตัดสินใจแล้ว กูจะจีบพี่มิ้น

เหี้ยจุน มึงก็รู้ว่าพี่มิ้นเป็นเด็กพี่เบต มึงจะเหยียบหางใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ซุปตาร์ของมหาลัยโว้ยเขียวกำลังพูดถึงทิเบตรุ่นพี่ปีสามคณะเดียวกันที่มีชื่อเสียงทั้งความหล่อและความโหด

อย่างกับมึงไม่เหยียบ มึงชอบโชแปงเด็กพี่อิน มันก็พอๆ กับกูละวะจุนมองเพื่อนรักที่อกหักรักคุดมาด้วยกัน

กูมองห่างๆ อย่างห่วงๆ เว้ย สตางค์กูไม่มี แต่สติกูมีเยอะ

แต่สำหรับกู คู่ควงไม่ใช่แฟน เสียบแทนกันได้ไม่มีใครบัญญัติให้ ไอ้จุนนี่แหละคิดขึ้นมาเอง

เหี้ยจุน นี่มึงพูดจริงใช่ไหมวะ ไม่ใช่ให้กูเต้นเหนื่อยเล่นนะมึงเขียวยังไม่ไว้ใจเพื่อน กลัวจะปากดีแค่ตอนนี้

เออ กูเอาจริง ทิเบตแล้วไงวะ มึงไม่เคยได้ยินเหรอ คารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรอง หล่อมักนกตลกมักได้ กูนี่แหละตลกตัวพ่อ

กูเคยได้ยินแต่สวยมักนกตลกมักได้

มึงจะเอาด้วยกับกูหรือจะขัดคอกูอยู่แบบนี้ ไอ้เขียวหวาน

พ่องมึงเขียวมีปฏิกิริยาทุกครั้งที่จุนเรียกชื่อเล่นจริงๆ ของเขา ลำพังหน้าหวานก็ใช้ชีวิตลำบากอยู่แล้ว แม่ดันมาตั้งชื่อเล่นให้ว่าเขียวหวานอีก พอเขาบ่นเรื่องนี้ทีไร แม่จะตอบกลับมาว่าหรือเขาอยากชื่อน้ำยา ทำเอาเขียวเงียบได้ทุกครั้ง จะทำอย่างไรได้ แม่เขาดันทำขนมจีนน้ำยา แกงเขียวหวาน แกงไตปลาขายอยู่ในตลาดนี่หว่า คิดเสียว่ามันก็ยังดีกว่าชื่อน้ำยาหรือไตปลาล่ะวะ

หรือมึงอยากจะสดไปทั้งชีวิต

เหี้ยจุน มึงไม่ต้องตอกย้ำกูด้วยคำนี้ เออ! กูเอาด้วย เป็นไงเป็นกันวะสติของเขียวขาดสะบั้นเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ โสดไม่ว่าแต่ยังสดอยู่นี่สิ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น เขาจะต้องหลุดพ้นจากการถูกตราหน้าว่าเป็นเกย์ให้ได้

ดีมากไอ้เพื่อนยาก มันต้องแบบนี้ หมดยุคหลุมดำแล้ว เราต้องลืมตาอ้าปากเอาคนที่ชอบมาเป็นแฟนให้ได้

แต่มึงจะไม่เปลี่ยนเป้าหมายจริงๆ เหรอวะจุนเขียวยังกล้าๆ กลัวๆ มิ้นกับโชแปงต่างเป็นเด็กของกลุ่มซุปตาร์ การไปมีเรื่องด้วยไม่ใช่สิ่งที่ควรทำสักนิด

มึงมันฉลาดน้อย ก็เพราะเป็นกลุ่มซุปตาร์ไง เด็กมันมีเป็นเข่ง มันจะมาสนใจทำไม หายไปคนสองคนมันไม่สะเทือนหรอก เชื่อกูนี่ กูฉลาด

เออๆ กูเชื่อมึง ว่าไงว่าตามกันวะเขียวตัดสินใจแล้วเป็นไงเป็นกัน

หึๆ มึงเชื่อหัวกูรับรองเจ๋ง ไปหาอะไรกินกันส่งท้ายวาเลนไทน์แสนเศร้า ต่อไปนี้จะไม่มีใครเข้าใจผิดว่ามึงกับกูเป็นคู่เกย์กันอีกแล้ว

เขียวยิ้มหวาน ฟังเพื่อนพูดแล้วฝันไปไกล เขาจะได้ควงโชแปงแสนสวย ลากันทีสายตาแปลกๆ ที่มองมาเหี้ยจุน แม่งรู้สึกดีจริงๆ ว่ะ

กูบอกแล้ว พรุ่งนี้ลุย!”

ภารกิจที่ 1 : เปิดตัว

จุนถอนใจมองเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เขากับเขียวถือฤกษ์งามยามดีวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเปิดประเดิมแผนการ เพราะถือคติยิ่งเร็วยิ่งดี

มึงจะสั่นอะไรหนักหนาวะเขียว

กูว่าเรากลับไปคิดกันใหม่ดีกว่าไหม

ปอดแหกอย่างมึงวาเลนไทน์ปีหน้าก็ยังหาแฟนไม่ได้ สูดหายใจลึกๆ เข้าไว้

เดี๋ยวจุน แล้วทำไมเราต้องมาทำที่คณะด้วยวะ มึงไม่กลัวโดนกระทืบเหรอ เอาไว้เราไปหาโชแปงกับพี่มิ้นที่คณะเขาแทนไม่ดีกว่าเหรอวะเขียวยังกล้าๆ กลัวๆ บอกตามตรงว่าตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยชกต่อยกับใคร และไม่คิดว่าจะสู้ใครได้อีกเหมือนกัน

โชแปงกับพี่มิ้นอยู่กันคนละคณะ มึงจะเสียเวลาร่อนไปทั่วทำไม อีกอย่างเปิดตัวแบบนี้มันแสดงความจริงใจโว้ย ว่าอย่างเราใจกล้าหน้าทนรักจริงหวังกก เหยียบถึงถิ่น แมนๆ กันไปเขียวกังวลว่าไม่ใช่ถิ่นหรอกที่จะโดนเหยียบ หน้าพวกเขานี่แหละที่จะจมเท้ารุ่นพี่

เอาไงๆจุนเร่งเพื่อน เขารู้อยู่แล้วว่าถึงอย่างไรสุดท้ายเขียวก็ต้องยอมทำตาม

เอาก็เอาเขียวยกพระที่สวมอยู่ขึ้นมาไหว้ สวดนะโมสามจบ ตามด้วยบูชาพระรัตนตรัยขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง

เหี้ยเขียวมึงทำอะไรจุนร้องลั่นเมื่อเพื่อนยกสองมือขึ้นจับศีรษะเขาก่อนเป่าลมกึ่งน้ำลายมาเต็มกระหม่อม

เชื่อกูปลอดภัยไว้ก่อน

เวรเอ๊ยจุนยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายเพื่อนออก จัดทรงผมอีกทีให้แน่ใจในความหล่อ ก่อนพยักหน้าให้เพื่อนรักไป ได้เวลาแล้ว

  สวัสดีครับพิ่มิ้น โชแปงเขียวปราดตัวลงนั่งตรงข้ามสาวสวยที่เขาหมายตา วางแก้วน้ำใบโตที่ดั้นด้นไปซื้อมาจากร้านกาแฟชื่อดังลงตรงหน้าชาเขียวปั่นหวานน้อยสำหรับคนสวยครับ

เรารู้จักกันเหรอมิ้นพยามนึก แต่เธอไม่คุ้นหน้าชายหนุ่มสองคนนี้เอาเสียเลย

ไม่รู้จักครับ แต่ผมเห็นพี่มิ้นกับโชแปงเกือบทุกวันเลยอยากมาทำความรู้จัก ผมชื่อจุน เรียนอยู่วิศวะปีสอง นี่เพื่อนผมชื่อเขียว

สวัสดีครับพี่มิ้น สวัสดีครับโชแปงนี่น้ำครับเขียวค่อยๆ เลื่อนแก้วที่ถือประคองมาอย่างดีไปตรงหน้าโชแปง

ขอบใจนะ

ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจเขียวยิ้มหวานให้โชแปงแต่โดนจุนกระทุ้งสีข้างจนสะดุ้งโหยงรีบหุบยิ้มทันที เขียวลืมไปว่าจุนสั่งห้ามเขายิ้มหวาน เพราะหน้าจะสวยกว่าผู้หญิง

พี่มิ้นครับ จะรังเกียจไหมถ้าผมจะขอ….”

ขอตัวกลับก่อนครับ แล้วค่อยเจอกันใหม่เขียวโพล่งแซงจุน ลุกพรวดขึ้นยืนจนสองสาวตกใจ

อะไรวะ

ไปไปกันเถอะมึง สวัสดีครับโชแปง พี่มิ้นเขียวไม่ฟังเสียงค้านลากแขนเพื่อนทู่ลู่ทูกังออกมาจนได้

อะไรของมึงวะเขียว กูกำลังจะขอเบอร์กับไลน์พี่มิ้นอยู่เชียว เสียโอกาสหมด

พ่อมึงมาไม่เห็นเหรอเขียวพยักพเยิดให้จุนหันกลับไปมองที่โต๊ะ ถึงเห็นว่ากลุ่มซุปตาร์กำลังเดินเข้ามานั่ง

แม่งเอ๊ย! ไหนว่าเลิกเที่ยงตรงไงวะ ทำไมลงมาเร็วฉิบหายจุนหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน เขาอุตส่าห์เช็กมาอย่างดีว่าทางสะดวกอ้าว เหี้ย!”

อะไรของมึงจุนเขียวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ เพื่อนก็อุทานออกมา

มึงก็ดูเอาเองสิวะเขียวหันกลับไปมองอีกครั้ง ถึงเห็นว่าคนที่ยกชาเขียวที่สู้อุตส่าห์ไปซื้อมาขึ้นดื่มคือทิเบตและอินทรีย์

พ่องมึงตาย แดกค่าข้าวกูสองวันอร่อยเลย เบอร์ยังไม่ได้สักตัว

กว่ามึงจะได้ครบสิบตัวต้องแดกแกลบกันก่อนหรือเปล่าวะเขียวชักสงสัย ด้วยทุนทรัพย์อันน้อยนิดที่มีติดตัว เขาจะใช้เปย์สาวไปได้อีกสักกี่ครั้ง

กูขอแช่งให้ท้องเสีย ขอให้นมบูด ชาเขียวค้างปี ขอให้น้ำไม่สะอาด ขอให้…”

มึงแช่งพี่มิ้นเหรอเขียวหันไปถามเพื่อน เพราะตอนนี้คนที่ดูดชาเขียวอยู่คือพี่มิ้นที่จุนหมายปอง

สัด! แดกโชว์กูไม่พอ จูบกันทางอ้อมอีก

ชาเขียวสื่อรักไงมึง

โป๊ก! โอ๊ย!

เขียวคลำหัวป้อยๆ แค่พูดผิดนิดเดียวเพื่อนถึงกับใจร้ายกับเขา

แล้วจะเอายังไงต่อ

ตาม เดี๋ยวคงพากันไปโรงอาหาร อย่างน้อยก็น่าจะมีโอกาสได้คุยตอนแยกกันซื้อข้าว

เอาไงก็เอาเขียวยอมเดินตามเพื่อนแต่โดยดี ค้านไปก็เท่านั้นมีหรือจุนจะฟังเขา

ไปซื้อข้าวก่อนเถอะว่ะ กูหิวแล้ว มึงจ้องจนเขากินข้าวจนหมดไปครึ่งจานยังไม่เห็นตัวจะแยกจากกันเลยเขียวบ่นอุบเพราะตั้งแต่ย่างกรายเข้ามาในโรงอาหาร ผู้หญิงที่พวกเขาหมายตาก็เดินตามติดกลุ่มซุปตาร์เหมือนใครเอากาวไปทาไว้ ไม่มีช่องหรือโอกาสให้พวกเขาเข้าไปทักทาย

ถ้ามึงไปซื้อข้าวแล้วมีโอกาสขึ้นมาจะทำยังไง

กูก็อดคุยกับสาวแต่ได้แดกข้าวให้ท้องอิ่มไงมึง

พยาธิมึงเยอะขนาดไหนวะเขียว ตัวก็นิดเดียวแดกอยู่ได้ทั้งวันจุนบ่นเพื่อนแต่ก็พยักหน้าให้เขียวไปซื้อข้าวได้ ไม่ใช่อะไรเขาจะได้ฝากด้วยหิวจนท้องร้องมาได้สักพักหนึ่งแล้ว

เฮ้ย! เขียว กลับมาก่อนจุนหันไปเรียกเพื่อนแต่ไม่ทัน เขาจึงต้องหันมาเผชิญหน้ากับสายตาคมกริบที่จ้องมาเพียงลำพัง

เหี้ยเอ๊ย ตอนมีเพื่อนอยู่เสือกไม่มองมา มองเอาอะไรตอนนี้วะสิ่งที่จุนเห็นเมื่อครู่คือพี่มิ้นชี้ให้ทิเบตหันมามองเขา สายตาที่จ้องมาไม่เป็นมิตรเลยสักนิด โธ่นึกว่าจะกลัวหรือไงวะ เออ กูไปซื้อน้ำก็ได้ เมื่อกี้ลืมสั่งเขียวไป จุนรีบลุกขึ้นยืน หันหลังจ้ำอ้าวตามเพื่อนไปด้วยความรวดเร็ว คนอะไรวะ ตาดุฉิบหาย

จุนดูดน้ำเก๊กฮวยด้วยความเก๊กซึม เขากับเขียวไม่ได้กลับไปนั่งที่เดิมอีก ปลีกวิเวกออกมานั่งไกลปืนเที่ยง รีบกินรีบเดินกลับมาที่คณะ

กูบอกมึงแล้วว่าไม่สำเร็จ เปลี่ยนเป้าหมายเถอะ

ไม่จุนยังยืนยันคำเดิม ไม่ใช่ว่าเขาชอบพี่มิ้นมากมายอะไร แต่เมื่อลั่นปากแล้วก็ต้องทำตามคำที่พูด

ปากดี แค่พี่เบตมองมามึงยังหนีเขากระเจิง

กูไม่ได้หนี กูหิวน้ำ

เออ คิดอย่างนั้นแล้วสบายใจก็เรื่องของมึง เอ้า หิวนักกูยกให้เขียวยื่นขวดโอเลี้ยงที่ซื้อติดมือมาจากโรงอาหารให้จุน

ขอบใจมีหรือจุนจะปฏิเสธกูคิดว่าก่อนอื่นเราต้องทำให้พี่มิ้นกับโชแปงเห็นข้อเสียของสองคนนั้นเขาดูดโอเลี้ยงเข้าปาก เขากำลังครุ่นคิดถึงแผนการขั้นต่อไป

กูว่าไม่ได้ผลหรอก

ทำไมจุนหน้าบูด ขัดใจที่เพื่อนรักเอาแต่ขัดคอ

เพราะขนาดกูยังไม่เห็นข้อเสียของพี่เบตกับพี่อินสักข้อ แล้วมึงจะเอาข้อเสียที่ไหนไปให้พี่มิ้นกับโชแปงเห็น

มึงจะชมคู่แข่งเพื่อ?!”

กูพูดความจริง ไหนถ้ามึงว่ามีลองสาธยายให้กูฟังหน่อย

ได้อยู่แล้วจุนกระแอมกระไอ มีหรือเขาจะหาไม่ได้ในโลกนี้ไม่มีใครที่เพอร์เฟกต์ไปหมดทุกอย่างหรอกหนึ่ง สองคนนั่นแม่งหน้าตาดีเกินไป

เหี้ยจุน

อ้าวมึงฟังกูก่อน หน้าตาดีเกินไปทำให้มีสาวมาติดเยอะ ผู้หญิงมีแต่จะเสียใจ

เรื่องนั้นเขารู้อยู่แล้วไหมมึง ไม่ต้องเสล่อไปบอกผู้หญิงเขาหรอก

งั้นก็ไปต่อข้อสอง  สูงเกินไปไม่เหมาะสม เดินด้วยลำบาก กอดก็ยากเสียงถอนใจดังๆ ของเขียวเป็นคำตอบที่ดี

จุนจึงไปต่อข้อสามทันที “…” 

ไงล่ะมึง คิดไม่ออกใช่ไหม ถ้ามึงคิดออกเขาจะได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มซุปตาร์เหรอวะ

ขอกูกลับไปคิดก่อน กูไม่เชื่อว่าไอ้พี่เบตจะไม่มีข้อเสียจุนยังคงเชื่อมั่นในความคิดตัวเอง

เป็นอะไรวะ ทำไมทำหน้าอย่างกับเห็นผีจุนแปลกใจที่เห็นเพื่อนทำตาเบิกโต เขาไม่รอให้เขียวตอบ รีบหันหลังไปดูด้วยตาของตนเอง จึงพบว่าผีของเขียวมีชื่อว่าทิเบตและอินทรีย์

ตะตายแน่เลยมึง ตรงมานี่แล้วเอายังไงดี วิ่งหนีกันไหม

ไม่ต้องกลัว

มึงสู้ได้เหรอวะ

เปล่า กูเห็นอาจารย์นั่งอยู่โต๊ะโน้นเขียวหันไปมองหาอาจารย์ให้แน่ใจ เมื่อเห็นว่านั่งอยู่จริงจึงถอนใจออกมา แต่ถึงอย่างนั้นใจของเขาก็ยังเต้นรัว ตายแน่เลยกูไม่น่าหลงเชื่อไอ้บ้าจุนเลย

มะมาแล้ว

มึงเห็นอย่างที่กูเห็นไหมจุนหันไปมองหน้าเพื่อนเพื่อขอความมั่นใจ เมื่อพายุที่คิดว่าลูกใหญ่ได้ผ่านพ้นไปเรียบร้อย

เห็นอะไรวะ กูไม่เห็นมีอะไร อย่าเพิ่งคุย กูขอไปห้องน้ำก่อนกลัวจนฉี่จะแตก

เดี๋ยวจุนดึงแขนเขียวเอาไว้ไม่ยอมให้ไปง่ายๆเมื่อกี้มึงเห็นใช่ไหมว่าไอ้พี่เบตมันเดินเฉียดหัวกูไปโดยไม่มองสักนิด

เห็น โชคดีของมึงแล้วที่พี่เขาไม่เอาเรื่องที่มึงไปเต๊าะเด็กเขา กูกลัวเขาจะมาเตะมึงตายตั้งแต่ตอนที่พี่มิ้นเล่าเขียวหมายถึงเหตุการณ์ที่จุนเห็นมิ้นสะกิดให้ทิเบตหันมามอง

มึงปล่อยกูได้หรือยัง กูปวดฉี่จริงๆ นะโว้ย

เดี๋ยว กูคิดข้อสามออกแล้ว หยิ่งไม่เห็นหัวคนอื่น ไอ้พวกหลงตัวเองทำเป็นไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ไม่คิดว่าเป็นคู่แข่ง เขาจะทำให้ดูว่าม้ามืดหน้าตาเป็นอย่างไร

ข้อนี้อาจจะจริงของมึง แต่ไปเข้าห้องน้ำกันก่อนเถอะ

เออๆ กูไปด้วยจุนลุกตามเขียว ที่ไม่รั้งเพื่อนไว้อีกเพราะเมื่อครู่เขาก็ลุ้นอยู่ไม่ใช่น้อย

หึๆ หึๆ

จุน

หึๆ หึๆ

ไอ้จุน! มึงถูกเมินแค่นี้ถึงกับเป๋เลยเหรอวะ ยืนหัวเราะเป็นคนบ้าอยู่ได้เขียวปวดหนักจึงเข้าไปในห้องน้ำเดินออกมาเจอเพื่อนยืนหัวเราะอยู่คนเดียว

เขียวจุนจับบ่าเพื่อนทั้งสองมือ เขาอยากหัวเราะให้ก้องโลก ทำไมเขาถึงได้ฉลาดขนาดนี้กูคิดออกแล้วว่าจะจัดการสองคนนั่นยังไง

ยังไงวะ

เมื่อกี้กูเจอพริตตี้กับเชอเบลพริตตี้กับเชอเบลคือชายหนุ่มที่อยากเป็นหญิงสาว อาชีพหลักคือส่องผู้ชายหล่อในคณะ อาชีพรองคือเรียนวิศวะคอม

แล้ว? ” เขียวล้างมือในอ่างเขายังไม่เข้าใจประเด็นที่จุนพูด

พวกนั้นเถียงกันว่าเดือนคณะวิทยาฯ เป็นเกย์หรือเปล่า

เออ กูก็ได้ยิน ดังไปถึงในส้วม แล้วยังไงวะ กูไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับพี่เบตพี่อิน

เกี่ยวสิวะ ถ้ามีข่าวออกมาว่าสองคนนั้นเป็นเกย์ล่ะ

ป้าบ! เขียวทนไม่ไหวตบหัวจุนทั้งที่มือยังเปียก

พี่เขาแดกผู้หญิงไปครึ่งมหาลัยแล้วมั้ง จะเป็นเกย์ได้ยังไงวะเขียวรู้ว่าเขาพูดเกินจริงไปหน่อย แต่ต้องการให้เพื่อนรักเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เป็นไบฯ ก็ได้เอ้า อย่างพี่มิ้นกับโชแปงคงรับไม่ได้หรอก ทีนี้ผู้หญิงก็จะชิ่งหนี เปิดโอกาสให้เราเข้าไปรักษาแผลใจ

แต่พี่เขาไม่ได้เป็น ถึงมึงปล่อยข่าวลือไปก็ไม่มีใครเชื่อมึง

หึๆ กูคิดแล้วว่ามึงต้องพูดอย่างนี้ แต่กูมีแผน หึๆ หึๆยิ่งเพื่อนของเขาหัวเราะหนักเท่าไหร่ เขียวก็รู้สึกว่าชะตาชีวิตเขาไม่ปลอดภัยเท่านั้น

กูตั้งชื่อแผนนี้ว่าแผนดิสเครดิต ซุปตาร์ก็ซุปตาร์เถอะวะ กูจะสอยร่วงให้ดู

เอื๊อกเสียงกลืนน้ำลายแบบฝืดคอคือคำตอบของเขียวที่มีให้เพื่อน สิ่งเดียวที่เขียวภาวนาตอนนี้คือขอให้เขายังมีชีวิตรอดจนได้ขึ้นเรียนปีสาม เขียวไม่หวังอะไรมากไปกว่านี้จริงๆ

หึๆ สนุกแน่มึง

ภารกิจที่ 2 : ดิสเครดิต

มึงคิดดีแล้วเหรอวะจุน ถ้าภาพมันหลุดไปถึงมือพี่เบต พี่เขารู้แน่ว่ามึงทำเขียวไม่เห็นด้วยกับแผนของเพื่อนรัก แต่เขาค้านไม่สำเร็จ

แน่ใจ มึงจะปอดแหกทำไมวะ กูไม่รับเสียอย่างจะทำอะไรกูได้ ไม่มีหลักฐานโว้ยจุนมั่นใจในแผนการของตัวเอง เขาคิดมาดีแล้ว คนอย่างไอ้พี่เบตรูปมีทุกเว็บทุกบอร์ดที่เกี่ยวกับคนหล่อของมหาลัย ใครๆ ก็ถ่ายรูปมันเป็นว่าเล่น อยากเป็นคนดังเองช่วยไม่ได้ ถ้าไม่มีหลักฐานคาตาว่าเขาเป็นคนปล่อยภาพ มีหรือจะจับมือเขาดมได้

งั้นก็ตามใจมึง เอาชีวิตให้รอดก็แล้วกัน อยากกินอะไรก็สั่งเสียไว้ กูขี้เกียจมานั่งเดา

เหี้ยเขียว มึงช่วยพูดจาให้น่ารักเหมือนหน้าตามึงหน่อยได้ไหมวะ

ก็ปากมึงเป็นแบบนี้ไงถึงหาแฟนไม่ได้เขียวค้อนเพื่อนปะหลับปะเหลือก โทษฐานชอบพูดถึงปมด้อยของเขา

ไม่ต้องชมกูรู้ตัว แต่กับพี่มิ้นคราวนี้กูไม่พลาดแน่ จะเก็บหมาในปากใส่กรงไว้อย่างดี มึงไม่ต้องห่วง

กูเห็นมึงพยายามขังหมามากี่ปีแล้วจุน ไม่เห็นเคยสำเร็จ

ก็พอๆ กับที่มึงพยายามทำหน้าแมนนั่นแหละวะ มึงเคยทำสำเร็จไหม กูเห็นมีแต่สาวๆ เขาอยากให้มึงได้กับผู้ชาย ไม่เห็นอยากได้มึงสักคน

เหี้ยจุน พูดหมาๆ แบบนี้กูไม่ช่วยนะมึงเขียวของขึ้นเมื่อจุนยกเรื่องสาววายขึ้นมาพูดถึง

มาแล้ว!” จุนรีบกดไหล่เพื่อนให้ซ่อนหลังกำแพงเตี้ยริมทางเดิน

จุน กูว่าเลิกเถอะเขียวพยายามกล่อมเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเห็นกลุ่มซุปตาร์เดินมาแต่ไกล

ไม่ทันแล้ว กูไปก่อนนะจุนตบไหล่เพื่อนสองสามที คลานต่ำเลาะกำแพงออกไป ก่อนรีบเดินย้อนกลับเข้ามาอีกครั้งบนทางเดิน

เออๆ กูกำลังรีบไป รอกูด้วยจุนก้มหน้าก้มตาคุยโทรศัพท์เสียงดัง เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งผ่ากลางกลุ่มเป้าหมายที่เดินสวนมา

โอ๊ะ!” จุนกระแทกเข้ากับแผงอกแข็งแกร่งเต็มแรง เขาเซเล็กน้อยก่อนที่มือใหญ่จะยื่นมาช่วยคว้าเอวไว้กันล้มขอโทษ ผมรีบไปหน่อยไม่ทันมอง

ไม่เป็นไรน้ำเสียงราบเรียบ จากสีหน้าของทิเบตไม่บ่งบอกว่าจำเขาได้

ไม่ได้ๆ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าจุนจับหมับเข้าที่หน้าของทิเบต เขาใช้สองมือประคองแก้มของอีกฝ่ายไว้ เขย่งเท้าขึ้นเพื่อให้ความสูงใกล้เคียงกันก่อนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จุนเงยหน้าขึ้นนิดๆ ให้ศีรษะอยู่ในองศาที่ต้องการ

หัวผมกระแทกโดนหน้าหรือเปล่า ไหนดูสิจุนบิดหน้าของทิเบตให้เอียงไปด้านข้าง

ไม่ต้องมือที่ปัดมือเขาออกแข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านทานไหว ขนาดจุนแอบจิกหน้าไว้ยังเอาไม่อยู่

ตามใจ ผมถือว่ารับผิดชอบแล้วนะ ไม่ได้ชนแล้วหนีจุนก้มเก็บโทรศัพท์ที่ตกอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งใจเล่นใหญ่ขนาดทำโทรศัพท์หล่นหรอก แต่มันหลุดมือไปเอง

ยังไงก็ขอโทษอีกทีแล้วกัน ไปล่ะ ผมรีบ  จุนจ้ำอ้าวออกจากที่เกิดเหตุ ในใจยังเต้นเป็นกลองรัว ลุ้นก็ลุ้น กลัวก็กลัว เทียบหุ่นต่อหุ่นแล้วขืนโดนกระทืบขึ้นมาเขาคงจมดิน

เป็นไงมึง มีรูปใช้ได้ไหมจุนถามทันทีที่เดินมาถึงจุดนัดพบระหว่างเขากับเขียวหวาน

มี ไม่ได้ดีมากแต่ก็น่าจะใช้ได้เขียวยื่นกล้องให้จุนดูด้วยตาของตัวเอง

เอาสองรูปนี้จุนเปิดให้เขียวดูหลังจากเปิดรูปกลับไปกลับมาหลายรอบ เขาเลือกรูปที่ทิเบตกอดเอวช่วยเขาไม่ให้ล้ม กับรูปที่เขายกมือจับหน้าอีกฝ่าย ที่มองอย่างไรมันก็รูปคนจูบกันดีๆ นี่เอง

เสร็จกูแน่จุนหมายมั่นปั้นมือ รูปเหมือนมาก ถ้าไม่มีคนเชื่อเขายอมกราบ

มึงส่งให้ไอ้ตังค์จัดการให้เลยตังค์เป็นเพื่อนของจุนกับเขียว เรียนมัธยมมาด้วยกันแต่สอบติดคนละมหาลัย ตังค์เป็นเพื่อนสนิทที่เชื่อใจและไว้ใจได้

ไม่เปลี่ยนใจแน่นะมึงเขียวยังกล้าๆ กลัวๆ จึงถามซ้ำอีกครั้งแม้รู้ว่าจะทำให้เพื่อนรำคาญ

ไม่ กูแสดงเนียนมากมึงไม่ต้องห่วง รับรองไม่เหมือนคนตั้งใจชน

แล้วถ้าพี่เขามาถามมึง มึงจะตอบว่ายังไง

ถ้ามาถามจริงเดี๋ยวกูจะทำท่าตกใจเล่นใหญ่ให้มึงดู รับรองเชื่อทันทีว่ากูเป็นผู้เสียหายเหมือนกัน

เอาเหอะ ตามใจมึง กูห้ามไม่ได้อยู่แล้วนี่

เออ กูไปเปลี่ยนชุดก่อนเดี๋ยวใครจำได้ เสียดายเงินเหมือนกันว่ะ ซื้อมาใส่ได้ครั้งเดียวจุนตั้งใจซื้อเสื้อผ้าที่ไม่ใช่สไตล์ของตัวเองมาใส่ เวลาคนเห็นรูปจะได้เดาไม่ถูกว่าเป็นใครกันแน่ เขาบอกแล้วว่าเขาคิดแผนมาอย่างดี

นี่รู้ข่าวกันหรือยัง ตกลงพี่เบตเป็นเกย์เหรอ

เฮ้ย! บ้า ข่าวโคมลอย อย่างพี่เบตจะเป็นเกย์ได้ยังไง

แปลว่ามึงยังไม่เห็นรูปใช่ไหม เขาส่งกันให้ว่อนคณะ มาจะเปิดให้ดู

พี่เบตจริงๆ ด้วย!”

เห็นไหมล่ะยะ โนฟิวเตอร์ โนโฟโตช็อปย่ะ เต็มปากเต็มคำเน้นๆ

โธ่หมดกัน ผู้ชายยิ่งหายากอยู่ ยังเปลี่ยนใจมากินกันเองอีก

ทำใจเถอะมึง สมัยนี้ชะนีอยู่ยาก

เป็นไง กูบอกมึงแล้วว่าได้ผลจุนยักคิ้วให้เขียว เมื่อได้ยินเสียพูดคุยหลุดรอดมาจากโต๊ะข้างๆ

ถึงจะชั่วไปหน่อยแต่กูไม่ได้บอกใครนี่หว่าว่ากูจูบ ไม่ได้บอกด้วยว่าไอ้พี่เบตเป็นเกย์ ไม่ได้ให้เขียนอะไรสักคำ กูลงแค่รูป ก็เหมือนกับที่สาวๆ แอบถ่ายรูปไอ้พี่เบตเล่นบาส ถอดเสื้อ โชว์กล้ามแล้วเอาไปลงกันนั่นแหละ

มึงคิดแบบนั้นแล้วสบายใจก็เรื่องของมึง แต่กูไม่ค่อยสบายใจเขียวถอนใจยาว เขาเดาเหตุการณ์ต่อจากนี้ไม่ได้จริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

อย่าพูดสิวะจุนไม่อยากบอกว่าเขาก็เริ่มรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน เป้าหมายหลักของเขาคือให้พี่มิ้นเห็น ไม่คิดว่าทั้งรูปและข่าวจะแพร่ไปเร็วและไกลขนาดนี้

  มึงว่าผู้ชายอีกคนดูคุ้นๆ ไหมวะเสียงจากสาวโต๊ะข้างๆ ทำเอาจุนชักหนาวๆ ร้อนๆ นั่งไม่ติด เขาหูผึ่งราวกับเรือกลางใบ ใจเต้นตึกตักกลัวจะมีคนจำได้

กูว่าคุ้นนะ แต่นึกไม่ออก น่าจะหันหน้ามาอีกสักหน่อย

ถ่ายแถวคณะเรา กูว่าเด็กคณะเรานี่แหละ

เออเป็นไปได้ ไหนเอามาดูอีกทีสิ

หุ่นแบบนี้ แต่งแบบนี้ น่าจะพวกปีหนึ่งหรือปีสอง ใครวะ? พอนึกไม่ออกแล้วกูอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง

เหมือนกูเลยว่ะ หนังสือหนังหาไม่ต้องอ่านกันพอดี คนเอารูปมาลงน่าจะใบ้อักษรย่อให้หน่อย จะได้ทายง่ายขึ้น

มึง! พี่เบตมาแล้วทั้งโต๊ะก็เงียบกริบ จุนกับเขียวสบตากันทันที

ไปไปกันเถอะมึง  เขียวหน้าซีดเสียงสั่น เขาเห็นจากหางตาว่าสี่หนุ่มซุปตาร์ตรงมายังโต๊ะที่เขานั่ง โดยมีทิเบตเดินนำหน้า

อะ อืม…” จุดนี้จุนคิดว่าเผ่นไปตั้งหลักก่อนน่าจะดีกว่า ดูจากสีหน้าของทิเบตแล้วเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแวะมาถามดีๆ

สองเพื่อนรักรีบเก็บหนังสือที่กองอยู่บนโต๊ะ แต่ยิ่งรีบเหมือนยิ่งช้า ความเงอะงะของเขียวทำให้หนังสือหล่นลงใต้โต๊ะ

กูเก็บเองจุนรีบบอกเพราะอยากให้เร็วขึ้น เขาอยากไปก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินเข้ามาถึงตัว

ได้แล้วจุนรวบหนังสือทั้งหมดใส่กระเป๋า เขากับเขียวรีบหันหลังให้แล้วออกเดิน

เฮ้ย!” แรงกระชากจากด้านหลังทำให้จุนผงะ เขาหมุนคว้างตามแรงดึงที่มีพละกำลังมากกว่า เซถลาเข้าปะทะแผ่นอกกว้าง เจ้าของมือรวบเอวเขาไว้ จับรั้งต้นคอให้เงยหน้าขึ้นก่อนริมฝีปากได้รูปจะประกบลงมาบดเบียด

จุนตาเบิกกว้าง เขาช็อกจนทำอะไรถูก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อปล่อยให้อีกฝ่ายจูบอย่างหนักหน่วง

หึๆใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มมุมปาก แววตาคมกริบส่องประกายเยาะหยัน ก่อนร่างสูงจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง

ไปกันเถอะ

ขะเขาเขาจูบกันใช่ไหม

ไม่ใช่มั้งมึง คงทักทายกันธรรมดามั้งคะ แหมเห็นเต็มสองตาเสือกถามมาได้

โอ๊ย กูไม่เคยเห็นจะๆ แบบนี้มาก่อน

กูถ่ายคลิปทัน

เสียงคุยดังเซ็งแซ่ทันทีที่กลุ่มซุปตาร์เดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จุนได้แต่ยืนขาสั่นอ้าปากพะงาบๆ เขาอยากด่าให้แสบสันแต่กลับนึกคำพูดอะไรไม่ออก

คนนี้เหรอวะ

ต้องใช่แน่ๆ แก ข้างหลังเหมือนกันเลย

จูบกันกลางห้องสมุดคณะเลยเหรอวะ โคตรเปิดเผย

จะจุน กูว่าเราออกไปกันก่อนไหมเขียวละล่ำละลักบอกเมื่อสายตาทุกคู่มองตรงมา เขารีบลากแขนเพื่อนออกเดินโดยไม่รอฟังคำตอบ

มึงไอ้พี่เบตมันมันจูบกู

คือมันก็เออ พี่เขาจูบมึงเขียวไม่รู้จะพูดปลอบใจเพื่อนอย่างไรดี เขาเองก็ตกใจพอกัน ไม่คิดว่าทิเบตจะดึงจุนเข้าไปจูบแบบนั้น

กูจะอ้วก!” เมื่อสติมาครบ จุนออกวิ่งหน้าตั้ง จุดหมายคือห้องน้ำ เขาทั้งป้วนปากทั้งเอาน้ำถูริมฝีปากจนบวมเจ่อ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรรสสัมผัสของอีกฝ่ายกลับไม่ยอมหายไป

พ่องมึงตาย!” จุนด่าฝากไปกับอากาศ เขาทั้งโกรธทั้งขายหน้าเพราะดันยืนนิ่งให้ไอ้พี่เบตจูบเอาจูบเอาตามใจ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น

กูบอกมึงแล้วว่าอย่าไปยุ่ง อย่าไปยุ่ง เรามันคนละชั้นกับพวกนั้นเขียวอ่อนใจ ยิ่งดูจากวันนี้ยิ่งรู้ว่าพวกเขาไม่มีทางเอาชนะกลุ่มซุปตาร์ได้เลย

มึงฟังคำกูไว้เลย ว่ากูจะไม่ยอมหยุดจนกว่ากูจะแย่งพี่มิ้นมาได้ ถ้าคิดจะเล่นกันแบบนี้ก็ต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน

เขียวมองหน้าเพื่อนด้วยความระอาใจ โดนขนาดนี้แล้วยังไม่รู้จักเข็ด

กูถามมึงจริงๆ เถอะจุนเขียวถามเพื่อนหลังจากเริ่มปลง

ถามอะไร

มึงชอบกินอะไรวะ บอกกูมาเลยเถอะ กูกลัวรู้ไม่ทัน

ไอ้เขียวหวาน!”

ภารกิจที่ 3 : แก้ตัว

ไม่แรงไปเหรอเบตอิฐถามเพื่อนรัก เขาไม่เข้าไปขัดหรือห้ามเพราะนั่นไม่ใช่นิสัย แต่เห็นหน้าเด็กสองคนนั่นแล้วเขาอดนึกสงสารไม่ได้

ไม่ทันทีที่เห็นรูป ทิเบตไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าเป็นฝีมือใคร จะมีสักกี่คนที่ชนคนไม่รู้จักแล้วพุ่งเข้ามาจับหน้าเหมือนที่ไอ้เด็กนี่ทำ ตัวแค่อกเขายังพยายามจะเข้าใกล้ โง่แค่ไหนก็ดูออก

อยากให้มีข่าวกูจูบกับผู้ชายก็แค่ช่วยให้มันเป็นจริงไม่ดีหรือ ไอ้เด็กนั่นน่าจะขอบใจกูมากกว่า

เด็กมันอยากให้มึงเป็นข่าว ไม่ได้อยากเป็นเอง

หึๆ

ว่าแต่มึงไปทำอะไรให้เด็กมันแค้นเอาวะสิงห์มั่นใจว่าเขาไม่คุ้นหน้าทั้งสองคน ไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันได้

ใครจะไปรู้วะ ไม่เคยสนใจ

แล้วมึงตามน้องมันเจอได้ยังไงสิงห์รู้เรื่องหลังสุดเพราะเขาเพิ่งออกมาจากแล็บทันแค่ตามมาด้วยเท่านั้นภาคเป็นคนจัดการทิเบตหมายถึงรุ่นน้องที่สนิทกับกลุ่มของเขา และอยู่ในเหตุการณ์ตอนชนกันจึงจำหน้าคนก่อเรื่องได้

จะไม่ถามน้องมันหน่อยเหรอว่ามีปัญหาอะไรกับมึง

ทำไมต้องถาม กูจบแค่นี้

จะให้ไอ้เบตถามทำไม ถ้าต้องถามทุกคนที่ไม่ชอบมันอาจต้องถามผู้ชายครึ่งมหาลัยอินทรีย์เชื่อว่าทิเบตคิดเหมือนเขา ยิ่งดังมากเท่าไหร่คนเกลียดก็มีมากตามเท่านั้น

แล้วจะเอาไงต่ออิฐยังอยากรู้ว่าเพื่อนจะทำอย่างไรต่อไป

ปล่อยไปก่อน ถ้ายังไม่จบค่อยว่ากัน

ก็ดีอิฐยักไหล่เห็นแล้วสงสารว่ะ ยิ่งเพื่อนไอ้เด็กนั่นตัวสั่นอย่างกับลูกนก

นายหมายถึงไอ้เด็กหน้าหวานนั่นใช่ไหมอินทรีย์ถามให้แน่ใจว่าหมายถึงคนเดียวกัน

ใช่ ถ้าไม่ใส่เสื้อนักศึกษาแขนยาวคงนึกว่าเป็นผู้หญิงไปแล้ว

เลิกพูดเถอะทิเบตตัดบทเพื่อน จะว่าไปเขาเองก็คุ้นหน้าไอ้เด็กตัวต้นเหตุเหมือนกัน แค่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

  ตกลงมึงไม่เข้าใช่ไหม งั้นรอกูแป๊บนึงเสียงดังมาจากหน้าห้องน้ำ อินทรีย์ก้มลงล้างหน้าเพราะอากาศวันนี้ค่อนข้างร้อน ได้ยินเสียงคนเดินผ่านหลัง

ค่อยยังชั่วนึกว่าฉี่จะราดซะแล้วเสียงบ่นพึมพำทำให้อินทรีย์ต้องหันไปมอง คิดว่าเจอคนรู้จักชวนคุย ใครจะบ้าพูดคนเดียว

ฉิบหายเมื่อสายตาประสานกัน ฝั่งตรงข้ามทำหน้าเหมือนเขาเป็นผี ตาเบิกโตสบถคำไม่สุภาพออกมาก่อนทำท่าจะเผ่นหนี

เดี๋ยวอินทรีย์คว้าคอเสื้อเด็กหน้าหวานเอาไว้จะรีบไปไหน

ผมมีเรียนครับพี่

ตอนนี้?” อินทรีย์เลิกคิ้วนี่มันหกโมงกว่าแล้ว นายจะเรียนอะไร

เรียนเอ่อเรียนบอลครับ ผมผมให้เพื่อนสอนเล่นบอล

หุ่นอย่างนายขืนไปเล่นบอลคงโดนรุมสกรัมมากกว่าอินทรีย์มองสำรวจร่างเล็กที่พยายามดิ้นให้หลุดจากการจับของเขา

หุ่นอย่างผมมันเป็นยังไง หน้าอย่างพี่ลงสนามก็โดนรุมสกรัมเหมือนกันเขียวหยุดดิ้น โมโหจนเผลอต่อปากต่อคำ มีไม่กี่เรื่องที่ทำให้เขียวโมโหได้ อันดับต้นๆ ไม่พ้นเรื่องหน้ากับหุ่นของเขา

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องรอไปถึงสนาม สกรัมมันตรงนี้เลยดีไหม

เขียวกลืนน้ำลายลงคอ ปากหนอปากไม่น่าสิ้นคิด

รุมสกรัมมันต้องหลายๆ ตีนพี่ สองตีนเขาไม่เรียกรุมสกรัมความหมายของเขียวคืออย่าทำเขาเลย

อ๋อ นายอยากให้ฉันเรียกเพื่อนเข้ามา

เฮ้ย! เปล่าพี่เปล่า ผมเรียนคณะเดียวกับพี่นะ เลือดสีเดียวกัน

กรีดให้ดูสิ

ฮะ!” เขียวแทบเป็นลม รู้อย่างนี้อั้นฉี่ไว้ก่อนดีกว่ากู ไม่น่ามาเข้าห้องน้ำที่นี่เลย

นายชื่ออะไรอินทรีย์เปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากเห็นเด็กหน้าหวานตกใจจนเป็นลมไปเสียก่อน

ชื่อผมไม่เพราะหรอกพี่อย่ารู้เลยบอกก็ซวย ไม่บอกก็ซวย เขียวเลือกซวยแบบไม่บอกดีกว่า

ฉันไม่ต่อยคนรู้จัก แต่คนไม่รู้จักไม่แน่

เขียวครับ ผมชื่อเขียว ชื่อจริงกรินทร์ ศิรยศรุ่งฉัตร์ เรียนอยู่ปีสองคณะเดียวกับพี่ ผมมีพี่น้อง…”

พอๆ ชื่อเขียวอย่างนั้นเหรอ อย่างนายน่าจะเขียวหวานมากกว่าอินทรีย์หมายถึงส้มเขียวหวาน ก็ไอ้เด็กนี่มันหน้าหวานอย่างกับอะไรดี

ไอ้เหี้ย! รู้ได้ยังไงวะเขียวเผลอสบถออกมาตกใจที่อีกฝ่ายรู้ชื่อเล่นเต็มๆ ของเขา

อะไรนะ!”

ฮะ!” เขียวหน้าซีดเผือด ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ ไอ้นิสัยชอบพูดคนเดียวกำลังพาความซวยมาให้เขาแล้ว ขนาดพูดเบาๆ นะ หูดีอย่างกับหูหมา

ผมผมก็บอกชื่อผมไปแล้ว พี่ปล่อยผมได้หรือยัง ผมต้องรีบไป เพื่อนรออยู่ข้างนอกหลายคนด้วยนะพี่

ฉันเคยเตะสิบคนสลบมาแล้ว

สิบคน! เชี่ยแล้วกู โม้โม้หรือเปล่าพี่เขียวไม่เชื่อแต่ใจชักเริ่มสั่น ทำไมไอ้พี่อินเอาแต่วนเวียนพูดเรื่องเตะกับเขาวะ

ใช่ โม้ ใครมันจะไปเตะสิบคนสลบได้วะไอ้เด็กนี่อินทรีย์ปล่อยคอเสื้อเขียว ยกมือขึ้นขยี้ผมยุ่งๆ ของไอ้เด็กติงต๊อง

จะไปเตะบอลก็ไป เตะให้โดนลูกด้วยล่ะไม่มีคำตอบรับให้เขา มีแต่เด็กใส่เกียร์หมาโกยสองขาวิ่งหน้าตั้งออกจากห้องน้ำไปแบบไม่เหลียวหลัง

หึๆ ฮ่าๆอินทรีย์หัวเราะจนตัวโยน เขียวหวานงั้นเหรอ ชักน่าสนใจแล้วสิ

ทำไมช้านักวะจุนบ่นเพื่อน เขาไม่อยากยืนตรงนี้นานๆ ยังนึกอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ 

เขียวส่งค้อนเพื่อนจนตาคว่ำ เพราะใครล่ะเพราะใคร ยังมีหน้ามาบ่นเขาอีกกูเจอพี่อินในห้องน้ำ

ฮะ! แล้วทำไมมึงเพิ่งบอกจุนรีบจับแขนเขียวลากให้เดินเร็วยิ่งขึ้น กลัวว่าบุคคลไม่พึงประสงค์จะตามออกมาจะให้กูบอกตอนไหน กูเจอมึงกูก็บอกอยู่เนี่ย ให้ตะโกนมาจากในห้องน้ำหรือไง

เออ มึงควรตะโกนออกมากูจะได้หนีทัน

อ้าว ไอ้เพื่อนเหี้ย เจริญล่ะมึง

ขอบใจ กูเจริญอยู่แล้วไม่ต้องห่วง

จุนเขียวถอนใจเฮือกใหญ่ เขาปล่อยให้เพื่อนลากจนคิดว่าไกลพอสมควรแล้วจึงหยุดเดินกูถามมึงจริงๆ เถอะ สมองมึงเพี้ยนหรือเปล่าวะ มึงกับกูกลัวพี่เขาจนปอดแหก มึงก็ยังไม่คิดจะเลิกเอาตีนเข้าไปแหย่รังเสืออีกเหรอวะ

ทำไมกูต้องเลิก มึงมาลองเป็นกูสิ อยู่กับมึงกูก็โดนหาว่าเป็นเกย์ เฮ้ย อย่าเพิ่งหน้าเสีย กูก็ไม่ได้แคร์มากหรอก แต่นี่โดนไอ้พี่เบตทำเหี้ยเข้าให้อีกจุนไม่อยากพูดคำว่าจูบเขาแขยงปากถ้ากูไม่ทำอะไรสักอย่างศักดิ์ศรีกูไม่เหลือ

ก็มึงหาเรื่องเอง แล้วพูดอะไรหัดใช้สมองคิดบ้างเขียวใช้มือผลักหัวเพื่อนแรงๆ จะได้จำ

อย่าไปพูดที่ไหนว่าพี่เบตทำเหี้ยกับมึง คนเขาจะนึกว่ามึงเสร็จพี่เบตไปแล้ว

ไอ้เขียวหวาน! อึ๊ย~ ขนลุกฉิบหาย ห้ามพูดอีกนะโว้ย กูไม่รู้นี่หว่าว่าไอ้พี่เบตเป็นไบฯ จริงๆ ไม่อย่างนั้นกูไม่เล่นมุกนี้หรอก

เป็นเหรอ กูว่าไม่ใช่มั้งเขียวแย้งเต็มที่ เขามองอย่างไรทิเบตก็ไม่ใช่เกย์

ไม่ใช่จะจูบกูเหรอวะ

กูว่าพี่มันแค่เอาคืนมึงเหอะ เห็นหน้าพี่มันไหม พิศวาสมึงตายห่าล่ะ

มึงอย่าดูถูกกู กูอาจไม่มีเสน่ห์กับผู้หญิง แต่กูอาจมีเสน่ห์กับผู้ชายก็ได้

กลับห้องไปพักเถอะว่ะจุน กูว่ามึงโดนจูบจนเพี้ยน อีกอย่างกูไม่อยากอยู่ในมหาลัย ไปตากพัดลมอยู่ห้องก็ได้ ร้อนหน่อยแต่ปลอดภัยกว่า

กลับก็กลับ กูขอเวลาไปคิดหน่อยว่าจะทำยังไงต่อไป

ท่ามากนะมึงเขียวอดไม่ได้ตบหัวเพื่อนรักไปอีกหนึ่งทีอายก็บอกมาเถอะ

เออกูอายคิดแล้วจุนยังแค้นใจไม่หาย ถ้าไม่ช็อกเสียก่อนเขาจะตั๊นหน้าให้ บังอาจมาเอาจูบแรกเขาไปจูบแรก!

อ๊ากไอ้ทิเบต ไอ้นรกส่งมาเกิด!”

ไอ้จุนเขียวหวานรีบเอามืออุดปากเพื่อนมึงจะร้องหาพ่อมึงเหรอ เดี๋ยวก็มาจริงๆ

จูบของกู เขียวจูบแรกของกูจุนร้องโหยหวนและเขียวหวานยังได้ยินแบบนั้นไปอีกทั้งคืน

  พี่มิ้นครับจุนดักรอมิ้นที่หน้าคณะในเช้าวันถัดมา เขาต้องรีบมาแก้ตัว มาอธิบายเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด

น้อง? น้องชาเขียวใช่ไหม

ฮะๆจุนหัวเราะแห้งๆ เรียกเสียหมดหล่อเลยกูใช่ครับ ผมขอคุยกับพี่มิ้นสักครู่ได้ไหมครับ

เอาสิ” 

คือพี่มิ้นเห็นข่าว ไอ้เอ๊ย พี่ทิเธตจูบหรือยังครับ…” จะเล่าก็กะดากปากจุนจึงได้แต่อ้อมๆ แอ้มๆ อยู่ในคอ

จูบกับผู้ชายนะเหรอ พี่เห็นแล้วมีอะไรหรือเปล่า เอ…?” มิ้นมองหน้าชายหนุ่มที่แวะมาหาเธอดีๆ อีกครั้งเดี๋ยว! น้องหรือเปล่าที่จูบกับเบต

ไม่ใช่ครับ! เอ๊ย ใช่ครับ แต่มันไม่ใช่อย่างที่พี่มิ้นคิด ผมอยากอธิบายให้ฟัง

จะอธิบายให้พี่ฟังทำไม พี่ไม่ใช่แฟนเบต ถึงอยากเป็นแต่ก็ไม่ใช่ ไม่จำเป็นหรอก

พี่มิ้นไม่ใช่แฟนพี่เบต งั้นผมจีบได้ไหมครับ  ถึงจะดูรุกเร็วไปหน่อย แต่ไหนๆ มีโอกาสแล้วเขาก็ไม่อยากพลาด

จะจีบพี่เหรอ เราไม่ได้เป็นเกย์หรือไง

ฮะ! ไม่เป็นครับ ร้อยไม่เป็นพันไม่เป็น มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้นเอง ไอ้เอ๊ย พี่เบตมาจูบผมเอง ผมไม่ได้เป็น

แต่พี่ชอบเบตนะ

แต่ผมชอบพี่

เอางั้นเหรอ ก็ได้ ถ้าอยากจีบก็ตามใจ

จีบครับ ผมจีบแน่นอน  จุนจับมือของมิ้นมากุมไว้ มือนุ่มจริงๆ ให้ตายเถอะผมขอเบอร์พี่มิ้นได้ไหมครับ

ยังไม่ถึงเวลา ลองใช้ความพยายามของเราดูก่อน แค่นี้นะ พี่จะขึ้นไปเรียนมิ้นดึงมือออกจากมือของจุนเบาๆ เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ

ครับ ได้ครับ ผมชื่อจอมเดชนะครับ เรียกผมว่าจุนก็ได้

ชื่อน่ารักดี ขอโทษนะที่ครั้งก่อนจำไม่ได้

ไม่เป็นไรครับ พี่มิ้นตั้งใจเรียนนะครับ ผมกลับคณะก่อน แล้วผมจะมาหาใหม่ บายครับจุนยกมือขึ้นโบกให้รุ่นพี่คนสวย อารมณ์ดีจนต้องผิวปากออกมา เสียไปหนึ่งจูบแลกกับความสนใจของพี่มิ้นก็ถือว่าคุ้มล่ะวะ

กาแฟสองแก้วครับป้า

ชาเขียวแก้วนึง

ใครมาก่อนคะ

ผมจุนรีบชี้ตัวเอง แต่พอหันไปมองคู่แข่งเขาถึงกับผงะเดินถอยหลังไม่รู้ตัว แม่งจะแข่งกันทุกเรื่องหรือไงวะ

ตกลงน้องคนนี้มาก่อนนะคะ

ครับทิเบตพยักหน้าให้คนขายในโรงอาหาร ตายังประสานกับเด็กหนุ่มที่เขาเพิ่งจัดการไป

มะมองอะไร

ทิเบตไม่ตอบแต่ลดสายตาลงจ้องปากของอีกฝ่าย ยกยิ้มนิดๆ ขึ้นที่มุมปาก

อย่าเข้ามานะโว้ยจุนตั้งการ์ดขึ้นทันที เน้นปิดริมฝีปากเป็นหลัก

  กลัวอะไร กล้าทำก็อย่าหนีสิ

ใครทำอะไร ใครหนี พูดผิดคนหรือเปล่า เมื่อวานผมยังไม่ได้เอาเรื่องนะที่มาทำอุบาทว์ใส่ผม

แล้วนายทำอะไรไว้ อยากจูบกับฉันเองไม่ใช่เหรอเสียงเย็นๆ ทำเอาจุนเสียวสันหลังวูบ แต่ต้องทำเก๊กท่าว่าไม่กลัว

ทำอะไร! ไม่ได้ทำ

ปากแข็งแบบนี้มันน่าจะโดนอีกสักที

อย่านะเว้ย เห็นอย่างนี้สู้คนนะบอกก่อน ขืนเข้ามาอีกนิดเดียว…” ทิเบตสาวเท้าเข้าหาจุนยิ่งกว่าคำว่านิดเดียว

จะทำอะไรทิเบตก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้เด็กเก่งแต่ปากจะทำอะไรเขาได้

ทำแบบนี้ไงร่างเล็กกว่าวิ่งผ่านเขาไปคว้าแก้วกาแฟสองแก้วที่แม่ค้าทำเสร็จแล้ว พร้อมกับตะโกนเสียงดังเก็บเงินที่คนนี้เลยป้า เขาติดค่าชาเขียวผมอยู่  แล้วเจ้าของกาแฟสองแก้วก็วิ่งหนีโดยไม่ห่วงว่าจะทำน้ำหกเลอะเทอะ

เอ่อป้าเก็บเงินที่คุณได้ใช่ไหมคะ

ได้ครับทิเบตหยิบเงินส่งให้แม่ค้าเป็นค่ากาแฟสองแก้วกับชาเขียวหนึ่งแก้ว เขาไปติดค่าชาเขียวไอ้เด็กเวรนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไวอย่างกับลิง

ทิเบตรับชาเขียวมาจากแม่ค้า เขายังสงสัยในคำพูดของคนที่หนีไป ชาเขียว? ชาเขียว?  เขาจำได้แล้ว ไอ้เด็กที่มิ้นชี้ให้ดูว่าจู่ๆ ก็ซื้อชาเขียวมาฝากนั่นเอง มิน่าเขาถึงรู้สึกคุ้นหน้า

สรุปที่เล่นงานเขาเพราะเรื่องผู้หญิง ทิเบตไม่แปลกใจสักนิด ผู้ชายที่มีเรื่องกับเขาส่วนใหญ่ไม่พ้นเรื่องพวกนี้ น่าสนุกดี เขากำลังเบื่อๆ ภาคบอกว่าไอ้เด็กนี่มันชื่ออะไรนะ ทิเบตพยายามนึก จุนน่าจะใช่ชื่อนี้ หึๆ เขาว่าน่าจะชื่อตัวจุ้นเสียมากกว่า จุ้นไปทั่ว แสบนักใช่ไหม ฉันจะสอนให้นายรู้จักเคารพรุ่นพี่เอง

ภารกิจที่ 4 : สายเปย์

เขียว! ไอ้เขียว! มึง!”

เสียงแหกปากและแรงเขย่าที่ต้นแขนทำให้เขียวต้องลอบมองอาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าห้อง

เบาๆ สิวะอาจารย์หันมามองแล้ว

โทษที กูตื่นเต้นไปหน่อยจุนลดเสียงลง พยายามข่มความดีใจเอาไว้ข้างใน

อะไรของมึงเขียวชะโงกดูโทรศัพท์ที่เพื่อนยื่นมาให้ตรงหน้า อยากรู้ว่าอะไรทำให้จุนตื่นเต้นได้ถึงขนาดนี้

พี่มิ้นรับนัดไปดูหนังกับกูเย็นนี้โว้ย

จริงเหรอวะ กูนึกว่าพี่มิ้นจะไม่ยอมรับแอดมึงเสียอีก ขนาดขอเบอร์เขายังไม่ให้ ทำไมตอบรับง่ายนักวะเขียวสงสัยเพราะไอดีของมิ้นจุนได้มาจากการสืบหาเอาเอง โดยการติดสินบนเพื่อนต่างคณะที่พอรู้จักกัน

ก็มึงมันคิดมากไงถึงไม่ก้าวหน้าเสียที นี่กูขอให้พี่มิ้นชวนโชแปงไปด้วยนะ ทำเพื่อมึงเลยนะเว้ย

มึงพูดจริงหรือเปล่า! โชแปงตกลงไหมเมื่อได้ยินว่าคนที่ตนแอบชอบจะไปด้วย เขียวก็ลืมความสงสัยที่มีไปทันที

เหี้ยเขียว ไหนมึงบอกไม่ให้กูเสียงดัง เดี๋ยวก็โดนไล่ออกจากห้องหรอก

เออโทษที แล้วตกลงไปหรือเปล่า

ไปสิวะ มึงเตรียมตัวออกเดตเย็นนี้ได้เลย สองคู่ชู้ชื่น ว่าแต่…” จุนทำหน้าคิดหนักจ้องหน้าเขียวเหมือนมีเรื่องกลุ้มใจ

อะไรวะ มีอะไร

มึงมีตังค์เท่าไหร่วะเขียวถึงกับสลดเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ พาสาวไปเดตก็ต้องใช้จ่ายเงิน ไหนจะต้องจ่ายค่าตั๋วหนัง ค่าอาหาร อาจจะมีทานขนมด้วย แล้วต้องซื้อของให้ด้วยหรือเปล่าวะ

เดือนนี้กูเหลือสองพันห้าทั้งบัญชีเขียวบอกตัวเลขที่มีอยู่ทั้งเนื้อทั้งตัว

มึงยังดีกว่ากู กูเหลือสองพันถ้วนๆจุนถอนใจออกมาหนักๆ เพิ่งเลยกลางเดือนมาได้นิดหน่อย เงินแค่นี้เขาสามารถอยู่ถึงสิ้นเดือนได้สบาย แต่ถ้าเอาไปเปย์สาวแล้วสิ้นเดือนจะกินอะไร

เอาไงดีวะเขียวชักไม่แน่ใจ อยากเดตสาวเขาก็อยาก แต่กลัวอดตายเขาก็กลัว

เอางี้ มึงกับกูเอาตังค์มารวมกันคนละพัน เอาเงินไว้ที่มึงให้มึงเป็นคนจ่าย สองพันคงพอสู้น่า แล้วที่เหลือจนถึงสิ้นเดือนก็ประหยัดหน่อย กลางวันกินข้าวในโรงอาหาร กลางคืนมาม่าเป็นหลัก

จีบสาวมันต้องลำบากขนาดนี้เลยหรือวะ แม่งอัตคัดฉิบหายเขียวส่ายหัวให้กับความน่าเวทนาของเขากับจุน อยากจีบสาวเหมือนคนอื่นเขาแต่ปัจจัยดันไม่เอื้ออำนวย

เอาน่ามึง เอาวันนี้ให้รอดก่อนที่เหลือค่อยมาวางแผนกันใหม่ ต่อไปต้องประหยัดกว่านี้ จะได้มีเงินมาเปย์สาว

แม่มึงกับกูรู้เข้าคงดีใจฉิบหาย

ดีใจสิวะ ได้ลูกสะใภ้ดีๆ ถือเป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัวนะเว้ย แม่มึงจะรำถวายเจ้าพ่อด้วยเหอะที่มึงหาแฟนได้ ทุกวันนี้ไม่ใช่แม่มึงเหรอที่คิดว่ามึงเป็นเกย์

เออสิ แม่กูตัวบ่อนทำลายความมั่นใจของกูอันดับหนึ่ง กลับบ้านทีไรต้องเรียกไปคุยทุกครั้ง กูพูดจนปากจะฉีกถึงหูไม่เคยฟังแม่ของเขียวมีความมั่นใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าลูกชายเป็นเกย์แต่ไม่กล้าแสดงออก ทุกครั้งจึงต้องคอยเรียกลูกไปคุย ปะเหลาะสารพัดตั้งแต่สมัยเรียน เช่น เอาเครื่องสำอางแม่ไหม อยากได้หรือเปล่า ลูกชายบ้านนั้นหล่อนะว่าไหม หรือเอาข่าวคู่รักเกย์มาให้ดูแล้วคอยบอกว่าถ้าลูกเป็นแม่ก็รับได้ไม่ต้องปิด มีอะไรก็คุยกับแม่ไม่ต้องเก็บไว้คนเดียว เป็นเกย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย จนบางครั้งเขียวอยากรับออกไปว่าเป็น แม่ของเขาจะได้เลิกเซ้าซี้เสียที

เห็นไหม อย่าคิดมากเลยมึง ชีวิตมันต้องมีการลงทุน เอ้านี่ เงินกูมึงเป็นคนคอยจ่าย

กูว่าเอาไปหมดดีกว่า ไปกดที่เหลือออกมาให้หมด พกไปด้วยเพื่อความอุ่นใจ เกิดสองพันไม่พอขึ้นมาหน้าแตกตายห่าเมื่อตัดสินใจได้ว่าจะไปด้วย เขียวจึงออกความคิดเห็นบ้าง

เออ มึงพูดถูก ได้ๆ เดี๋ยวเรียนเสร็จแล้วออกไปกดกัน

ทำไมมึงไม่นัดพี่เขาที่มหาลัยวะเขียวยืนรออย่างกระสับกระส่าย เขาใจเต้นไม่เป็นจังหวะกับการออกเดตครั้งแรกในชีวิต

กูนัดแล้ว แต่พี่มิ้นเขาให้มาเจอกันที่ห้าง กูก็ต้องตามใจสาวสิวะ เอาน่ามึงอย่าตื่นเต้นไป อย่าลืมเรื่องสำคัญก็แล้วกัน มึงกับกูแยกกันนั่งแท็กซี่ไปส่งสาวที่บ้านแล้วกลับมาเจอกันที่หอ มึงอย่าลืมขอเบอร์โทรกับไลน์มาให้ได้ พยายามขอนัดกินข้าวกลางวันพร้อมกันที่มหาลัยด้วย

มันจะเป็นไปได้เหรอวะ พี่มิ้นกับโชแปงว่างเมื่อไหร่ก็มากินข้าวกับกลุ่มซุปตาร์ตลอด เขาจะยอมนัดกับพวกเราเหรอ

ก็ถ้าไม่ลองมึงจะได้แฟนไหม ดูอย่างวันนี้กูขอนัดพี่มิ้นยังมา แปลว่าก็ต้องสนใจเราอยู่บ้างล่ะวะ

เอาจริงๆ นะจุน กูยังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมพี่มิ้นกับโชแปงรับนัดมึงกับกู มึงว่ามันไม่แปลกเหรอวะ

ไม่แปลกเพราะกูมีเสน่ห์

เพราะมึงยังไม่ปล่อยหมาออกมาจากปากมากกว่า วันนี้ก็ระวังไว้ด้วย อย่าพูดอะไรตรงเกินเดี๋ยวมึงจะชวดอีก

ไม่ต้องกลัว กูขังไว้ที่หออย่างดีไม่ปล่อยออกมาเพ่นพ่านแน่นอน อะแฮ่มสวยครับ ดีครับ เหมาะครับ ตามใจครับ เห็นไหมกูฝึกมาอย่างดี

ให้มันพูดแบบนี้ได้จริงเถอะเขียวอ่อนใจ เพราะจุนเป็นคนพูดตรงมากจนสาวกี่คนๆ ที่พยายามจีบก็หายหน้าไปกันหมด

มาแล้ว! มาแล้ว!” จุนรีบสะกิดเขียวเมื่อเห็นมิ้นและโชแปงในชุดนักศึกษาเดินมาแต่ไกล เขานัดไว้ที่ชั้นโรงหนังเพราะมิ้นบอกให้รอเลือกโปรแกรมหนังพร้อมกัน

เหี้ย! มาทำไมวะจุนอุทานเมื่อเห็นร่างสูงที่เดินตามมาข้างหลังสองสาว

มึงชวนมาด้วยเหรอ  เขียวหันไปมองหน้าจุนงงๆ

ป้าบ!

คิดได้นะมึง กูจะชวนมาทำเหี้ยไรวะ

รอนานไหมจุน รถติดนิดหน่อยเลยถึงช้ากว่าที่นัดกันไว้มิ้นส่งยิ้มให้กับจุน เธอมาช้ากว่าเวลานัดเกือบสิบห้านาที

ไม่นานครับ มีคนมาส่งก็ดีแล้ว ขอบคุณนะครับ เกรงใจจริงๆ เดี๋ยวพวกผมดูแลต่อเองจุนยิ้มกว้างโค้งหัวให้ทิเบตและออกปากไล่แบบไม่อ้อมค้อม

จุน คือ…” มิ้นเรียกจุนเสียงอ่อนดูด้วยกันเถอะนะ หลายๆ คนจะได้สนุก

ชวนมาดูด้วยกัน! ครับ สนุกฉิบหาย โอ๊ะ!” เขียวฟาดเข้ากลางหลังเพื่อน ก่อนรีบส่งยิ้มให้มิ้นกับโชแปง

ดีเลยครับ หลายๆ คนจะได้ครึกครื้น ใช่ไหมจุน

เออจุนตอบแบบเสียไม่ได้เมื่อโดนเพื่อนรักกดสายตาใส่

ดูเรื่องอะไรดี เบตคะอยากดูเรื่องอะไรมิ้นไล่สายตาไปตามโปรแกรมหนังก่อนหันไปขอความคิดเห็นจากทิเบต

ตามใจมิ้นเถอะ ผมว่าวันนี้เรื่องอะไรก็น่าดูทั้งนั้นน้ำเสียงหัวเราะแบบแฝงความนัยกับสายตาที่มองมาทำเอาจุนคันไม้คันมือ สายตาแบบนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ

โชแปงว่าไงเมื่อไม่มีคนช่วยตัดสินใจ มิ้นจึงหันไปหารุ่นน้องที่มาด้วยกัน

แปงแล้วแต่คนเลี้ยงค่ะ เป็นผู้ชมที่ดีเรื่องไหนก็ได้

จุนเล็งเรื่องไหนไว้หรือเปล่า เอาตามที่จุนเลือกก็ได้นะ

ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ไหมครับ หนังแอ็กชั่นเพิ่งเข้าใหม่ ท่าทางน่าสนุกดีจุนชี้ไปยังแผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ เขาอยากดูเรื่องนี้มาตั้งแต่เห็นตัวอย่างหนังแล้ว

ได้ พี่โอเค คนอื่นล่ะเมื่อได้รับการตอบรับจากทุกคนจึงเป็นอันลงมติเลือกหนังที่จุนเสนอ

มีโรงเฟิร์สคลาสอีกชั่วโมงกว่า น่าจะทานข้าวทันทิเบตมองรอบหนังเขาเลือกโรงที่อยากดู

เฟิร์สคลาส!” จุนกับเขียวลอบสบตากัน มันเท่าไหร่วะ มีมาทั้งเนื้อทั้งตัวสองคนรวมกันสี่พันห้าจะพอไหม

อย่าเลยเบต เอารอบนี้ดีกว่าเขียวค่อยๆ ผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก เมื่ออินทรีย์เป็นคนแย้งเพื่อนขึ้นมา

ตามใจ

โรงนี้มันมีเก้าอี้แบบโซฟา ซื้อสามคู่หกคนพอดี เดี๋ยวไปซื้อเอง

ไม่ต้อง พวกผมซื้อเองให้ศัตรูเป็นคนจ่ายก็ดูสิ้นท่าเกินไป จุนจึงกัดฟันแย้งอินทรีย์เพื่อเสนอตัวต่อหน้าสาว

ฉันว่าอย่าดีกว่า

จุนเกลียดสีหน้ายิ้มๆ ของทิเบตที่มองมาเหมือนรู้ทันเขา ยิ่งทำให้จุนยอมขายหน้าไม่ได้

ผมเป็นคนชวน ผมจ่ายเอง ไปเขียว

ฮะ! อ๋อได้ๆจุนดึงแขนเขียวให้ออกเดินไปยังหน้าเคาน์เตอร์ แอร์เย็นเฉียบแต่พวกเขากลับเหงื่อตก เงินปลิวออกจากกระเป๋าไปแบบรวดเร็วทันใจ

นั่งเก้าอี้ธรรมดามันจะตายเหรอวะ ทำไมต้องนั่งโซฟา แม่งตังค์ก็ไม่จ่ายจุนบ่นอุบ มือที่จ่ายเงินออกไปยังสั่นไม่หาย ไม่เคยดูหนังแพงขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

พี่เขาจะจ่ายทำไม มึงบอกเขาเองว่าจะเลี้ยงเขียวทักเพื่อน ไม่ได้เข้าข้างศัตรูแต่เขาได้ยินจุนพูดเองกับหู

มารยาทน่ะมึงรู้จักไหม มันก็ต้องไม่เป็นไรพี่จ่ายเอง พี่เป็นรุ่นพี่ให้น้องจ่ายให้น่าเกลียด พูดไม่เป็นเหรอวะ รับปากกูโคตรง่าย รวยซะเปล่า งกฉิบหาย หรือมันตั้งใจแกล้งกูวะจุนมองหน้าเขียว เขายังติดตากับรอยยิ้มของทิเบต

ใครเลี้ยงไม่สำคัญแล้วตอนนี้ ที่สำคัญคือไหนมึงบอกว่าต่อไปกูไม่ต้องดูหนังกับมึงสองคนอีกแล้วไงจุน สัด ไม่ได้ดูธรรมดา เสือกดูโซฟาคู่ หนักกว่าเก่าอีกเขียวบ่นอุบเมื่อคิดสภาพว่าต้องนั่งคู่กับเพื่อนรัก

เออน่า มึงก็คิดซะว่านอนดูหนังกับกูอยู่ที่หอก็แล้วกัน ทำยังไงได้วะจุนถอนใจยาว อย่าว่าแต่เขียวหวานเลย เขาเองก็เซ็งจนพูดไม่ออก

ได้แล้วครับจุนชูตั๋วหนังโบกไปมาให้คนที่ยืนรออยู่

จุนกินอะไรมาหรือยัง ไปหาอะไรกินกันก่อนไหม อีกเกือบสองชั่วโมงพี่ชักหิว

พี่มิ้นอยากกินอะไรครับจุนอยากแนะนำอะไรง่ายๆ ถูกๆ แต่กลัวว่าจะเป็นการเสียคะแนน เลยต้องวัดใจกับสาวอีกสักครั้ง

อาหารญี่ปุ่นก็ได้ง่ายดีง่ายของมิ้นทำเอาเขียวกับจุนลอบสบตากัน เห็นแววเกลี้ยงกระเป๋ามาแต่ไกล จุนต้องตัดสินใจแล้วว่าระวังศักดิ์ศรีกับท้องอิ่มไปจนถึงสิ้นเดือนเขาควรเลือกอะไร

จุนไม่ชอบเหรอ

เปล่าครับเปล่าผมชอบ อาหารญี่ปุ่นก็ได้ครับจุนนึกอยากตบปากตัวเอง แต่เขาพูดไปแล้วเอาคืนไม่ทันจึงได้แต่หันไปขอโทษขอโพยเขียวทางสายตา

  ได้เวลาแล้วอินทรีย์มองนาฬิกา เขาสบตากับทิเบตก่อนมองไปยังเขียว หวังว่าเพื่อนรักจะเข้าใจความต้องการของเขา

มิ้นนั่งกับโชแปง ที่เหลือแยกกันไปทิเบตพูดขึ้นลอยๆ เป็นการจัดที่นั่งให้กลายๆ

ยังดีนะมึงที่พี่เขายังมีมารยาทไม่นั่งกับสาวที่เรานัดเขียวกระซิบบอกจุน ออกมาเป็นแบบนี้ก็ยังดี อย่างน้อยจุนก็ไม่กระอักเลือด

ดีห่าอะไร ไม่ดีตั้งแต่มันมาด้วยแล้วจุนยังไม่ยอมญาติดีด้วยง่ายๆ เขายังผูกใจเจ็บกับทิเบตตั้งแต่โดนจูบปาก ทุกวันนี้เจอหน้ากันต้องทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เขาแค้นฝั่งหุ่นไม่เคยลืม

ชู่ว…” เขียวรีบส่งเสียงเตือนจุนเมื่อเห็นทิเบตหันกลับมามอง จุนกับเขียวเดินรั้งท้ายเขาพยายามพูดให้เบาที่สุดแล้วหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยิน

ลำดับการเดินเข้าโรงหนัง มิ้นกับโชแปงเดินนำหน้าสุด ตามด้วยทิเบตและอินทรีย์ ปิดท้ายด้วยเขียวและจุน พวกเขาทำใจแล้วว่าต้องนั่งด้วยกันเป็นคู่สุดท้าย

เข้าไปสิเขียวงงหนักเมื่อพบว่าที่นั่งริมทางเดินมีทิเบตนั่งอยู่ แถมเจ้าตัวยังบอกให้เขาเดินตรงเข้าไปด้านใน สงสัยจะให้เขากับจุนนั่งเบาะตรงกลาง เขียวคิดแค่นั้นก่อนเดินผ่านทิเบตเข้าไป

จะยืนอีกนานไหม นั่งได้แล้วเสียงดุๆ ของคนที่นั่งอยู่ก่อนทำเอาเขียวนั่งลงโดยอัตโนมัติ เขารีบหันกลับไปมองโซฟาที่เพิ่งเดินผ่านมาและพบว่าเพื่อนของเขากำลังยืนค้ำหัวทิเบต ได้ยินเสียงพูดกันแว่วๆ น้ำเสียงจุนเอาเรื่องทีเดียว

เข้าไปนั่งกับเพื่อนพี่ดิ ผมจะได้นั่งกับเพื่อนผม

ฉันจะนั่งตรงนี้ ถ้านายไม่อยากนั่งก็ไปนั่งที่อื่น

อ้าว แล้วจะให้ผมไปนั่งที่ไหน

ไม่ใช่เรื่องของฉัน จะนั่งหรือไม่นั่ง หนังเริ่มฉายแล้วอย่าเกะกะคนอื่น

ผมจะนั่ง เพราะนี่เก้าอี้ผม ผมจ่ายเงิน ใครควรลุกไปนั่งที่อื่นก็คิดเอาเองเขียวเห็นจุนกระแทกตัวลงนั่ง ความหวังจะได้ย้ายไปนั่งกับเพื่อนจึงหลุดลอย ถ้าอย่างนั้นเขาคงนั่งตรงนี้กับอินทรีย์อย่างเลี่ยงไม่ได้

เฮ้ย!” เขียวสะดุ้งโหยงอุทานออกมาเบาๆ เมื่อร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ ขยับเข้ามาใกล้ เขียวถอยร่นจนหลังชิดมุมเบาะ ในขณะที่เขาทำตัวลีบเล็กอีกฝ่ายกลับนั่งสบาย ไม่อนาทรร้อนใจขะขยับไปหน่อย เก้าอี้ตัวโคตรใหญ่จะมานั่งเบียดผมทำไม

ชู่ว…” อินทรีย์ยกมือแตะปาก ดึงคนตื่นตูมเป็นกระต่ายเข้ามานั่งชิดตรงกลางเบาะสบายขึ้นหรือยังเรา จะได้เลิกบ่นเสียที

ไม่สบาย พี่ช่วยขยับไปอีกหน่อยได้ไหม ผมอึดอัด

หนังเริ่มฉายแล้ว เงียบเขียวเกิดอาการงงกับชีวิต เมื่ออีกฝ่ายทำเสียงดุแถมไม่ยอมขยับให้เขา  พอเขียวเอนตัวหนี อินทรีย์ก็ดึงเขากลับมานั่งชิดเหมือนเดิม เขียวพยายามอยู่สองสามที เมื่อทำอะไรไม่ได้จึงต้องจำใจดูหนังทั้งที่นั่งชิดกันอยู่แบบนั้น

หนาวไหม

ฮะ! ไม่ ผมไม่หนาว พี่จะทำอะไรเขียวสะดุ้งเมื่อเห็นอินทรีย์ยื่นมือมาหา อย่าบอกนะว่าจะกอดเขา

จะสะดุ้งอะไรหนักหนา เก้าอี้แบบนี้เขามีผ้าห่มให้ เอ้า…” เขียวมองผ้าห่มที่ถูกโยนลงมาบนตัก หน้าแหกไหมล่ะเขียวเอ๊ย คิดไปได้ไงวะว่าไอ้พี่อินจะกอด

เขียวถอนใจออกมาเบาๆ จะโทษเขาก็ไม่ถูกเพราะหน้าที่หวานเกินหญิงทำให้เขาเจอผู้ชายจีบอยู่บ่อยครั้ง พวกที่ทำเนียนเข้ามาลวนลามก็เยอะ ดีที่เขารู้จักป้องกันตัวเองถึงปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ ดีเหมือนกัน เขากำลังหนาว ที่นั่งแพงมันดีแบบนี้นี่เอง นั่งสบายเชียว เขียวคลี่ผ้าห่มออก เขาดึงขึ้นมาคลุมจนถึงบ่า

เขียวนั่งดูหนังไปเงียบๆ ถึงจะยังรู้สึกอึดอัดกับร่างสูงที่นั่งชิด แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะรบกวนเขา เขียวจึงสบายใจขึ้นมาก

สนุกไหม

ครับ?” เขียวหันไปมองอินทรีย์เมื่อได้ยินเสียงกระซิบถามเบาๆ

ดูไปนะฉันไม่สนุกหัวหนักๆ เลื่อนลงมาพิงที่บ่า น้ำหนักที่กดทับลงมาทำให้เขาไม่กล้าขยับตัว เขียวเกร็งไปหมดไม่รู้ว่าอินทรีย์คิดอะไรอยู่หรือต้องการอะไร

ฉันง่วงคำสั้นๆ ไม่ช่วยตอบคำถามของเขียว ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความสงบ แต่ใจเขากลับไม่สงบแม้แต่น้อย

พี่ก็พิงเบาะดีๆ สิ มาพิงผมทำไมเล่าไม่มีเสียงตอบรับราวกับคนง่วงหลับไปแล้วจริงๆ  เขียวเม้มปากไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร เขาควรเสียมารยาทดึงตัวออกเลยดีไหม หรือจะปล่อยไว้แบบนี้ ยิ่งมีคดีกันอยู่ ทำไม่ดีด้วยจะพาลโดนต่อยหรือเปล่าวะ เขียวคิดทบทวนไปมาจนลืมดูหนัง สุดท้ายเขาตัดสินใจนั่งนิ่งให้อีกฝ่ายนอนพิงแต่โดยดี

เหี้ย! เป็นอะไรวะ หลังจากพยายามเอาสมาธิไปจดจ่อกับหนังที่ฉาย เขียวพบว่าเขาทำไมได้ เพราะใจเขามันเอาแต่เต้นไม่เป็นจังหวะ เป็นอะไรของมึงวะ ไอ้พี่อินไม่ใช่ผู้หญิงสักหน่อย หรือเพราะเรากลัววะ หรือเพราะโมโห หงุดหงิดไม่พอใจ หรือเพราะเขียวถอนใจ เขารู้แล้วว่าเพราะอะไร เพราะลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ตรงซอกคอ เพราะมันร้อนผ่าวจนเขาใจเต้น

พี่ๆ หนังจบแล้วเขียวขยับไหล่เพื่อให้คนที่นอนอยู่รู้สึกตัวตื่น อินทรีย์นอนพิงเขาตลอดหนึ่งชั่วโมงที่เหลือโดยไม่ยอมขยับออกห่าง

อื้อเสียงงัวเงียบอกว่าคนที่นอนหลับเป็นจริงเป็นจังรู้สึกตัวแล้ว จังหวะที่อีกฝ่ายขยับตัวขึ้น เขียวรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นที่เฉียดมาโดนแก้ม ถึงเพียงผิวเผินแต่เขามั่นใจว่าโดนแน่ๆ แต่อินทรีย์กลับขยับตัวบิดขี้เกียจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หรือไม่โดนวะเขียวเกาหัว ช่างมันเถอะ ถึงโดนก็คงเป็นเหตุบังเอิญเขาไม่ควรเก็บเอามาใส่ใจหรือโวยวายออกไป ดีแล้วที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว

  ขอบคุณนะจุน เขียวมิ้นเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มที่เธอรับนัด เธอยอมรับว่าเธอตอบตกลงเพราะต้องการแสดงให้ทิเบตเห็นว่าเธอก็มีคนมาสนใจ แต่ไม่คิดว่าจะได้ผลถึงขนาดนี้ ทิเบตลงทุนตามเธอมาเพราะความหึงหวง แค่นี้เธอก็มีความสุขมากแล้ว

พี่มิ้นกลับยังไงครับ ให้ผมไปส่งนะ

จุนเอารถมาเหรอจุนสะอึกเมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป แต่อย่างไรเขาก็ยังอยากลอง

เปล่าครับผมกะจะเรียกแท็กซี่

งั้นอย่าเลย เบตกับอินเอารถมา จุนจะได้ไม่ต้องไปส่งพี่ให้ลำบาก

ผมไม่ลำบากครับ ผมอยากไป

แต่..”

จะเถียงกันอีกนานไหม อยากไปส่งก็ตามมา

เบตจะไปส่งจุนหรือคะ ดีเลยจุน ไปด้วยกันนะมิ้นโล่งอกเพราะเธอรู้สึกผิดกับรุ่นน้องอยู่ไม่น้อย

คนนี้ฉันไปส่งเองอินทรีย์คว้าแขนของเขียวเอาไว้ ไม่สนใจตาที่ถลึงโตของอีกฝ่าย

ไม่เป็นไรครับพี่มิ้น ผมพักอยู่กับเขียว พวกผมกลับกันเองดีกว่า ถ้าพี่มิ้นจะไปกับ…” จุนตวัดสายตามองทิเบตแต่ไม่ยอมเอ่ยชื่อออกมาเอาไว้วันหลังค่อยนัดกันใหม่ครับ กินข้าวด้วยกันที่มหาลัยก็ได้เขาเดินหน้าเต็มตัว ถือว่าเขาไม่ผิดเพราะทิเบตไม่เคยประกาศว่าเป็นแฟนของมิ้น ในเมื่ออีกฝ่ายเสียมารยาทมาขัดขวางนัดของเขา เขาก็ไม่จำเป็นต้องแคร์

นั่นสิ กลับกันเองดีกว่าเขียวพยายามส่งสัญญาณบอกจุนว่าให้ถอยทัพด่วน เพราะมือใหญ่ที่จับแขนเขาอยู่ไม่ยอมปล่อย

  ให้พี่อินไปส่งก็ได้นะเขียว กลับกับเราไง

เขียวแทบน้ำตาไหลพราก อยากไปกับสาวใจจะขาดแต่เขาไม่ไว้ใจเจ้าของรถ

ไม่เป็นครับโชแปงผมเกรงใจ จุนกลับเถอะเขียวพูดกับเพื่อนแต่ตามองมือที่กำแขนเขาอยู่เป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายปล่อย

หึๆ กลับดีๆ นะกระต่ายน้อยมือที่จับแขนยกขึ้นลูบผม รอยยิ้มที่ส่งมาทำเอาเขียวถอยร่นแทบไม่เป็นขบวน

ไปกันเถอะเสียงเรียบๆ ของทิเบตช่วยเขียวเอาไว้ เขารีบยกมือโบกอำลาโชแปงและมิ้น ยืนส่งจนทั้งสี่คนเดินห่างออกไป

เป็นไงบ้างวะจุนเขียวถามเพราะเห็นหน้าเพื่อนเปลี่ยนจากยิ้มเป็นหงิกทันทีที่มิ้นเดินหันหลังให้

เป็นไงล่ะมึง หมดตูดไงถามได้นอกจากค่าตั๋วหนังสำหรับหกคนแล้ว จุนยังจ่ายค่าอาหารให้ทิเบตซึ่งเป็นส่วนของพวกเขาสองคนไปอีกห้าร้อย ความจริงทิเบตไม่ได้เรียกเก็บเงินแต่เขาดื้อดึงที่จะจ่ายเอง โชคดีแค่ไหนแล้วที่ทิเบตเป็นคนจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมด

ไม่ใช่ กูหมายถึงที่มึงนั่งดูหนังกับพี่เบตเป็นไงบ้าง

จะเป็นไงวะ ก็อึดอัด เหม็นขี้หน้า ไม่อยากนั่งใกล้ โคตรเกลียด มีอย่างอื่นอีกเหรอวะ หรือมึงมีอะไร ไอ้พี่อินมันกวนตีนอะไรมึงหรือเปล่า

เปล่าๆ ไม่มี ไม่ได้กวน

เออ ไม่มีก็ดี ถ้างั้นก็กลับเถอะ ไปนอนให้หายเซ็งดีกว่า

อืม เห็นด้วย

จุน

อะไรมึงจุนหยิบกระป๋องน้ำอัดลมที่แวะซื้อระหว่างทางก่อนขึ้นหอออกจากถุง เปิดฝาก่อนยกขึ้นดื่ม

กูกูว่าไอ้พี่อินมันอ่อยกูว่ะ

พรวด! แค่กๆ น้ำอัดลมที่จุนเพิ่งได้ลิ้มรสปรากฏอยู่บนหน้าของเขียวหวาน เจ้าตัวต้องยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดคราบอารยธรรมของเพื่อนออก

มึงมึงพูดอะไรของมึงวะเขียว!”

กูก็ไม่รู้ แต่กูรู้สึก มึงอย่ามองกูอย่างนั้น เขียวหวานรีบบอกเมื่อเห็นจุนขมวดคิ้วมองหน้าเขาเหมือนไม่เชื่อถือกูพูดจริงๆ นะ กูว่าพี่อินแม่งอ่อยกู!”

ภารกิจที่ 5 : ซ้อนแผน

เขียว พี่มิ้นส่งข้อความมาชวนมึงกับกูไปกินข้าวกลางวันด้วยกันว่ะ

เอาสิ แล้วทำไมมึงไม่ดีใจวะ เห็นเมื่อวานยังหาวิธีชวนพี่เขาอยู่เลยเขียวสงสัยเพราะเห็นเพื่อนทำหน้าครุ่นคิด ไม่มีอาการตื่นเต้นออกนอกหน้าเหมือนที่เคย

กูว่าพี่มิ้นกำลังหลอกใช้กู

หลอกใช้มึง?!” เขียวขมวดคิ้วมองหน้าเพื่อน ใช้เวลาสักพักก่อนจะเริ่มเอะใจอย่าบอกนะว่ามึงคิดว่าพี่มิ้นทำเพราะประชดพี่เบต

กูว่าไม่ได้ประชด แต่น่าจะดึงกูเข้าไปเอี่ยวเพราะอยากให้ไอ้พี่เบตสนใจมากกว่า

อ้าว แล้วอย่างนี้มึงจะเอายังไง จะไปไม่ไป

ไปสิ ทำไมกูจะไม่ไป ไม่เกี่ยวว่าพี่มิ้นคิดอะไรอยู่ มันเกี่ยวกับว่ากูคิดอะไรอยู่มากกว่า

มึงอยากจีบพี่มิ้นว่างั้น

ใช่ จุดประสงค์หลักกูคือจะจีบพี่มิ้น อะไรจะดีไปกว่าได้เข้าใกล้โดยไม่ต้องพยายามวะ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของมึงกับกู ว่าโอกาสมาถึงแล้วจะดึงความสนใจเขาให้หันมามองได้หรือเปล่า

มึงพูดมีเหตุผล แต่…” เขียวยังไม่เห็นด้วยกับเพื่อนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่อะไร

แต่แปลว่ามึงก็ต้องใกล้พี่เบตด้วย จะไหวเหรอวะความจริงไม่ใช่แค่ทิเบตที่เขียวกังวล เขากำลังนึกถึงอีกคนต่างหาก

กูรู้ ก็ทนเอาหน่อยแล้วกัน พอผู้หญิงเขามีใจเราก็ค่อยๆ ดึงเขาออกมา

กูขี้เกียจจะเถียงกับมึงเรื่องนี้ กูดูยังไงก็ไม่เห็นทางเขียวส่ายหัว ถึงจุนจะหน้าตาพอใช้ได้ แต่เมื่อเทียบกับทิเบตแล้วถือว่าห่างไกลกันมาก

มึงมันคิดน้อย ลองคิดดูนะ ถ้าพี่มิ้นถึงขั้นต้องลุกมาทำเรื่องแบบนี้แปลว่ากำลังหมดหนทาง ความหวังมีน้อย ผู้ชายน่าจะไม่สนใจ สักพักก็จะเหงา ว้าเหว่ เสียใจ ถ้ามึงไม่เสียบตอนนี้จะเสียบตอนไหนวะ

จุน! มึงฉลาดจริงๆ ด้วย  เขียวถึงกับชมเปาะ เขาลืมคิดถึงประเด็นนี้ไป

ป้าบ!

โอ๊ย!”

  กูฉลาดมานานแล้วจุนตบกบาลเพื่อนสนิท ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่ในจำนวนผู้หญิงที่เขาเคยพบมา เขาถูกตาต้องใจมิ้นที่สุด ประกอบกับการแค้นฝังหุ่นอยากเอาคืนทิเบต ทำให้เขายิ่งมีความมานะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ถ้าแย่งเด็กของซุปตาร์มาได้คงดีไม่น้อย

ส่วนมึงเขียว อย่าให้พลาดจากโชแปงเป็นอันขาด

ทำไมวะ กูว่ากูพลาดเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์อยู่แล้วเขียวรู้ตัวเองดี จึงไม่คาดหวังอะไรมากนัก

โชแปงดูน่ารักกว่ามึง เวลามึงอยู่ด้วยดูเป็นผู้ชายขึ้น อีกอย่างโชแปงนิสัยเด็กๆ น่ารัก ขี้อ้อน จะได้ไม่กดขี่ข่มเหงมึง ที่กูพูดเพราะกูเป็นห่วงนะโว้ย เสือกน่ารักกว่าผู้หญิงใครจะเอามึงทำผัววะ

กูก็อยากได้ แต่เขาก็จะเอากูหรือเปล่าเถอะ

มึงก็ต้องพยายาม หรือมึงอยากไปเป็นเมียคนอื่น

ไอ้เหี้ยจุน!” เขียวหน้าดำหน้าแดงเมื่อเพื่อนพูดกระทบปมด้อยของตัวเอง ตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาลัย เขียวมีแต่ผู้ชายเข้ามาจีบ ต่อให้เขาปฏิเสธอย่างไรก็ยังวนเวียนมาอีกเรื่อยๆ จนเขานึกท้อแท้ใจ

เอาน่า มึงลองดูก่อน กูเห็นโชแปงเขาก็ดีกับมึง ใครจะไปรู้ มึงอาจหาแฟนได้สำเร็จก่อนวาเลนไทน์ปีหน้าก็ได้

มึงไม่เลิก กูก็ไม่เลิกอยู่แล้ว กูแค่ไม่ค่อยอยากเข้าใกล้พี่อินเท่านั้นเอง

ตกลงมึงคิดจริงๆ เหรอวะว่าพี่อินอ่อยมึง กูยังไม่อยากจะเชื่อ

กูก็ไม่อยากเชื่อ

เดี๋ยววันนี้กูช่วยดู จะจับตามองให้เป็นพิเศษ

ขอให้ไม่มีอะไรให้มึงจับนะ เพราะกูไม่อยากมี

เพลาๆ ปากหน่อยมึง ระวังเกลียดอย่างไหนจะได้อย่างนั้น

เหมือนที่มึงเกลียดพี่เบตแล้วได้จูบน่ะเหรอ

ไอ้เหี้ยเขียว!”

ฮ่าๆๆ หายกันเว้ยเขียวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี นานๆ ทีจะมีเรื่องให้เขาเอาคืนจุนได้ ปกติแล้วปากเขาเคยสู้จุนได้ที่ไหน แต่พอเป็นเรื่องนี้ทีไรเพื่อนเขาโกรธจนพูดไม่ออกเถียงไม่ทันทุกที

เขียวหวานเสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้เขียวต้องหันกลับไปมอง เขาอยากอุทานออกมาดังๆ เมื่อเจอคนที่เขาอยากเลี่ยงมากที่สุดเข้า

ขอสุกี้แห้งที่นึงครับอินทรีย์ชะโงกหน้าไปสั่งอาหารของตัวเอง ก่อนจะพบว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเขาอันตรธานหายไปแล้ว

ไปไหนวะอินทรีย์กวาดสายตามองไปรอบๆ ถึงเห็นว่าคนตัวเล็กขยับไปยืนแทรกอยู่ในกลุ่มคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่

หึๆ ไอ้เด็กบ้านี่สมกับเป็นกระต่ายจริงๆ ตื่นตูมฉิบ

คะน้าหมูกรอบของใครคะ ได้แล้ว

ของผมแขนเล็กค่อยๆ ชูขึ้น แต่ไม่ยอมก้าวออกมาข้างหน้า สายตาที่มองมายังเขาดูหวาดระแวง ก่อนเจ้าตัวจะเดินเลี่ยงเข้าไปรับจานและจ่ายเงิน

เดี๋ยว รอไปด้วยกันมือใหญ่ของอินทรีย์กดลงบนบ่าเขียว บังคับให้ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่กับที่

แต่ผมหิวแล้ว

หิวก็ยืนกินไป พี่ไม่ได้ห้าม

อะไรวะ! นี่คือความคิดในใจเขียวแต่สิ่งที่เขาพูดออกไปคือแล้วพี่จะให้ผมรอทำไม ไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย

อืม พูดน่าคิด ถ้าพี่สนิทด้วยก็จบใช่ไหมอินทรีย์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนเขียวต้องรีบผงะหน้าออก

ไม่ต้องๆเขียวใช้มือเดียวที่ว่างอยู่สะบัดเป็นพัลวัน

เอาน่า ยังไงก็ต้องนั่งโต๊ะเดียวกัน จะรีบไปไหนรอพี่ก่อน

พี่อินเขียวย่นคิ้วเขาไม่ค่อยเข้าใจความคิดของอินทรีย์สักนิด จนเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมา

ครับเขียวสะดุ้งโหยงเมื่ออีกฝ่ายขานรับแสนไพเราะแถมยังส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้ อะไรเข้าสิงวะ พูดเสียเพราะแถมจู่ๆ ก็เปลี่ยนมาเรียกแทนตัวเองว่าพี่เล่นเอาเขาขนลุก

เอ่อคือ…” เขียวเริ่มตะกุกตะกัก ปากเขาไปไวอีกแล้ว ดันเรียกชื่ออินทรีย์ออกไป ก่อนจะคิดได้ว่าหรือเขาไม่สมควรพูด

จะพูดอะไรก็พูดมาสิ พี่ไม่กัดหรอก

พี่รู้ไหมว่าผมเป็นใครเขียวโพล่งออกไปเมื่อถูกอีกฝ่ายใช้เสียงละมุนละไมคุกคาม

หือ?” อินทรีย์เลิกคิ้ว เขาไม่เข้าใจคำถามของเขียวหวาน จะว่ากระต่ายน้อยต้องการคุยทับเขาว่าเป็นคนสำคัญก็ไม่น่าจะใช่

หึๆ แล้วเราเป็นใครอินทรีย์อยากรู้เหมือนกันว่ากระต่ายน้อยคิดอะไรอยู่

ผมคือผมน่ะเขียวเริ่มหน้าซีด แต่คิดในแง่ดีถ้าเขาทำให้อินทรีย์โกรธอินทรีย์จะได้เลิกอ่อยเขาเสียทีผมแอบชอบโชแปงเด็กของพี่ พี่ดูไม่ออกเหรอครับ เราเป็นคู่แข่งกัน ดังนั้นเราสนิทกันไม่ได้มันผิดธรรมเนียม

เขียวตัดสินใจโพล่งออกไปจนได้ ก่อนหัวใจจะเต้นตูมตามด้วยความกลัว เขาใจกล้าเกินไปหรือเปล่า หวังว่าจะไม่โดนอินทรีย์ชกคว่ำนะ

คู่แข่ง?” อินทรีย์หัวเราะออกมาเบาๆ ไล่สายตาตั้งแต่ศีรษะของกระต่ายน้อยลงมาจนถึงปลายเท้า

มองอะไรเขียวพยายามขยับตัวหนี แต่ติดมือใหญ่ที่ยังจับบ่าเขาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

มองคู่แข่ง แต่พี่ว่าเราไปแข่งกับโชแปงน่าจะดีกว่า น่ารักแบบนี้มีโอกาสชนะ

แข่งกับโชแปง?” เขียวทำหน้าเอ๋อ เขาประมวลคำพูดอินทรีย์ไม่ทัน เขาจะจีบโชแปงแล้วทำไมต้องแข่งด้วย แข่งอะไร?

อ๊ะ!” เขียวตาโตเป็นไข่ห่าน มองใบหน้ายิ้มๆ ของอินทรีย์ แข่งกับโชแปงแถมมีโอกาสชนะ ไอ้พี่อินทรีย์! ไอ้ขี้อ่อย!

สุกี้แห้งได้แล้วค่ะเสียงหวานๆ ของแม่ค้าทำให้อินทรีย์และเขียวหยุดการสนทนาที่ยังค้างอยู่ลง อินทรีย์ปล่อยมือจากบ่าของเขียวเพื่อหยิบเงินในกระเป๋า เป็นจังหวะให้อีกฝ่ายชิ่งหนี

จะไปไหนดีที่อินทรีย์คว้าคอเสื้อกระต่ายน้อยไว้ได้ทัน เผลอเป็นไมได้

หกหมดแล้วคนโดนกระชากหันมาทำหน้าโกรธ ปากสีแดงเรื่อเม้มเข้าหากันแน่น

อย่าบ่น ไม่ซนจะหกเหรออินทรีย์ยื่นเงินให้แม่ค้าและรับจานอาหารมาถือ อีกมือหิ้วคอเสื้อกระต่ายน้อยเอาไว้ไม่ปล่อยเดินไป

ก็ปล่อยสิ

ปล่อยให้โง่ หนีเร็วเป็นบ้า

เหอะ ถ้าเร็วจริงจะจับได้เหรอ

ฮ่าๆ ตกลงนี่นายมันเป็นพวกขี้ตกใจขี้กลัวจริงๆ หรือแค่หลอกตา ทำไมชอบเถียง

ผมเป็นพวกห้ามปากไม่ทัน พี่อย่าถือสาเลยเขียวรีบออกตัวเขากลัวว่าปากตัวเองจะพาซวย

ไม่เป็นไร วันหลังพี่จะห้ามให้เองสายตาที่มองมาที่ริมฝีปากของเขา ทำเอาเขียวหวานหนาวๆ ร้อนๆ บอกไม่ถูก มันจะหมายถึงสิ่งที่เขาคิดอยู่หรือเปล่า

มองปากพี่ทำไม

ฮะ!” เขียวนึกเจ็บใจที่เผลอแสดงอาการตกใจออกไป ไอ้พี่อินมองปากเขาก่อนแท้ๆ แต่ทำไมถึงกลายเป็นเขาที่ถูกจับผิดไปได้ก็พี่มองผมก่อน

ไม่เถียง ปากนายน่าจูบดี

!!!

คำว่าปากอ้าตาค้างของจริงเป็นอย่างไรเขียวก็เพิ่งได้รู้วันนี้ เขายืนนิ่งแข็งเป็นหิน ไม่คิดว่าอินทรีย์จะน็อกเขาด้วยคำนี้

เอ้า ยืนแข็งเป็นหินไปได้ เดินไปที่โต๊ะได้แล้ว เพื่อนนายชะเง้อมองจนคอจะเคล็ดแล้วมั้ง

ฮะ! อ๋อเขียวก้มหน้าก้มตาจ้ำเดิน โดยมีร่างสูงใหญ่เดินตามมาติดๆ เขาอยากหันไปพูดแรงๆ กับอีกฝ่าย แต่ในหัวมันคิดคำไม่ออก รู้อย่างนี้ขอยืมหมาที่จุนทิ้งไว้ที่มาด้วยก็ดีหรอก

เขียวมานี่สิวะจุนกวักมือเรียกเขา แต่มือที่แตะอยู่บนคอเสื้อยังวางอยู่ตำแหน่งเดิมของมัน

ผมจะไปนั่งกับเพื่อนเขียวพูดเบาๆ หวังว่าคนที่เดินเข้ามาชิดด้านหลังจะได้ยิน และปล่อยมือจากตัวเขาเสียที

นั่งด้วยกันเสียงพูดข้างหูทำให้เขียวกลืนน้ำลายดังเอื๊อก อินทรีย์เป็นเจ้ากรรมนายเวรเขาหรือไง ทำไมต้องตามติดกันขนาดนี้

จุน กูนั่งด้วยเขียวตะโกนบอกเพื่อนเป็นนัยๆ ให้คนข้างหลังรู้ แต่พอเขาก้าวเท้าออกก็ต้องผงะหงายหลังอีกครั้งเพราะแรงดึง

บอกว่านั่งด้วยกัน

เขียวถอนใจ พอเห็นสายตาหลายคนมองมา เขาจึงส่งยิ้มแหยๆ ไปให้จุนพร้อมกับคำพูดที่ไม่เต็มใจเลยสักนิดกูนั่งนี่ก็ได้เขาหมายถึงเก้าอี้ว่างคนละฝั่งกับที่จุนนั่ง

หึๆ

เขียวแช่งชักเจ้าของเสียงหัวเราะ ขอให้ข้าวติดคอหรือไม่ก็ท้องเสียไม่ต้องมามหาลัยหลายๆ วันเลยยิ่งดี เขาไม่อยากเจอหน้า

มานั่งกับกูดีกว่าจุนยังพยายามเรียกเขียว ไม่อยากให้เพื่อนนั่งแยกไปคนเดียว ฝั่งที่จุนนั่งหัวแถวเป็นทิเบต คนถัดมาคือมิ้น และตามด้วยตัวเขาเองซึ่งเว้นที่ว่างถัดไปไว้ให้เพื่อนรัก

จะจุ้นเรื่องคนอื่นเขาทำไม กินๆ ไป

จุนหันขวับไปมองหน้าทิเบต ขมุบขมิบคำพูดที่เหมาะสมกับพฤติกรรมของอีกฝ่ายที่สุดอยู่ในคอยุ่งฉิบ

มิ้นเปลี่ยนที่กับผมหน่อยแค่คำสั่งสั้นๆ คนที่นั่งข้างจุนก็ลุกขึ้นโดยไม่มีท่าทีลังเล เขาจึงได้แต่มองตามตาละห้อย ฝ่าเข้าดงหมาป่าเผื่อสาวจะเห็นใจได้นั่งกินข้าวข้างกันก็ยังดี ดันย้ายที่หนีไปเสียแล้ว

กลัว?” จุนพูดลอยๆ ขอเกทับคู่แข่งหน่อย ไม่อยากให้เขานั่งใกล้พี่มิ้นก็แปลว่าไม่มั่นใจเหมือนกันล่ะวะ

ตัวเท่าลูกหมาสายตาที่มองมาทำเอาจุนเจ็บจี๊ด อุตส่าห์ให้เกียรติเรียกหมาป่า แต่ดันเห็นเขาเป็นลูกหมาเสียได้

หมาก็กัดได้ล่ะวะ

กัดเป็นกับเขาด้วยเหรอ วันนั้นไม่เห็นกัดตอบ

วันไหน?!” จุนเบิกตากว้างเมื่อเห็นสายตาที่หลุบต่ำมองปากเขา บ้านมันสิเรียกกัด แบบนั้นเขาเรียกว่าขโมยจูบโว้ย

ขี้ขโมยสมองกับปากจุนดูเหมือนจะประสานงานกันดีเกินไป คำต่อว่าที่อยู่ในหัวจึงหลุดออกมาเป็นคำพูดโดยไม่รู้ตัว

ใครขโมย  ไม่ใช่นายเหรอที่อยากจูบกับฉัน วันหลังมาขอดีๆ ฉันก็ให้ได้ ไม่ต้องอาย

ไม่ใช่โว้ย!” จุนเถียงเสียงดังแต่ไม่ยอมสบตา เขาเมินหน้าหนีเพราะสู้สายตาที่มองมาไม่ได้ ผู้ชายอะไรวะ มองผู้ชายด้วยกันด้วยสายตาแวววาวขนาดนั้น เขียวแม่งไม่เชื่อกู บอกแล้วว่าไอ้พี่เบตมันเป็นเกย์

ไม่ใช่แล้วเขินทำไม อย่าบอกว่าติดใจ

ไอ้…!” จุนหันขวับกลับมาเมื่อเจอประโยคนี้ของทิเบตเข้าไป

ไอ้อะไร ฉันเป็นรุ่นพี่นาย จะพูดอะไรคิดให้ดีคำพูดไม่เท่าไหร่ แต่ดวงตาของทิเบตทำเอาจุนไม่กล้าขึ้นมา

ไอ้ก๋วยเตี๋ยวนี้รสชาติแดกไม่ได้จุนเขี่ยเส้นก๋วยเตี๋ยวในชาม เมื่อไม่รู้จะเอาไปลงที่ไหนก็ต้องลงชามก๋วยเตี๋ยวไปก่อน

ไม่อร่อยก็อย่าฝืนกินจุนมองตามชามก๋วยเตี๋ยวที่ทิเบตเลื่อนออกจากหน้าเขาอย่างแสนเสียดาย เงินก็ไม่ค่อยจะมี จะไปหาอย่างอื่นมาทานเขาก็กลัวจะอยู่ไม่ถึงสิ้นเดือน ทุกวันนี้ก็ต้องพึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกเย็นอยู่แล้ว

มันก็พอกินได้จุนพึมพำเบาๆ จะพูดออกมาดังๆ ก็อายปาก

หึมือใหญ่เลื่อนจานกลับมาตรงหน้าเขา แต่กลับเป็นจานข้าวหมูทอดกระเทียมที่เจ้าตัวทานอยู่

ฉันชอบก๋วยเตี๋ยวร้านนี้จุนรู้ว่าทิเบตเข้าใจว่าเขาพูดไปอย่างนั้นเองเรื่องก๋วยเตี๋ยว แต่เมื่ออีกฝ่ายทำเป็นเรื่องจริงจัง จุนก็ต้องรับผลในคำพูดของตัวเอง ข้าวหมูทอดก็ยังดีวะดีกว่าอดไปเลย

อย่ามัวแต่มองเพื่อน กินเยอะๆ จะได้โตทันคนอื่นกุ้งตัวโตถูกวางลงมาบนจาน เขียวหวานหันไปมองเจ้าของ ทำไมชอบยุ่งกับเขาเสียจริง

ไม่เอาเขียวตักกุ้งวางกลับลงบนจานของอินทรีย์ ขืนกินได้ท้องเสียตาย ก็เขาเพิ่งแอบแช่งในใจให้อินทรีย์อาหารเป็นพิษ ขืนกินเขาก็พลอยโดนคำแช่งไปด้วยสิ

พี่บอกให้เรากินกุ้งตัวเดิมถูกวางลงมาบนจานของเขียวอีกครั้ง เขามองมันเหมือนโกรธกันมาสักร้อยปีอย่างอแง จะกินเองหรือให้พี่ป้อน

กินเลยเขียวไม่ต้องคืน พี่อินชอบกินกุ้งมาก ยอมแบ่งให้เราต้องรีบกินโชแปงชะโงกหน้าผ่านอินทรีย์มายิ้มให้เขียว ดวงดาคู่ใสทำเอาเขียวอดยิ้มตามไม่ได้ ทำไมถึงยิ้มได้น่ารักขนาดนี้

ครับเขียวตักกุ้งเข้าปาก เอาวะ เพื่อรอยยิ้มของโชแปงเขาจะยอมท้องเสียตามคำพูดของตัวเอง

คืนพี่ด้วยสิ

หา!” เขียวงงกับซุปตาร์ไบโพล่าที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อกี้บอกให้เขากินเยอะๆ ตอนนี้มาขอแบ่ง จะเอายังไงกับเขากันแน่วะ

เร็วเสียงเร่งทำให้เขียวตัดสินใจตักหมูกรอบขึ้นมาหนึ่งชิ้น กะจะเอาไปวางให้ในจานเหมือนที่อีกฝ่ายทำ

อร่อยดีเขียวอ้าปากค้างเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วเขาไมได้นับ เมื่ออินทรีย์จับข้อมือเขาบังคับให้ยกช้อนขึ้นป้อนถึงปาก แถมยังทำหน้ายิ้มๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร นี่มันใหญ่มากโว้ย! อ่อยไม่พอ ทำไมโคตรเนียนแบบนี้วะ

หือ? พี่อินไม่ทานพวกหมูกรอบหมูสามชั้นไม่ใช่เหรอคะโชแปงชะโงกหน้ามาถามด้วยความสงสัยเพราะเธอไม่เคยเห็นอินทรีย์กินมาก่อน

เมื่อก่อนไม่เคยกินไม่ได้แปลว่าตอนนี้จะเปลี่ยนใจไม่ได้ เมื่อก่อนไม่ชอบ แต่ตอนนี้อาจจะชอบก็ได้ จริงไหมครับ

จริงค่ะ แปงเห็นด้วย แต่แปงไม่กินนะคะ เดี๋ยวอ้วน

อืม แต่พี่ชักชอบกิน คงต้องหาโอกาสชิมอีกหน้าคมเข้มที่หันกลับมาสบตา ดวงตาวาววับทำเอาเขียวต้องรีบก้มหน้าก้มตากินข้าวที่วางอยู่ตรงหน้า ทำเป็นไม่รับรู้ไม่ได้ยินเสียปลอดภัยที่สุด

เขียวหวานไม่ต้องรีบ ระวังจะติดคอ พี่ไม่แย่งเรากินแน่ ขอแย่งของโชแปงแทนดีกว่า

ได้เลยค่า พี่อินจะกินอะไรแปงตักให้

แค่กๆ!

หึหึ

คงมีแค่เขียวหวานเท่านั้นที่เข้าใจความหมายของอินทรีย์ดี

ภารกิจที่ 6 : เข้าถ้ำเสือ

น้องเขียวสุดสวยจะรีบไปไหนจุนชะงักเมื่อได้ยินเสียงแซวเขียวจากรุ่นพี่ปีสี่คณะเดียวกันที่ยืนอยู่เป็นกลุ่มสามสี่คน

ช่างแม่งเหอะจุนเขียวถอนใจ จะบอกว่าโดนจนชินเขาก็ไม่เคยชินกับมันสักนิด แต่ถ้าจะให้มีเรื่องทุกครั้ง สักวันคงโดนไล่ออกจากมหาลัย

ช่างได้ไงวะ ไอ้กายมันปากหมาจุนเลิกเรียกกายว่าพี่มานานแล้ว เพราะอีกฝ่ายจ้องแต่จะหาเรื่องเพื่อนเขา กายขึ้นชื่อเรื่องดูถูกเพศที่สาม ถึงแม้เขียวจะไม่ใช่เกย์แต่กายไม่เคยเชื่อ

เฮ้ยแชมป์ มึงเพิ่งเลิกกับเมียไม่ใช่เหรอวะ สนใจรับน้องเขาไปแก้ขัดหน่อยไหม ฮ่าๆ

กูไม่เคยลองข้างหลัง แต่หน้าตาแบบนี้กูหยวนให้ สนใจไหมน้องพี่ลองให้ฟรีเสียงแซวกันสนุกปากของกลุ่มที่นั่งอยู่ทำให้จุนที่คิดจะเดินผ่านไปเฉยๆ ทนไม่ไหว ปากอย่างนี้มันควรถูกฟาดสักที

อยากลองมากก็เสียบกันเองสิพี่ หน้าอย่างพี่ถึงจะเถื่อนไปหน่อยแต่แก้ขัดกันเองคงพอไหว ปากว่างมากก็อมของเพื่อนไว้

ไอ้จุน!” จุนผงะหลบหมัดที่พุ่งเข้าหา เขาเอาตัวรอดได้ทัน แต่เพราะไม่ได้ตั้งตัวจึงเซไปปะทะกับบางอย่างด้านหลัง จุนรับรู้ถึงแรงกระแทกแต่กลับไม่รู้สึกเจ็บสักนิด เมื่อหันไปดูจึงพบว่าเขาชนเข้ากับร่างสูงของทิเบต ได้มือของอีกฝ่ายช่วยประคองเอาไว้เขาถึงไม่ล้ม

จุน!” เขียวรีบเข้าไปหาเพื่อน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ถ้าไม่ได้ทิเบตรับไว้จุนคงล้มกระแทกพื้นไปแล้ว

พี่เบตพี่…” เขียวอุทานเบาๆ เมื่อเห็นเลือดที่ซึมออกจากริมฝีปากของทิเบต เขาหน้าซีดลงทันตา แย่แล้ว ตอนทิเบตเข้ามารับจุนไว้ คงโดนหัวของเพื่อนเขากระแทกเข้า

มึงมานี่ไอ้จุนเพียงคนเดียวที่ยังไม่ยอมเลิกราง่ายๆ คือกาย เขาต้องได้ต่อยไอ้เด็กเวรจุนสักหมัดถึงจะพอใจ

ไปก็โง่สิวะจุนตะโกนตอบ เรื่องอะไรเขาจะเดินไปให้อีกฝ่ายต่อยฟรีๆ สู่หลบอยู่กับทิเบตปลอดภัยกว่าเยอะ นี่เป็นครั้งแรกที่จุนนึกพิศวาสทิเบตขึ้นมา

ก่อเรื่องอะไรอีกทิเบตก้มมองตัวจุ้นที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เด็กอะไรขยันหาเรื่องให้ตัวเองได้ตลอดเวลา

ใครก่อเรื่อง โน้นไอ้พี่กายมายุ่งกับพวกผมก่อนจุนหน้าง้ำ เขาไม่ชอบใจที่ทิเบตทำเสียงเหมือนเขาเป็นเด็กเล็กที่ไปเล่นซนมา

มึงด่ากูกายชี้หน้าอาฆาตจุน

แล้วที่พี่พูดกับเพื่อนผมมันต่างกันตรงไหน เป็นรุ่นพี่เสียเปล่าปากส้นตีน

ไอ้จุน!” กายหมายจะโถมเข้าหาจุนอีกครั้งแต่ต้องชะงักเมื่อประสานสายตาเข้ากับแววตาแข็งกร้าวของทิเบต

เบต นี่เรื่องของกูกับไอ้เด็กนี่ มึงไม่เกี่ยวกายไม่เคยชอบทิเบต แต่เขาก็ไม่โง่พอจะมีเรื่องกับกลุ่มซุปตาร์

แต่เด็กนี่เกี่ยวกับผมทิเบตยกมือขึ้นวางบนหัวของจุน เจ้าตัวจุ้นเงยหน้าขึ้นมองเขาแต่กลับไม่ขยับหนี ฉลาดเสียด้วย

เกี่ยวกับมึง?”

กาย ไอ้เด็กในคลิปไงกายหันไปมองเพื่อนที่ก้าวเข้ามายืนข้างๆ ใช้เวลาคิดสักครู่จึงนึกถึงคลิปอันลือลั่นออก เขาลืมไปว่าไอ้เด็กจุนมีความสัมพันธ์กับทิเบต

นึกออกแล้วใช่ไหมทิเบตยิ้มเย็นประสานสายตาเข้ากับรุ่นพี่ที่ยืนฮึดฮัดเหมือนอยากเข้ามาจัดการแต่ไม่กล้าพอ

มึงก็ดูแลเด็กของมึงให้ดี อย่าให้มาลามปามพวกกู

พี่ก็ดูแลปากพี่ด้วย อย่าเห่าให้มันมากนัก

ไอ้จุน!”

เรียกอยู่ได้จุนลอยหน้าลอยตาตอบโต้ แต่ตัวกลับขยับเข้าใกล้เกาะกำบังอีกนิด

พอเหอะมึงเสียงห้ามดังมาจากคนในกลุ่มของกาย เสียงพูดต่อมาเบาจนจุนจับใจความไม่ได้

คราวนี้กูเห็นแก่มึง กูยกให้ อย่าให้มีคราวหน้าไม่งั้นมึงเจอดีแน่กายพูดกับทิเบตแต่ท้ายประโยคหันไปอาฆาตคู่กรณี

พี่กำลังขู่เด็กผมรอยยิ้มเย็นของทิเบตทำเอากายหวั่นใจ เขาเคยเห็นทิเบตชกคนคว่ำทั้งรอยยิ้มแบบนี้มาแล้ว

กูไม่ได้ขู่ กูแค่เตือน เด็กมึงล้ำเส้นกู

  ไม่ต้องห่วง มันจะไม่เกิดขึ้นอีกถ้าพี่ไม่ล้ำเส้นผมเหมือนกันดวงตาที่สื่อความหมายมากกว่าคำพูดทำให้กายรู้ว่าทิเบตกำลังห้ามไม่ให้เขายุ่งหรือแตะต้องเด็กของตัวเอง

  ได้ แต่มึงต้องให้ไอ้เด็กเวรนี่ขอโทษกูก่อน

พวกพี่ก็ต้องขอโทษเพื่อนผมแล้วผมจะยอมขอโทษพี่

กาย กูว่าครั้งนี้ให้มันแล้วไปเถอะ แยกย้ายดีกว่าแชมป์สะกิดแขนเพื่อน ทิเบตมาคนเดียว หากมีเรื่องวันนี้พวกเขาอาจชนะ แต่ผลที่ตามมาหลังจากนั้นไม่คุ้มกันแน่นอน

กูเห็นแก่มึงนะเบต ดูแลเด็กมึงด้วยกายหันไปพยักหน้าให้เพื่อน เขารู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยจึงไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป

  มึงไม่น่าปล่อยมันไปเสียงเพื่อนบางคนในกลุ่มกายยังลอยมาเข้าหูจุนและทุกคนที่ยืนอยู่

ช่างแม่ง กูไม่อยากยุ่งกับไอ้พวกเกย์

มันว่าพี่เป็นเกย์ไม่โกรธเหรอจุนถามคนที่ยืนสงบอยู่ข้างๆ สายตาที่มองตามหลังกายไปนิ่งจนเขาจับความรู้สึกไม่ได้

ทำไมต้องโกรธ

จิ๊จุนทำเสียงจิ๊กจั๊กอยู่ในคอ เมื่ออีกฝ่ายไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม่ได้ดั่งใจเขาสักนิด

ถ้าจะโกรธ โกรธคนที่ทำร้ายร่างกายฉันดีกว่าไหมทิเบตโยกมือที่ยังวางอยู่บนศีรษะเจ้าตัวจุ้น เดาว่าเดี๋ยวมันคงโวยวายไม่ยอมรับผิด แต่เขาต้องแปลกใจเมื่อจุนเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนยื่นมือขึ้นมาแตะที่ปากเขาเบาๆ

ขอโทษ เจ็บไหมเด็กที่ให้ตายก็ไม่ยอมพูดคำว่าขอโทษเมื่อครู่หายไป มีแต่เด็กสีหน้ากังวลที่พูดคำขอโทษออกมาได้อย่างง่ายดาย

หือ?”  ทิเบตเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจไม่คิดว่าคำขอโทษจะหลุดจากปากเจ้าตัวจุ้นง่ายๆ

  แปลกใจอะไรเล่า คนทำผิดก็ต้องขอโทษ

นายไม่ชอบหน้าฉันไม่ใช่เหรอ

  ไม่ชอบก็ส่วนไม่ชอบ ไม่ชอบแล้วทำร้ายร่างกายคนอื่นได้หรือไง ไม่ชอบแล้วไม่ต้องรู้ผิดชอบเหรอ ผมแยกแยะเป็นน่า โตแล้ว การศึกษาก็มี

หึๆทิเบตนึกทึ่งในความคิดของจุน ยอมรับว่าเจ้าตัวจุ้นทำให้เขาแปลกใจอยู่ไม่น้อย

ผมขอโทษที่ทำให้พี่เจ็บตัว แล้วก็ขอโทษที่ต้องเข้ามาออกหน้ายุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้ด้วยเด็กเขียวที่ยืนอยู่ข้างๆ เจ้าตัวจุ้นยกมือไหว้เขาเสียนอบน้อม สีหน้ายังคงซีดเผือด

ไม่เป็นไรฉันแค่ผ่านมาพอดี

เลือดไหลแล้ว หาที่นั่งก่อนเดี๋ยวทำแผลให้  จุนมองปากที่ขยับไปมาของทิเบต ยิ่งอีกฝ่ายพูดเลือดก็ยิ่งซึมออกมา

ไม่ต้องทิเบตส่ายหน้าเพราะเขาแทบไม่รู้สึกอะไร

ไม่ได้จุนมองไปรอบๆ ก่อนลากแขนทิเบตให้เดินตามไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ ผลักอีกฝ่ายให้นั่งลงก่อนก้มหน้าลงมาชิดเลือดออกเยอะเหมือนกัน เขียวมีทิชชูไหมวะขอหน่อยเขาถามเพื่อนรักที่เดินตามมาไม่ห่าง

มีเขียวรีบเปิดกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่หยิบซองทิชชูออกมาส่งให้จุน โชคดีที่เขามีติดมาด้วย

แตกเยอะไหมวะเขียวมองเพื่อนที่ยื่นหน้าเข้าไปมองแผลที่ปากทิเบต พร้อมกับค่อยๆ ซับเลือดออกให้อย่างเบามือ

พอสมควร ตัวก็สูงไม่รู้กระแทกได้ยังไงจุนอดบ่นไม่ได้ เพราะเขาสูงแค่บริเวณคางของทิเบตจึงงงอยู่ไม่น้อยที่กระแทกปากอีกฝ่ายแตกได้

พี่เบตเขาก้มลงมารับมึงไงเขียวผู้เห็นเหตุการณ์ตอบแทนเจ้าของบาดแผล ทิเบตเตรียมตั้งรับคำว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องเต็มที่

ขอบคุณเสียงพูดลอยๆ ไม่ระบุว่าพูดกับใคร เจ้าของเสียงไม่มองหน้าเขา แต่ทิเบตรู้ว่าเจ้าตัวจุ้นหมายถึงเขา

ยิ้มอะไร เอามือกดไว้จุนดึงมือทิเบตขึ้นมากดบนทิชชูแทนมือของตัวเอง

พี่นั่งรอผมตรงนี้ก่อน เดี๋ยวไปหาอะไรมาประคบให้จะได้ไม่บวมทิเบตอดขำไม่ได้ ไอ้เด็กนี่ทำเสียเขาดูอ่อนแอ

ไม่ต้องทิเบตขยับตัวลุกขึ้นแต่ถูกจุนกดบ่าเอาไว้ทั้งสองข้าง

ไม่ได้ทิเบตหลุดหัวเราะออกมา ดูหน้าง้ำของเจ้าตัวจุ้นแล้วเขาชักงงว่าใครที่บาดเจ็บกันแน่

เขียวอยู่นี่นะเดี๋ยวกูมาจุนไม่ฟังเสียงคัดค้านของทิเบต เขามองซ้ายมองขวาก่อนตัดสินใจวิ่งไปยังซุ้มขายน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุด

จุนมันก็เป็นแบบนี้แหละพี่ ปล่อยๆ ให้มันทำไปเถอะ ถึงจะดูว่ามันทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปนิด แต่ถ้าไม่ทำเดี๋ยวมันนอนไม่หลับเขียวลงนั่งข้างทิเบต ช่วยอธิบายเมื่อเห็นอีกฝ่ายมองตามหลังเพื่อนเขาไป

  หึๆ เป็นขนาดนั้นเลยเหรอ

จริงๆ นะพี่เขียวพยักหน้ารับรอง เขารู้จักนิสัยเพื่อนดี

เป็นแบบนี้ที่ว่ารวมไปถึงเรื่องชอบหาเรื่องใส่ตัวตลอดเวลาด้วยหรือเปล่า

ฮ่าๆ ไม่ขนาดนั้นพี่ แต่ก็เพราะมีจุนนี่แหละผมถึงอยู่รอดปลอดภัยดี มันไม่เคยให้ใครรังแกผม เห็นมันปากร้ายแบบนั้นมันไม่เคยหาเรื่องใครก่อน เอ่อเว้นพี่เขียวหลบตาทิเบต

ฉันควรดีใจใช่ไหมที่ได้รับสิทธิพิเศษ

พี่อย่าถือโทษโกรธมันเลยนะ บางทีจุนมันก็มีความคิดเพี้ยนๆ แต่มันไม่ได้ตั้งใจจะให้ร้ายพี่หรอก รู้จักกันไปพี่จะรู้เองว่ามันนิสัยดี

เราถึงได้ยอมเพื่อนตลอดเขียวสบตากับคนพูด เขายิ้มออกมาก่อนพยักหน้า

ครับ ก็เพื่อนกัน

เขียว

ครับ?”

ช่วยอะไรฉันหน่อยสิ โทรบอกอินทรีย์ให้ทีว่าให้มาหาฉันที่นี่แทน

ให้ผมโทร?” เขียวชี้หน้าตัวเอง เขาเกือบหยุดออกไปแล้วว่าทำไมพี่ถึงไม่โทรเอง แต่นึกได้ว่าอีกฝ่ายเจ็บตัวอยู่จึงไม่ได้ทักท้วงออกไป

ใช่ ช่วยทีแล้วกัน ฉันชักปวดแผล เดี๋ยวบอกเบอร์ให้

  อ่าครับเขียวหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าตัวเองแบบงงๆ กดเบอร์ตามที่ทิเบตบอก ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายไม่หยิบโทรศัพท์ออกมา

  สวัสดีครับพี่อินหรือเปล่าครับ พี่เบตให้โทรบอกพี่ว่าให้มาหาที่โต๊ะแถวลานกลางตึกมีอุบัติเหตุนิดหน่อยแต่ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ ผมเหรอครับ?” เขียวงงเมื่ออินทรีย์ถามถึงตัวเขาเองผมไม่ได้เป็นอะไรครับ สบายดี

หึๆเขียวมองหน้าทิเบต ทำไมเขารู้สึกทะแม่งๆ กับเสียงหัวเราะของอีกฝ่าย

ครับ เดี๋ยวผมบอกให้ครับเขียวตอบรับก่อนกดวางสาย เขาซุกโทรศัพท์ลงกระเป๋าก่อนถ่ายทอดข้อความที่อินทรีย์ฝากมาเดี๋ยวพี่อินมาครับ

บอกแค่นั้นเหรอ

บอกให้ผมอยู่รอเป็นเพื่อนพี่จนกว่าพี่อินจะมา

หึๆ อินมันคงเป็นห่วงแผลฉันมาก

ครับเขียวเกาศีรษะ แผลแค่นี้เขาไม่คิดว่าทิเบตจะต้องให้คนนั่งเป็นเพื่อน แต่เอาเถอะ อย่างไรความผิดก็มาจากพวกเขา ส่งต่อให้ถึงมือคนดูแลคนต่อไปก็แล้วกัน

มาแล้วจุนวิ่งกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำอัดลมสีเข้มด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ

แป๊บนะจุนยกแก้วน้ำขึ้นดูดอย่างรวดเร็วเพราะต้องการหยิบน้ำแข็งภายในแก้ว

ทำไมไม่สั่งน้ำแข็งเปล่าทิเบตมองคนที่พยายามดูดน้ำอัดลมอย่างเอาเป็นเอาตายที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ผมเกรงใจแม่ค้ามันแก้วไม่กี่บาท

ก็สั่งมาพร้อมน้ำเปล่าสิ

ฉิบ แหะๆ ผมตกใจไปหน่อยลืมคิดจุนยกมือลูบท้ายทอยแก้เก้อ เรื่องแค่นี้ทำไมเขาคิดไม่ถึงวะวิ่งไปถึงก็สั่งเลย สั่งแล้วก็วิ่งกลับมาเนี่ยเขาแก้ตัว ทุกคนควรเห็นแก่ความพยายามของเขา

ก็มึงไม่ชอบกินน้ำเปล่าไง สั่งแต่น้ำอัดลมจนเคย มึงถึงนึกไม่ออกเขียวบ่นอุบ เขาบอกเพื่อนแล้วว่ากินเยอะๆ มันจะกัดกระเพาะเคยฟังเขาที่ไหน

เอาน่าๆ กูได้มาแล้วจุนล้วงน้ำแข็งออกจากแก้ว เขาใช้มือข้างหนึ่งดันคางของทิเบตขึ้น ค่อยๆ ประคบน้ำแข็งลงไปบนริมฝีปาก

ทันหรือเปล่าก็ไม่รู้ กูก็วิ่งฉิบหายแล้วนะ

พูดกับฉันเหรอทิเบตแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดกับเพื่อน

ไม่ใช่ ผมพูดกับเขียว ผมจะพูดกูพูดวะกับพี่ทำไม แล้วนี่รู้สึกว่ามันบวมหรือเปล่าจุนย้อนถามทิเบต เขาไม่รู้ว่าประคบตอนนี้ทันหรือเปล่า

ฉันมองไม่เห็น นายต้องเป็นคนดูให้

อืมจุนยกน้ำแข็งออก ก้มหน้าลงไปพิจารณาริมฝีปากของทิเบตใกล้ๆ เมื่อยังไม่แน่ใจเขาจึงใช้นิ้วไล้ลงไปเบาๆ

เจ็บไหมจุนถามเมื่อรู้สึกว่าริมฝีปากใต้นิ้วเขาบวมขึ้นมานิดๆ

ไม่

มันจะไม่เจ็บได้ยังไงจุนขมวดคิ้ว ไม่ชอบใจคำตอบของทิเบต

แล้วนายจะมาเถียงฉันทำไม

ก็ผมเคยแตกแล้วมันเจ็บนี่

ถ้ารู้ว่าเจ็บก็รับผิดชอบด้วย

แล้วที่ทำอยู่นี่มันเรียกอะไรวะจุนเบะปาก คนอะไรไม่อยู่กับร่องกับรอย บอกไม่เจ็บแต่จะให้รับผิดชอบ

พูดวะกับใคร

พูดวะกับเขียว ว่าไงเขียวที่ทำอยู่นี่เรียกอะไรวะจุนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่รับเสียอย่างจะทำไม

กูเรียกว่ามึงเถียงพี่เขา

ไอ้เขียวหวาน!”

ตกลงชื่อเขียวหวานจริงๆเสียงทุ้มปนเสียงหัวเราะดังมาจากด้านหลัง ถึงเขียวไม่หันไปดูเขาก็รู้ว่าเป็นเสียงของใคร

เป็นไงวะ เกิดอะไรขึ้น  อินทรีย์ลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับทิเบต เขามองสำรวจเพื่อนเพื่อดูให้แน่ใจว่าสบายดี

ปากแตก โดนเด็กแถวนี้กระแทก แต่เกิดอะไรขึ้นยังไม่ได้ถาม รอนายมา

ว่าไงตัวเล็ก เกิดอะไรขึ้นเขียวหันซ้ายหันขวาแล้วยืนเงียบเม้มปากสนิท เขาไม่ได้ชื่อตัวเล็กเรื่องอะไรจะตอบเขียวหวานเสียงทุ้มที่ลงน้ำหนักราวกับเอ็นดูเขาหนักหนาทำเอาเขียวหวานอดหน้าแดงไม่ได้ ผู้ชายเหมือนกันทำไมต้องมาใช้เสียงโทนนี้วะ

ผมชื่อเขียวเขียวจะพูดว่าเขาไม่ได้ชื่อเขียวหวานมันก็ไม่ถูกต้อง เพราะแม่เขาตั้งชื่อให้ว่าเขียวหวานจริงๆ

มึงเล่าๆ ไปเหอะ อย่ามัวแต่เถียงเรื่องชื่อ กูหลุดปากไปแล้วเอาคืนไม่ทันว่ะ ขอโทษทีเขียวส่งค้อนให้เพื่อน จุนก็พูดได้สิไม่ได้ชื่อพิลึกเหมือนเขาเสียหน่อย

ไม่มีอะไรมาก กลุ่มพวกพี่กายมันแซวผม…” เขียวเริ่มจากตรงนั้นและเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็ถูกเล่าประโยคต่อประโยคตั้งแต่ต้นจนจบ

โทษเด็กมันไม่ได้ที่สวนกลับแรง ทำตัวโคตรไม่น่านับถืออินทรีย์ลงความเห็นเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด

ใช่ไหม สมควรแล้วจุนได้ทีเมื่อมีคนเข้าข้าง

อย่าประมาททิเบตหันไปมองหน้าเอาเรื่องของเจ้าตัวจุ้นพี่กายเป็นพวกอารมณ์ร้อนจะทำอะไรต้องรู้จักระวัง

รู้แล้วจุนทำหน้ามุ่ยเหมือนไม่รับฟัง แต่กลับตามมาด้วยเสียงอ่อยๆ ราวกับเจ้าตัวกำลังรู้สึกผิดขอโทษอีกทีแล้วกันที่ทำให้ต้องเจ็บตัว แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยเอาไว้ ไม่ลืมหรอก

หือ?”

บอกว่าไม่ลืมหรอก จะจำเอาไว้จุนเคาะนิ้วลงบนหัวของตัวเองให้รู้ว่าเขาจะจำความช่วยเหลือนี้เอาไว้แต่ไม่ชอบหน้าก็ยังไม่ชอบนะอย่าเข้าใจผิด

หึๆ เอาตามที่นายสบายใจเถอะ แต่บอกใช่ไหมว่าจะรับผิดชอบ

ใช่จุนยืดอก ถึงเขาตัวเล็กกว่ามากแต่ก็แมนพอ

เอาเบอร์มา

เบอร์? จะเอาไปทำไมจุนมองทิเบตด้วยสายตาหวาดระแวง จะเอาเบอร์เขาไปทำอะไรวะ ยิ่งไม่ชอบหน้ากันอยู่

เกิดพรุ่งนี้ฉันกินข้าวไม่ได้ นายต้องไปซื้อโจ๊กมาให้ทิเบตพูดไปอย่างนั้นเอง แต่ต้องกลั้นหัวเราะเมื่ออีกฝ่ายทำท่าคิดตามเป็นจริงเป็นจัง

เออจริง ตายห่าลืมคิดไปเลย มาๆ พี่เอาโทรศัพท์มา เดี๋ยวผมพิมพ์ให้ มีอะไรก็โทรมา ถ้ามันบวมมากพูดไม่ได้ก็พิมพ์มาบอก ผมส่งข้าวส่งน้ำเอง อ๊ะ!” ความคิดบางอย่างสว่างวาบขึ้นมาในหัวของจุน เขาพยายามฝืนไม่ให้ตัวเองเผลอทำหน้าเจ้าเล่ห์ออกมาเอางี้ มันเป็นความผิดผมล้วนๆ จนกว่าปากพี่จะหายดีผมจะตามดูแลพี่เอง

ใจดีขนาดนั้น

โหแหงสิพี่ บอกแล้วผมแยกแยะถูกผิดได้ เดี๋ยวรับผิดชอบเองจุนหันไปสบตาเขียว ดวงตาเขาเต้นระยิบระยับ โอกาสเข้ามาหาโดยไม่รู้ตัว หึๆ ไม่เข้าถ้ำเสือจะได้ลูกเสือหรือ ตีเนียนเข้าไปเป็นกลุ่มเดียวกัน นอกจากรอดจากการล้างแค้นของไอ้พี่กายแล้ว ยังได้โอกาสใกล้ชิดสาวในดวงใจ งานนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

จะดีเหรอมึงเขียวพูดลอดไรฟัน หวังให้เพื่อนรักที่ยืนใกล้ๆ ได้ยินแค่คนเดียว

ดีสิ เชื่อกูสองเพื่อนซี้กระซิบกระซาบกันเบาๆ เพราะมัวแต่สนใจส่งซิกให้กันจึงไม่เห็นประกายที่สว่างวาบขึ้นในดวงตาของทิเบต

เอ้านี่เบอร์ผมจุนพิมพ์เบอร์ลงในโทรศัพท์ที่ทิเบตยื่นให้ด้วยความเต็มใจเลือดหยุดแล้ว พวกผมขึ้นไปเรียนก่อนมีอะไรก็โทรมา

อืม

ไปเขียว

สวัสดีครับเขียวก้มหัวให้กับทิเบตและอินทรีย์ ก่อนเดินเร็วๆ ตามหลังเพื่อน เสียงสองหนุ่มคุยกันเบาๆ ค่อยๆ ดังห่างออกไป

มึงคิดจะทำอะไรอินทรีย์มองหน้าเพื่อนยิ้มๆ เขามองเห็นความสนุกในแววตาของทิเบต

เด็กนั่นอยากจีบมิ้น

มึงเลยอยากจีบเด็กมันแทน

ไม่ล่ะ กูยังไม่อยากลองของใหม่

แล้วมึงไปแกล้งเด็กมันทำไมวะ

กูไม่ได้แกล้ง กูแค่เล่นด้วย ว่าแต่มึงเถอะเอาจริงหรือแค่นึกสนุก เด็กนั่นน่ารักเหมือนผู้หญิง แต่ยังไงก็ไม่ใช่ผู้หญิง

แต่มึงก็คิดเหมือนกูว่าเด็กมันน่ารักใช่ไหมล่ะ ในเมื่อมึงยังไม่เคย กูก็ยังไม่เคย ใครจะรู้กูอาจชอบก็ได้

ระวังมึงจะหลวมตัว

ถ้ามันดีก็ไม่แน่ ไปเถอะอิฐกับสิงห์รออยู่อินทรีย์ลุกขึ้นยืน เขาไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือเพื่อนเพราะดูก็รู้ว่าทิเบตสบายดี

เออ เบต

หือ?”

ขอบใจสำหรับเบอร์ว่ะ

หึๆ ไม่เป็นไร กูรู้ว่ามึงอยากได้

ภารกิจที่ 7 : พักรบ

ครบหรือยังเขียวมองของที่จุนหิ้วอยู่ในมือ พวกเขาแอบหลบออกจากห้องเรียนก่อนเวลาเลิกสามสิบนาที เพื่อบึ่งมาซื้อของที่จุนต้องการ

แค่นี้ก็พอมั้ง เงินจะแดกยังแทบไม่พอสิ้นเดือน เฮ้องานนี้กูตายแน่

เอาน่ามึงเป็นคนดีเขียวพยายามปลอบใจเพื่อน จุนยกของในมือขึ้นดู อดถอนใจไม่ได้เมื่อคิดถึงเงินในกระเป๋า แต่ต้องยอมตัดใจ ความรับผิดชอบสำคัญกว่า

ว่าแต่นี่ไม่เกี่ยวกับแผนเข้าถ้ำเสืออะไรของมึงใช่ไหมเขียวคิดว่าไม่ใช่ แต่ขอถามย้ำเพื่อนเพื่อความมั่นใจ

ไม่เกี่ยวเว้ย กูเป็นคนดี ผิดแล้วรู้จักรับผิดชอบ มึงไม่รู้จักเพื่อนมึงหรือไงวะ

รู้จัก แต่ช่วงนี้เหมือนสมองมึงเพี้ยนๆ กูเลยต้องถามให้แน่ใจ

กูก็อยากเพี้ยน แต่เห็นปากไอ้พี่เบตมันบวมแล้วกูเพี้ยนไม่ออก แม่งถ้าสาวทั้งมหาลัยรู้ว่าเป็นความผิดกูที่ทำให้ใบหน้าอันหลอเหลาของไอ้พี่เบตมีแผล กูคงโดนรุมปางตาย

รู้สึกผิดดิมึง

เออจุนยอมรับไปตามตรง ถึงเขาจะกวนตีนไปบ้างไม่ชอบหน้าทิเบตบ้างแต่เขาก็ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายต้องมาเจ็บตัว

มาแล้ว มาแล้วจุนร่อนลงนั่งฝั่งตรงข้ามทิเบต ตามด้วยเขียวที่เดินตามหลังเพื่อนมาติดๆ

ผัดกะเพรา! ใจกล้าไปหรือเปล่า เดี๋ยวก็แสบปากตาย เก็บเลยๆจุนผลักจานที่วางตรงหน้าทิเบตออก เลื่อนชามเปล่าที่เขาขอยืมมาจากร้านค้าไปวางแทนที่

ต้องนี่โจ๊กทรงเครื่องร้อนๆ เพิ่งซื้อใหม่ๆ คล่องคอไม่ปวดแผลจุนแกะถุงที่อุตส่าห์ลงทุนออกไปซื้อจากร้านนอกมหาลัยเทใส่ชามเจ้านี้รับประกันความอร่อย

โจ๊ก?” ทิเบตมองอาหารที่อยู่ตรงหน้าราวกับเห็นสิ่งแปลกประหลาด

หึๆ” ‘อิฐหนึ่งในกลุ่มซุปตาร์หัวเราะอยู่ในลำคอ เป็นที่รู้กันว่าทิเบตไม่กินโจ๊ก เพื่อนของเขาไม่ชอบกินข้าวเละๆ คนรอบตัวทิเบตรู้ทุกคน

ก็โจ๊กไงมึง เมื่อวานมึงบอกน้องมันไม่ใช่เหรอว่าจะให้ไปซื้อโจ๊กให้อินทรีย์เป็นอีกคนหนึ่งที่พยายามกลั้นขำอย่างเต็มที่ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นทิเบตพลาด เห็นทีว่าเพื่อนเขาจะประเมินเพื่อนเล่นต่ำเกินไป

ทานสิพี่ ผมอุตส่าห์โดดเรียนท้ายชั่วโมงออกไปซื้อมาให้กลัวมันไม่ร้อน

ทิเบตเขม่นตามองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า เจ้าตัวจุ้นมันตั้งใจกวนประสาทเขาหรือเปล่า เพราะเขาไม่ได้โทรสั่งให้ซื้อมา หรือเจ้าตัวดีรู้ว่าเขาพูดไปอย่างนั้นเองเลยตลบหลังเขา เป็นไปได้ว่าจะรู้เรื่องที่เขาไม่ชอบโจ๊กจึงตั้งใจซื้อมา

คิดจะทำอะไร

ทำอะไร?” จุนย่นคิ้ว ทิเบตหมายถึงอะไร หน้าตาอีกฝ่ายดูเอาเรื่อง เขาว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดนี่หว่า อาหรือว่าผมไม่ได้ใส่อะไรไม่ดีให้กิน ไม่มียาถ่ายไม่มีอะไรทั้งนั้น ถึงผมจะไม่ชอบหน้าพี่แต่ผมแยกแยะเป็น เมื่อวานก็บอกแล้วว่าจะดูแล

แต่นายตั้งใจซื้อโจ๊กมา

แน่นอนสิ ผมโคตรตั้งใจเลยจุนพยักหน้าด้วยความภูมิใจในการเป็นคนดีของตัวเอง

นายไม่รู้จริงๆ ใช่ไหม

รู้อะไร? พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยสิพี่ หรือผมชนพี่แรงไปทำสมองฟั่นเฟือนวะ

ไอ้เด็กนี่

อ๊ะ! ลืมๆ ผมมีนี่มาด้วยจุนรับแก้วน้ำมาจากเขียวก่อนเลื่อนไปวางข้างๆ ชามโจ๊ก

ชาเขียวเย็นหวานน้อย ชอบใช่ไหมล่ะ วันนั้นผมเห็นพี่สั่งทิเบตจ้องตาซื่อๆ ที่มองมาด้วยความคาดหวัง เจ้าตัวจุ้นมันจำได้ด้วยว่าเขาสั่งชาเขียว

ทานเลยๆ ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวผมทานผัดกะเพราะแทนให้เองจุนคว้าจานผัดกะเพราะมาไว้ในครอบครอง เอาวะ ประหยัดไปได้อีกหน่อย ท่าทางไอ้พี่เบตยังไม่ได้แตะถือว่าแลกกัน

ทิเบตมองเจ้าตัวจุ้นที่เอาผัดกะเพราะของเขาไปทานหน้าตาเฉย เหลือโจ๊กที่เขาเกลียดไว้ให้โดยไม่ถามความคิดเห็นเขาสักคำ โดดเรียนไปซื้อมาให้อย่างนั้นเหรอ ไม่ชอบเขาแต่ก็ยังทำตามคำพูด บอกว่าจะดูแลก็ทำจริง จะว่าไปเจ้าเด็กนี่มันก็เป็นคนดีอย่างที่เพื่อนโฆษณาไว้

ขอบใจทิเบตถอนใจเบาๆ เขาตัดสินใจหยิบช้อนตักโจ๊กเละๆ เข้าปาก อย่างน้อยรสชาติมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ก็เหมือนกับเจ้าของมันนั่นแหละ

เฮ้ย!”

ทำไมพวกพี่ทำหน้าอย่างนั้นจุนอดสงสัยไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงสิงห์อุทาน แถมกลุ่มซุปตาร์มีอาการแปลกๆ บางคนกลั้นยิ้ม บางคนทำหน้าแปลกใจ บางคนถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

ไม่มีอะไรคนหน้านิ่งไม่มีอาการดันเป็นคนตอบคำถามเขา แถมเจ้าตัวยังส่งสายตาดุๆ ให้เพื่อน มันต้องมีอะไรแน่ๆ

ฮ่าๆ ไม่มีอะไรน้อง กินเถอะอย่าไปสนใจ ว่าแต่…” อินทรีย์หันไปมองหน้าหวานๆ ที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่ข้างจุนเขียวหวานไม่ซื้ออะไรมาฝากพี่บ้างเหรอ

ทำไมผมต้องซื้อ พี่ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย

เป็นสิ

เขียวไม่คิดตอบโต้ เขาจะไม่ยอมตกหลุมที่อีกฝ่ายขุดล่อง่ายๆ ถึงเขาไม่ค่อยฉลาดแต่มาตรงๆ แบบนี้มันก็ต้องเฉลียวกันบ้างล่ะ

เป็นอะไรของมึงอิฐเกิดความหมั่นไส้เพื่อน จากการประเมินด้วยสายตาเขาว่าเพื่อนของเขากำลังเจอสายแข็ง เด็กคนนี้เหมือนง่าย แต่เขาคิดว่าไม่ใช่

มึงไม่ต้องรู้ เรื่องของกูกับน้องเขา ใช่ไหมเขียวหวาน

ไม่ใช่พี่ ไม่เกี่ยวกันคำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ทำเอาเพื่อนของเขาหัวเราะด้วยความสะใจ

วันนี้ไม่เกี่ยว แต่เดี๋ยวก็เกี่ยวเขียวมองหน้ายิ้มแบบมีเล่ห์กลของคนพูด เขาถอนใจออกมาดังๆ จนอีกฝ่ายได้ยิน

พี่อินผมถามพี่จริงๆ เถอะ

ถามมาสิอินทรีย์หยุดทาน ประสานสายตากับเด็กหน้าหวานที่ทำท่าเหมือนเหลืออดเต็มที

พี่อ่อยผมเหรอ

พรวด!

ฮ่าๆ ขอโทษๆ เชิญคุยกันต่อเลยอย่าสนใจพี่อิฐรีบซับน้ำที่หยุดออกมาจากปาก เพื่อนก็เพื่อนเถอะ ตอนนี้เขาถือข้างเด็กหน้าหวานเต็มที่

มึงตอบน้องเขาสิอิน กูก็อยากรู้เหมือนกันสิงห์เข้าร่วมวงด้วยอีกคน เรื่องสนุกๆ แบบนี้มีหรือเขาจะพลาด

แล้วเขียวคิดว่ายังไง คิดว่าพี่อ่อยเราไหมอินทรีย์ย้อนถาม คำถามตรงเป็นไม้บรรทัดของเขียวกลับทำให้เขาสนใจเด็กหน้าหวานมากยิ่งขึ้น

ถ้าไม่คิดผมจะถามพี่เหรอ

จริงของน้องมัน มึงนี่ถามอะไรไม่คิดสิงห์สนุกจนเกือบลืมกินข้าว มวยถูกคู่จริงๆ

ผิด พี่ไม่ได้อ่อยอินทรีย์สบตากับเขียวหวานเห็นแววลังเลไหววูบในตาคู่นั้นพี่จีบเราต่างหาก

เหี้ย!” จุนผู้ไม่เคยเชื่อในสิ่งที่เขียวกังวลถึงกับเบิกตากว้าง อุทานที่ข้าวยังอยู่เต็มปากพี่จีบเพื่อนผมเหรอ” 

จะตกใจอะไรนักหนา กินข้าวดีๆ กระเด็นมาถึงนี่ทิเบตหยิบเม็ดข้าวออกจากต้นแขน โชคดีที่ไม่พุ่งเข้าใส่หน้าเขา

อุ๊บ!” จุนรีบยกมือขึ้นปิดปากรีบกลืนข้าวลงคอ โทษเขาได้ที่ไหน ต้องโทษเพื่อนตัวเองโน่น จู่ๆ ก็พูดเรื่องบ้าๆ ขึ้นมา

  จีบได้ไหมอินทรีย์ไม่สนใจจุน เขาชะโงกหน้าข้ามโต๊ะไปหาเขียวหวาน อีกฝ่ายรีบขยับหนีจนไหล่เกยกับเพื่อน

ผมไม่ชอบผู้ชาย

เหมือนกัน พี่ไม่ชอบผู้ชายแต่พี่ชอบเรา

ผมผู้ชาย!”

พี่ไม่สน

เขียวนึกอยากตีอกชกหัวตัวเอง เขาไม่เคยเจอใครดื้อเพ่งไม่สนใจอะไรเหมือนอินทรีย์มาก่อน

แต่ผมสนจุนกางปีกปกป้องเพื่อนเต็มที่เหมือนที่เคยทำมา ไม่ว่ากี่คนก็ต้องเจอด่านของจุนก่อนพี่อย่ามาทำเป็นหมาหยอกไก่เพื่อนผมเลย พี่มีผู้หญิงตั้งเยอะ ข้างหน้าดีอยู่แล้วไม่ต้องมาสนข้างหลังหรอก

เหี้ยจุนกลายเป็นเขียวเสียเองที่ฟาดแขนเพื่อน หน้าของเขาแดงเป็นมะเขือเทศสุก ยิ่งเห็นสายตาของอินทรีย์ที่มองไล่ไปทั่วตัวเขา เขียวยิ่งทำหน้าไม่ถูก

พอๆ มึง น้องมันสั่นเป็นลูกนกแล้ว เลิกแกล้งเถอะว่ะอิฐคิดว่าถึงเวลาที่เขาควรช่วยห้าม ถึงเขียวไม่ได้สั่นจริงอย่างที่เขาพูด แต่เห็นหน้าตื่นๆ ของอีกฝ่ายก็อดสงสารไม่ได้

ไปเหอะเขียวสะกิดจุนเบาๆ

แต่กูยังไม่อิ่ม

มึง!”

เออๆ รู้แล้วจุนยอมลุกขึ้นยืน ถึงอย่างไรเขาก็ต้องเลือกเพื่อนมากกว่าผัดกะเพราอยู่ดี

กินให้หมดด้วย คนอุตส่าห์ไปซื้อให้จุนยังไม่วายกำชับทิเบตเพราะเห็นอีกฝ่ายทานไปน้อยมาก เขาเสียดายของเสียดายเงิน

ยุ่ง

ต้องยุ่งสิ พี่อาจไม่เสียดายเงินแต่ผมเสียดาย แม่ผมอุตส่าห์หาส่งมาให้ พี่กินน้ำพักน้ำแรงแม่ผมอยู่รู้หรือเปล่าทิเบตอึ้งกับคำพูดของไอ้ตัวจุ้น เอากับมันสิเล่นเอาเขารู้สึกผิดขึ้นมา

ผมไปก่อนมีอะไรก็โทรมา เว้นพี่จุนชี้ไปทางอินทรีย์

ไม่ต้องโทรมาอินทรีย์ยกมือขึ้นสองข้าง เขาไม่ตอบเพียงแค่ยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก

ไปเขียว

อืม

เขียวหวานเสียงทุ้มที่เรียกตามหลัง ถึงรู้ว่าไม่ควรหันกลับไปมอง แต่เขียวก็อดหยุดเดินและหันไปไม่ได้อยู่ดี

แล้วเจอกันครับเขียวทำเป็นไม่สนใจใบหน้าหล่อเหลาที่ส่งยิ้มบาดใจมาให้ หล่อแล้วไงวะ ยิ้มละลายแล้วไงวะ เขาบอกแล้วว่าเขาไม่รู้สึกอะไร

มึงยิ้มอะไร

ฮะ! กูเปล่า

เขียวส่ายหน้า มองหน้าเพื่อนงงๆ ใครยิ้มเขาไม่ได้ยิ้ม

มึงยิ้ม

เหี้ยจุน มึงตาฝาด

เออช่างเหอะ เรื่องของมึง

เขียวมองตามหลังจุน เขายืนนิ่งชะงักอยู่ชั่วครู่ก่อนรีบเร่งฝีเท้าให้ทันเพื่อน

เดี๋ยวจุน กูยิ้มจริงๆ เหรอวะ

ใช่ มึงยิ้ม ไม่ใช่แค่ยิ้ม มึงเขินด้วย

ไอ้เหี้ยกูไม่ได้เขิน

จุนเหล่ตามองเพื่อนก่อนยักไหล่

เออ มึงไม่ได้เขิน มึงไม่ได้ยิ้ม มึงพอใจหรือยังกูหิว จ่ายเงินเลี้ยงกูด้วย เสียดายข้าวผัดกะเพราฉิบหาย

พูดมากน่า เดี๋ยวกูเลี้ยงเองเขียวกอดคอจุน พยายามสะบัดความรู้สึกแปลกๆ ออกไป คิดอะไรมากวะเขียว ถ้าไอ้พี่อินไม่ยิ้มหล่อขนาดนั้นจะเป็นกลุ่มซุปตาร์เหรอ ไม่ผิดหรอกที่ใจเต้น ใจเย็นไว้

มึงจะทานจนหมดจริงเหรอวะเบตสิงห์อดถามไม่ได้เมื่อเห็นว่าทิเบตยังทานโจ๊กไปเรื่อยๆ แม้ว่าเจ้าของมันจะไปไกลแล้ว

ก็ไม่ได้แย่ทิเบตยังคงตักโจ๊กเข้าปากอย่างไม่มีเหตุผล รสชาติถึงไม่ได้แย่แต่เขาก็ยังไม่ชอบอยู่ดี

หึ เด็กมันมีของว่ะ

ไม่เกี่ยว กูแค่ไม่อยากกินผัดกะเพราต่อจากไอ้เด็กจุ้น

ครับพี่ทิเบต เหตุผลพี่ฟังขึ้นมาก ได้ข่าวว่าในกระเป๋ามีหลายพัน ซื้อใหม่ไหม ง่ายกว่าฝืนกิน

กูบอกว่ามันพอทานได้ ไม่ได้ฝืน

หึๆ ตามใจมึงไอ้อิฐมึงคิดเหมือนกูไหมวะว่าเรื่องสนุกกำลังจะเกิดขึ้น กูจะรอดูว่าใครกันแน่ที่วิน สงสัยคราวนี้เพื่อนเราจะแพ้ราบคาบ

มึงไม่ต้องถามไอ้อิฐ มึงมาพนันกับกูทิเบตวางช้อนลงเมื่อเห็นเพื่อนไม่ยอมหยุดแซวอย่างไอ้เด็กนั่นกูจะปราบพยศให้มึงดู

หึๆ ได้ กูรับพนัน ถ้ามึงแพ้ให้เด็กกูยึดรถมึง ถ้ามึงปราบพยศได้ กูให้รถกู

ตกลงทิเบตไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องยากอะไร ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงรับพนัน อย่างไอ้เด็กจุ้นจะยากอะไรนักหนา ก็แค่เด็กเมื่อวานซืน

ภารกิจที่ 8 : ใช้หนี้

เขียวเขียวหันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าหวานของคนที่เขาแอบปลื้มกำลังส่งยิ้มมาให้ พร้อมกับมือไม้ที่โบกทักทาย

โชแปง สวัสดีครับเขียวยิ้มทักอีกฝ่าย ไม่น่าเชื่อว่าจะบังเอิญได้เจอกันข้างนอกมหาลัย

มาเดินเล่นเหรอ

มาซื้อของครับ ตังค์นี่โชแปง โชแปงนี่ตังค์เพื่อนผมเขียวแนะนำให้เพื่อนที่มาด้วยรู้จักกับผู้หญิงที่เขาแอบชอบ

สวัสดีค่ะ แปงไม่คุ้นหน้าตังค์เลย เรียนอยู่คนละคณะกับเขียวเหรอ

เปล่าครับ ตังค์เป็นเพื่อนตั้งแต่มัธยมเรียนอยู่คนละมหาลัยเขียวเป็นคนอธิบายเสียเองแล้วโชแปงมาคนเดียวเหรอ

อืม เบื่อๆ น่ะ เลยมาเดินเล่น

งั้นกูกลับก่อนดีกว่า ของก็ได้ครบแล้วตังค์รีบเอ่ยขอตัวเพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อน

เอางั้นเหรอเขียวรู้ความตั้งใจของเพื่อน แต่เขาลังเลด้วยความเกรงใจ

เออ กูจะรีบกลับไปทำงานด้วย ไว้โทรหากัน

ได้ เดี๋ยวกูโทรไปหา

เขียวรอจนเพื่อนเดินแยกตัวออกไป จึงหันกลับมาส่งยิ้มแก้เขินให้โชแปง เขาทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าควรชวนอีกฝ่ายอย่างไร

จุนไม่มาด้วยเหรอ ปกติเห็นตัวติดกัน

งานมันไม่เสร็จ เห็นบอกว่าขี้เกียจด้วยเขียวไม่กล้าบอกว่าเพราะทุนทรัพย์เหลือน้อยจุนจึงเลือกที่จะอยู่ห้องมากกว่า

ไปหาอะไรนั่งทานกันไหม เค้กกับกาแฟเป็นไง

ได้ครับเขียวโล่งอกเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนเอ่ยปากชวนเสียเอง เพิ่งรู้ว่าการจีบหญิงมันยากขนาดนี้

เห็นพี่มิ้นบอกว่าเขียวชอบเราเหรอ

ครับ?!” เขียวเกือบสำลักกาแฟที่ดื่มอยู่ เมื่อเจอหมัดฮุกเข้าท้องแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

จริงหรือเปล่า

ก็คืออืมจริง โชแปงน่ารัก ใครไม่ชอบบ้างเขียวหน้าแดง เขาต้องใช้พลังงานมหาศาลในการรับสารภาพออกมา

ขอบใจที่ชม เรานึกว่าเขียวชอบพี่อินเสียอีก นี่เข้าใจผิดมาตลอดเลยนะ ฮ่าๆโชแปงหัวเราะชอบใจ ความสดใสแบบนี้แหละที่ทำให้เขียวแอบชอบ

เข้าใจผิดใหญ่แล้ว ผมไม่ได้ชอบพี่อิน

งั้นเหรอ แต่ท่าทางพี่อินจะชอบเขียวนะ แปงดูออก

ทำไมโชแปงพูดเหมือนไม่รู้สึกอะไร ไม่ได้ชอบพี่อินหรือครับเขียวมองหน้าโชแปงด้วยความแปลกใจ เขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายไม่ทุกข์ร้อนใจกับเรื่องที่พูดสักนิด

ชอบสิ แปงชอบพี่อิน

ชอบ แต่มีแต่ใช่ไหมครับ

ฮ่าๆ แปงดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอเขียวโชแปงหมุนแก้วกาแฟในมือเล่น หลบสายตาของอีกฝ่าย

แล้วมีไหมครับ

มี แปงชอบพี่อิน แต่มันเหมือนการชอบดาราไปแล้ว เหมือนได้กรี๊ดได้ตามคนที่เราแอบปลื้มอะไรแบบนั้น พี่อินกับพี่เบตน่ะ ต่อให้เข้าใกล้แค่ไหนก็เหมือนเราเป็นคนนอกอยู่ดี มันบอกไม่ถูก

แล้วทำไมโชแปงถึงยังไปไหนมาไหนกับกลุ่มพี่อินครับเขียวถามเพราะท่าทางของโชแปงเหมือนคนตัดใจได้แล้วซึ่งขัดกับพฤติกรรมที่ทำอยู่ทุกวัน

มันก็ดีกว่าไม่มีอะไรทำ บอกแล้วว่ายังชอบอยู่เห็นอาการชะงักของอีกฝ่าย เขียวรับรู้ได้ทันทีว่าโชแปงมีบางอย่างอยู่ในใจ

แค่นั้นเหรอครับ

ใช่สิ! ไม่มีอะไรหรอก ใครไม่อยากอยู่ใกล้ดาราที่ตัวเองชอบบ้างล่ะ จริงไหมรอยยิ้มเศร้าๆ ของโชแปงทำให้เขียวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย อาการของโชแปงเหมือนคนตัดใจจากคนที่ชอบได้แล้วเมื่อพูดถึงอินทรีย์ แต่ทำไมตอนนี้ดวงตากลับดูเศร้าสร้อย

โชแปงชอบคนอื่นในกลุ่มหรือเปล่าครับ

เขียว!”

ใช่ไหมครับเห็นท่าทางตกใจของโชแปง เขียวฟันธงได้เลยว่าสิ่งที่เขาคิดเป็นเรื่องจริง

คุยกับผมได้นะถ้าไม่รู้จะคุยกับใครเขียวเดาเอาจากที่โชแปงมาเดินเล่นแก้เบื่อคนเดียว บางทีอาจเป็นเพราะไม่รู้ว่าจะพูดกับใคร

แหมแปงไม่ทำอะไรน่าเกลียดแบบนั้นหรอกน่า คุยเรื่องความรักกับคนที่ชอบเราน่าเกลียด แบบนั้นมันเห็นแก่ตัวเกินไป

ไม่หรอกครับคุยได้ สัญญาด้วยว่าจะไม่เล่าให้ใครฟังต่อนอกจากจุนเขียวต้องบอกโชแปง เพราะเขารู้ว่าเขาปิดจุนไม่ได้ ไม่ว่ามีเรื่องอะไรพวกเขาจะเล่าสู่กันฟังเสมอ เขาควรบอกโชแปงไว้ก่อนเผื่ออีกฝ่ายไม่อยากให้จุนรู้ จะได้ไม่ต้องเล่าให้เขาฟังแต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เห็นจุนมันปากหมาแบบนั้นมันเก็บความลับเป็น

ขอบใจมาก เขียวน่ารักกว่าที่คิดนะเนี่ย

อย่ายิ้มแบบนั้นโชแปง เห็นแล้วเป็นห่วงเขียวเอื้อมมือไปตบลงบนหลังมือของโชแปงเบาๆ เป็นการให้กำลังใจอีกฝ่ายแปงชอบใครครับ พี่เบตเหรอ

บ้า! ฮ่าๆ ก็บอกแล้วว่าสองคนนั้นเหมือนกัน ไม่ใช่หรอก

แปลว่าใช่

หือ?”

แปลว่าใช่ผมเดาถูก แปงชอบใครบางคนในกลุ่มนั้น

เขียว! ร้ายนะเรา หลอกแปงเหรอเขียวดีใจที่เห็นโชแปงหัวเราะได้ เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายทำหน้าเศร้า มันไม่เหมาะกับใบหน้าน่ารักของโชแปง

เฮ้อ บอกก็ได้ สัญญาแล้วนะว่าจะไม่บอกใครโชแปงกำชับเขียวอีกครั้ง แปลกที่เธอรู้สึกสบายใจพอที่จะเล่าให้เขียวฟัง หรือที่จริงอาจเป็นเพราะเธอเก็บมันมานานเกินไปจนอยากระบายออกมาแปงคือแปงชอบพี่อิฐ

พี่อิฐ?”

อืม ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความรู้สึกมันย้ายจากพี่อินไปเป็นพี่อิฐ คงเป็นเพราะพี่อินเข้าถึงยากอย่างที่ว่า แต่พี่อิฐอบอุ่นใจดี อยู่ด้วยแล้วสบายใจ รู้สึกมีคนห่วงใยใส่ใจเราเขียวเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะแม้แต่กับพวกเขาเองอิฐยังคอยเข้าข้างและช่วยตอบโต้เพื่อนๆ ให้หลายครั้ง เป็นคนที่มีบุคลิกอ่อนโยนและอบอุ่น

ถามได้ไหมว่าทำไมแปงถึงไม่แสดงออกให้พี่อิฐรู้ไปเลย ทำไมถึงยังไปไหนมาไหนกับพี่อิน

เฮ้อ~” โชแปงถอนใจยาว เธอเองก็อยากทำได้อย่างที่เขียวพูดเหมือนกัน

เพราะเราอายมั้ง เรากลัวเขาว่าเป็นผู้หญิงไม่ดีใจง่าย โลเล ชอบคนโน้นทีคนนี้ที แถมยังเป็นกลุ่มเดียวกันอีก เลยไม่กล้าบอก

ให้ผมเดา ที่โชแปงยังไปไหนมาไหนกับพี่อินเพราะอยากเจอพี่อิฐใช่ไหม

ตายแล้วเขียว! ไปเป็นหมอดูไป๊ อะไรจะแม่นขนาดนั้น

ไม่ได้แม่นหรอก แต่มันเดาได้ไม่ยากต่างหาก

ดีจังจู่ๆ โชแปงก็ถอนใจออกมาราวกับยกภูเขาออกจากอกได้คุยกับใครสักคนมันดีแบบนี้นี่เอง ขอบคุณนะเขียว

ไม่เป็นไรครับ

เป็นเพื่อนกันนะ

ครับ?” เขียวปรับโหมดไม่ทันเมื่อโชแปงเปลี่ยนเรื่องกลางทาง

เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ

ตัดโอกาสผมเลยนะเขียวแซวโชแปงยิ้มๆ ไม่ได้เสียใจเพราะเขารู้ตัวเองอยู่แล้วว่าคงเป็นไปไม่ได้

ใครบอก เรารู้ต่างหากว่าเขียวไม่ได้ชอบเราแบบนั้น ไม่งั้นจะมานั่งฟังเราคุยเรื่องนี้ได้ยังไง เห็นไหมเราก็ดูคนออกเหมือนกัน

ผิด ผมชอบโชแปงจริงๆ ชอบที่โชแปงสดใสน่ารัก แต่ผมทำใจไว้แล้วว่าคงไม่สมหวังเลยฟังได้สบาย

ตกลงนี่คือคนที่รู้ตัวว่าไม่สมหวังสองคนมานั่งปรับทุกข์กันใช่ไหม

ฮ่าๆ คงงั้นมั้งครับ

แล้วจุนล่ะ จะจีบพี่มิ้นจริงๆ หรือเปล่า รายนั้นไม่เลิกรักพี่เบตง่ายๆ นะ พี่มิ้นสู้ทุกทาง ขนาดเห็นพี่เบตควงคนอื่นยังทำเป็นไม่รู้สึกอะไร

ผมเตือนแล้วแต่จุนมันรั้น คงเพราะมีเรื่องฝังใจกับพี่เบตด้วย มันเลยอยากเอาชนะ

บอกจุนระวังไว้หน่อย เห็นแบบนั้นแต่พี่เบตน่ากลัวกว่าที่คิดเยอะ

ในแง่ไหนครับเขียวสนใจขึ้นมาทันที

อืมจะพูดยังไงดี เทียบกับพี่อินแล้วพี่เบตใจร้ายกว่าเลือดเย็นกว่า ไม่ใช่คนที่ควรจะเข้าไปมีเรื่องด้วย แปงฝากเตือนจุนด้วยก็แล้วกัน เห็นสายตาที่พี่เบตมองจุนแล้วบอกตรงๆ ว่ากลัวใจ

มองยังไง

ไม่รู้สิ มองเหมือนเห็นเหยื่อที่ต้องการ แต่จะว่าไป…” โชแปงเอียงคอมองหน้าเขียวอย่างพิจารณาพี่อินก็มองเขียวแบบนั้นเหมือนกัน

ไม่หรอกมั้งเขียวปฏิเสธแต่ในใจเขานึกหวั่น สายตาของอินทรีย์ที่มองมาใช่ว่าเขาไม่เคยเห็น แค่พยายามปลอบใจตัวเองว่ามันคงไม่มีอะไร

จริง เชื่อแปงเถอะ แปงไม่เคยเห็นใครที่สองคนนั้นสนใจรอดมาก่อน

เปลี่ยนเรื่องเถอะ ผมไม่อยากคุยเรื่องนี้ เล่าเรื่องพี่มิ้นให้ผมฟังหน่อยสิ

แหม~ จะเอาไปเป็นข้อมูลให้เพื่อนใช่ไหม ได้ๆ เดี๋ยวแปงช่วย ถือว่าตอบแทนที่เขียวช่วยรับฟังแปง เริ่มเลยนะ

อืมเขียวคิดว่าถ้าเป็นอย่างที่โชแปงพูดจริง ถ้าทิเบตเว้นระยะกับผู้หญิงทุกคน บางทีถ้าจุนรุกมิ้นหนักๆ แสดงความจริงใจออกมาให้เห็น อาจมีโอกาสชนะใจมิ้นก็เป็นได้ เหมือนที่โชแปงยังเปลี่ยนใจไปชอบอิฐ

  [หิว]

จุนอ่านข้อความในมือถือ เขารอให้อีกฝ่ายส่งประโยคเพิ่มเติมมาแต่ทุกอย่างกลับเงียบสนิท

อะไรของแม่งวะ พิมพ์มาแค่นี้จะรู้เรื่องไหมจุนโยนมือมือลงบนเตียงหยิบหนังสือเล่มที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาอ่านต่อ ไม่พิมพ์ก็เชิญหิวต่อไปเถอะ

อย่ากังวลเราทำแค่ปากแตกไม่ได้ทำมือหักขาเดี้ยงเสียหน่อย หิวก็ต้องมีปัญหาไปหากินเองสิวะ

ไอ้พี่เบตมันอยู่บ้านหรืออยู่หอวะ อยู่คนเดียวหรือเปล่า ปากแตกแค่นั้นทำไข้ขึ้นได้หรือเปล่าวะ

เอหรืออาการอื่นมันเพิ่งมาแสดงวันนี้ หัวเขายิ่งแข็งๆ อยู่ ไปกระแทกถูกอวัยวะสำคัญเข้าหรือเปล่า

โว้ย! หิวแล้วอะไรต่อก็บอกกันบ้างสิวะ มาแค่สั้นๆ จะพิมพ์มาทำไม

มากไหมจุนไม่เสียเวลาส่งข้อความให้ยุ่งยาก เมื่อสุดจะทนเขาจึงกดโทรศัพท์ต่อสายตรงไปยังตัวปัญหา

อะไรน้ำเสียงคนรับสายนิ่งจนจุนต้องลดโทรศัพท์ลงมาดู หรือข้อความเมื่อกี้ไอ้พี่เบตส่งให้ผิดคนวะ

หิวไม่ใช่เหรอ

อืม

อ้าว! ก็ถูกคนนี่หว่า

แล้วไอ้ที่หิวน่ะมากไหม

มาก

กินอะไรหรือยังเสียงถอนใจเบาๆ ก่อนถามด้วยประโยคห้วนๆ ทำเอาทิเบตอดยิ้มไม่ได้ ไอ้ตัวจุ้นมันแพ้ทางเขาเพราะเป็นคนดี

ยังเขาพยายามรักษาน้ำเสียงไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ว่าเขากำลังอารมณ์ดีแค่ไหน

แล้วทำไมไม่ซื้ออะไรมากิน เป็นง่อยหรือไงพี่

ไม่อยากเอาปากแตกๆ ไปให้ใครเห็น

เออ เขาก็ไม่ใช่คนหล่อมากเสียด้วย เลยไม่เข้าใจว่าพวกซุปตาร์ต้องรักษาภาพพจน์แค่ไหน อาจจะไม่อยากให้ใครเห็นตอนมีตำหนิหรือเปล่าวะ เอแต่เมื่อวานก็ไปเรียนปกตินี่หว่า ไม่เห็นอายใคร อ๊ะ! หรือปากมันเริ่มช้ำเป็นสีม่วงๆ ดำๆ วะ

ในบ้านไม่มีอะไรกินเลยเหรอ

อยู่คอนโดฯ ไม่ได้อยู่บ้านจุนเกาหัวแกรกๆ มันใช่คำตอบเหรอวะ เขาอยู่หอห้องแคบนิดเดียวยังสะสมทั้งมาม่าและปลากระป๋องไว้

สั่งให้เขามาส่งสิหึหๆ อย่านึกว่าคนอย่างจุนจะโง่นะ มันสั่งมาส่งได้เว้ยไอ้พี่เบต

ขี้เกียจ 

ขี้เกียจ! คำตอบแบบไม่แยแสอะไรของอีกฝ่ายทำเอาจุนโมโหจนนั่งไม่ติด อะไรของแม่งวะ งั้นก็อดตายไปเถอะ

เรื่องของพี่แล้วกันผมวางสายล่ะจุนกดตัดสายทิ้ง ไอ้พี่เบตมันจะกวนประสาทเขาไปถึงไหนวะ ก่อกวนวันหยุดคนอื่นบาปนะโว้ย เชิญหิวตายไปเถอะเขาไม่มีทางสนใจ

เข้ามาสิ

ไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมมายังไงจุนยืนถือถุงพะรุงพะรังอยู่หน้าประตูห้องทิเบต เขาหงุดหงิดตัวเองที่แพ้ให้กับความกังวลจนต้องถ่อมาหาถึงที่นี่

ถามทำไมทิเบตเบี่ยงตัวให้จุนเดินเข้ามาในห้องก่อนปิดประตูตามหลังรู้อยู่แล้วว่าต้องมา

อ้าว ไอ้พี่…!” จุนเกือบหลุดออกไปแล้วว่าอ้าว ไอ้พี่เบตหลอกผมมาเหรอ แต่คิดได้ว่าขืนพูดไปก็เท่ากับเขายอมรับว่าโง่โดนอีกฝ่ายหลอกได้น่ะสิ ถึงจะจริงก็ไม่ควรรับออกมาผมใช้เป็นโอกาสเพื่อโทรไปหาพี่มิ้นหรอก ถึงได้รู้ไงว่าอยู่นี่

ฉลาด

แหงอยู่แล้วทำไมเขาจะไม่รู้ว่าทิเบตล้อเลียนเขา ไม่ได้ชมจริงๆ ฝากไว้ก่อน เขาจำนะไม่ใช่ไม่จำ

ตกลงกินอะไรหรือยัง ไหนดูสิ ปากบวมไหมไวเท่าความคิดจุนเขย่งเท้าใช้มือจับคางทิเบตให้ก้มลงมา มองริมฝีปากอย่างพินิจพิจารณา อืมก็ยังช้ำอยู่จริงๆ แต่ก็ไม่เห็นจะน่าเกลียดตรงไหน

หึๆ

หัวเราะอะไรจุนถามเมื่อทิเบตยกยิ้มเจ้าเล่ห์และหัวเราะเสียงกวนประสาทออกมา

คิดถึงวันที่นายเดินชน วันนี้อยากให้ฉันจูบไหม

เฮ้ย!” จุนรีบปล่อยมือราวกับจับของร้อนอยู่ ไอ้ท่านี่มันคุ้นจริงๆ นั่นแหละ แต่วันนั้นเขาตั้งใจให้รูปเหมือนจูบกัน ไม่ได้อยากจูบจริงเว้ย

อยากปากแตกเพิ่มหรือไงจุนง้างหมัดขึ้นขู่อีกฝ่าย ต้องกำราบไว้ก่อน

ก็อาจจะคุ้มนะ ลองไหม

กวนตีน พูดจาแบบนี้แล้วมาหาว่าผมไม่เคารพรุ่นพี่

พูดเหมือนทุกวันนี้นายเคารพทิเบตยกมือขึ้นขยี้ผมไอ้ตัวจุ้น ไอ้ตัวจุ้นมันจุ้นสมฉายาที่เขาตั้งให้ เห็นได้จากที่มันห่วงเขาจนวิ่งโร่มาหาถึงนี่ น่ารักว่ะ

ซื้ออะไรมาให้กินทิเบตพยักพเยิดไปทางถุงพลาสติกที่อีกฝ่ายหอบหิ้วมา

ไม่ได้ซื้อ ไม่มีเงินแล้ว เพราะพี่แหละสูบผมเสียหมดตัว ตั้งแต่ดูโรงหนังแพงๆ กับไอ้อาหารญี่ปุ่นนั่น เดี๋ยวเหลือใช้ไม่ถึงสิ้นเดือนจุนบ่นอุบ เขาถือวิสาสะเดินไปวางของที่โต๊ะ เขาคาดเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นโต๊ะทานข้าวของเจ้าของห้อง

ถ้าอย่างนั้นเราเอาอะไรมาทิเบตเดินตามมาหยุดยืนข้างกัน พยายามมองของในถุง แต่เนื่องจากเป็นถุงสีทึบและผูกปากถุงมาอย่างดี เขาจึงไม่สามารถคาดเดาได้

เตานั่นใช้ได้ไหม

อืมทิเบตพยักหน้าเมื่อจุนชี้มือไปทางเตาไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว

อยากมาเจ็บตัวตอนผมจนเองช่วยไม่ได้ กินมาม่าปลากระป๋องไปก่อนแล้วกัน

มาม่า!”

จะทำเสียงตกใจทำไม ไม่รู้จักมาม่าเหรอไอ้ตัวจุ้นมีหน้าหันมาดุเขา ถามจริงเถอะ นี่เอามาม่ามาเยี่ยมเขาจริงๆ ใช่ไหมไอ้เด็กบ้า

อร่อยนาเชื่อสิ ฝีมือขั้นนี้แล้วทำกินทุกเดือนคำโฆษณาสรรพคุณของไอ้ตัวจุ้นไม่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย ทิเบตมีแอบเดาไว้เล่นๆ ว่าอย่างแย่สุดไอ้ตัวดีมันคงซื้อโจ๊กมาให้ แต่เจอมาม่าปลากระป๋องเข้าไปถือว่าเหนือความคาดหมายยิ่งกว่า

ไม่ต้องกลัวสารอาหารไม่ครบ มีผักมาด้วย แต่เหลือแค่ผักคะน้านะอย่างอื่นหมด รับรองเข้ากัน เคยกินก๋วยเตี๋ยวเรือไหม เขาใส่ผักคะน้า กินได้เชื่อสิไอ้ตัวจุ้นยังโฆษณาของที่เขาคาดเดาว่าเจ้าตัวคงกวาดทุกอย่างที่เหลือๆ มาจากห้อง

มีไข่ไหม ที่ห้องผมหมด

ในตู้เย็น

เดาแม่นจริงวุ้ย คิดอยู่ว่าน่าจะมี ดีนะที่ไม่แวะซื้อ ฟองละตั้งสี่ห้าบาทไอ้ตัวจุ้นเดินไปเปิดประตูตู้เย็นแล้วเงียบเสียงเจื้อยแจ้วราวกับนกแก้วนกขุนทองลงทันที

เป็นอะไรทิเบตถามเมื่อเห็นท่าเปิดประตูตู้เย็นค้างของอีกฝ่าย

ไอ้พี่เบต! แม่งตู้เย็นอย่างกับซุปเปอร์มาเก็ตแล้วบอกหิวไม่มีอะไรแดกสีหน้าเอาเรื่องของจุนทำเอาทิเบตหลุดหัวเราะขำออกมา ท่าทางมันคงโกรธเขาจริงๆ

ไม่ได้บอกว่าไม่มีของ บอกว่าหิวและขี้เกียจเขาทวนคำพูดตัวเองซ้ำ

ดี ขี้เกียจดีนักก็แดกมาม่าไปแล้วกันไอ้ตัวจุ้นปิดตู้เย็นดังปัง ท่าทางเขาจะได้กินมาม่าไม่ใส่ไข่เสียแล้วเพราะไม่เห็นเจ้าตัวหยิบออกมา

พูดจากับรุ่นพี่ให้มันดีๆ หน่อยทิเบตยังสนุกกับการคุยกับอีกฝ่าย เขายืนกอดอกพิงหลังกับเคาน์เตอร์ ดูจุนง่วนอยู่กับการต้มมาม่าพร้อมเครื่องเคียงที่ขนมาด้วย

ก็แล้วแต่ว่าพูดกับรุ่นพี่คนไหนเสียงสะบัดๆ แปลว่าไอ้ตัวจุ้นยังโมโหเขาไม่หาย

ต่อไปพูดกับฉันต้องเพราะ ไม่อย่างนั้น…” ทิเบตเว้นคำพูดไว้ให้อีกฝ่ายคิดเอาเอง

กลัวตายล่ะ หิวจนหาข้าวกินเองไม่ได้แค่นจะมาขู่หน้าเล็กๆ หันมาค้อนเขา เวลาไอ้ตัวจุ้นมันงอนหน้าตามันเอาเรื่องน่าดู

ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่ใครทำก็ต้องรับผิดชอบพูดเองไม่ใช่เหรอ

เหอะ แผลเท่ามดกัด ถ้ารู้ว่าแผลแค่นี้จ้างก็ไม่มา

แต่ก็มาแล้ว เอาน่า เลิกเกลียดขี้หน้าฉันสักวันจะเป็นไรไป ทำมาสองชามสิ นั่งทานด้วยกัน

มีมาแค่สองห่อ เดี๋ยวไม่อิ่มไอ้ตัวจุ้นเอ๊ย ถึงปากจะด่าเขาแต่ก็ยังเป็นห่วง

กินด้วยกันเสียงของทิเบตอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เขานึกเอ็นดูไอ้ตัวจุ้นขึ้นมาติดหมัด

กินไม่อิ่มเดี๋ยวก็บ่นหิวอีก

เอาน่า สัญญาว่าจะไม่ส่งข้อความไปบ่นว่าหิว

แต่จะส่งมาบอกว่าไปซื้อของให้หน่อยใช่ไหม ผมรู้ทันไม่ต้องมาหลอก

ฮ่าๆ ฉลาดจริงเสียด้วย

เสียงอะไรจุนหันไปมองหน้าทิเบตเมื่อได้ยินเสียงเหมือนสัญญาณอะไรบางอย่างดังขึ้น

เสียงกริ่งหน้าประตู นายทำไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปเปิดเองจุนมองตามหลังทิเบตไปแบบงงๆ อะไรวะ ไม่ใช่บ้านเขาเสียหน่อย ไอ้พี่เบตไปเปิดเองก็ต้องถูกแล้วสิ พูดจาแปลกๆ

มิ้นจุนชะงักเมื่อได้ยินเสียงทิเบต

เห็นจุนบอกว่าเบตยังไม่ได้ทานข้าวมิ้นเลยซื้อของมาให้ ของโปรดเบตทั้งนั้น

จุนมองมาม่าที่ต้มอยู่ในหม้อ คงไม่ต้องแล้วมั้ง ดูเหมือนของกินดีๆ จะมาถึงแล้ว เขาน่าจะเอะใจว่ามิ้นคงรีบมาเหมือนกัน

ขอบใจ

มิ้นเข้าไปได้ไหม

ขอโทษทีวันนี้ผมไม่สะดวกรับแขก มิ้นน่าจะโทรมาก่อนจะได้ไม่เสียเวลา ขอบคุณมากที่เป็นห่วง

อะอืม งั้นมิ้นกลับก่อนนะ ทานให้อร่อย เจอกันที่มหาลัย

ครับ

ไอ้บ้าพี่เบต! แม่งเลือดเย็นเกินไปหรือเปล่าวะ ไอ้คนไร้มารยาท จุนปิดเตารีบเดินไปคว้ากระเป๋าหวังจะตามมิ้นออกไป

จะไปไหนร่างสูงเดินมาดักตรงหน้าไม่ให้เขาเดินไปที่ประตู

ผมต้มเสร็จแล้วตักใส่ชามกินได้เลย  ทิเบตมองหน้าคนพูด เขาพยักหน้าแต่ไม่คิดจะขยับตัวให้

ไหนว่าจะกินเป็นเพื่อน

ไหนว่าไม่สะดวกรับแขก

นายไม่ใช่แขก

ฮะ!”

ตอนนี้นายเป็นลูกหนี้ฉัน ไปตักได้แล้วฉันหิว

อะไรวะ แค่นี้ก็ทำเองสิ

บอกแล้วใช่ไหมว่าให้พูดดีๆทิเบตล็อกคอจุนเข้ามาใกล้ เขาแกล้งโน้มหน้าลงไปจนปลายจมูกเกือบชนกัน

เดี๋ยว! เดี๋ยวสิวะ ไม่เล่นอย่างนี้โว้ยจุนโวยวายลั่น เขายกมือขึ้นดันหน้าของทิเบตออก

พูดอะไรเสียงเข้มๆ ทำเอาจุนไม่กล้าออกฤทธิ์

ไม่เล่นครับ

ฉันไม่ได้ขู่ ขืนพูดจาไม่น่าฟังอีกทีโดนดีแน่ ไม่เกี่ยงสถานที่จำไว้

เหอะทิเบตหรี่ตามองเด็กมีฤทธิ์ พอหลุดออกไปได้ฤทธิ์เริ่มมา

เขามีแต่ขู่จะเตะจะต่อย นี่แม่งขู่จะจูบ เกย์ชัดๆ

พูดใหม่สิ

มาม่าจะอืดแล้วจุนพุ่งปรู้ดไปหน้าเตาเอาตัวออกห่างไว้ก่อน นึกแล้วอยากตบปากตัวเอง น่าจะบ่นในใจไม่น่าหลุดปากออกมาให้เจ้าตัวได้ยิน

ได้แล้วจุนวางชามใบโตลงตรงหน้าทิเบต ก่อนนั่งลงฝั่งตรงข้าม เขาก็อยากทำเชิดไม่กินด้วย แต่ท้องเขาไม่เป็นใจ มันส่งสัญญาณให้รู้ว่าหิวแล้ว เพราะดันรีบมาจึงยังไม่ได้ทานอะไร

ทำไมไม่ให้พี่มิ้นเข้ามาจุนตักมาม่าใส่ชามแบ่งของตัวเอง ก่อนถามสิ่งที่เขาข้องใจมากที่สุด

สนใจทำไม

ถามดีๆ ก็ตอบเถอะน่า อยากรู้จริงๆ

ฉันไม่ชอบให้ผู้หญิงแวะมาหาโดยไม่บอกกล่าว ถ้ามาได้ครั้งหนึ่ง ต่อไปจะถือวิสาสะมาเรื่อยๆ ฉันรำคาญ

แรงไปไหม

หรืออยากฟังเหตุผลจริงๆ

เอ๋? จุนเอียงคอมองทิเบต แปลว่าอะไร แปลว่าเมื่อกี้ไม่ใช่เหตุผลจริงๆ เหรอ

แล้วเหตุผลจริงๆ มันคืออะไร

ฉันอยากอยู่กับนายสองคน

เคร้ง! ตะเกียบเงินอย่างดีตกกระทบโต๊ะเสียงดัง จุนถอยกรูดยกมือขึ้นกอดอกด้วยความหวาดระแวง ไอ้พี่เบตเป็นเกย์แน่ๆ เมื่อกี้ก็ทำท่าเหมือนจะจูบเขา หรือคิดจะทำอะไรไม่ดีไม่ร้ายเขาวะ

ฮ่าๆเสียงหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตายของทิเบตทำให้จุนรู้สึกเสียหน้า เขาลุกขึ้นยืนไม่กงไม่กินมันแล้ว เกลียดขี้หน้านัก

จะไปไหนทิเบตถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเพราะเขายังหยุดไม่ได้

กลับ มื้อนี้ถือว่าหายกันแล้วนะกับที่ทำให้เจ็บตัว

ตกลงทิเบตตอบรับโดยง่าย คนอย่างเขามีวิธีอีกร้อยแปด ไม่จำเป็นต้องอ้างแผลที่ปากอีกต่อไป

ดีจุนหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย เขาเดินลิ่วไปที่ประตู นับหนึ่งสองสามในใจไม่ให้สนใจเสียงหัวเราะที่ดังตามหลังมา

ขอให้ปลากระป๋องเสียด้วยเถอะ สาธุ

ทิเบตมองประตูที่ปิดลงดังโครมตามแรงอารมณ์ของคนที่เพิ่งเดินออกไป ไอ้ตัวจุ้นมันตลกชะมัด เขาอารมณ์ดีจนรู้สึกว่ามาม่าปลากระป๋องใส่ผักคะน้านี่ก็อร่อยดีเหมือนกัน หรือไอ้ตัวจุ้นมันจะมีของจริงๆ อย่างที่เพื่อนเขาพูด ดูเหมือนไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวกับเด็กนั่นจะทำให้เขายิ้มได้เสมอ ชักสนุกเสียแล้วสิ อย่างนี้ค่อยน่าเอาจริงเอาจังกับการพนันหน่อย เตรียมตัวแพ้ฉันเถอะเจ้าตัวจุ้น

ภารกิจที่ 9 : ช่วยเหลือ

ดีนะที่มึงไม่พนันกับกูเหมือนไอ้เบต ไม่งั้นรถมึงเป็นของกูแน่อินทรีย์มองสิงห์ที่กำลังทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างเขาในห้องเรียน

อะไรทำให้มึงมั่นใจขนาดนั้นวะว่ากูจะแพ้

กูเห็นเด็กมึงกับเด็กมึงนั่งอยู่ด้วยกันหน้าคณะ ท่าทางสนิทสนมกันดี

เด็กกู?”

มึงก็พูดชื่อมาสิวะ เด็กไอ้อินมีล้นมหาลัยมันจะเดาถูกไหมอิฐยื่นหน้าเข้ามามีส่วนรวม

แล้วตอนนี้มึงสนใจใครเป็นพิเศษ

โชแปงกับเขียวเหรอถ้าสิงห์พูดถึงเรื่องพนันก็น่าจะหมายถึงเขียว อินทรีย์รู้ว่าเขียวแอบชอบโชแปง ถ้าให้เขาเดาก็ต้องเป็นคู่นี้

ใช่ พอกูพูดว่าสนใจเป็นพิเศษทายถูกเลยนะมึง ท่าทางจะชอบของแปลกใหม่จริง

ก็เด็กมันน่ารัก หรือมึงคิดว่าเด็กกูไม่น่ารัก

เออ น่ารัก มึงก็อย่ามัวแต่ชะล่าใจ วันก่อนกูยังเห็นเด็กเขียวของมึงไม่กล้าสบตา ไม่กล้าชวนโชแปงคุยอยู่เลย วันนี้นั่งตัวติดกันคุยกันหนุงหนิง

มึงใส่ไข่มากี่ฟองอิฐถามเพื่อนรักอย่างรู้ทัน เรื่องสนิทกันเร็วคงจริง แต่นั่งแนบชิดเขาไม่คิดว่าเด็กอย่างเขียวจะทำ

เฮ้ย! นี่กูเล่าจริงทุกคำ

จุนอยู่ด้วยหรือเปล่าทิเบตไม่อยากรู้ว่าโชแปงกับเขียวสนิทกันไปถึงขั้นไหน แต่เขาอยากรู้ว่าตัวจุ้นมาด้วยหรือเปล่า

แหม~ ไอ้คุณเบต ห่วงแต่เด็กมึงเลยนะ

อยู่หรือไม่อยู่

กูไม่เห็น กูแค่เดินผ่าน อาจจะมาหรือไม่มาก็ได้

โชแปงน่าจะมารออินกินข้าวเหมือนเดิม อยู่ไม่อยู่ เรียนเสร็จเดี๋ยวมึงก็รู้อิฐคาดการณ์จากเวลาและพฤติกรรมของโชแปง

ว่าแต่มึงเอาไงกับโชแปงวะ ชอบไม่ชอบก็บอกน้องมันไป คนนี้กูสงสารปกติอิฐจะไม่ก้าวก่ายเพื่อนเรื่องผู้หญิง แต่เพราะโชแปงดูเป็นเด็กใสซื่อเขาจึงนึกสงสาร

กูเห็นเป็นน้อง

เป็นน้องมึงก็บอกเด็กมันไปจะได้ไม่เสียใจมาก

มึงดูเป็นห่วงโชแปงมากกว่าคนอื่นอินทรีย์หรี่ตามองเพื่อน ถือเป็นเรื่องผิดปกติที่อิฐออกตัวแทนโชแปง

เพราะกูก็เห็นเป็นน้องเหมือนกัน กูถึงเป็นห่วง

แน่ใจ?”

เออ แน่ใจ แล้วมึงล่ะยังไง กูว่าหลังๆ มิ้นชักเกาะติดมึงแจ ปกติมึงต้องชิ่งแล้วนี่หว่าอิฐเปลี่ยนเป้าหมายหันไปซักทิเบตแทน

อีกสักพักทิเบตไม่คิดจะอธิบาย แต่เขารู้ดีแก่ใจว่าทำไมถึงยังเก็บมิ้นเอาไว้ใกล้ตัว

ระวังอีกสักพักของมึงจะทำปัญหาให้

กูไม่เคยให้ความหวัง

มึงไม่ต้องให้ เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเขาหากันเองได้ นิดๆ หน่อยก็คิดว่าใช่แล้ว

รู้ดีนะมึงสิงห์สรรเสริญในความรู้ดีของเพื่อน

กูฉลาดกว่ามึง

อ้าว! ไอ้นี่

อาจารย์เข้าแล้วอินทรีย์ยุติบทสนทนาของกลุ่ม แต่ในหัวเขายังเกิดคำถาม เขียวหวานลงมือจีบโชแปงแล้วหรือ เขาไม่คิดมาก่อนว่ามันจะเกิดขึ้น หรือที่เขาทำลงไปมันไม่ได้ผล เด็กหน้าหวานมันไม่หวั่นไหวเลยเหรอวะ ฝีมือเขาตกขนาดนั้นเลยหรือ

เบตน้ำเสียงดีใจของมิ้นทำให้ทั้งกลุ่มที่นั่งอยู่ชะงักการสนทนา จุนแอบเบ้ปากนึกเซ็งที่เห็นมิ้นดีใจจนออกนอกหน้า

ไปกันเลยไหมคะโชแปงลุกขึ้นยืน เธอมารอนานแล้ว โชคดีที่ได้เขียวและจุนมานั่งคุยเป็นเพื่อน ก่อนที่มิ้นจะเข้ามาสมทบ

อยากทานอะไรเขียวสังเกตอาการของโชแปงเมื่ออิฐถาม ใบหน้าหวานสว่างด้วยความดีใจแม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็เป็นเรื่องน่ายินดีไปเสียหมด

อะไรก็ได้ค่ะ

วันก่อนเราบ่นอยากกินพวกปิ้งย่างไม่ใช่เหรอ ไปไหมอิฐจำได้ว่าเขาได้ยินโชแปงพูด

แล้วคนอื่นล่ะคะ จุน เขียว พี่มิ้น ไปได้ไหม

ได้ พี่มีเรียนอีกทีบ่ายสามมิ้นอยากไปเพราะการไปทานข้าวข้างนอกเหมือนเป็นการเปิดตัวอย่างหนึ่ง

โชแปงไปเถอะผมขอตัวเขียวรีบขอตัว เขาไม่มีนโยบายไปไหนมาไหนกับผู้ชายที่จู่ๆ ก็ลุกมาบอกว่าจะจีบเขา

ไปด้วยกันสิ ฉันเลี้ยงทิเบตพุ่งเป้าไปที่เรื่องเงิน ดูเหมือนว่ามันจะได้ผล เพราะไอ้ตัวจุ้นของเขาหูตั้งขึ้นมาทันที

ขอบคุณมากครับ แต่พวกผมติด…” เขียวกำลังพูดข้อแก้ตัวที่พอจะคิดได้ แต่โดนอินทรีย์ขัดขึ้นเสียก่อน

ตกลงตามนั้น มึงจ่าย

ได้ทิเบตตอบรับ พวกเขาทำเป็นไม่เห็นปฏิกิริยาของคนไม่อยากไปเสีย

เอาน่ามึงจุนตบบ่าเพื่อนเป็นการปลอบใจ พวกเขาเดินรั้งท้ายขบวน

ไหนมึงบอกว่าเกลียดพี่เบตแล้วมึงไปทำไมเขียวหมั่นไส้เพื่อน เมือเห็นจุนเดินตามกลุ่มของทิเบตไปแต่โดยดี

กูไม่ค่อยเกลียดแล้ว ดีขึ้นๆ

มึงเกลียดเขียวลงเสียงหนักแต่มึงรักปิ้งย่างของพี่เขา

ฮ่าๆ มึงก็รู้ว่ากูกำลังจนอดอยากมาหลายวัน กูอยากกินจุนรับสารภาพกับเพื่อนไปตามตรง อีกตั้งหลายวันกว่าจะสิ้นเดือน

มึงไม่กลัวเสียหน้าแล้วเหรอ

กูไม่ได้นัดสาวเดตจะกลัวเสียหน้าทำไม อีกอย่างชั่วโมงนี้กูยอมขายหน้าตากิน ปิ้งย่างเชียวนะมึง มึงเพิ่งบ่นว่าอยากกินไม่ใช่เหรอ

มึงนี่เขียวส่ายหัว เอาวะคนตั้งเยอะคงไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่เมื่อกี้เขาเห็นรอยยิ้มถูกใจของทิเบตถึงจะแค่แวบเดียวก็เถอะ เขาว่ามันดูไม่น่าไว้ใจสักนิด

เอาอะไรกันบ้างจุนมองเมนูในมือ เขาอยากสั่งกุ้งตัวโตๆ แต่ติดว่าไม่ใช่ร้านบุฟเฟต์และเขาไม่ได้เป็นคนจ่ายเงิน จึงได้แต่นั่งเงียบเข้าไว้

กุ้งสามที่เสียงทุ้มของทิเบตทำจุนแอบลอบยิ้ม ได้กินแล้วโว้ย

เบตจะทานหรือคะ เห็นทุกทีไม่เคยสั่งมิ้นลดเมนูในมือลง มองหน้าทิเบตด้วยความแปลกใจ

ผมไม่ชอบแกะคำตอบไม่ได้บ่งบอกว่าแล้วทำไมวันนี้ทิเบตถึงอยากสั่งขึ้นมา จุนยักไหล่ เรื่องนี้เขาไม่ยุ่ง เอาเป็นว่าได้กินของโปรดก็พอใจแล้ว

เขียวอยากทานอะไรโชแปงถามคนที่นั่งติดกันบ้าง

อะไรก็ได้ครับ

งั้นแปงสั่งให้นะ

ครับ

อินทรีย์มองทั้งคู่ด้วยสายตาค้นหา แค่ไม่กี่วันความสัมพันธ์ของคู่นี้พัฒนาไปเร็วมากอย่างที่สิงห์พูด เห็นทีเขาคงนิ่งนอนใจไม่ได้

สนิทกัน?” สิงห์ชี้นิ้วสลับไปมาระหว่างสองคน เขาเอ่ยปากถามขึ้นเพื่อตอกย้ำสิ่งที่บอกเพื่อนไป

ค่ะ เขียวน่ารัก

รอยยิ้มเขินของเขียวหวานทำเอาอินทรีย์หงุดหงิด หน้าที่มีรอยยิ้มจางๆ ติดอยู่จึงเรียบสนิทโดยไม่รู้ตัว

เขียวนี่ไม่รู้งานเลย ชมแล้วก็ต้องชมแปงกลับด้วยสิโชแปงทำหน้างอนหันไปค้อนวงโตให้กับเขียว

ตกลงที่ชมผมเพราะอยากได้คำชมใช่ไหม ฮ่าๆ ก็ได้ครับ โชแปงน่ารักมากครับ

หึๆสิงห์รู้สึกรื่นรมย์ขึ้นมาทันตา มันต้องอย่างนี้สิถึงจะสนุก หรือเขาควรชวนอินทรีย์พนันด้วยอีกคน โอกาสได้รถมีสูงมาก

กินเสร็จแล้วไปดูหนังไหม วันนี้ว่างอิฐถามแทรกขึ้นมา ช่วงบ่ายพวกเขาไม่มีเรียนจึงไปได้สบาย

มิ้นมีเรียนบ่ายสาม

คนอื่นล่ะคำถามของอิฐทำให้มิ้นหน้าเสีย ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งไม่เคยมีใครสนใจว่าเธอจะอยู่ด้วยหรือไม่อยู่

ไป

เอาสิ

ไปค่ะ

เขียวไปหรือเปล่าโชแปงหันไปถามเขียวหวาน ยามนี้เธอเหมือนได้เพื่อนที่พอพูดคุยกันได้ จึงอยากให้อีกฝ่ายไปด้วย

จุนว่าไงเขียวโยนไปให้เพื่อนเป็นคนตอบ เพราะถ้าถามเขาเขาไม่อยากไป ส่วนจุนตอบได้โดยไม่ต้องคิด พี่มิ้นไม่ไปแล้วเขาจะไปทำไม เงินก็ไม่ค่อยมีกลับไปนอนเล่นอยู่ห้องดีกว่า

ไม่ต้องถาม ไปอยู่แล้วหือ? ไอ้พี่เบตมันชื่อจุนตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ถึงตอบคำถามแทนเขาได้หน้าตาเฉย

ทำไมผมต้องไป

เพราะฉันจะเลี้ยงหนังคืน นายจะได้เลิกบ่นเสียที

อืมจุนทำหน้าคิดหนัก แปลว่าดูฟรี ที่จริงเขาก็ไม่มีอะไรทำ กลับห้องไปก็ร้อน แต่ถ้าตกลงจะดูเห็นแก่เงินไปไหม ที่เขาบ่นทิเบตเรื่องทำให้เขาเสียเงินเยอะ เขาก็บ่นไปอย่างนั้นเอง เขาทำตัวเองไม่ได้คิดโทษทิเบตจริงจัง

ไปเถอะ ไปเป็นเพื่อนแปง นะเขียวโชแปงหันไปอ้อนเขียวหวานเพราะน่าจะง่ายกว่าจุน

ก็ได้ครับเขียวยอมตกลงเพราะแพ้สายตาอ้อนของโชแปง

ไปนะจุนโชแปงหันไปอ้อนจุนเพิ่มอีกคน ไม่มีใครรู้ว่าเธอดีใจแค่ไหนที่มีเขียวกับจุนเข้ามาในกลุ่ม เพราะเธออึดอัดทุกครั้งที่มิ้นคอยช่วยให้เธอได้เข้าใกล้อินทรีย์ คอยบอกให้ทำโน่นทำนี่ที่เธอไม่อยากทำ เธอรู้ว่ามันเป็นความหวังดี แต่ เธอไม่ได้ชอบอินทรีย์อีกแล้ว

ตามใจเขียวครับ มันไปผมก็ไป

งั้นตกลงตามนี้ เอาไว้คราวหน้านะมิ้น ผมเบื่อๆ เลยชวนไม่ได้ตั้งใจนัด ถ้ายังไงเรียนเสร็จแล้วก็ตามมา

มิ้นเข้าใจ อิฐไปดูกันเถอะเดี๋ยวมิ้นตามไปทีหลังมิ้นยิ้มเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่ข้างในเธอไม่ได้สงบนิ่งเหมือนที่แสดงออก นึกน้อยใจทิเบตที่ไม่เอ่ยปากบอกเพื่อนว่าให้รอเธอก่อน

มึงขับไปก่อน กูต้องกลับไปส่งมิ้นที่มหาลัยทิเบตบอกเพื่อนเมื่อออกมายังลานจอดรถ

ได้ งั้นพวกกูไปก่อน ใครจะไปคันไหนสิงห์หันไปถามคนที่เหลือ พวกเขาเอารถมาสามคัน เป็นรถของทิเบต อินทรีย์ และอิฐ

มึง เขียว จุนไปรถกู โชแปงไปกับอินทรีย์อิฐออกความคิดเห็น เพราะอินทรีย์เพิ่งเปลี่ยนรถมาใหม่เป็นรถสปอร์ตสองที่นั่ง ส่วนทิเบตต้องขับย้อนกลับไปส่งมิ้นก่อน

ให้กูขับไปคนเดียวเหรอทิเบตพูดลอยๆ แต่สายตามองตรงไปยังจุนแบบเฉพาะเจาะจง

ทำไมครับคุณทิเบต จู่ๆ ก็เหงาขับคนเดียวไม่ได้ขึ้นมาเหรอสิงห์มีความสงสัยใคร่รู้

ใช่ทิเบตตอบรับหน้าตาย ทำไมเขาต้องปฏิเสธให้เสียเวลา ในเมื่อความต้องการเขาชัดเจนว่าอยากให้ตัวจุ้นมานั่งด้วย

ได้ครับพี่ เดี๋ยวผมไปนั่งด้วยเอง รับประกันว่าไม่มีเหงาสิงห์ยักคิ้ว ทำหน้าเหมือนไม่รู้ว่าทิเบตหมายถึงใคร

จุน นายไปกับฉันเมื่อคนที่ต้องการไม่ยอมเสนอตัว ทิเบตจึงหันไปเรียกตรงๆ

อ้าวมึง กูอุตส่าห์เสนอตัว เมินกูซะงั้นสิงห์ร้องโวยวายจนเกินจริง เขากำลังสนุกที่ได้แกล้งทิเบต

กูไม่ได้ห้ามมึงไป แต่กูบอกให้จุนไปด้วย

ให้ผมไปทำไม พี่สิงห์ไปน่ะดีแล้ว ผมจะไปกับเขียว

ไม่ไปเหรอ นึกว่านายอยากไปส่งมิ้น

อื้อหือ เจอมุกนี้เข้าไป ถ้าเขาปฏิเสธพี่มิ้นจะคิดยังไง กรรมของไอ้จุน

ในขณะที่จุนคิดหนัก มิ้นได้แต่ลอบมองทิเบตด้วยความน้อยใจ ที่เธอเข้าใจว่าทิเบตหึงเธอกับจุนมันเป็นการเข้าใจผิดสินะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ทิเบตก็ไม่เคยหันมามองเธอ

งั้นไปส่งพี่มิ้นกันก่อนแล้วกันมึงจุนตัดสินใจหันไปชวนเพื่อนสนิท พูดขนาดนี้ขืนเขาไม่ไปก็เสียคะแนนหมด

มึงไปเถอะ กูกูจะไปรถพี่อินอย่าว่าแต่จุนที่ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง แม้แต่อินทรีย์ยังเลิกคิ้วด้วยแปลกใจ

มึงจะไปกับพี่อิน?” โลกจะถล่มดินจะทลายหรือเปล่าจุนชักไม่มั่นใจ อย่างเขียวหวานน่ะหรืออยากไปกับไอ้พี่อินสองคน

กูพอดีกูมีเรื่องจะคุยพี่อินนิดหน่อย โชแปงผมขอสลับที่ได้ไหม โชแปงช่วยไปรถพี่อิฐแทนผมทีในที่สุดจุนก็เข้าใจ ไม่ใช่โลกจะถล่มหรอก แต่เพราะเพื่อนเขามันนิสัยดีเกินไปต่างหาก ดันไปช่วยคนที่ชอบให้สมหวัง ส่วนตัวเองเลือกจะแดกแห้ว

อะอืม ได้สิโชแปงส่งสายตาขอบคุณไปให้เขียว ถือเป็นครั้งแรกที่เธอจะได้นั่งรถไปกับอิฐแค่สองคน

ลงตัวแล้วก็แยกย้าย ถึงแล้วมึงโทรหาด้วย  อิฐสรุปเมื่อเห็นว่าไม่มีใครค้านเรื่องรถขึ้นมาอีก

ได้ทิเบตตอบรับ เขาสบตากับสิงห์ เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เพื่อนส่งมา ทิเบตก็รู้ได้ทันทีว่าสิงห์ไม่ยอมปล่อยเขาไปกับตัวจุ้นสองคนแน่ ดูเหมือนไม่ใช่เขาคนเดียวที่คิดจริงจังกับการพนันครั้งนี้ 

ทิเบตจุดยิ้มขึ้นที่มุมปาก ของที่ได้มายากยิ่งน่าสนใจ ยิ่งนับวันเจ้าตัวจุ้นก็ยิ่งน่าเป็นเจ้าของ เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะยากสักแค่ไหน

ภารกิจที่ 10 : เอาตัวรอด

เสียงผิวปากบวกกับรอยยิ้มของคนขับทำให้เขียวรู้สึกหงุดหงิด ยิ่งอีกฝ่ายไม่พูดเขาก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก ไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าเสียด้วยว่าจะคุยอะไร เขาโพล่งออกไปแบบนั้นเพราะเห็นรอยยิ้มเศร้าๆ ของโชแปง มันเป็นเสี้ยววินาทีที่เขารู้สึกเห็นใจและอยากช่วยเหลือ มาถึงตอนนี้ได้แต่สงสัยว่าตนเองตัดสินใจผิดหรือเปล่า

คิดออกหรือยังครับว่าอยากถามอะไรพี่

พี่! ความสนิทสนมนี้ได้ถามเขาสักคำไหม แล้วไอ้ประโยคที่พูดเหมือนรู้ทันแต่ดันไม่ถูกต้องนี่อีก เขาจะอธิบายได้อย่างไรว่าเขาไม่ได้หาข้ออ้างเพราะอยากมาด้วย แต่เขาทำเพราะอยากช่วยโชแปงต่างหาก คนอะไรวะ เข้าข้างตัวเองหน้าตาเฉย ไอ้จะบอกความจริงเขาก็ทำไม่ได้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความลับของคนอื่น

ผมอยากถามพี่เรื่องโชแปงในที่สุดเขียวก็คิดออก มันต้องเรื่องนี้สิเขาจะได้เก็บข้อมูลไปให้โชแปงด้วย

ถามมาสิ

พี่อินคิดยังไงกับโชแปง

หึงเหรอรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาทำเอาเขียวคันไม้คันมือนึกอยากฟาดเจ้าของรอยยิ้มสักป้าบ ชอบทำให้เขาหน้าแดงอยู่เรื่อย

ใครจะไปหึง ผมชอบโชแปง พี่อินก็รู้

พี่ถึงเคยบอกเราว่าโชแปงเป็นคู่แข่งของพี่ มาถามถึงศัตรูหัวใจแบบนี้ไม่ดีนะ ระวังพี่พาลขึ้นมาจะจับเราลงโทษเขียวขยับตัวเบียดกับเบาะโดยอัตโนมัติ ลงโทษอะไรวะ สายตาแบบนั้นโคตรไม่น่าไว้ใจอีกอย่างพี่บอกแล้วว่าพี่จะจีบเรา เข้าหูบ้างไหม

ผมไม่ได้หูตึงถึงจะไม่ได้ยิน แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้

หึๆเสียงหัวเราะของอินทรีย์ยิ่งทำให้เขียวหวาดระแวงเข้าไปใหญ่ ตอนนี้เขาเหมือนกระต่ายตื่นตูมพร้อมกระโจนหนีทุกเมื่อยั่วพี่เหรอ

ฮะ!” เขียวหวานอยากจะบ้าตาย ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดไปไกลถึงโน่นได้อย่างไร

รู้ใช่ไหมว่าของที่ได้มายากเรายิ่งอยากได้ ไม่เว้นแม้แต่คน พูดแบบนี้มันยั่วพี่ชัดๆเอากับอินทรีย์สิ เล่นเอาเขียวพูดไม่ออก คนอะไรเข้าข้างตัวเองได้ตลอดเวลา

ลองคบกับพี่ไหมเขียวเบิกตากว้าง เขาไม่เคยเจอใครรุกหนักขนาดนี้มาก่อน ปกติเขาเอาตัวรอดผ่านไปได้สบาย แต่ทำไมครั้งนี้กลับทำอะไรไม่ถูกเราเงียบพี่จะถือว่าตกลง

เฮ้ย! เดี๋ยวสิพี่ ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยเขียวเซไม่เป็นขบวน ถึงพยายามจะตั้งรับแต่ไม่สำเร็จ

พูดว่าตกลง

อะอะไรนะ

อยากให้พูดว่าตกลง เขียว…” สายตาที่หันมาประสานราวกับมีมนต์สะกดทำให้เขียวไม่อาจเบือนหน้าหนีได้

คบกับพี่นะครับหัวใจของเขียวเต้นรัว เขามองผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ เหมือนเห็นสิ่งประหลาดที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน

ไม่ไม่ต้องมาทำเสียงหวาน ผมไม่ใช่ผู้หญิง ผมไม่ตกหลุมพี่ง่ายๆ

ฮ่าๆ ก็ลองดู ไม่หวั่นไหวบ้างเหรอถามจริงเขียวส่ายหน้าแรงๆ ร้อยไม่หวั่นไหวพันไม่หวั่นไหว ไอ้บ้าเอ๊ย หัวใจอย่าเต้นแรงสิวะอายเขา

ใครมันจะหวั่นไหวเขียวแกล้งทำหน้าเหนื่อยหน่ายพร้อมกับถอนใจออกมาดังๆ และหวังให้อีกฝ่ายเชื่อ

ไม่หวั่นไหวก็ไม่เป็นไร เพราะพี่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่อินทรีย์พูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น เขาถูกใจเด็กคนนี้

เขียวหวานเขียวเหลือบตาไปมอง อะไรอีกเรียกเขาเสียจริงคนยิ่งทำหน้าไม่ถูก

ถึงเราเป็นผู้ชายพี่ก็จีบอยู่ดี

เขียวนิ่งไปนาน เขาสับสนจนลำดับความคิดหรือคำพูดไม่ถูก เหมือนสมองมันถูกน็อกไปแล้ว

พี่อินเขียวเรียกชื่ออินทรีย์ขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่ก่อตัว เขาเพิ่งตั้งสติได้หลังจากงงงันไปนาน

ครับ

ผมถามจริงๆ เถอะ พี่มาจีบผมทำไม ถ้าให้ผมทาย ผมว่าพี่แค่นึกสนุก

เปล่า พี่แค่ชอบรอยยิ้มอ่อนโยนแม้ไม่ทำให้เชื่อใจ แต่ก็ทำให้เขียวสั่นไหวมากพอ

“…”

ไม่มีอะไรจะถามพี่อีกหรือ

ไม่มี

ถ้าอย่างนั้นอยากถามอีกเมื่อไหร่ก็บอก พี่ชอบให้เราถามถ้ามันทำให้ได้อยู่ด้วยกัน

“…”  เขียวเม้มปากแน่น เขาจะไม่พูดอะไรที่ทำให้เสียเปรียบออกไป ไม่มีทางเป็นอันขาด

วินาทีนี้เขียวรู้แล้วว่าทำไมอินทรีย์ถึงเป็นหนึ่งในกลุ่มซุปตาร์ จะไม่เป็นได้อย่างไร เพราะแม้แต่ผู้ชายอย่างเขายังหวั่นไหวถึงเพียงนี้

อิฐขับรถตามหลังรถของอินทรีย์ เขาหันไปมองคนที่นั่งมาด้วย

ยิ้มอะไรครับอิฐพลอยยิ้มตามไปด้วยเมื่อเห็นสาวน้อยที่นั่งข้างๆ อยู่ไม่สุขชะโงกตัวไปมา เอามือลูบไปทั่วรถแถมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหยุด

รถพี่อิฐสวย

หืม? เราก็เห็นรถพี่ออกบ่อยไปอิฐแทบไม่เคยเปลี่ยนรถ เขาจึงแปลกใจที่โชแปงพูดเหมือนไม่เคยเห็น

แต่แปงไม่เคยขึ้นนี่คะ ไม่เคยนั่งรถพี่อิฐสักครั้ง

หึๆ แล้วมันแตกต่างจากรถเจ้าอินตรงไหนครับ” 

ตรงที่…” โชแปงหยุดพูดทำท่าคิด เอียงคอมองหน้าอิฐก่อนหัวเราะออกมาพี่อิฐเป็นคนขับไงคะ

พี่เป็นคนขับ? งั้นเราน่าจะไม่ชอบใจมากกว่ามั้งที่ไม่ได้ไปกับเจ้าอิน ทำไมถึงเอาแต่ยิ้มอิฐกังขาเพราะความจริงโชแปงควรเซ็งมากกว่าที่ต้องมากับเขาแทน

มันไม่ได้เกี่ยวกับยิ้มไม่ยิ้มเสียหน่อย พี่อิฐถามแปงว่าแตกต่างกันตรงไหน แปงก็ตอบถูกแล้วนี่คะว่าต่างกันที่ใครขับ ส่วนที่ยิ้มอยู่นี่เพราะแปงกำลังอารมณ์ดีต่างหากต่อให้ใจกล้าแค่ไหนโชแปงก็ไม่มีทางเผยความรู้สึกของเธอออกมา

อารมณ์ดีเพราะได้กินของอร่อยใช่ไหมอิฐเดาจากอาการของโชแปง

ใช่แล้ว แปงอยากกินมาตั้งหลายวันได้กินเสียที ขอบคุณพี่อิฐมากนะคะที่เลือกร้านที่แปงอยากกิน

อารมณ์ดีเป็นเด็กๆ ไปได้อิฐเอื้อมมือไปลูบหัวโชแปง เขาทำด้วยความเอ็นดู โชแปงเหมือนเด็กที่ได้ขนมแล้วดีใจจนลืมตัว

พี่อิฐ! ผมแปงยุ่งหมดแล้วโชแปงแกล้งทำเสียงงอน หัวใจของเธอเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน

ฮ่าๆ ไม่เห็นเป็นไร ยุ่งก็ยังน่ารักน้ำเสียงของอิฐอ่อนโยนเหมือนผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก ผู้ชายอบอุ่นคนนี้ทำให้เธอหลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ไม่เป็นไรจริงเหรอคะ งั้นแปงทำบ้างนะ รับรองว่าผมพี่อิฐยุ่งก็ยังหล่อเหมือนกันโชแปงแกล้งยกมือขึ้นยื่นเข้าไปใกล้กับศีรษะของอีกฝ่าย อิฐรีบคว้ามือบางเอาไว้ก่อนจะแตะลงบนผมของเขา

ซนมือใหญ่กุมมือเรียว แม้เพียงชั่วครู่แต่มันทำให้หัวใจของโชแปงทำงานอย่างหนัก เธอรีบสอดมือเข้าไปใต้กระเป๋าถือที่วางอยู่บนตัก เพื่อไม่ให้อิฐเห็นว่ามือของเธอสั่นแค่ไหน

ทำแปงได้ ทีตัวเองไม่ยอมให้ทำโชแปงแกล้งบ่นเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่มี

ฮ่าๆ พี่ใช้สิทธิ์ความเป็นพี่ครับอิฐหัวเราะชอบใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่าย เขาเหลือบตามองสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ โชแปงเหมาะกับคำว่าสาวน้อยมากกว่าผู้หญิง

โชแปง

คะ?”

กับอินเป็นยังไงบ้างโชแปงชะงัก แอบมองอีกฝ่ายเพราะไม่แน่ใจว่าทำไมอิฐถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

ก็เป็นอย่างที่เห็น พี่อิฐพูดเหมือนไม่ได้อยู่ด้วยอย่างนั้นแหละค่ะ แปงเคยไปไหนมาไหนกับพี่อินสองคนเสียเมื่อไหร่

อยากไปไหม พี่ช่วยหัวใจที่พองคับอกอยู่เมื่อครู่เหมือนมีใครใช้เข็มเล่มเล็กเจาะจนเป็นรูพรุน โชแปงส่งยิ้มให้กับอิฐที่หันมามอง เธอต้องไม่ร้องไห้

อย่าเลยค่ะ มันคงดีกว่าถ้าพี่อินอยากไปเอง

นิสัยดีแบบนี้พี่เอาใจช่วยให้อินมันเห็นความน่ารักของเราไวๆ นะ

แปงไม่ได้น่ารักเหมือนที่พี่อิฐคิดหรอก บางทีแปงอาจไม่น่ารักเอามากๆ เลยก็ได้

น่ารักสิโชแปงหันไปสบตากับอิฐที่มองมาพอดีอย่าเพิ่งหมดหวัง สักวันอินมันต้องเห็นเชื่อพี่มือของอิฐยื่นมาลูบหัวเธอแผ่วเบา มันอ่อนโยนจนเธออยากร้องไห้ออกมา

ค่ะโชแปงยังยิ้มและหวังว่ารอยยิ้มนั้นจะทำให้อิฐเชื่อว่าเธอปกติดี อย่าเพิ่งหมดหวังอย่างนั้นหรือ ที่จริงความหวังของเธอเพิ่งหมดไปเดี๋ยวนี้นี่เอง

ภายในรถคันสุดท้าย ทิเบตขับรถซีดานสีดำมุ่งหน้ากลับมหาลัย จุนนั่งเบาะหลังกับสิงห์ เขามองวิวนอกกระจกไปเรื่อยๆ เพราะบทสนทนาถูกผูกขาดโดยมิ้น และแน่นอนว่าไม่ใช่กับเขา

สัญญาณชาติทำให้จุนหันกลับมามองตรงไปข้างหน้า เขาสบตากับทิเบตทางกระจกมองหลัง จู่ๆ จุนก็รู้สึกเงอะงะขึ้นมาเมื่อสายตาของอีกฝ่ายสะกดเขาเอาไว้

มองอะไรวะ เดี๋ยวรถแม่งชนตายกันพอดีจุนสบถอยู่ในใจ ยอมรับว่าเขาสู้สายตาของทิเบตไม่ได้ มันเหมือนถูกดูดกลืนเข้าไป จู่ๆ หัวใจก็เต้นเร็วขึ้น

เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วมิ้นโทรไปหานะคะโชคดีที่มิ้นแตะแขนของทิเบตทำให้อีกฝ่ายละสายตาไปมอง จุนลอบถอนใจออกมาเบาๆ เผลอยกมือขึ้นแตะหน้าอกตัวเอง เป็นบ้าอะไรของกูวะ หรือว่ากลัวจนใจเต้น

ส่งข้อความมาดีกว่า เผื่อผมอยู่ในโรงหนัง ยังไม่รู้ว่าจะได้รอบกี่โมง

ก็ได้ค่ะ ถ้ามิ้นเลิกก่อนหนังจบจะไปเดินเล่นรอ

ครับน้ำเสียงไร้ความรู้สึกของทิเบตทำให้มิ้นกัดปากตัวเอง เธอยังหวังว่าทิเบตจะสนใจเธอมากกว่านี้ เพราะอย่างน้อยการที่พักนี้ทิเบตไม่มีใครนอกจากเธอก็น่าจะหมายความว่าเธอยังมีหวังไม่ใช่หรือ

จุนมิ้นเอี้ยวตัวไปมองจุนที่นั่งอยู่ด้านหลังเธอ

ครับพี่มิ้น

ถ้าพี่ไปถึงแล้วจุนจะออกมาเดินเล่นเป็นเพื่อนพี่ไหมเป็นอีกครั้งที่ความน้อยใจทำให้มิ้นดึงจุนเข้ามาเกี่ยวข้อง ทิเบตควรได้รู้บ้างว่ามีคนสนใจเธออยู่

เอาไว้หนังจบก่อนได้ไหมครับ ผมไม่ชอบดูหนังแล้วค้าง มันหงุดหงิดฉิบ! จุนรีบเม้มปาก จะพูดตรงกับใจไปไหนวะไอ้บ้าจุน มึงต้องเลือกสาวก่อนสิวะ ไม่ใช่เลือกหนัง

หึๆเสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่มุมปากของทิเบตทำให้คนสามคนมีปฏิกิริยาแตกต่างกันไป สิงห์เกือบหลุดหัวเราะออกมา ดีที่เขาหยุดไว้ได้ทัน เขาเสหันไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้ม สิงห์ไม่ได้ขำมิ้น แต่ขำไอ้ตัวจุ้นของทิเบต ท่าตกใจของมันตลกสุดๆ

หัวเราะอะไรเสียงขมขู่เป็นของใครไปไม่ได้นอกจากจุน เจ้าตัวดีทำหน้าตาเอาเรื่องจนทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของทิเบตกว้างมากขึ้น

ขอโทษทีมิ้น ผมไม่ได้หัวเราะคุณอ้าว! จุนขมวดคิ้วมุ่น เมื่อคนที่ควรตอบเขาหันไปพูดกับมิ้นแทน ถ้าไม่ได้หัวเราะพี่มิ้น ไอ้พี่เบตก็หัวเราะเขาน่ะสิ

ไม่เป็นไรค่ะ มิ้นเข้าใจ” 

พี่มิ้นคือผม…” จุนชักร้อนตัว พี่มิ้นเข้าใจนี่คือเข้าใจว่าอะไรวะ

ไม่เป็นไรหรอกจุน พี่เข้าใจ

อ่าครับจุนยิ้มแห้งๆ แก้ตัวตอนนี้คงไม่ทันแล้ว ถึงจะบอกว่าเปลี่ยนใจอย่างไรก็แก้สิ่งที่พูดไปแล้วไม่ได้ ไหนๆ ก็ไหนๆ เขาขอดูหนังให้จบแทนก็แล้วกัน

ขอบคุณนะคะเบต เดี๋ยวเจอกันทุกคน

ครับ ผมจะรอนะจุนเสนอหน้ายิ้มหวานตอบรับมิ้น ถือว่าทำคะแนนคืนซึ่งไม่มีรู้ว่าสำเร็จไหม เพราะมิ้นเปิดประตูลงรถไปอย่างรวดเร็วเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด

“…” ทำไมไม่ออกรถวะ จุนสงสัยเพราะในรถมีแค่ความเงียบจนเขาเริ่มอึดอัด

ย้ายมานั่งหน้า ฉันไม่ใช่คนขับรถเสียงพูดลอยๆ ของคนขับไม่ได้บ่งชี้ว่าหมายถึงใคร จุนจึงรีบเอนหลังพิงเบาะกอดอกหลับตารู้สึกง่วงขึ้นมาเฉยๆ หึๆ เจอมุกหลับไปตลอดทางบ้างเถอะ

เดี๋ยวกูย้ายไปนั่งเป็นเพื่อนเสียงกลั้วหัวเราะของสิงห์ดังขึ้น จุนถอนใจโล่งอก ถูกต้องที่สุด เพื่อนสนิทก็ต้องไปนั่งเป็นเพื่อนกันสิ

มึงไม่ต้อง จุนมานั่งข้างหน้า

หึๆ ดีนะที่เขาชิงหลับตาตั้งแต่เมื่อกี้ เนียนๆ ว่าหลับไปแล้ว คนมันอิ่มแล้วง่วงก็ต้องหลับไวเป็นธรรมดา

หลับไปแล้วน้ำเสียงของสิงห์มีรอยยิ้มหัว แม้จุนไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองยังรู้สึกได้

งั้นเหรอคำพูดเหมือนรับรู้ของทิเบตทำให้จุนแอบยิ้ม รอดแล้วโว้ย

มึงจะไปไหนจุนได้ยินเสียงคล้ายใครบางคนปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยตามด้วยเสียงถามของสิงห์

เดี๋ยวกูอุ้มเอง

พรึบ! จุนลืมตากว้าง เด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรง ยกมือปิดปากแสร้งหาวออกมาเสียงดัง

ฮ้าวอ้าวยังอยู่ที่มหาลัยกันเหรอพี่ เดี๋ยวไม่ทันพวกนั้นนะหึๆ จุนอยากปรบมือให้กับการแสดงของตนเอง ออสการ์ปีนี้ควรเป็นของเขา

มานั่งข้างหน้าทิเบตนึกขำไอ้ตัวจุ้น เห็นๆ กันอยู่ว่าตื่น นึกจริงๆ หรือว่าที่ทำอยู่นั่นเข้าท่า

ได้ๆไม่ต้องรอให้ทิเบตเรียกชื่อ จุนรีบเปิดประตูลงรถและย้ายไปนั่งด้านหน้าข้างคนขับอย่างว่าง่าย แน่สิ ขืนว่ายากเขาคงได้อายคนแถวนี้ เขาเชื่อหมดใจว่าไอ้พี่เบตมันทำตามที่พูดแน่ คนอะไรชอบเอาชนะ

พวกมึงนี่สมกันดีจริงๆสิงห์หัวเราะงอหายอยู่เบาะหลัง เขาชอบความมึนของจุน เด็กคนนี้เหมาะกับทิเบตดี

ไปได้จุนหันไปพยักหน้าให้ทิเบตเมื่อล็อกหัวเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย

รถแล่นออกจากมหาลัยมาได้สักระยะจุนก็เริ่มนั่งไม่เป็นสุข เขาอึดอัดเพราะในรถเงียบไม่มีเสียงพูดคุย ไม่เข้าใจว่าทำไมสองคนนั้นถึงไม่คุยกัน เป็นเพื่อนกันเสียเปล่า ถ้าเป็นเขากับเขียวหวานคงแย่งกันพูดจนฟังไม่ทัน

มีหนังที่อยากดูไหมจุนหันไปมองด้านหลัง เห็นสิงห์ง่วนอยู่กับโทรศัพท์ บวกกับสายตาของทิเบตที่หันมาสบตา จุนจึงเดาเอาว่าทิเบตถามเขา

มี

อยากดูเรื่องอะไร

เรื่องอะไรก็ได้ตามใจเถอะ ผมไม่ได้ออกเงินหึๆ มันต้องตอกย้ำกันอีกสักครั้ง เกิดหลอกเขาไปดูแล้วตีมึนให้จ่ายเองเขาก็ซวยสิ

เลือกมาเถอะ ฉันไม่เก็บเงินนายเพราะแค่เลือกหนังหรอกน่าเกลียดจริงๆ เขาเกลียดสีหน้ายิ้มๆ เหมือนคนรู้ทันของทิเบต และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือเขาคิดว่าทิเบตรู้จริง

ถ้าเกรงใจก็ถือเสียว่าเป็นค่ามาม่าปลากระป๋องที่นายเลี้ยงฉันจุนตาลุกวาว อย่างนี้ไอ้พี่เบตก็ไม่ถือว่ามีบุญคุณกับเขาสิ

งั้นค่ารถไปหาที่คอนโดฯ กับค่าทำอาหารหายกันกับค่าปิ้งย่างเมื่อกี้นะมันแลกกันได้สิ เวลาของเขาก็มีค่าเหมือนกัน เล่นเกมได้ตั้งหลายเกม

เดี๋ยว!” เสียงทักขัดจังหวะดังมาจากด้านหลัง ก่อนที่สิงห์จะยื่นหน้าแทรกเข้ามาตรงกลางระหว่างเบาะ

ใครไปหาใครที่คอนโดฯ แล้วมาม่าปลากระป๋องคืออะไร

ที่ผมทำปากพี่เบตแตกไง ผมเลยแวะไปดูเสียหน่อย เป็นคนดี นี่เป็นคนดีคนร้อนตัวรีบชิงตอบก่อน

แล้วมาม่าปลากระป๋องคืออะไรวะ

ก็เพื่อนพี่แหละส่งข้อความมาบอกว่าหิว ผมเลยเอามาม่ากับปลากระป๋องไปทำให้กิน

เหรออืม…” สิงห์พยักหน้าว่าเข้าใจเรื่องราวแล้ว ก่อนยกโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเลื่อนดู

สงสัยต้องส่งโทรศัพท์เข้าศูนย์

หือ? เสียเหรอพี่จุนงงนิดหน่อยที่อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง แต่คิดในแง่ดีว่าสิงห์คงหมดความสงสัยแล้ว

คิดว่าเสีย ข้อความเบตถึงส่งไม่เข้า กูขอโทษนะที่ปล่อยให้มึงหิวจนต้องส่งข้อความไปหาน้องมันจุนมองคนนั่งหลังสลับกับคนที่ขับรถอยู่ข้างๆ เห็นรอยยิ้มของสิงห์และเห็นแววตาของทิเบตแล้วจุนคิดว่าเขาควรรับมุกนี้ไม่ทันน่าจะเข้าท่ากว่า

เดี๋ยวแวะเลยพี่ที่ห้างมีศูนย์ หรือจะเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้วยกเครื่องนี้ให้ผมเอาไปซ่อมก็ได้นะ

ไอ้เด็กหัวหมอสิงห์ใช้นิ้วจิ้มหัวจุนเบาๆ ด้วยความเอ็นดู บอกแล้วว่าไอ้ตัวจุ้นของทิเบตมันทำมึนเก่ง

โอ๊ะ!” จุนอุทานด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ทิเบตโยนโทรศัพท์ของตนเองมาตกลงบนตักเขา

เอาไปใช้สิ

ฮะ!” จุนตาเบิกโต เอาอย่างนี้เลยหรือให้กันง่ายๆ อย่างนี้เลย

ขี้อิจฉานะมึง กลัวน้องมันใช้โทรศัพท์กูเหรอสิงห์แซวเพื่อน ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้อิจฉาเขา แต่วิธีแสดงความเป็นเจ้าของของทิเบตก็น่าหมั่นไส้ไม่น้อย

หรือมึงอยากให้จุนเห็นความลับในโทรศัพท์มึง

ใช้ของเบตมันเลยจุน เชื่อพี่ รุ่นใหม่กว่าแพงกว่าสิงห์กลับคำแทบไม่ทัน เมื่อโดนเพื่อนรักขู่

มีอะไรเหรอพี่ คลิปโป๊เหรอ เฮ้ย! ไม่ต้องอาย ผมก็ดู

อยากดูสิงห์มันโป๊เหรอ

หา!” จุนเบิกตากว้าง เขาคิดว่าเป็นหนังโป๊ แต่ไม่คิดว่าสิงห์จะลงทุนแสดงเอง

เฮ้ย! อย่าไปฟังไอ้เบต พี่ไม่เคยถ่ายคลิปไว้ มีแต่รูปที่ผู้หญิงเขาส่งมาให้

ฮ้า…!” คราวนี้จุนขึ้นเสียงสูงกว่าเดิมเป็นสองเท่า ตาเบิกโต รูปที่ผู้หญิงส่งมาให้ รูปโป๊เหรอวะ! โอ๊ย ไอ้พวกพี่มันทำบุญมาด้วยอะไรวะ โคตรน่าอิจฉา

อย่าหวังมือใหญ่ของทิเบตจับหัวจุนให้หันกลับมามองทางข้างหน้าเหมือนเดิม ปิดโอกาสที่เขาจะขอยลโฉมสาวงามเป็นบุญตา ไอ้พี่เบตมันรู้ได้อย่างไรวะว่าเขาจะขอดู

ว่าแต่พี่สิงห์ยังมี แล้วอย่างไอ้พี่เบตมันจะพลาดได้ยังไง จุนจ้องโทรศัพท์ที่อยู่บนตักด้วยความหวัง ในนี้ต้องมีของดีอยู่แน่ๆ

ฉันลบทิ้งหมดแล้ว

ลบทิ้ง!” จุนอุทานด้วยความเสียดาย โธ่ของดีๆ แบบนี้ลบทิ้งลงคอได้อย่างไร

จะดูทำไม ชีวิตจริงไม่เคยหรือไง

ก็ไม่เคยน่ะสิจุนโพล่งออกมาด้วยความโมโหปนเสียดายที่อดดูของดี

ฮะ!” สิงห์ถึงกับยื่นหน้าเข้ามาสอดรู้สอดเห็นอย่าบอกนะว่าเรายังไม่เคยสักครั้ง

โธ่! กูหนอกูจุนเผลอยกมือขึ้นตบปากตัวเองตามที่ใจคิด พูดอะไรออกมาวะ หมดกันรู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น

ผมมันพวกรักจริงหวังแต่งเป็นคำแก้ตัวที่ดูโง่มาก พิสูจน์ได้จากเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของไอ้พี่สิงห์

แน่ใจเหรอว่าเพราะสาเหตุนั้นสิงห์แหย่จุนเห็นหน้าก็รู้แล้วว่าไม่ใช่

แน่ใจ ผมไม่ส่ำส่อนเหมือนพวกพี่หรอก

อ้าวไอ้นี่ คุยกันดีๆ ด่าพี่ด่าเชื้อเฉย เขาไม่เรียกส่ำส่อนโว้ย เขาเรียกว่าให้ความสำคัญกับสาวๆ อย่างทั่วถึง

เหอะจุนเบ้ปากให้สิงห์เพื่อบอกว่าเขาไม่เชื่อคำแก้ตัวนั้นสักนิด จุนเหลือบตามองทิเบตนึกแปลกใจที่เห็นอีกฝ่ายเงียบไป ไม่พูดไม่แซวหรือทำหน้ารู้ทันเขา ใบหน้าคมนิ่งมองตรงไปยังถนนข้างหน้า

จุน

ว่า?” จุนเลิกคิ้วเป็นคำถามเมื่อคนที่เงียบไปนานเรียกชื่อเขาออกมา

อย่าบอกว่าฉันเป็นจูบแรกของนาย

!!!

มะไม่ใช่ ไม่มีทาง!” จุนอ้าปากค้างตาเบิกโตอยู่นาน กว่าที่เสียงจะหลุดออกมาจากปากได้ ไอ้พี่เบต ไอ้

หึๆ ขอบใจนะ

อ๊ากจุนตะโกนก้องอยู่ในใจแต่สิ่งที่ทำได้คือหันกลับไปมองนอกหน้าต่าง ตีมึนทำเหมือนไม่เข้าใจคำขอบคุณของทิเบต และไม่รับรู้เสียงหัวเราะแทบเป็นบ้าเป็นหลังของสิงห์

จุนยังคงทำหน้ามึนเหมือนไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้น ในมือเขากำโทรศัพท์ของทิเบตไว้แน่น หึ! ไม่คืนให้หรอกเว้ย ให้แล้วให้เลย ถือว่าแลกกับจูบแรกของเขา หายกัน!

ภารกิจที่ 11 : แผนที่เข้าท่ากว่าเดิม

เป็นไงบ้างวะจุนถามเขียวหวานที่เดินทางมาถึงก่อน เห็นหน้าเพื่อนแล้วจุนบอกได้คำเดียวว่าไม่ถามไม่ได้

แล้วมึงล่ะ

เฮ้ย! ฝั่งกูไม่มีอะไร กูจัดการได้เขียวมองจุนที่เล่นเบอร์ใหญ่พูดเสียงดังออกอาการ จนไม่ต้องสังเกตยังจับพิรุธได้

มึงจะโกหกกูทำไมฮะ?”

ก็เพราะเป็นมึงไง กูเลยต้องโกหกจุนหันไปฉีกยิ้มกว้างให้เพื่อนเมื่อถูกจับได้ ใครจะอยากเล่าว่าเขาตกม้าตายเพราะปากของตัวเองอีกแล้ว เขียวยิ่งเตือนนักเตือนหนาว่าให้ระวัง

เหตุผลสั่วมาก เล่ามาเขียวหวานจากที่กำลังวิตกกับเรื่องของอินทรีย์ถึงกับหลุดหัวเราะ ขำการพยายามทำหน้าอ้อนของเพื่อน

เออๆ เล่าก็ได้ กูแค่เผลอหลุดปากบอกไปว่ากูยังไม่เคย ไอ้พี่เบตมันเลยรู้ว่ามันเป็นจูบแรกของกู

ปากมึงนี่!”

เดี๋ยวๆ มึงอย่าเพิ่งด่าจุนรีบยกมือขึ้นห้ามเพื่อน ก่อนควักโทรศัพท์รุ่นมหาแพงออกมาโบก

แถ่น แทน แท้นสวยไหมมึง

โทรศัพท์ใครวะเขียวขมวดคิ้ว โทรศัพท์รุ่นยอดฮิต แพงแต่ก็เห็นเกลื่อนเมือง เขาจึงเดาไม่ได้ว่าเป็นของใคร

ของกู

ของมึง!” เขียวไม่เชื่อเด็ดขาด จะเป็นของจุนไปได้อย่างไร

เออ ของกู กูแลกกับจูบมา

เหี้ยจุน!” เขียวรีบเอื้อมมือไปปิดปากเพื่อนเอาไว้ หันไปมองรอบๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีใครได้ยิน

อ่อยอูอิ อูอะไอ้เอ้าจุนพยายามบอกให้เพื่อนปล่อย เขาจะได้เล่าเสียที ไม่อย่างนั้นโดนปิดครึ่งปากครึ่งจมูกแบบนี้คงขาดใจตายเสียก่อน

เล่ามา เล่าดีๆ นะมึง ระวังพวกพี่เขาจะเดินออกมาได้ยินเขียวหมายถึงคนอื่นๆ ที่พากันเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมยี่ห้อหนึ่ง มีเพียงเขากับจุนสองคนที่ขอยืนรอข้างนอก

ไอ้พี่เบตให้กู กูแค่แซวพี่สิงห์เล่นๆ ว่าถ้าจะซื้อมือถือใหม่ให้ยกเครื่องนั้นให้กู ไอ้พี่เบตโยนของตัวเองมาให้กูเฉยเลย

แล้วมึงก็เอาเหรอวะเขียวไม่ชอบใจสักนิด เขาไม่อยากให้จุนไปเอาของคนอื่นมาฟรีๆ มือถือเครื่องนี้ราคาไม่ใช่น้อย

ตอนแรกกูก็ไม่เอา แต่เพราะไอ้เรื่องที่เล่าให้มึงฟังเมื่อกี้นั่นแหละ กูเลยคิดได้ว่ากูควรรับไว้แลกกับจูบของกู

นี่มึงเอาจริงเหรอ

ไม่สมควรใช่ไหมจุนลิกคิ้วมองเพื่อนเป็นคำถาม

ไม่ใช่ไม่สมควร มันไม่ดี!”

เออ ไม่ดีจริงๆ ด้วย กูเอาไปคืนก็ได้ มึงรอนี่นะจุนเปลี่ยนใจ เพราะลึกๆ เขาก็รู้ว่าไม่สมควรเอาของคนอื่น

วันหลังทำอะไรหัดรู้จักคิดก่อนบ้าง

เออ กูขอโทษ มึงก็รู้ว่ากูเป็นพวกคิดน้อย วัตถุนิยมเข้าตากูไปนิด กูเลยขาดสติ แต่โทษกูคนเดียวไม่ได้นะมึงต้องโทษไอ้พี่เบตด้วยที่ดันยกให้กู

กูโทษทั้งคู่นั่นแหละ ทำอะไรกันแปลกๆ กูไม่เข้าใจ

กูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้พี่เบตมันใจดีกับกูนักวะ หรือว่ามีแผนจุนเบิกตากว้างเมื่อคิดได้เขาไม่น่าพลาดท่าเลยไม่ได้การ กูเอาไปคืนก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยมาคุยกับมึงต่อ

ไปเถอะเขียวหวานรีบไล่ให้เพื่อนเอาโทรศัพท์ไปคืน ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่ากลุ่มซุปตาร์คิดอะไรกันอยู่ เขาไม่อยากให้จุนเอาตัวเข้าไปเกี่ยวพันด้วยมากกว่านี้

นี่มึงเอาจริงเอาจังกับเรื่องพนันขนาดนี้เลยเหรอวะเบตเสียงพูดของสิงห์ทำให้จุนหยุดเดินและรีบย้ายตัวเองเข้าไปซุกซ่อนหลังราวแขวนเสื้อผ้าเท่าที่พอจะแทรกกายเข้าไปได้

กูอยากได้รถมึงมาจอดดูเล่นที่บ้าน

พ่องมึงสิงห์สรรเสริญเพื่อน กับท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่าย

ถ้ามึงเอาจริงขนาดนี้มาตกลงกับกูให้ชัดๆ ว่าแบบไหนถึงเรียกว่าชนะเป็นเพราะสิงห์ไม่ได้คิดจริงจังกับการพนันเขาแค่พูดเอาสนุก จึงไม่ได้กำหนดข้อตกลงไว้ แต่เห็นแบบนี้ก็ต้องตกลงกติกากันหน่อย

มึงว่ามา

สิงห์ทำท่าคิดก่อนดีดนิ้วเสียงดังเป๊าะเอาเป็นว่าถ้ามึงทำให้เด็กจุนเลิกเกลียดมึงได้ กูยกรถให้

แค่นี้?” น้ำเสียงเหมือนเป็นเรื่องง่ายมากของทิเบตทำให้สิงห์ต้องจุ๊ปาก

เดี๋ยว กูยังพูดไม่จบ กูจะให้รถมึงก็ต่อเมื่อจุนแสดงออกว่าปลื้มมึงมาก เปลี่ยนใจมารักและเคารพมึง กูถึงจะยอมรับว่ามึงชนะ แต่ถ้าภายในสองเดือนมึงทำให้เด็กมันเปลี่ยนความคิดและแสดงออกมาแบบชัดๆ ว่าปลื้มมึงไม่ได้ รถมึงเป็นของกู

ดีล…” ทิเบตตอบรับโดยไม่ทักท้วงกติกา ถ้าแค่นี้ไม่มีทางเกินความสามารถของเขา

มั่นใจเหลือเกินนะมึง

มึงก็คอยดู

ครับท่าน กระผมจะคอยดู

จุนค่อยๆ ถอยตัวออกมา โชคดีว่าทั้งสองคนไม่ได้มองมาทางเขา หัวสมองน้อยๆ ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ได้ยิน จุนมองโทรศัพท์ที่ถืออยู่ในมือ เพราะแบบนี้นี่เองถึงให้โทรศัพท์เขามาง่ายๆ เพราะต้องการให้เขาตกหลุมพราง เพราะต้องการชนะพนันไอ้พี่เบตถึงหันมาทำดีกับเขา

มีอะไรหรือเปล่าจุน ทำไมมึงทำหน้าแบบนั้นเขียวถามด้วยความเป็นห่วง เพราะจุนเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางเหมือนคนคิดหนัก ไม่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า

กูยังไม่ได้คืนนะ มีเรื่องก่อนจุนยกโทรศัพท์ในมือให้เขียวดู

เรื่องอะไร เกิดอะไรขึ้นเขียวตกใจกับคำพูดของเพื่อน ก่อนเข้าไปจุนยังร่าเริงปกติ แต่แค่ไม่กี่นาทีทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้

จุนถอนใจยาว เขายังคงขมวดคิ้วมุ่นก้มหน้าลงมองโทรศัพท์ในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนรักมึงรู้ไหมว่าพี่สิงห์ขับรถอะไร

ฮะ! เกี่ยวอะไรกับรถพี่สิงห์วะเขียวตั้งหลักไม่ทันไม่คิดว่าจะเจอกับคำถามนี้

คืองี้…” ว่าแล้วจุนก็ร่ายยาวถึงสิ่งที่ได้ยินมาให้เพื่อนรักฟัง

เล่นอะไรแบบนี้วะเขียวโมโหกับเรื่องราวที่ได้ยิน เห็นเพื่อนเขาเป็นอะไร ทำกันเกินไปแล้ว

จุนเขียวเรียกเพื่อนเมื่อไม่เห็นจุนโวยวายหรือมีปฏิกิริยาใดๆ

ว่า?” เขียวจ้องหน้าเพื่อนรัก เขาว่ามันมีอะไรแปลกๆ ทำไมจุนถึงสงบกว่าที่คิด จากนิสัยเพื่อนเขา ป่านนี้น่าจะเข้าไปโวยวายกับทิเบตแล้ว

มึงไม่โกรธเหรอ

โกรธจุนพยักหน้ามากด้วย

มากแล้วทำไมมึงนิ่ง

ก็ตอนกูเดินกลับมาหามึง กูมีเวลาได้คิด

คิดอะไรของมึง

ก่อนจะตอบคำถามกูขอถามอะไรมึงก่อน ระหว่างไอ้พี่เบตมันเอากูไปพนันกับที่กูเอาพี่มันไปโพสต์ลงเน็ตให้คนทั้งมหาลัยเข้าใจผิดว่าเป็นเกย์ มึงว่าใครเลวกว่ากันวะ

มึงเขียวตอบได้ง่ายมาก

นั่นไง กูก็คิดเหมือนมึง แล้วกูจะด่าไอ้พี่เบตมันได้เต็มปากเหรอวะ เข้าตัวเปล่าๆ มันเลวกูก็เลว

เออ มึงคิดได้แบบนั้นก็ดี แล้วมึงจะเอาไงต่อ เราเลิกยุ่งกับกลุ่มซุปตาร์เถอะ มีแต่เรื่องเข้าตัวเขียวโล่งอก ถึงเขาจะโมโหแต่ก็ไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว

เอายังไงต่องั้นเหรอจุนทำหน้าเจ้าเล่ห์ หัวเราะหึๆ อยู่ในคอ

มึงหัวเราะแบบนี้ทีไรกูหนาวทุกที คิดอะไรเพี้ยนๆ ได้อีกล่ะเขียวชักกังวลว่าจุนจะมีไอเดียเพี้ยนๆ อะไรออกมาบอกเขาอีก

มึงอย่าดูถูกความคิดกู ฟังดีๆ นะ แล้วมึงจะรู้ว่ากูฉลาดคราวนี้จุนเปลี่ยนเป็นหัวเราะออกมาดังๆ เขาชอบตัวเองตอนนี้มาก ลักษณะเริ่มใกล้เคียงกับตัวร้ายเข้าไปทุกที

ไอ้พี่เบตมันพนันจะเอาชนะกูให้ได้ใช่ไหม

ใช่

แปลว่าต่อให้กูจีบพี่มิ้นต่อหน้า ไอ้พี่เบตก็จะไม่โกรธกู

อืมเขียวพยักหน้า สิ่งที่จุนพูดก็น่าจะถูกต้อง

แล้วพักนี้ไอ้พี่เบตก็จะเอาใจกูเป็นพิเศษใช่ไหม เลี้ยงข้าวกูงี้ อาจฟลุ๊กมีซื้อขนมให้กูด้วย แปลว่าเดือนนี้กูจะรอดตายไม่ต้องห่วงเงินในกระเป๋าอีกแล้ว

ไอ้เหี้ยจุน! คิดได้นะมึงเขียวหัวเราะก๊ากกับความคิดบ้าบอของเพื่อนรัก ถ้าไม่ใช่จุนคงคิดแบบนี้ไม่ได้

บอกแล้วกูฉลาดจุนอมยิ้มด้วยความภาคภูมิใจในความฉลาดของตัวเอง

แล้วมึงถามถึงรถพี่สิงห์ทำไมวะเขียววกเข้าประเด็นเดิมที่ยังไม่รู้คำตอบ

แค่นี้คิดไม่ได้นะมึง กูก็อยากรู้ไงว่ารถใครสวยกว่าดีกว่า กูก็จะช่วยอีกฝ่าย พอสำเร็จกูก็จะบอกว่ากูรู้เรื่องพนัน ถ้าไม่อยากให้กูเอาไปโพทะนาก็ให้รถกูมาซะดีๆ พวกนี้พนันให้รถกันง่ายๆ คงไม่สนใจเรื่องเสียรถเท่าไหร่หรอกมั้ง กูว่ากูได้ชัวร์

ไอ้เหี้ยจุน!”

หึๆ มึงเรียกได้ถูกต้องแล้ว ไอ้พวกพี่ซุปตาร์มาเหี้ยกับกูก่อนต้องเจอเหี้ยของจริงอย่างกูจุนหัวเราะเมื่อคิดถึงหน้าของคู่พนันเมื่อต้องเสียรถให้เขา งานนี้เขาอาจจะได้ทั้งอิ่มได้ทั้งสาวและได้ทั้งรถก็เป็นได้ใครจะรู้ นานๆ ทีมีคนมาเอาอกเอาใจก็ดีเหมือนกัน แถมยังเป็นคนดังของมหาลัย ต่อไปพี่จุนจะเดินเชิดให้ดู

อ้าวเฮ้ย! จะไปไหนวะจุนมัวแต่ฝันหวาน ได้สติอีกทีเห็นเขียวหวานกำลังเดินห่างออกไป

เขาจ่ายเงินกันเสร็จแล้ว มึงอยากยืนฝันหวานก็ยืนไปคนเดียวเถอะ กูจะไปดูหนัง

รอกูด้วยจุนรีบออกเดินตามหลังเพื่อน ไม่รู้จะรีบไปไหน เขาว่าจะปรึกษาเสียหน่อยว่าควรวางแผนกับเกมนี้อย่างไรดี แต่ไม่เป็นไร เวลายังมีเหลือเฟืออีกตั้งสองเดือน เอาไว้ถึงห้องคืนนี้ค่อยปรึกษากันก็ยังทัน

ว่าแต่วันนี้มื้อเย็นเขาควรพูดลอยๆ ว่าอยากกินอะไรดีนะ ห้างนี้มันมีร้านอะไรแพงๆ บ้างหว่า หึๆ อยากเอาเขาไปพนันกันดีนักต้องโดนเสียให้เข็ด

ภารกิจที่ 12 : อ่อยเหยื่อ

เย็นนี้กินอะไร

มึงเพิ่งกินมาจะรีบถามไปไหนอิฐถามสิงห์ด้วยความระอาใจ พวกเขานั่งอยู่ในร้านกาแฟเพื่อรอเวลาเข้าชมภาพยนตร์

แล้วมึงจะให้กูเข้าไปถามในโรงหนังเหรอ ออกมาก็หิวแล้วจุนรีบพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยกับสิงห์ หึๆ เข้าทางเขาล่ะ ต้องลองดูสักหน่อย

กลางวันกินอาหารเกาหลีไปแล้ว เย็นกินอาหารญี่ปุ่นกันไหม

อยากทานเหรอเราอิฐหันมาถามคนออกความคิดเห็น เขายังไงก็ได้ เอาที่คนอื่นอยากทานเป็นหลัก

ครับ อยู่ๆ ก็นึกอยากทานปลาแซลมอนจุนพยายามกลั้นยิ้มทำหน้าซื่อตาใสเข้าไว้ เอาสิ! ตะครุบเหยื่อเลย เขามั่นใจเกินร้อยว่าไอ้พี่เบตกระโจนลงหลุมที่เขาดักไว้แน่ คราวนี้ล่ะ ไอ้จุนจะได้กินของโปรดที่ไม่ค่อยมีตังค์ซื้อให้เต็มคราบ

ไปทานร้านพี่อาร์ทเถอะ บอกว่าจะเข้าไปหลายวันแล้วเหยื่อของจุนพูดไม่แคร์คำชวนสักนิด

อ้าว!” อย่าว่าแต่จุนที่เผลออ้าปากค้าง สิงห์เองยังแปลกใจที่เพื่อนไม่ตามใจเป้าหมาย ผิดจากที่เขาคาดเดาไว้

น้องมันอยากกินอาหารญี่ปุ่น ถ้าอย่างนั้นกินก่อนแล้วค่อยไปต่อร้านพี่อาร์ทอิฐช่วยพูดกับทิเบตเพราะเขาเห็นสีหน้าผิดหวังของจุน ถึงแม้อีกฝ่ายจะพยายามเก็บซ่อนอาการเอาไว้ก็ตาม

วันหลังค่อยมาทาน นายเองที่รับปากพี่อาร์ทไว้ไม่ใช่เหรอว่าจะเข้าไป

เอออิฐหันไปมองหน้าจุน เขายกมือขึ้นตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พามากิน

เฮ้ย! ไม่เป็นไรพี่ ผมเห็นพี่สิงห์ถามผมเลยเสนอเท่านั้นเอง ไม่ซีเรียสจุนรีบปฏิเสธ เขาอยากกินก็จริง แต่ที่นั่งหน้าเหวออยู่นี่เพราะผิดคาดมากกว่า ไม่คิดว่าทิเบตจะปฏิเสธเขา

งั้นก็เอาตามนั้น ถ้ามิ้นติดต่อมามึงก็ให้ไปรอร้านพี่อาร์ทเลยจะได้ไม่เสียเวลาวนไปวนมาอิฐหันไปสรุปกับทิเบต เขียวที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ  เหลือบตามองโชแปงก็เห็นสายตาของอีกฝ่ายจับจ้องอยู่ที่คนพูด เขียวรู้แล้วว่าทำไมโชแปงถึงเปลี่ยนใจไปชอบอิฐ ผู้ชายคนนี้อ่อนโยนและเอาใจใส่คนรอบข้าง เป็นผู้ชายใจดีที่หายากในยุคนี้

เขียวเบนสายตากลับมาที่จุน คนที่เขาควรเป็นห่วงตอนนี้ไม่ใช่โชแปง หากแต่เป็นเพื่อนรักที่นั่งเอ๋ออยู่ข้างๆ มากกว่า เห็นท่าทางก็รู้แล้วว่าเพื่อนเขากำลังงง นอกจากทิเบตจะไม่ตะครุบเหยื่อแล้วยังเมินแบบไม่ใยดี อย่างนี้ใครบ้างจะไม่สับสน เขียวได้แต่ถอนใจออกมาเบาๆ นึกสงสารเพื่อนขึ้นมา

ในขณะเดียวกันทิเบตทำเป็นไม่เห็นอาการของจุน เขานั่งพิงเก้าอี้ปล่อยตัวตามสบาย นานๆ ครั้งถึงยกกาแฟตรงหน้าขึ้นดื่ม เจ้าตัวจุ้นมันคิดจริงๆ หรือว่าเขาจะไม่เห็น ท่าซุกตัวอยู่ในราวแขวนเสื้อผ้าทำให้เขาต้องกลั้นหัวเราะ ถ้าเจ้าตัวจุ้นมันดึงเสื้อผ้ามาคลุมหัวได้คงทำไปแล้ว เขานึกสงสารจึงหันหลังให้จะได้หายใจออกบ้าง

และที่สำคัญ ไอ้ตัวจุ้นคิดได้อย่างไรว่าเขาจะยอมพูดเรื่องนี้ในที่โล่งแจ้งและมีเจ้าตัวมาด้วยแบบนี้ ถึงจะอยู่ในร้านและนอกร้านคนอย่างเขาก็ไม่โง่พอ การที่เขาไม่ได้ทักท้วงสิงห์เพราะตั้งใจให้อีกฝ่ายได้ยินเรื่องพนัน เขาอยากรู้ว่าไอ้ตัวจุ้นจะมีฤทธิ์เดชอะไรมาจัดการกับเขา มันต้องแบบนี้ถึงจะสนุก

อยากกินอาหารญี่ปุ่นอย่างนั้นหรือ ทิเบตเผลอยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ถ้าให้เขาเดาไอ้ตัวจุ้นคงคิดจะดัดหลังเขา ถือว่าเป็นเด็กฉลาดมากคนหนึ่ง แทนที่จะลุกขึ้นมาโวยวายกลับเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส นายมันน่าสนใจดี แต่นายไม่มีทางทันฉัน เชื่อสิ

เดี๋ยว!” เขียวเผลอยกมือขึ้นดึงแขนของอินทรีย์ให้ถอยออกมาจากกลุ่ม เขาลืมตัวเพราะต้องการให้คนที่ก้าวตามอิฐเข้าไปในแถวที่นั่งเป็นโชแปง อินทรีย์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม มองใบหน้าหวานที่รั้งเขาเอาไว้

ผมจะล้มเขียวหน้าแดงกับเหตุผลของตัวเอง เขาคิดได้แค่นี้จริงๆ โชคดีที่โรงหนังมีแค่แสงไฟสลัวไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงเห็นหน้าเขาชัดว่ามันแดงขึ้นมากแค่ไหน อินทรีย์มองมือที่จับแขนเขา ก่อนเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับเจ้าของมือ

เข้าใจแล้ว  อินทรีย์ใช้มืออีกข้างจับมือของเขียวหวานออกจากแขน ก่อนสอดนิ้วเข้าประสานกับมือเล็กๆ ของอีกฝ่าย

คราวนี้รับรองว่าไม่ล้มมือใหญ่กุมกระชับมือเล็ก ดึงเบาๆ ให้ก้าวเท้าตาม ความร้อนที่แผ่ออกมาทำให้เขียวใจเต้นแรง นึกดีใจที่ที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก

พี่อินเขียวเรียกด้วยเสียงแผ่วเบา โรงหนังปิดไฟและเริ่มฉายตัวอย่างหนังไปบ้างแล้ว

ครับศีรษะที่เอียงเข้ามาใกล้คล้ายคนฟังได้ยินคำพูดของเขาไม่ชัด แต่มันใกล้จนจมูกของอีกฝ่ายเกือบชนแก้มของเขา

ปล่อยมือผมได้แล้วครับเขียวเอ่ยปากเมื่อพยายามดึงมือออกแล้วแต่ไม่สำเร็จ

ไม่ล่ะเขียวเบิกตากว้างเมื่อเจอกับคำตอบของคนดื้อ เล่นง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ ไม่ต้องตีเนียนไม่ต้องมีข้ออ้าง ไม่ปล่อยคือไม่ปล่อย

ผมนั่งไม่สบาย

งั้นยกที่ท้าวแขนขึ้นคราวนี้เขียวเปลี่ยนเป็นกะพริบตาปริบๆ เอากับพ่อเจ้าประคุณสิ พูดเสร็จก็ยกที่กั้นขึ้นแถมขยับตัวเข้ามานั่งชิด เคลื่อนมือที่กุมมือเขาไว้มาวางที่ต้นขาเขาหน้าตาเฉย

สบายขึ้นไหมครับ

พี่อิน…” เขียวเรียกอีกฝ่ายอย่างอ่อนใจ มือเขาไม่ได้กุมตอบอินทรีย์ยังไม่สน

ชู่ว อย่ารบกวนคนอื่นครับมือใหญ่ข้างที่ว่างยกขึ้นแตะริมฝีปาก เขียวทั้งท้อแท้ทั้งไม่เข้าใจ ทำไมกลายเป็นเขาที่ถูกดุวะ

มีอะไรหรือเปล่าเขียวเขียวสะดุ้งเมื่อโชแปงชะโงกหน้าผ่านอินทรีย์เข้ามากระซิบถาม

เปล่าๆ ไม่มีอะไรเขียวรีบดึงมือที่จับกันอยู่มาซุกไว้ข้างตัว เขากลัวโชแปงเห็น

อ๋ออืมเขียวค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อโชแปงกลับไปนั่งตามเดิม เกือบไปแล้วถ้าเห็นขึ้นมาเขาไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร

ไม่อยากให้เห็นก็นั่งนิ่งๆ ครับเขียวสะดุ้งรอบสองเมื่อเสียงทุ้มดังขึ้นชิดหู

เพิ่งสระผมมาเหรอ หอมดีโว้ย! เขียวอยากจะเลิกดูหนังแล้วเดินออกไปเสียตั้งแต่ตอนนี้  อีกสองชั่วโมงกว่าเขาจะไหวหรือนั่น

หึๆ ดูหนังไปเถอะ สัญญาว่าพี่จะไม่ซน ขอแค่นี้พอมือที่กุมกระชับถูกยกขึ้นชูให้เห็น ก่อนจะวางลงบนต้นขาอีกครั้ง เขียวคิดกลับไปกลับมาอยู่ในหัว หากเขาดื้อดึงจะเข้าตัวมากกว่าเดิมหรือเปล่า เขียวเหลือบตาไปมองใบหน้าด้านข้างของอินทรีย์ ก็เห็นตั้งใจดูตัวอย่างภาพยนตร์ตรงหน้าไม่ได้มีทีท่าจะรบกวนเขาอีก

เอาไงดีวะ เขียวมองมือที่อยู่บนต้นขา จะทำเป็นขอตัวไปเข้าห้องน้ำดีไหม แต่เขาไม่ค่อยไว้ใจอินทรีย์เท่าไหร่ ยิ่งคาดเดาไม่ได้อยู่ด้วย เฮ้อเขียวถอนใจออกมาดังๆ สุดท้ายก็ปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งกุมมือเอาไว้ ความจริงมันก็อุ่นดีเหมือนกัน แอร์มันหนาวอย่าคิดอะไรมากเลย

เบตไปไหนอินทรีย์ถามเมื่อออกจากห้องน้ำไม่เจอเพื่อนนั่งอยู่ที่โต๊ะ พวกเขาเดินทางมาถึงร้านของพี่อาร์ทเมื่อสิบนาทีก่อน แขกในร้านยังบางตา

ออกไปข้างนอก สงสัยไปรับมิ้นมั้งสิงห์คาดเดาเอาเอง เพราะจู่ๆ ทิเบตก็ลุกออกไปบอกเพียงแค่ว่าให้สั่งอาหารกันได้เลยเดี๋ยวจะกลับมา

อืมอินทรีย์เลิกสนใจ เขาลงนั่งข้างโชแปง ฝั่งเดียวกับ อิฐและสิงห์ ฝั่งตรงข้ามมีจุน เขียวและอีกสองที่สำหรับทิเบตและมิ้น ใจจริงเขาอยากไปนั่งฝั่งเดียวกับเขียวมากกว่า ต้องโทษที่เขาช้าไปนิดตอนเดินเข้าร้านจึงไม่ทันทิเบตที่ทิ้งตัวจองที่ข้างจุนเสียก่อน แต่ไม่เป็นไร นั่งฝั่งตรงข้ามก็ดี เขาจะได้มองหน้าหวานๆ ได้ชัด

มึงไปไหนมาสิงห์มองอย่างไรทิเบตก็เดินเข้าร้านมาเพียงลำพัง ไร้เงาของมิ้นติดสอยห้อยตามมาด้วย

ซื้อของทิเบตไม่อธิบายให้มากความ เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปนั่งข้างไอ้ตัวจุ้น ก่อนวางถุงบางอย่างลงตรงหน้า

นายทานไปก่อน ฉันรับปากพี่อาร์ทเอาไว้ว่าจะมาไม่อยากเสียคำพูดจุนมองถุงและหันกลับไปมองคนให้อีกครั้ง เขาดึงกล่องในถุงออกมาวาง จ้องมองเหมือนไม่เคยเห็นมันมาก่อนในชีวิต

กล่องแซลมอนซาซิมิที่ถูกหั่นเป็นชิ้นมาอย่างดี อย่าบอกนะว่าที่ไอ้พี่เบตมันหายไปคือหายไปหาซื้อแซลมอนให้เขา เขาบ่นอยากทานก็จริงแต่ไม่คิดว่าจะไปหามาให้

ขอบคุณจุนพูดด้วยน้ำเสียงที่เพราะที่สุดเท่าที่เขาเคยพูดกับทิเบต เขาจะทำตัวไร้มารยาทได้อย่างไรถ้ามีคนทำให้ถึงขนาดนี้

ทานเถอะรอยยิ้มแม้ไม่กว้างมากแต่ทำไมจุนรับรู้ถึงความอ่อนโยนได้ เขาไม่เคยมองทิเบตมุมนี้มาก่อน เป็นคนดีกว่าที่คิดแฮะ

อืมจุนพยักหน้า แกะฝากล่องพลาสติกออก

ทานด้วยกันจุนใช้ตะเกียบไม้ที่ทางร้านแพ็คมาให้ คีบแซลมอนชิ้นหนึ่งวางลงบนจานของทิเบต ยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายจนตาหยี

ทิเบตชะงักเมื่อเห็นรอยยิ้มซื่อๆ ของจุน เขาเหมือนโดนหมัดชกเบาๆ เข้าที่ท้อง บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น

ติ๊ง! ติ๊ง! เสียงเตือนข้อความเข้าทำให้ทิเบตได้สติ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ก่อนเงยหน้าขึ้นมองสิงห์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

[ร้ายนะมึง ปฏิเสธก่อนเพื่อทำคะแนนสองเท่าทีหลังเหรอ] ทิเบตตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนก้มลงพิมพ์ข้อความส่งกลับไป

[กูร้ายกว่านั้น] ไม่ใช่แค่ต้องการทำคะแนนสองเท่า แต่เขาเลือกที่จะเมินหลุมที่จุนขุดดักไว้เพราะอยากให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ติด เด็กน้อยชอบเล่นกับไฟ เมื่อหลุมที่ขุดมันตื้นไปเดี๋ยวเจ้าตัวก็จะขุดหลุมให้ลึกขึ้น เข้าใกล้เขามากขึ้น เล่นกับเขามากขึ้น ผลประโยชน์จะตกกับใครถ้าไม่ใช่ตัวเขาเอง เวลาเห็นเจ้าตัวจุ้นพยายามคิดแผนมันน่าสนุกออก เขาชอบเวลาเจ้าตัวจุ้นมันอยู่ไม่สุข น่ารักดี

อะ อีกชิ้นแชลมอนคำโตถูกวางลงบนจานเขา เจ้าตัวจุ้นเคี้ยวแก้มตุ่ย มันคงชอบของมันจริงๆ เอาไว้พรุ่งนี้เขาพาไปกินที่ร้านอีกสักรอบก็แล้วกัน

ภารกิจที่ 13 : รัก&รถ

เป็นอะไรวะเขียวเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ เขามองจุนที่นั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนเตียงของตัวเอง

กูกำลังคิดบางอย่าง

คิดอะไรของมึงอีกเขียวตากผ้าเช็ดตัวบนราวแขวน ก่อนเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงของเพื่อน

กูว่าจะเลิกจีบพี่มิ้นเขียวชะงัก เขาควรดีใจที่ไม่ต้องข้องแวะกับกลุ่มซุปตาร์อีก แต่ทำไมถึงรู้สึกใจหายแปลกๆ

ทำไมมึงคิดจะเลิก เกิดอะไรขึ้น

เดี๋ยวนะเขียวสะดุ้งเมื่อจุนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จ้องมองเขาอย่างพินิจพิจารณา

ปกติมึงต้องบอกว่าดีแล้วจะได้เลิกยุ่งกับกลุ่มซุปตาร์ไม่ใช่เหรอวะ ทำไมคราวนี้ถามเหมือนไม่อยากให้กูเลิก

เปล่า กูถามเพราะเห็นมึงดื้อหัวชนฝาว่าจะจีบให้ได้ กูแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขียวใจเต้นตึกตักพยายามไม่หลบสายตาจุนให้เกิดพิรุธ

แล้วไป กูอยากเลิกเพราะกูไม่ชอบแบบนี้

แบบนี้มันแบบไหน มึงก็เล่ามาสักที พูดจารู้เรื่องอยู่คนเดียว คืนนี้ทั้งคืนกูจะรู้ด้วยไหม

เออๆ ใจร้อนไปได้มึง เมื่อกี้กูส่งข้อความไปหาพี่มิ้นถามว่าถึงบ้านปลอดภัยดีไหมจุนส่งข้อความไปเพราะหวังทำคะแนนหัวข้อความเป็นห่วงเป็นใย เนื่องจากขากลับจากดูหนังทิเบตมาส่งพวกเขาที่หอก่อนถึงขับไปส่งมิ้นที่บ้านคุยกันไปได้แป๊บเดียว อยู่ๆ พี่มิ้นก็มาขอให้กูช่วยว่ะ

ช่วยอะไรวะ

ช่วยตีสนิทกับไอ้พี่เบต

ฮะ!” เขียวอุทานเสียงดัง

ทีแรกก็บอกอ้อมๆ แต่กูแกล้งโง่ทำเป็นไม่เข้าใจ ตอนหลังพี่มิ้นเลยขอกูตรงๆ มึงว่าเกินไปหรือเปล่าวะ รู้ว่ากูชอบแต่ขอให้กูช่วย

แต่มึงก็รู้อยู่แล้วนี่ คราวก่อนที่พี่มิ้นรับคำชวนไปดูหนัง มึงก็รู้ว่าเขาตั้งใจทำให้พี่เบตเห็น มึงยังบอกกูว่าต่างคนต่างได้โอกาส มึงก็ได้โอกาสเข้าใกล้พี่มิ้นด้วย

นั่นมันพี่มิ้นแอบทำ แต่กูรู้เพราะกูดูออก แต่นี่ถึงกับเอ่ยปากขอกันตรงๆ เท่ากับว่าไม่แคร์ความรู้สึกกูเลยสักนิด

ก็จริงเขียวนึกไปถึงโชแปง รายนั้นแค่จะพูดถึงอินทรีย์ยังห่วงความรู้สึกเขา จนเขาต้องบอกว่าพูดได้ไม่เป็นไร

พี่มิ้นคิดอะไรอยู่วะ ทำไมถึงอยากให้มึงตีสนิทกับพี่เบตเขียวอดสงสัยไม่ได้ เขายังคิดไม่ออกว่ามิ้นจะได้ประโยชน์อะไรจากการขอให้จุนช่วย

พี่มิ้นคิดว่าถ้ากูสนิทกับพี่เบต เข้าไปเป็นหนึ่งในกลุ่มซุปตาร์ เขาจะได้ไปไหนมาไหนด้วยโดยไม่ต้องรอให้พี่เบตชวน

จะให้มึงเป็นคนเอ่ยปากชวนว่างั้นเขียวเริ่มเดาความคิดของมิ้นออก

เออ

ความคิดสุดยอด แม่งพี่เบตโดนเกาะติดเป็นปลิงแน่เขียวทึ่งกับความคิดของมิ้น

ใช่ สุดยอด กูยังคิดไม่ตกว่าตกลงพี่มิ้นเลือดเย็นกับกูหรือพี่มิ้นเห็นกูโง่เป็นควายกันแน่ มึงคิดดูนะ กูต้องโง่ขนาดไหนวะถึงยอมทำแบบนั้นให้พี่มิ้น กูไม่ใช่พ่อพระ ไม่ใช่คนดี แล้วกูยังเป็นคนไม่ใช่ควาย

มึงเริ่มคล้ายล่ะ เชื่อกู

ไอ้เขียวหวาน!”

ฮ่าๆ กูขอโทษ แล้วมึงตอบพี่มิ้นไปว่ายังไง

ตอบไปว่ากูขอคิดดูก่อน เพราะกูโง่ กูต้องใช้เวลาคิดนาน

ไอ้เหี้ยจุน ฮ่าๆเขียวขำคำตอบเพื่อน ถือว่ามิ้นยังโชคดีที่จุนเพลาหมาในปากลงไปมากแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาว่างานนี้มีคนร้องไห้

ว่าแต่มึงจะเอาไงต่อเขียวรอคำตอบด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ทำไมเขาถึงไม่ดีใจที่เรื่องนี้กำลังจะจบลง

กูเลิกแน่ๆ แต่มึงไม่ต้องเลิกตามกูก็ได้ กูเห็นมึงกับโชแปงเริ่มสนิทกันแล้วไม่ใช่เหรอ

กูเลิกก่อนมึงอีก กูกับโชแปงเป็นเพื่อนกัน

เหรอเขียวเห็นจุนทำท่าคิด

งั้นเอาไงดีวะ

อ้าว! มึงเป็นคนเริ่มมึงต้องเป็นคนคิดสิเขียวโยนกลับไปให้จุน เขาไม่กล้าตัดสินใจ

กูว่าอยู่กลุ่มนี้ก็ดีนะ อาจมีสาวๆ มองเรามากขึ้นก็ได้จุนเหลือบมองเพื่อนรัก เขาลองหยั่งเชิงดูไม่แน่ใจว่าเขียวจะเห็นด้วยกับเขาไหมที่สำคัญกูยังอยากเอาคืนไอ้พี่เบตเรื่องที่เอากูไปพนัน อย่างน้อยควรรับผิดชอบโดยการเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกูให้รอดถึงสิ้นเดือนก่อน มึงเห็นเป็นไง

กูเคยขัดมึงได้ที่ไหน มึงว่าไงกูก็ว่างั้นทำไมเขาถึงโล่งอกวะ เขียวงงกับความรู้สึกของตัวเอง

กูว่ามึงแปลกๆ มีอะไรที่มึงไม่ได้เล่าให้กูฟังหรือเปล่าสัญชาติญาณบอกจุนว่าเรื่องนี้ไม่ปกติ 

มีอะไรวะ ไม่มี  เขียวหัวเราะฝืดๆ ทั้งที่ไม่มีอะไรน่าขำ แต่เขาก็ยังหัวเราะเหมือนต้องการกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง บางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจที่กูไม่ขัดไม่ห้ามเพราะกูอยากอยู่ช่วยโชแปงให้สมหวัง กูสงสารเขาดีใจที่นึกข้ออ้างดีๆ ขึ้นมาได้ หวังว่าจุนจะเชื่อ เขาไม่เคยปิดบังเพื่อนก็จริงแต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้น  มันแปลกใหม่จนแม้แต่เขาเองยังไม่มีคำตอบให้

เออ กูลืมว่ามึงมันพ่อพระจุนหมดความสนใจในพฤติกรรมของเขียวหวาน เพราะคำตอบที่ได้มาพอเข้าใจได้ถ้ามึงเห็นด้วย ตั้งแต่พรุ่งนี้กูจะเริ่มแผนใหม่

แผนอะไรของมึงอีกวะ ไหนว่าเลิกแล้ว

แผนอ่อยไอ้พี่เบตจุนยักคิ้วให้เพื่อนรัก เมื่อไม่ต้องระวังรักษาภาพลักษณ์ต่อหน้าพี่มิ้น เขาก็จะเดินหน้าเต็มกำลัง จะทำให้ซุปตาร์หัวปั่นให้ได้เลยคอยดู

อ่อยพี่เบต!”

ถูกต้อง วาเลนไทน์ปีหน้าไหนๆ กูก็ไม่ได้รักแล้ว กูต้องได้รถจุนพูดด้วยความมุ่งมั่น เขาเชื่อว่ามันแทนค่ากันได้ส่วนมึงก็ช่วยโชแปงไป มึงทำภารกิจพิชิตรัก ส่วนกูภารกิจพิชิตรถ ไงเจ๋งไหมเขาหันไปยักคิ้วให้เพื่อน โคตรภูมิใจในความคิดของตัวเอง

เราเข้ามายุ่งจนถึงขั้นนี้ได้ยังไงวะจุนเขียวไม่ได้ต้องการคำตอบจากจุนเพราะเขาถามตัวเองเสียมากกว่า

เขาเรียกพรหมลิขิตเว้ย แต่กูยังไม่รู้ว่ากูถูกลิขิตให้พบรักแท้กับออดี้หรือบีเอ็ม กูต้องขอลองนั่งอีกคันดูก่อน

ตามใจมึง ไปอาบน้ำเถอะ ดึกแล้วเขียวย้ายกลับมาเตียงของตัวเอง ทำไมเขาถึงไม่ห้ามจุนทั้งที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องทุกอย่างจะยิ่งยุ่งและวุ่นวายขึ้น ทำไมเขาถึงโล่งอกที่ยังได้เจอหน้ากลุ่มซุปตาร์ เขียวแบมือออกจ้องมองเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน คนที่จับมือเขาจะคิดถึงมือนี้บ้างไหม

  เขียวโชแปงโบกมือให้เขาแต่ไกล เขียวมองนาฬิกา นึกแปลกใจที่เห็นอีกฝ่ายที่คณะ

ทำไมมาเร็ว โชแปงไม่มีเรียนเหรอ

มี แต่เบื่อๆ เลยโดดมาอ่อยผู้ชายดีกว่า

เดี๋ยวเถอะเขียวอดดุไม่ได้ โชแปงแลบลิ้นให้เขาก่อนยิ้มกว้าง เสียดายน่ารักขนาดนี้น่าจะมีแฟนได้แล้ว

เพราะเป็นเขียวหรอกน่าแปงถึงกล้าพูด อยู่กับคนอื่นต้องแอ๊บน่ารัก

นี่ก็น่ารัก

ไปบอกพี่อิฐให้หน่อยสิ

ระวังเถอะ จะไปบอกให้จริงๆ

อย่า!” โชแปงห้ามเสียงหลง เขียวหัวเราะชอบใจ

นึกว่าจะกล้า

อ้าว โชแปงจุนแวะเข้าห้องน้ำจึงเดินมาสมทบทีหลัง เขาแปลกใจพอๆ กับเขียวที่เห็นโชแปง

ทำไมมีแต่คนตกใจ แปงมาคณะนี้ออกบ่อยไป

มาหาพี่อิฐเหรอ

นี่เล่าไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหมเขียวโชแปงยังไม่ตอบคำถามจุนแต่หันไปถามเขียวแทน

เล่าแล้ว

ไม่ต้องห่วง ผมไม่ปากโป้ง โชแปงสบายใจได้เขียวอยากเอามือตบหน้าผาก ขนาดไม่ปากโป้งจุนยังเอ่ยชื่อพี่อิฐออกมา เขียวได้แต่ส่งสายตาไปขอโทษโชแปง แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มหน้าบานท่าทางดีใจ

  จริงนะ งั้นมาจับมือเป็นเพื่อนกัน ต่อไปเราคือกลุ่มเดียวกันโชแปงยื่นมือออกไปข้างหน้า ดีใจที่มีคนคุยด้วย คนที่รับรู้ความรู้สึกของเธอ

ได้จุนยื่นมือออกไปจับมือโชแปงเขย่าแรงๆ เห็นเพื่อนเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยเขียวน่าจะดีใจแต่เขากลับส่ายหัวเบาๆ  คิดผิดคิดถูกที่มารวมกัน มีจุนคนเดียวเขายังปวดหัวจะแย่ ได้ลูกคู่แบบโชแปงเข้ามาอีกคน เขาคงต้องพกยาพาราเป็นแผงไว้ในกระเป๋า

เขียวจับมือด้วยสิโชแปงหันมาเร่งเขียวเพราะมีแค่เขาคนเดียวที่ยืนนิ่ง เขียวยื่นมือออกไปแตะมือทั้งสองคน สิ่งเดียวที่เขาอธิษฐานในใจคือ อย่าให้มันวายป่วงไปมากกว่านี้เลย

  หึๆ กูบอกแล้ว กูบอกมึงแล้วว่าเด็กมึงจะกินกันเองสิงห์หัวเราะอย่างเหนือกว่า เมื่อเดินลงมาเห็นโชแปงนั่งคุยอยู่กับเขียวและจุนด้วยท่าทางสนิทสนม

ถ้ามึงพนันกับกูอีกคน รับรองกูได้รถสองคัน

กูไม่พนันกับมึง

ทำไม หรือมึงไม่มั่นใจในฝีมือตัวเอง

เปล่าอินทรีย์หยุดเดินทำให้สิงห์ต้องหยุดตามไปด้วย เขาสบตาเพื่อนก่อนยกยิ้มที่มุมปากเพราะคนนี้กูเอาจริง

เอาจริง? เฮ้ย! กลับมาก่อนสิงห์ตะโกนเรียกอินทรีย์ที่ทิ้งความอยากรู้ไว้ให้เขา เดินตัวปลิวเข้าไปหาคนที่นั่งรออยู่

ไอ้อิฐ ไอ้เบต ไอ้อินบอกมันเอาจริงแปลว่าอะไร มันจะจีบน้องเขาเป็นแฟนจริงๆ เหรอวะ

กูก็ได้ยินพร้อมมึง ฉะนั้นอย่าถามทิเบตเป็นคนแรกที่เดินตามอินทรีย์ไป แต่อิฐโดนสิงห์ดึงแขนเอาไว้จึงหนีไม่ทัน

เดี๋ยว! มึงตอบกูก่อนไอ้อิฐ ไอ้อินชอบเขียวเหรอ

กูไม่ยุ่งเรื่องเพื่อน

มึงว่ากูเสือก

หึๆ อย่าคิดมากเพื่อน ไม่มีใครว่ามึงอิฐตบมือลงบนบ่าของเพื่อน

เออสิงห์พยักหน้ารับคำปลอบใจ

มึงเสือกต่อได้ตามสบายอิฐเดินยิ้มกริ่มเข้าไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ปล่อยให้สิงห์ยืนอึ้งอยู่คนเดียว

  จะนั่งอยู่ทำไม ลุกๆ มีคนจะเลี้ยงข้าวสิงห์เดินไปถึงโต๊ะเป็นคนสุดท้าย เขาเรียกทุกคนให้ลุกขึ้น

โอ้ว พี่สิงห์จะเลี้ยงข้าวเหรอ ใจดีโคตรจุนแกล้งทำตาโต โมเมเอาเองว่าสิงห์จะเป็นคนเลี้ยง

ตื่นๆ ไม่ใช่สาว หน้าตาไม่สวยอย่าได้หวังสิงห์จิ้มนิ้วกับหัวของจุนสองสามทีเป็นการปลุกให้ตื่นจากฝัน

พี่สิงห์พูดอย่างนี้แปลว่าแปงไม่สวยเหรอคะคนสวยเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ร้อนตัว

สวยครับน้องแปง แต่พี่ลืมบอกอีกข้อ มีเจ้าของแล้วก็ไม่เอา

แปงไม่ได้…” เขียวเห็นโชแปงพูดแล้วเงียบไป เขาเข้าใจอีกฝ่ายดี เพราะถ้าพูดออกไปโชแปงต้องมีคำตอบเตรียมไว้ให้สิงห์ ว่าถ้าไม่ชอบอินทรีย์เพราะอะไรจึงมาหาทุกวัน

กูไม่ได้เป็นเจ้าของแปง มึงอย่าพูดให้น้องเสียหายน้ำเสียงจริงจังของอินทรีย์แทรกขึ้นมา เขียวไม่แน่ใจว่ามันคือการปฏิเสธหรือการปกป้องเกียรติให้อีกฝ่าย เขายอมรับว่าเขายังดูอินทรีย์ไม่ออก

เฮ้ย! กูขอโทษ ไม่ทันคิดว่ะ เลือกใช้คำผิดไปหน่อย กูหมายถึงทั้งที่มีเจ้าของหรือมีคนที่ชอบอยู่แล้วก็ไม่เอา เพราะกูไม่มีโอกาสลุ้น น่ารักไปพี่ก็แห้วอยู่ดีครับโชแปงประโยคหลังสิงห์หันไปพูดกับรุ่นน้องเป็นการเอาใจ

ไม่เป็นไรพี่สิงห์ แปงเข้าใจ แค่พูดล้อกันเล่นขำๆ ไม่ซีเรียส ถ้าอย่างนั้นไปกันเลยไหมคะ  โชแปงเปลี่ยนเรื่อง วันนี้มิ้นไม่มีเรียนจึงไม่จำเป็นต้องรอ

ตกลงใครเลี้ยงจุนยังอยากรู้อยากเห็นเพราะสิงห์ยังไม่เฉลย

จะใครล่ะ ก็คนที่เขาจำได้ว่าน้องจุนที่น่ารักอยากกินอาหารญี่ปุ่นน่ะสิครับ

หือ? ใคร?” จุนเลิกคิ้วทำหน้าสงสัย กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนหยุดที่ทิเบต

จะพูดอีกนานไหม ออกช้ากว่านี้รถติดแน่

ครับๆ รีบๆ เลยพวกมึง เดี๋ยวเจ้ามือเปลี่ยนใจแค่นี้จุนก็รู้แล้วว่าเขาเดาถูกคน จำได้ด้วยว่าเขาอยากทาน

  พี่เบตอะไรติดผมจุนเอื้อมมือไปทำท่าหยิบบางอย่างออกจากผมด้านข้างของทิเบต เพื่อสร้างความสนิทสนม เขียวตบหน้าผากดังป้าบ อนาถเพื่อนตัวเอง มุกควายขนาดนี้ยังกล้าเล่น แถมดันทำท่าหยิบค่อนไปทางด้านหน้าศีรษะ พี่มันส่องกระจกมองหลังไปตั้งกี่ครั้งแล้วมีหรือจะไม่เห็นถ้ามีอะไรติดอยู่

หมดหรือยัง

เหี้ย!…อุ๊บคราวนี้เขียวตะครุบปากตัวเองแทน เมื่อทิเบตเอียงศีรษะเข้าหาจุน เพื่อให้เพื่อนของเขาช่วยดูให้อีกครั้ง

ไหนจุนยื่นมือเข้าไปสางผมของทิเบต เขียวถึงกับวิงเวียนกับวิธีอ่อยของเพื่อน เขาสงสัยว่าจุนจะรู้ตัวไหมว่าคนข้างๆ กำลังแอบขำอยู่ ดูได้จากสายตาที่เขาเห็นผ่านกระจกมองหลัง

ไม่มีแล้ว

ขอบคุณครับ

หือ!” จุนตาโตมองคนขับรถหน้านิ่ง เมื่อกี้หูเขาฝาดไปหรือเปล่าวะ ไอ้พี่เบตพูดสุภาพกับเขาเหรอเมื่อกี้พี่พูดอะไรหรือเปล่า

เราได้ยินว่าอะไร

ได้ยินว่าช่างเถอะ พี่จะเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นผมเหรอ

เมื่อวานเราอยากกิน

ผมกินอะไรก็ได้ เอาที่พี่อยากกินดีกว่า พี่อยากกินอะไรผมก็อยากกินอันนั้นแหละ

แคก! แคก! เขียวอยากกระโดดออกไปจากรถ เขาไม่ชินจุนเวอร์ชั่นนี้จริงๆ เล่นเอาขนลุกขนพอง

เด็กดีมือใหญ่เอื้อมมาลูบหัวจุน เรียบง่าย ไม่มีสายตาอ่อนหวาน ไม่มีรอยยิ้มบาดใจ แค่รอยยิ้มมุมปากก่อนเจ้าของมือจะหันไปสนใจกับการขับรถเหมือนเดิม

จุนเผลอยกมือขึ้นจับหัวตัวเอง ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ วะ ทำไมเขาต้องอมยิ้มด้วย ทำไมต้องดีใจแค่ไอ้พี่เบตมันชม ไม่มีอะไรหรอกน่า ใครก็ต้องชอบคำชมทั้งนั้นเขาเองก็ด้วย

อยากกินอะไรสั่งตามสบายคำพูดลอยๆ จากปากทิเบต คนพูดไม่เงยหน้าขึ้นมาจากเมนู

บอกกูเหรอสิงห์แกล้งทำเหมือนไม่รู้ว่าทิเบตตั้งใจพูดกับใคร

อย่างมึงกูเคยต้องบอกเหรอ

จุน เบตบอกให้สั่งตามสบายสิงห์หันไปทำหน้าที่ล่ามให้กับรุ่นน้อง

ผมฟังภาษาไทยออก

เออ พอกันทั้งพี่ทั้งน้อง รังแกกูสิงห์ทำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อโดนเล่นงานจากทั้งสองฝ่าย

โอ๋ๆ พี่สิงห์ อย่าร้องนะคะโชแปงแกล้งดึงทิชชูจากกล่องที่วางอยู่บนโต๊ะยื่นให้สิงห์

ไม่มีใครดีกับพี่เท่าน้องโชแปงอีกแล้ว มาเป็นแฟนพี่ไหม

หยุดอิฐยื่นมือไปกั้นไว้เมื่อสิงห์ทำท่าจะจับมือโชแปง เขาหยิบทิชชูจากมือบางเสียเองก่อนยื่นให้เพื่อนรัก

เล่นนิดเล่นหน่อยไม่ได้ ไอ้อินยังไม่ว่ากูสักคำ

กูไม่ว่าเพราะกูต่อยเลย น้องนุ่งไม่เว้นนะมึงอินทรีย์เลือกอยู่ฝ่ายเดียวกับอิฐแบบไม่ต้องคิด

น้องนุ่งกูเว้นเว้ยสิงห์มั่นใจมาก น้องไม่นุ่งก็ว่าไปอย่าง

ไม่เป็นไร โชแปงไม่ได้เขียวก็ยังดี มาเป็นแฟนพี่เถอะสิงห์เปลี่ยนเป้าหมายยื่นมือไปหารุ่นน้องหน้าหวาน

โอ๊ย! อะไรวะไอ้อินสิงห์กุมหัวเมื่อถูกบางอย่างลอยมากระทบ

สงสัยมึงฟังกูไม่ชัดว่าคนนี้กูเอาจริงเขียวสบตาที่มองมาของโชแปง อีกฝ่ายทำตาโตด้วยความตกใจ เขียวส่งยิ้มแหยๆ ไปให้ เขาไม่รู้ว่ากลุ่มซุปตาร์คุยอะไรกันก่อนหน้านี้ แต่ฟังแล้วไม่น่าใช่เรื่องดีสำหรับเขา

พี่อินหมายความว่ายังไงนั่นไง เขาหรืออุตส่าห์วางท่าเฉย เพราะรังแต่จะเข้าตัวเสียเปล่าๆ แต่เขาดันลืมจุนผู้อยากรู้อยากเห็นพอๆ กับพี่สิงห์ไป

หมายความว่าพี่จะจีบเพื่อนเรา

แต่…”

พี่เอาจริง

ไม่ได้ๆ ผมหวงเพื่อน ห้ามพี่เข้าใกล้จุนส่ายทั้งหน้าส่ายทั้งมือ ห้ามขาด คนเจ้าชู้แบบนี้ไม่เหมาะกับเพื่อนเขา ไหนจะเป็นผู้ชายอีก

อิน!” อิฐเรียกเพื่อนเป็นเชิงปราม เขาปรายตามองโชแปงที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย

ไม่เป็นไร ใช่ไหมครับโชแปงอินมองตามสายตาของอิฐ จึงรู้ว่าเพื่อนเรียกชื่อทำไม เขาส่งยิ้มให้โชแปงที่มองมายังเขาพอดี สายตาและรอยยิ้มเหมือนรู้บางสิ่งของอินทรีย์ทำเอาโชแปงหนาวๆ ร้อนๆ

ใช่ค่ะ ไม่เป็นไร แปงเห็นพี่อินเหมือนเห็นดารา เป็นแฟนคลับ เป็นติ่งเท่านั้นเองโชแปงอดกังวลไม่ได้ว่าต่อไปถ้าเธอยังแวะมาจะดูแปลกหรือไม่ ในเมื่ออินทรีย์ออกตัวชัดเจนแล้วว่าต้องการจีบเขียว ซึ่งเป็นข่าวที่ทำให้เธอประหลาดใจมาก โชคดีที่เธอคิดคำตอบไว้ล่วงหน้าบ้างแล้ว

โชแปงเสียงเรียกอ่อนโยนด้วยความเป็นห่วงของอิฐ ทำให้โชแปงยิ้มกว้าง

ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะพี่อิฐ แปงพูดจริงไม่ได้ฝืน

แต่ผมเป็น!” จุนยังยืนยันคำเดิม ร้อยไม่ให้พันไม่ให้ เดี๋ยวทำเพื่อนเขาช้ำใจ

เอาแซลมอนไหม

เอาจุนรีบหันไปตกลง ทั้งที่ตัวเองกำลังตั้งท่าเถียงกับอินทรีย์อยู่ ก่อนจะนึกได้ เฮ้ย! มันใช่เวลามาถามเขาตอนนี้ไหมไอ้พี่เบต

ฮ่าๆเสียงหัวเราะจากคนทั้งโต๊ะ ทำเอาจุนเม้มปาก บ้าเอ๊ย เสียภาพพจน์หมด

พอๆ เลิกทะเลาะกัน ใครเอาจริงไม่เอาจริง ใครจะจีบใครเดี๋ยวค่อยว่ากัน กินก่อนกูหิวสิงห์ทำหน้าที่เป็นกรรมการสั่งแยกย้าย ดูเหมือนไม่มีใครติดใจจะสู้รบกันต่อ เพราะอินทรีย์มัวแต่ขำ

จุนทั้งอายทั้งโกรธจนหน้าแดงแก้มป่องส่งค้อนขวับๆ ไปให้คนที่นั่งทำหน้าตาเรียบเฉย ส่วนคนสุดท้ายสิงห์มองไม่เห็นหน้าเพราะยกเมนูขึ้นปิด แต่ถ้าให้เขาเดา เขาว่าเขียวกำลังหน้าแดง

อร่อยไหม

อืมจุนพูดทั้งที่ยังมีตะเกียบอยู่คาปาก

ถ้าชอบก็สั่งเพิ่ม

อะแฮ่ม มึงไม่ต้องเอาใจน้องมันมากขนาดนั้นก็ได้ จุนระวังนะ ไม่น่าไว้ใจสิงห์ต้องขัดขวางเต็มที่ก่อนที่รถบีเอ็มที่กว่าจะอ้อนวอนขอพระบิดามาได้จะตกเป็นของทิเบต

กูไม่ได้เอาใจน้อง กูเอาใจตัวเอง

อะไรของมึงวะ

ที่ทำอยู่ กูกำลังเอาใจตัวเองน้ำเสียงเรียบๆ เหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศของทิเบต ทำให้จุนได้แต่นั่งทำหน้าโง่ พยายามใช้สมองอันน้อยนิดทำความเข้าใจ ก่อนที่หน้าจะแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว พี่เบตมันหมายถึงความสุขของเขาคือความสุขของพี่มันใช่ไหมวะ เหี้ย!…มุกนี้ต้องขอจด ขนาดเขายังอดเขินไม่ได้

ไอ้อิฐแยกโต๊ะไหมวะ โชแปงด้วย ไปกับพวกพี่ไหม โต๊ะนี้นั่งไม่ได้แล้ว

แปงทนได้ ชอบฟัง

กูหิว

เออ ไม่มีใครสนใจกูสักคนสิงห์คีบอาหารเข้าปาก ก่อนคว้าจานแซลมอนตัวต้นเหตุที่วางอยู่หน้าจุนมาไว้ในครอบครองเป็นการแก้แค้น

พี่สิงห์ของผมจุนโวยวายเมื่อถูกฉกของโปรดไป

พี่เบต ไอ้พี่สิงห์แย่งผมจุนหันไปทำสายตาอ้อนฟ้องทิเบต หึๆ มีช่องต้องรีบอ่อย

เด็กขี้โวยวาย โมโหหิวเหรอ อยากทานก็สั่งมาใหม่มือใหญ่ที่เอื้อมมาวางบนหัวทำให้จุนสงบลงในทันที แต่ยังอดส่งสายตาอาฆาตไปให้คู่ปรับไม่ได้ อีกฝ่ายก็ใช่ย่อย สิงห์คีบแซลมอนเข้าปากคำโตโชว์ให้เจ้าของดูเสียเลย

ผมขอสองจาน

มากไปๆสิงห์หมั่นไส้ไอ้ตัวจุ้นของทิเบต มีเกราะคุ้มกันหน่อยเอาใหญ่

ขอโทษครับ ขอแซลมอนซาซิมิสองที่ครับเสียงทิเบตสั่งอาหารเป็นการประกาศผู้ชนะอย่างเป็นทางการ จุนยิ้มกริ่มมองสิงห์

ยอมแพ้เถอะมึงอิฐหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อน

เด็กกำลังโตทิเบตพูดลอยๆ

เด็กมากมึง อ่อนกว่าเราปีเดียว

พี่สิงห์หึงพี่เบตเหรอครับจุนแกล้งทำตาซื่อมองสิงห์

ฮะ! ไอ้เด็กบ้า รู้อีกสิงห์แกล้งทำเสียงสะบัด เรียกเสียงหัวเราะได้จากทุกคน จุนมองคนโน้นทีคนนี้ที กลุ่มนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาเคยแอบด่าไว้ โดยเฉพาะไอ้พี่เบต อย่างน้อยก็ใจดีกับเขามากกว่าที่คิด

  หึๆ

มึงหัวเราะอะไรวะเขียวอดถามไม่ได้ เพราะตั้งแต่ลงรถมาจุนก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สลับกับหัวเราะออกมา เหมือนคนบ้า

มึงเห็นไหม ไอ้พี่เบตเริ่มชอบกูแล้ว หน้าตาไม่มีแววเกลียดหรือหมั่นไส้อยากเตะกูเหมือนเมื่อก่อน

มึงเขียวถอนใจยาว อยากจะเบิ๊ดกระโหลกเพื่อนสักที

อะไรวะ

มึงลืมหรือเปล่าว่าพี่เขาพนันกัน เขาถึงดีกับมึง

เออว่ะจุนยกมือขึ้นเกาหัวแต่กูว่าพี่มันเริ่มหลงการอ่อยของกูแล้ว

เฮ้อ~” เขียวแกล้งถอนใจออกมาดังๆ เอาให้ได้ยินกันชัดๆ ไปเลย

เขาพนันกันเขียวลงน้ำหนักเสียงทีละคำ อยากมั่นใจว่าเพื่อนได้ยินเต็มสองหู

แต่กูว่าพี่มันเริ่มชอบกูจริงๆ

มึงมันหลงตัวเองเขียวหาข้อสรุปได้ในที่สุด

จริงจุนพยักหน้ารับ เห็นด้วยกับเพื่อนรักเต็มที่กูหลงตัวเองว่ากูมีดีพอให้ไอ้พี่เบตชอบได้ กูจะเป็นน้องที่มันรักที่สุดเลยคอยดู

ตราบใดที่มึงยังเรียกพี่เขาว่าไอ้ว่ามัน พี่เบตคงรักมึงลงหรอก

อันนี้กูยอมรับ ได้! ขอกูแก้ไขก่อน แต่ต่อหน้ากูไม่ได้เรียกแล้วนะเว้ย เรียกลับหลังอย่างเดียว

พี่เบตก็ชอบมึงแค่ต่อหน้าไง ลับหลังเขาอาจเกลียดมึงเหมือนเดิมก็ได้

อ้าวไอ้นี่! ไม่ให้กำลังใจกูเลย รถเชียวนะมึง ไม่คิดอยากนั่งด้วยกันเหรอ

กูถามมึงเป็นครั้งสุดท้าย มึงเอาสมองส่วนไหนคิดว่าพี่เขาจะยกให้

กูตอบมึงเป็นครั้งสุดท้าย สมองที่ชาญฉลาดที่สุดของกู กูดูออกว่าไอ้ เอ๊ย!..พี่เบตเป็นคนพูดจริงทำจริง ถ้าบอกว่าให้ก็คือให้ ส่วนพี่สิงห์จัดการไม่ยากหรอก ขู่ว่าจะฟ้องสาวๆ ให้หมดทุกคนก็รีบยกให้กูแล้ว

พอมึงพูดแบบนี้กูชักเห็นด้วยเขียวมัวแต่คิดว่าเรื่องพนันเป็นเรื่องตลกไม่มีทางเกิดขึ้นจริง แต่เขาลืมคิดไปว่าทิเบตเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ถ้ากล้าพูดว่าจะให้อาจให้จริงๆ ก็ได้

แปลว่ามึงตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ข้างพี่สิงห์

ใช่ ตอนนี้กูจะอ่อยให้พี่เบตเอาใจกูไปก่อน แต่คำตัดสินใจคือกูต้องแสดงออกว่าเคารพ นับถือ รักใคร่พี่เบตใช่ไหม เดี๋ยวกูจะแกล้งให้หนัก ทำเป็นจะพูดจะพูดแล้วไม่พูด หึๆ รับรองงานนี้ลุ้นกันตัวโก่ง ออดี้ต้องเป็นของกู

กูกลัวมึงจะแพ้ภัยตัวเองน่ะสิเขียวพูดเรื่องที่เขากังวลมากที่สุด ทิเบตไม่ใช่คนที่ใครจะหลอกได้ง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยเก็บอารมณ์ทางสีหน้าได้เลยอย่างจุน

เฮ้ย ไม่มีทาง มึงรอดูเลย

เออ กูจะรอดู ไป เข้าห้องได้แล้ว ยุงจะหามกูแล้วเนี่ย

ก็มึงนั่นแหละชวนกูหยุดคุย รอเข้าไปคุยในห้องดีๆ ก็ไม่ได้ เสียแผนกูหมด กูว่าจะส่งข้อความไปอ่อยพี่เบตเสียหน่อยว่าขับรถดีๆ กูเป็นห่วง ป่านนี้ถึงบ้านแล้วมั้งจุนบ่นพึมพำเดินนำหน้าไปก่อน เหลือแค่เขียวที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

กูจะรอดู ว่ามึงจะตกลงหลุมที่มึงขุดเอาไว้เองหรือเปล่า ไอ้เพื่อนเพี้ยน

ภารกิจที่ 14 : รุก

พี่อินผมขอคุยด้วยหน่อยอินทรีย์และอิฐชะงักฝีเท้ามองคนที่มาดักรอ ท่าทางกวนๆ คุ้นตาหายไปกลายเป็นเด็กหนุ่มท่าทางจริงจัง

ได้สิ อิฐมึงไปก่อน

กูไปรอกับพวกนั้น เสร็จแล้วมึงตามไป

อืมอินทรีย์พยักหน้าให้อิฐ รอจนอีกฝ่ายเดินไปแล้วถึงหันกลับมาหาจุน

จุนอยากคุยอะไร

ที่พี่พูดว่าจะจีบเขียวพี่พูดจริงหรือเปล่า ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม

ใช่ พี่จะจีบจริง

แต่มันเป็นผู้ชาย

พี่ว่าพี่รู้นะอินทรีย์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี มองจุนที่พยายามทำท่าขึงขังเหมือนต้องการข่มขวัญเขา

อย่าหัวเราะสิพี่ ผมไม่ขำ พี่อินเป็นเกย์เหรอ

เปล่า

แล้วทำไมถึงจะจีบเขียว เอาแน่ๆ ชัดๆ ผมเริ่มงงไม่เข้าใจ พี่ไม่ได้เป็นเกย์แต่จีบผู้ชาย

พี่ชอบเพื่อนเราอินทรีย์ตอบออกมาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว เขารู้ใจตัวเองดี เขาสนใจเขียวหวานและเริ่มสนใจขึ้นเรื่อยๆ จนมั่นใจว่าเขาชอบ

ถ้าอย่างนั้นพี่จะกลายเป็นเกย์

อาจใช่อินทรีย์ไม่สามารถตอบได้ เพราะกับผู้ชายคนอื่นเขาไม่มีความสนใจแม้แต่น้อย

แล้วจะไม่รู้สึกอะไรเหรอถ้ามีคนเอาไปพูด

ไม่ ทำไมต้องรู้สึก พี่ก็ยังเป็นพี่

มันก็จริง แต่ผมไม่อยากให้พี่ยุ่งกับเพื่อนผมเขียวพูดถึงเหตุผลสำคัญที่มาดักรออินทรีย์ในวันนี้

บอกเหตุผลได้ไหม

โห! ยังต้องบอกอีกเหรอพี่ มีเป็นพันๆ ข้อ พี่อยู่กลุ่มซุปตาร์ คนเข้าหาเยอะ พี่มีเสน่ห์ พี่เจ้าชู้ พี่…”

พี่จะถือเป็นคำชมนะอินทรีย์วางตัวสบายๆ ยังมีรอยยิ้มติดบนใบหน้าตลอดเวลาที่คุยกับจุน

เดี๋ยวสิพี่ ผมยังพูดไม่จบ พี่ไม่จริงจังกับใคร

เรารู้ได้ยังไงว่าพี่ไม่จริงจัง เคยเห็นกับตาเหรอ

ผมไม่เคยเห็น แต่ใครๆ ก็พูดกัน

ใครๆ ก็พูดกัน ถ้าอย่างนั้นพี่ถามหน่อย จุนเคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนไหม

ไม่เคย ผมยังไม่เคยมีแฟน

ตอนนี้พี่ก็ไม่มี ดังนั้นจุนจะให้พี่จริงจังกับใคร

พี่อินอย่าเอาความฉลาดมาหาทางออก ถ้าพี่จะจีบเพื่อนผมก็เอาความจริงใจมาคุยกันอินทรีย์ชะงัก เขาไม่เคยเห็นจุนในมุมนี้มาก่อน ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่โวยวายมีแต่ความมุ่งมั่นและจริงจัง

ขอโทษที แต่ที่พี่พูดเพราะอยากให้จุนมองภาพให้ออกว่าที่ใครๆ เขาพูดกัน เพราะพี่เป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือแค่เพราะพี่ยังไม่มีใครให้จริงจัง พี่ไม่เคยคบซ้อน ไม่เคยโกหก ไม่เคยหลอกลวง พี่ว่าพี่มีความจริงใจและจริงจังพอนะ

แล้วพี่จะจริงจังจริงใจกับเพื่อนผมไหม

แน่นอนจุนเงียบไปสีหน้าครุ่นคิด อินทรีย์ยืนรอเงียบๆ ให้อีกฝ่ายตรองให้ตก

ผมบอกก่อนนะว่าเขียวมันไม่ชอบผู้ชาย ที่ผ่านมามีคนมาจีบมันตั้งเยอะผู้ชายทั้งนั้น มันไม่สนสักคน

ขอบใจ

ขอบใจอะไร ผมไม่ได้ช่วยพี่ ผมบอกให้รู้พี่จะได้ไม่เสียเวลา

ไม่มีคำว่าเสียเวลา

มั่นใจเกินไปแล้วพี่

เปล่า พี่คิดว่าผลมันจะเป็นยังไงก็ช่าง เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันไม่เสียเปล่าหรอก

“…”

เป็นอะไรอินทรีย์หัวเราะเมื่อเห็นจุนทำหน้าประหลาด

เลี่ยนว่ะ เอาไว้พูดกับเขียวโน่น ไม่ต้องมาพูดกับผม

แปลว่าเราอนุญาตให้พี่จีบเพื่อนเราได้

ผมไม่ได้พูด ผมไม่ได้สนับสนุนแต่ผมจะไม่ขวางจุนละประโยคสุดท้ายไว้ เขาจะไม่พูดออกไปให้อีกฝ่ายได้ใจผมหมดคำถามแล้ว ไปก่อนเดี๋ยวเขียวมันตามหา ผมแอบแวบออกมา

ไปเถอะอินทรีย์มองตามหลังจุนไปจนลับตา เด็กคนนี้เป็นคนดี หวังว่าเพื่อนเขาจะจริงจังเหมือนกัน

จุนมีเรื่องอะไรประโยคแรกที่เพื่อนรักอย่างทิเบตทักทายอินทรีย์เมื่อเจอหน้า

มีอะไร?” อินทรีย์แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ นึกขำทิเบตที่ดูสนใจความเป็นไปของจุนเป็นพิเศษ

เห็นอิฐบอกว่าจุนมารอเจอมึง

ก็ใช่

อิน!” เสียงใกล้หมดความอดทนของทิเบต ทำให้อินทรีย์หัวเราออกมา

มึงเป็นพวกอยากรู้อยากเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่วะเบต ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยสนใจถาม

มึงจะตอบกูดีๆ ไหม

ฮ่าๆ เรื่องของกู

ไอ้อิน!” เมื่อเพื่อนเติมไอ้นำหน้าชื่อให้ อินทรีย์ก็รู้แล้วว่าถึงขีดจำกัดควรเลิกเล่นได้แล้ว

ดุจริงมึง กูหมายความตามนั้น จุนมาคุยเรื่องของกู มาถามว่าจริงจังกับเรื่องที่พูดไปแค่ไหน

เรื่องเขียว?”

ใช่

แล้วมึงจริงจังแค่ไหนอิฐถามด้วยความสนใจ เขาชอบทั้งเขียวและจุน อดห่วงไม่ได้แต่ก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องของเพื่อนมากนัก

มาก

เอาที่มึงตอบพวกกู ไม่เอาที่มึงตอบจุน

ถ้าตอบพวกมึงกูจะตอบว่าคนนี้ของกู

ชัดไหมครับคุณอิฐ ไอ้คุณอินประกาศแล้วว่าคนนี้พวกมึงห้ามยุ่งสิงห์ช่วยแปลคำพูดของอินทรีย์ให้อิฐฟัง

ใช่ คนนี้มึงห้ามยุ่ง แต่ถ้าคนอื่นมึงอยากยุ่งก็ตามใจ

หมายถึงใครอิฐขมวดคิ้วมองหน้าอินทรีย์ ยิ่งรอยยิ้มคล้ายกำลังขบขันอะไรบางอย่างของเพื่อน ยิ่งทำให้คิ้วขมวดเข้าหากันมากขึ้น

กูไม่ได้เจาะจงใคร กูหมายถึงทุกคน

มึงพูดแล้วห้ามคืนคำสิงห์รีบขอคำยืนยันจากอินทรีย์

กูหมายถึงไอ้อิฐ ไม่ได้หมายถึงมึง

กีดกัน มึงมันรักเพื่อนไม่เท่ากัน กูไม่ง้อ เบตมึงแบ่งมาให้กูบ้างสิงห์หันไปตอแยทิเบตที่ยืนเงียบ ทำหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดหนัก

ไอ้เบต เป็นอะไรของมึง

ไม่มีอะไร

อ้าว แล้วนั่นมึงจะไปไหน  สิงห์งงเมื่อทิเบตคว้ากระเป๋าเป๋ขึ้นสะพาย

ไปหาวิธีเอารถมึง

อะไรของมันวะ แล้วมึงสองตัวจะจ้องตากันอีกนานไหม เดี๋ยวแม่งสปาร์คขึ้นมา เฮ้อ ทำไมกูดูโง่อยู่คนเดียววะสิงห์ถอนใจออกมายาวๆ ยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจความคิดเพื่อนในกลุ่มแม้แต่คนเดียว

ห่วงเพื่อนเหรอ

เหี้ย!” จุนอุทานออกมาดังๆ เมื่อได้ยินเสียงกระซิบจากทางด้านหลัง เขาหันกลับไปมองจมูกเกือบชนแก้มทิเบต

เข้ามาได้ไงวะจุนพึมพำกับตัวเอง เหลือบตามองอาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าชั้น  โชคยังดีที่อาจารย์ง่วนอยู่กับเอกสาร ไม่ได้หันมามองลูกศิษย์

เดินเข้ามาทิเบตทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ว่างข้างจุน เขาชะโงกตัวทักทายเขียวที่นั่งอยู่อีกด้านของตัวจุ้น

จะเข้ามาทำไม

มาดูหน้า

ดูทำไม

คิดถึงจุนเหมือนโดนฟาดเข้าที่หัว คนคิดถึงพูดเหมือนชวนคุยเรื่องทั่วไปไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ใช่คำหวาน เป็นแค่คำๆ หนึ่งคล้าย สวัสดี ไปไหนมา กินข้าวหรือยัง

เอางี้เลยเหรอ

ทำไม คิดถึงก็คือคิดถึง เหมือนหิวข้าวก็คือหิวพูดแบบนี้ใครจะเถียงไอ้พี่เบตได้ล่ะครับ

จะแอบมองทำไมตั้งใจเรียนไปรู้อีกว่าเขาแอบเหลือบตาไปมอง คนอะไรเข้ามาพูดจาประหลาดเสร็จแล้วนั่งกอดอกสบายใจ ทำเหมือนเป็นวิชาเรียนของตัวเอง

จดแบบนี้จะได้เรื่องไหม ถามจริง ที่ผ่านมาฟลุ๊กผ่านหรือลอกเพื่อนเว้ย ใครก็ได้เอาไอ้พี่เบตไปเก็บที ก่อกวนเขาไม่เลิก จุนอยากไล่ตะเพิดแต่ทำไม่ได้ เพราะเกรงว่าเขานี่แหละจะโดนอาจารย์ไล่ตะเพิดออกจากห้องเสียเอง จึงได้แต่สงบเสงี่ยม พูดกัดฟันให้พอได้ยินกันแค่สองคน

เรื่องของผม

วิชานี้ฉันได้เอจุนหูผึ่ง อะไรนะ เออย่างนั้นเหรอ ในหัวเริ่มคิดสะระตะระหว่างเสียหน้ากับได้เกรดดีเขาควรจะเลือกอันไหน วิชานี้เขายิ่งไม่ค่อยเข้าใจเสียด้วย

สอนได้ไหมทิเบตเผลอยิ้มออกมา เขาชอบจุนก็ตรงนี้ เป็นเด็กที่ต่อให้ร้ายแค่ไหนก็ยังรู้จักคิด

ได้สิ

เขียวด้วยนะ

ได้

ขอบคุณเสียงเบาๆ ที่ดังลอดออกมาทำให้ทิเบตยิ้มกว้างขึ้น หมู่นี้เขาชักยิ้มเพราะไอ้ตัวจุ้นถี่ไปแล้วเดี๋ยวเลี้ยงข้าว

มีเงินเหรอเราทิเบตไม่รู้เลยว่าเสียงของเขาเอ็นดูไอ้ตัวจุ้นมันขนาดไหน

ตอนนี้ยังไม่มี รอแม่ส่งมาให้สิ้นเดือนก่อนจะเลี้ยง

ตกลงทิเบตไม่คิดจะให้จุนเลี้ยง แต่เขาตอบรับเพื่อให้จุนคิดว่ามีภาระผูกพันอยู่กับเขาเท่านั้นไปนะ

เฮ้ย!” จุนเผลอพูดเสียงดังจนต้องรีบลดเสียงลงมาออกไปตอนนี้เดี๋ยวอาจารย์สังเกต

ไม่ต้องห่วง ฉันเอาตัวรอดได้

อะไรของพี่วะ มาแค่นี้จะมาทำไม

มาให้หายคิดถึง ฉันต้องไปเรียนแล้วจุนอยากจะตบปากตัวเอง ไม่น่าเปิดทางให้ไอ้พี่เบตเลย เล่นเขาจนได้ รุกหนักจริงๆ นี่ขนาดเขารู้เรื่องพนันยังอดหวั่นไหวไม่ได้ สกิลดีเกินไปแล้ว

เรื่องของพี่เถอะ จะไปไหนก็ไปจุนทำเป็นไม่สนใจ เรื่องอะไรจะแสดงออกให้เห็นว่าสิ่งที่ทิเบตทำได้ผล

ตอนเย็นอย่าเพิ่งรีบกลับ รอก่อนจะพาไปกินข้าวโว้ย ทำไมต้องเอนมากระซิบใกล้ๆ ด้วยวะ ตกใจหมด

รออยู่แล้ว ไม่มีตังค์ มีคนช่วยเลี้ยงก็ดีหึๆ จุนมั่นใจว่ามุกนี้จะทำให้ทิเบตเสียความมั่นใจ อย่าคิดว่าอ่อยแค่นี้จะได้ผล อีกอย่างมันคือเรื่องจริงกระเป๋าของเขาแบนมาก

ตัวแค่นี้เลี้ยงได้อยู่แล้วน้ำเสียงและรอยยิ้มของทิเบตทำให้จุนกลับมาใจเต้นอีกครั้ง บทจะอ่อนโยนก็ทำเอาเขาใจสั่น เดาทางไม่ถูกจริงๆตั้งใจเรียนนะมือใหญ่ลูบลงบนหัวเขา ก่อนเจ้าของมือจะลุกเดินออกจากห้องเรียนไป เงียบพอกับตอนเดินเข้ามา

จุนเผลอยกมือขึ้นแตะศีรษะ เหมือนรู้สึกได้ถึงความอุ่นของมือที่แตะลงมาเมื่อครู่นี้

มึงแพ้

ฮะ…” จุนหันไปมองตามเสียง เห็นเขียวจ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว

กูบอกว่ายกนี้มึงแพ้ราบคาบ ไม่ต้องนับคะแนน ชนะใส ไม่มีเสียงค้าน

ขนาดนั้นเลยเหรอวะ

เออ

สักคะแนน?”

ไม่มีเขียวพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจและชัดเจน

เฮ้อกูก็ว่าอย่างนั้นอย่าคิดว่าจุนไม่รู้ตัว เขารู้ว่าแพ้ตั้งแต่เจอคำว่าคิดถึงแล้ว

เขียว

อะไร

กูว่าบีเอ็มของพี่สิงห์ก็ดีนะ ถึงจะรุ่นเก่าก็เถอะ

เหี้ยจุนเขียวหมดคำพูด ได้แต่กรอกตาไปมา

มึงว่าดีไหม

อย่ายุ่งกับกูเขียวหันกลับไปตั้งใจเรียน ยังได้ยินเสียงจุนบ่นกระปอดกระแปดที่เขาไม่สนใจฟัง เวรเอ๊ยเขาคิดอยู่แล้วเชียวว่าเรื่องต้องลงเอยแบบนี้

ตอนที่ 15 : หลุมของใคร

ผิด!” จุนถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ ไอ้พี่เบตจะเสียงดังใส่เขาทำไมวะ ก็บอกแล้วว่าโง่ไม่ได้ฉลาดเหมือนตัวเองนี่หว่า

ตรงไหนครับจุนพยายามสงบสติอารมณ์และเปล่งเสียงให้ดูเรียบร้อยที่สุดออกมา เขารู้น่าว่าตอนนี้อีกฝ่ายคือครู เป็นคนที่เสียสละเวลามานั่งสอน แถมเปิดแอร์เย็นๆ ให้นั่งเรียนกันสบายๆ

จุนและเขียวหอบหนังสือกองโตมาตามสัญญาที่ทิเบตให้ไว้ ว่าจะสอนวิชาที่เขาไม่ถนัดให้แตกฉาน สถานที่นัดคือคอนโดฯ ของทิเบตกับอินทรีย์ สองซุปตาร์พักอยู่ด้วยกันในคอนโดฯ ขนาดสามห้องนอน ห้องกว้างขวางและเย็นสบาย

ทำได้ไหมจุนเหลือบตาไปมองอินทรีย์ ทำไมโทนเสียงคนสอนมันต่างกันนักวะ แล้วไอ้ตัวอย่างข้อสอบเก่าที่เอามาให้ทำ มันออกไปแล้วเถอะ ปีนี้จะออกเหมือนเดิมหรือเปล่าก็ไม่รู้ จุนพาลพาโลเมื่อไม่ได้รับความเสมอภาคในการติว

ได้ครับเขียวพยักหน้า อินทรีย์กับทิเบตสอนเข้าใจง่าย เขาเข้าใจเนื้อหาขึ้นมาก

“&฿+@$#%…จะฟังไหมเสียงดุของคนสอนทำเอาจุนสะดุ้ง รีบเบือนหน้ากลับมายิ้มแหยๆ ให้ครูจอมโหด

อีกทีได้ไหมจุนยกนิ้วชี้ขึ้นทำคอย่น

ใจเย็นๆ สิวะเบต ลูกศิษย์มึงกลัวจนเรียนไม่รู้เรื่องแล้วอินทรีย์หัวเราะออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของจุน

กลัวจนเรียนไม่รู้เรื่อง หรือเรียนไม่รู้เรื่องเอง

ใช่ ผมโง่ไม่มีเสียล่ะที่จุนจะปฏิเสธ คนเป็นครูควรเข้าใจพื้นฐานของลูกศิษย์จะได้สอนได้ถูกวิธี ไม่ใช่เอาแต่ดุเขาแบบนี้

เห็นไหมทิเบตยกมือกุมขมับ อยากถามว่าไอ้ตัวแสบมันสอบติดมหาลัยเข้ามาได้อย่างไร

สงสัยเขาจับฉลากเอา

อะไรนะ!” ทิเบตงง ไอ้ตัวจุ้นมันพูดอะไรของมัน จู่ๆ ก็พูดขึ้นมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

กำลังคิดใช่ไหมล่ะว่าผมสอบติดมาได้ยังไง ดูหน้าก็รู้แล้วไอ้ตัวจุ้นเชิดจมูกขึ้นสูง ทิเบตขำจนหลุดเสียงหัวเราะออกมา

จุนไม่ได้โง่ครับ บางวิชาจุนเก่งมาก โดยเฉพาะวิชาคำนวณ จุนถึงสอบติดคณะนี้เขียวรีบแก้ตัวให้จุน ไม่อยากให้ใครมองเพื่อนไม่ดี

มึงไม่ต้องแก้ตัวให้กู โง่แค่บางวิชาก็คือโง่ กูรับตัวเองได้

ถ้ายอมรับว่าตัวเองโง่เขาเรียกว่าไม่โง่ทิเบตยกมือลูบหัวเจ้าตัวจุ้น น้ำเสียงอ่อนลงจนจุนรู้สึกได้ จุนหันไปมองเขาสงสัยว่าผีตัวไหนเข้าสิงทิเบต ช่วยสิงทั้งวันเลยได้ไหม เขาขี้เกียจโดนดุอีก

หิวกันหรือยังอินทรีย์ยกมือขึ้นนวดต้นคอ พวกเขานั่งติวกันมาเกือบสามชั่วโมงเต็ม

พักหน่อยก็ดีทิเบตเห็นด้วย

สั่งอะไรมากินเถอะง่ายดีระหว่างที่สองหนุ่มกำลังปรึกษากัน จุนสบตากับเขียว พยักพเยิดให้เพื่อนเป็นคนพูด

ให้พวกผมทำไหมครับเขียวหวานเสนอตัวตามที่ได้ตกลงกับจุนไว้ว่าพวกเขาจะเลี้ยงข้าวตอบแทน

หือ? หมายถึงทำอาหารเหรออินทรีย์เลิกคิ้วเมื่อได้ยินข้อเสนอ

ครับเขียวพยักหน้า

ว่าไงเบต

ไม่กินมาม่า ไม่เอาปลากระป๋องทิเบตประกาศชัดเจน ไอ้ตัวจุ้นมันทำอร่อยอยู่หรอก แต่ถ้าไม่จำเป็น กินของที่มีประโยชน์ย่อมดีกว่า

โธ่ทำมาเป็นดูถูก พอสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจแล้วจะมาง้อพี่มาม่าเขาจุนหมั่นไส้คนเรื่องมากจึงพูดออกมาดังๆ ก่อนเบิกตากว้างเมื่อเห็นสีหน้าอับอายของเขียวหวาน ฉิบหาย!

อืมฉันง้อพี่มาม่าของนายบ้างเหมือนกัน แต่เฉพาะวันที่ขี้เกียจจี๊ดมาก สภาพความพองของกระเป๋าต่างกันมันเป็นแบบนี้นี่เอง

ไม่ใช่มาม่าหรอกครับพี่เบตเขียวรีบพูดแทรก เพื่อกู้หน้าเพื่อนที่แตกละเอียดและยังโกยขึ้นมาประกอบไม่เสร็จเดี๋ยวผมกับจุนไปซื้อของที่ซุปเปอร์ฯ ใกล้ๆ แล้วจะรีบกลับมาทำ อยากทานอะไรกันครับ แต่ผมถนัดเฉพาะอาหารไทยเขียวเล็งเอาไว้ตั้งแต่ตอนนั่งรถมา เขาเห็นซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กอยู่ไม่ไกลนัก

อะไรก็ได้ เอาที่ถนัดเถอะทิเบตพูดกับเขียวแต่ตายังมองหน้าจุน ไอ้ตัวจุ้นมันทำเขาขำได้ทั้งวันจริงๆ

พี่ไปส่งเองอินทรีย์เสนอตัว เขาไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับเขียวหวาน

ไม่เป็นไรครับ ผมไปกับจุนสองคนได้เขียวเอาเพื่อนมาเป็นเกราะกำบัง

จะไปกันยังไง ร้านเหมือนอยู่ใกล้แต่ถ้าเดินไปจะใช้เวลา กว่าจะกลับทางนี้หิวพอดีอินทรีย์ฉลาดพอที่จะยกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้าง เขาจับจุดเขียวหวานได้

ถ้าอย่างนั้น…” เขียวลากเสียงส่งสายตาไปขอความคิดเห็นเพื่อน

ตกลงครับจุนรีบตอบรับ ร้อนๆ แบบนี้นั่งรถไปก็ดีเหมือนกัน

อิน มึงก็ช่วยเขียวซื้อของเลยสิ ไม่ต้องไปกันหลายคน จุนจะได้อยู่เรียนต่อ

อ้าว! เมื่อกี้ใครพูดว่าพักหน่อยก็ดีจุนทวนคำ เขาได้ยินนะอย่าทำมาเป็นเนียน

อยากสอบผ่านไหม

เงียบจุนกัดปาก เขาไม่ได้ไล่เสียหน่อย ผีตัวนั้นออกไปทำไมวะ ไอ้พี่เบตสายโหดกลับมาอีกแล้ว

มึงไปเถอะจุนก้มหน้ารับความโง่ของตัวเองแต่โดยดี

ฮะ!” เขียวตกใจที่โดนเพื่อนทิ้ง ทำไมเอาตัวรอดอย่างนี้วะ

จะเรียกเพื่อนทำไม พี่ไม่กัดเราหรอกน่า ไปได้แล้วอินทรีย์ลุกขึ้นยืนถือโอกาสจับแขนเขียวดึงให้ลุกขึ้นตาม เด็กหน้าหวานเซตามแรงเขา ดีที่ไม่ร้องโวยวาย

เดี๋ยว ผมหยิบกระเป๋าก่อน

ไม่ต้อง เดี๋ยวพี่จ่ายเอง

ไม่ได้ๆ พวกผมอยากเลี้ยงขอบคุณ

แค่ทำให้ทานก็พอแล้ว

แต่ผมต้องเอาโทรศัพท์

มีอะไรให้เบตโทรเข้ามือถือพี่

ผมไปอยู่แล้วน่า หยิบกระเป๋าแป๊บเดียว

ได้อินทรีย์ยิ้มถูกใจเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายยอมแพ้ แต่เขาไม่คิดจะปล่อยมือจากข้อมือเล็กที่กำอยู่ อินทรีย์เดินตามเขียวไปหยิบกระเป๋าที่วางบนโซฟา

หยิบสิอินทรีย์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เมื่อเขียวมองมือของเขา

ปล่อยแขนผมก่อน

มือเดียวก็หยิบได้

ผมต้องเอาเป้ขึ้นสะพายหลังอินทรีย์รู้สึกเหมือนได้ยินเขียวตะโกนว่า โว้ย! ผ่านทางสายตา ดวงตาวาววับบ่งบอกว่าเขียวอยากโดดข่วนหน้าเขา

อีกนานไหม กูหิวเสียงเรียบๆ ดังมาจากโต๊ะกินข้าวที่ใช้นั่งติวหนังสือ เขียวสะบัดแขนจนหลุด หยิบกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลัง

ไปได้แล้วครับ

ขอมืออินทรีย์แบมือไปตรงหน้าเขียว

ผมไมใช่หมา

ไม่ได้ยินหรือว่าเบตหิวแล้ว

พี่อินก็ไปสิครับ จะยืนอยู่ทำไมเขียวขัดใจความดื้อดึงกับเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย

มือ

เฮ้อ! วุ่นวายกันจริงๆ คนจะติวหนังสือไม่มีสมาธิพอดี  อะขอมือก็ให้มือจุนจับมือเขียวยัดใส่มืออินทรีย์ ไม่มีใครรู้ว่าจุนเดินมาตอนไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

เหี้ยจุน!”

คนหนึ่งอยากได้กระเป๋าคนหนึ่งอยากได้มือ สมปรารถนาทั้งคู่ ทีนี้จะไปกันได้หรือยัง

หึๆ ได้แล้วอินทรีย์หัวเราะถูกใจ กุมกระชับมือเล็ก ออกแรงดึงเบาๆ ให้เขียวหวานเดินตาม

รีบๆ กลับมานะ ติวเตอร์ผมหิว ขืนมาช้าจะกินหัวผมก่อนจุนตะโกนตามหลัง เขาแอบยิ้มดวงตาวาววับ มองเพื่อนรักและอินทรีย์เดินออกจากห้องไป

ใครว่าภารกิจเขามีแค่แย่งรถจากเกมพนัน เขียวมีภารกิจช่วยโชแปง เขาก็มีภารกิจแฝงในการช่วยอินทรีย์ ไม่มีใครรู้ความคิดชั่วร้ายที่จุนเพิ่งคิดได้เมื่อคืน หลังจากที่กลับไปตรึกตรองอยู่นาน จุนก็คิดไว้ว่าเขียวหวานเพื่อนเขาหน้าตามันน่ารัก ตัวก็เล็กบอบบาง ชาตินี้จะหาเมียได้หรือ ผู้หญิงคนไหนจะมองคนที่น่ารักกว่า มองไปมองมาเขาก็เห็นอินทรีย์นี่แหละที่เหมาะสม เพศไม่ตรงกับที่อยากได้แต่ไม่น่าจะใช่ปัญหา เขามั่นใจว่าเหมาะสมกันดีแล้ว

ปล่อยได้แล้วครับ ผมไม่ชอบให้คนมองแปลกๆเขียวกระตุกมือเพื่อให้อินทรีย์รู้ตัว คนบ้าอะไรจับมือเขามาตลอดทางแม้กระทั่งในรถก็ไม่เว้น ลงรถมาก็ยังอุตส่าห์เดินปรี่เข้ามาหา คว้ามือเขาไว้ราวกับกลัวหลงทาง

ครับผมอินทรีย์ยอมปล่อยแขนแต่เปลี่ยนมาโอบบ่าเขียวหวานแทน

พี่น้องกันคำพูดช่างไม่ตรงกับดวงตา มันวิบวับเสียจนเขียวต้องยอมหลบ เขาจ้องต่อไม่ได้จริงๆ หัวใจมันสั่นไหวจนรู้สึกได้

อยากทานอะไรครับเขียวเดินอยู่หน้าตู้แช่ผัก เนื่องจากเป็นซุปเปอร์มาเก็ตขนาดเล็ก จึงมีของให้เลือกไม่มากนัก

อยากทำอะไรให้พี่ทาน

ผมไม่ได้คิดไว้ กะจะให้จุนเป็นคนคิด

พี่ตามใจเขียว สัญญาว่าจะตามใจเราทุกอย่างเขียวกำลังอ้าปาก จะพูดว่าช่วยคิดหน่อยเป็นอันต้องหุบฉับ เขาเบือนหน้าไปมองทางอื่น ทำไมต้องเขินด้วยวะ

ถ้าตามใจจริงคงไม่คอยบังคับผมแบบนี้เขียวรีบพูดหลังตั้งสติได้

งอนพี่เหรอครับโอ๊ย! ไอ้บ้าพี่อิน สนุกกับการทำให้เขาเขินมากหรือไง 

ผมไม่พูดกับพี่แล้วเขียวหยิบผักใส่ตะกร้า อย่าถามว่าเขาได้ผักอะไรมาบ้าง คำว่าหยิบมั่วยังน้อยไป จุนนะจุน กลับไปต้องมีเคลียร์ ทำบ้าอะไรของมึงวะ

เขียว

เขียวหวานครับ

คนดีพี่อยากทานอันนี้เขียวขำก็ขำ แต่ต้องพยายามทำหน้าบึ้ง มองอินทรีย์ชูกล่องขนมตีหน้าเจี๋ยมเจี้ยม

ไหนบอกให้ผมเป็นคนเลือกเขียวแกล้งทำเสียงดุ อยากให้อภิสิทธิ์เขาดีนัก ต้องลองใช้เสียหน่อย

มันอร่อยนะครับอีกนิดเดียวเขียวเกือบหลุดหัวเราะออกมาแล้ว ดีที่เขายั้งเอาไว้ได้ทัน คนบ้าอะไรทำเสียงเหมือนเด็กสามขวบอ้อนอยากกินขนม

อร่อยจริงๆ ไอ้เบตชอบกินกับเบียร์เขียวแกล้งถอนใจออกมายาวๆ ทำเหมือนรำคาญเสียงอ้อนของอินทรีย์ เขายื่นมือออกไปหยิบกล่องขนมจากมืออีกฝ่ายมาใส่ไว้ในตะกร้า

ผมซื้อให้พี่เบต

ครับผมคนขานรับหน้าบาน หยิบอีกกล่องใส่ตะกร้าหน้าตาเฉย

เดี๋ยวๆ ทำไมสองกล่อง

เบตมันกินเยอะเชื่อพี่เขียวจะทำอะไรได้นอกจากยืนถอนใจให้กับความเนียนของอีกฝ่าย ร้ายจริงๆ

เขียวเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น เขาเลือกของที่ต้องการไปเรื่อยๆ แต่ไม่ยอมเอาผักไปคืน กลัวอีกคนจับได้ว่าเขาเขิน ของเริ่มเต็มตะกร้า เขียวจึงก้มลงเช็คว่ายังขาดอะไรอีกบ้าง

พี่ไม่ช่วยถือตะกร้านะจู่ๆ อินทรีย์ก็พูดเรื่องถือของขึ้นมา เขียวเงยหน้ามองด้วยความสงสัย ทำไมต้องพูด เขาไม่ได้ขอเสียหน่อยแค่นี้เขาถือเองได้สบาย

เพราะพี่รู้ว่าเขียวเกลียดการถูกมองว่าเหมือนผู้หญิงใช่ไหม พี่ไม่เคยเห็นเขียวเป็นผู้หญิง ที่พี่ชอบเขียวเพราะเขียวเป็นผู้ชายน่ารัก ทุกครั้งที่พี่มอง เขียวยังเป็นผู้ชายเสมอ อย่าห่วงไปเลย

เขียวไม่รู้ว่าอินทรีย์เข้ามานั่งในใจในหัวสมองเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงจับจุดอ่อนข้อนี้ของเขาได้ เขาไม่เคยสนใจผู้ชายที่เข้ามาก็เพราะทุกคนทำเหมือนว่าเขาเป็นผู้หญิง วิธีพูดวิธีแซวมันทำให้เขาไม่พอใจ จนบางครั้งเขาอยากตะโกนออกไปดังๆ ว่าเขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกัน

คะครับเขียวติดอ่าง ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี จู่ๆ เขาก็รู้สึกตื้อขึ้นมา

มา พี่ถือของให้

อ้าว!” เขียวยังไม่ทันซาบซึ้งกับความเข้าใจของอีกฝ่ายดี ก็ถูกแย่งตะกร้าไปถือหน้าตาเฉย อะไรของพี่อินวะ

พี่ไม่ได้ถือให้ผู้หญิง พี่ถือให้คนที่ชอบ ไม่มีใครอยากให้คนที่เราชอบลำบากเขียวได้แต่ยืนหน้าแดง มองคนถือตะกร้าเดินผิวปากนำไปข้างหน้า ชาตินี้จะมีวันที่พวกเขาตามรุ่นพี่กลุ่มนี้ทันไหม

หัวใจเอ๋ยได้โปรดเต้นช้าลงสักนิด อย่าเสียงดังไปเลย ไว้หน้าเจ้าของบ้างเถิด 

ตอนที่ 16 : ดุ

โอ๊ย! อะไรวะจุนลูบแขนที่โดนเพื่อนรักหยิกจนเนื้อแทบหลุด ความจริงเขารู้ชะตากรรมตัวเองตั้งแต่เขียวเรียกให้เข้ามาช่วยทำอาหารแล้ว เห็นหน้าเพื่อนรัก จุนก็รู้ได้ทันทีว่างานนี้คงรอดยาก

ยังมีหน้ามาถาม ทำอะไรของมึงวะ

อะไร้…” จุนแกล้งทำหน้าโง่หนักกว่าตอนติวหนังสือเพื่อหวังซื้อเวลา ก็ไอ้พี่เบตไม่ให้เวลาเขาคิดคำแก้ตัวไว้เลย เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาสอน เขาเหม่อนิดเดียวนิ้วดีดเปรี้ยงเข้าที่หน้าผาก ใครจะกล้าเอาสมองไปคิดอย่างอื่น

ยัง!” เขียวยื่นมือไปบีบต้นแขนเพื่อน ถ้าอยู่ที่อื่นเขาคงเตะจุนไปแล้ว

อ๋อจุนลากเสียงยาว เล่นใหญ่กลบเกลื่อนความผิด

มึงก็เห็นว่าไอ้พี่เบตหิว กูเห็นมึงกับพี่อินยึกยักอยู่นั่น ขืนชักช้ากว่ามึงจะกลับมากูคงโดนแดกเหลือแต่กระดูก

มึงเอาตัวรอดว่างั้นเถอะ

ถูกต้องครับ กูดูทรงแล้วกลางวันแสกๆ พี่อินคงไม่กล้าหลอกมึงไปปล้ำหรอก กูเลยเบาใจปล่อยให้ไปด้วยกันได้

เหี้ยจุนเขียวหน้าแดงซ่าน

เฮ้ย! อย่าบอกว่าพี่เขาปล้ำมึงจริงนะจุนชี้หน้าแดงๆ ของเพื่อน ต้องแซวเยอะๆ เขียวจะได้เลิกซักเขา

มึงไปล้างผักเลยอย่าพูดมาก เดี๋ยวพี่เบตก็แดกหัวมึงขึ้นมาจริงๆ

เดี๋ยวนี้ริอ่านมีความลับไม่บอกเพื่อน จำไว้นะมึงจุนคว้าถุงใส่ผักเดินไปที่อ่างล้างจาน เขาแอบอมยิ้มดูจากท่าทางของเขียว จุนบอกได้คำเดียวว่าพี่อินใช้โอกาสที่เขาให้คุ้มค่าแน่นอน

เขียวหลังจากจุนรื้อถุงใส่ผัก เขาหันกลับไปมองหน้าเพื่อนรัก ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยมึงจะทำกับข้าวอะไรวะ

กูจะทำผัดผักรวมน้ำมันหอย หมูทอดกระเทียมพริกไทยกับต้มยำกุ้ง มันมีกุ้งเป็นแพ็คๆ ขายน่ากินดี

มึงจะผัดคะน้ารวมกับผักอะไรวะ กูเห็นนอกจากคะน้าก็มีขึ้นฉ่าย ผักชี แตงกวา มะเขือเทศ ผักสลัด สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง หอมหัวใหญ่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด…” จุนไล่รายชื่อผักในถุงไปเรื่อยๆ

กูพูดผิด กูจะทำผัดคะน้าน้ำมันหอย

อ๋อจุนพยักหน้า

แล้วสะระแหน่กับขึ้นฉ่ายมึงซื้อมาทำไมวะ

กูหยิบผิดหยิบผิดกับหยิบมั่วก็เหมือนกันล่ะน่า เขียวคิดในใจ

แล้วมึงเอาเงินที่ไหนซื้อกุ้งวะ

กูไม่ได้จ่าย พี่อินจ่าย

อ้าว ไหนมึงบอกว่ามึงกับกูควรเลี้ยงพี่เขา แล้วแบบนี้ก็ถูกดีด้วย

เขาให้เลี้ยงแต่แรง ไม่ต้องเลี้ยงเงิน

อ๋อ เขาอยากได้แค่ตัวมึงว่างั้นจุนเลิกสนใจหันกลับไปล้างผักให้เพื่อนต่อ จึงไม่รู้ว่าหน้าที่แดงอยู่แล้วของเขียว แดงขึ้นอีกเป็นสองเท่า

อร่อยทิเบตเอ่ยชม ตักต้มยำกุ้งรสแซบเข้าปาก

อย่ากินเยอะสิทิเบตชะงักมือ มองไอ้ตัวจุ้นที่จ้องเขาเขม็ง

ทำไม

แค่นี้ก็พ่นไฟออกจากปากได้แล้ว ขืนกินเผ็ดเข้าไปเยอะเดี๋ยวไฟไหม้ห้องทิเบตได้ยินเสียงอินทรีย์หลุดหัวเราะเต็มสองหู แม้กระทั่งเขียวยังเบือนหน้าหลบสายตาเขา

อะ กินนี่จุนตักผัดคะน้าน้ำมันหอยใส่จานให้ทิเบต จุนกับเขียวนั่งฝั่งเดียวกัน ฝั่งตรงข้ามเป็นทิเบตและอินทรีย์

อันนี้ด้วยหมูทอดกระเทียมเป็นกับข้าวชนิดต่อไปที่จุนบริการตักใส่จานให้ทิเบต

พวกนี้กินได้ กินเยอะๆ เลย เอาให้อิ่ม แล้วพี่ก็เลิกแดกหัวผมเสียที

หึๆอินทรีย์มองหน้าปั้นยากของทิเบต ไม่แน่ใจว่าระหว่างเหลืออดกับขำเพื่อนของเขารู้สึกอย่างไรกันแน่

ตอนพี่ไม่อยู่ไอ้เบตดุมากเหรอ

โห! อย่าใช้คำว่าดุเลยพี่อิน ใช้คำว่าเป็นยักษ์เป็นมารดีกว่า ชัดกว่าเยอะ

ก็นายมันไม่เอาไหน

มีใครเก่งตั้งแต่เกิดไหมล่ะคนตัวเล็กกว่าเถียงคอเป็นเอ็น

ฉันสอบได้โดยไม่ต้องทวนตำราซ้ำ

นั่นไง! ไม่ปกติชัดๆ ไม่ใช่คนเป็นยักษ์น่ะถูกแล้วทิเบตอึ้งไปชั่วครู่กับสิ่งที่ได้ยิน ตรรกะอะไรของไอ้ตัวจุ้นมันวะ

มีด้วยเหรอ ยักษ์ที่ไหนเรียนเก่ง

มีไอ้ตัวจุ้นยิ้มถูกใจ ทิเบตเห็นรอยยิ้มก็รู้ตัวทันทีว่าพลาด

นั่งนี่ไงไอ้ตัวจุ้นแทบจะเอานิ้วชี้ทิ่มหน้าเขา เพื่อให้รู้ว่ายักษ์ของมันนั่งอยู่ตรงนี้  ทิเบตอดขำไม่ได้ ไอ้ตัวจุ้นบอกว่าเขาดุแล้วมันกลัวเขาที่ไหน

ถ้าไม่ดุจะเรียนดีๆ ไหม อยากสอบผ่านหรือเปล่า

ขู่ตลอด เอะอะอะไรก็อยากสอบผ่านหรือเปล่า ตั้งแต่พี่อินออกไปผมฟังจนหลอนไอ้ตัวจุ้นหันไปฟ้องอินทรีย์

เบต มึงก็เพลาๆ หน่อย

ใช่ไอ้ตัวจุ้นรีบพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย

ดีดหน้าผากผมด้วยพี่อิน กลับไปผมจะฟ้องคุณปวีณา

หึๆ ซวยแล้วมึง

เขียวทิเบตไม่สนใจไอ้ตัวจุ้นที่นั่งกอดอกทำปากยื่น ฟ้องทุกอย่างราวกับเก็บกดมานาน

ครับ

เพื่อนเราเพี้ยนแบบนี้ตลอดหรือเปล่า

จุนปกตินะครับเขียวทำท่าคิดเพี้ยนเป็นปกติ

เหี้ยเขียว!” เขียวหันไปยิ้มแยกเขี้ยวให้เพื่อน ไม่รู้จักหรือจุน เขาเรียกการแก้แค้นเว้ย

ฮ่าๆ คิดแล้วไม่มีผิดทิเบตถูกใจคำตอบของเขียว ไอ้ตัวจุ้นยิ่งหน้าง้ำเข้าไปใหญ่

ผมเพี้ยนแล้วไง คนเพี้ยนกับยักษ์อยู่ด้วยกันก็เหมาะแล้วนี่จุนโพล่งออกไป เขาแค่ต้องการสื่อว่าทิเบตก็ไม่ปกติเหมือนกัน

เราเหมาะกันเหรอ อืมถ้าอย่างนั้นคบกันไหมทิเบตประสานสายตากับจุน เขาพูดออกไปช้าๆ แต่ชัดเจนทุกคำ

ฮะ!” 

เคร้ง

ฮ่าๆ

สามเสียงมาจากสามบุคคลที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับทิเบต มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่นั่งยิ้มเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พี่พี่เบตพูดเล่นใช่ไหมครับเขียวหวานเป็นคนแรกที่ระล่ำระลักถาม ในขณะที่อินทรีย์ไม่คิดจะพูดอะไร เขาเพียงแค่หัวเราะและนั่งมองเพื่อนเงียบๆ

เปล่าทิเบตปฏิเสธ หน้าของเขาไม่ยิ้มแต่ดวงตาไหวระริก

ก็ได้! คบกับคบ

เฮ้ย!” เขียวตกใจหนักขึ้นไปอีกเมื่อจุนตอบรับหน้าตาเฉย เขาหันไปจ้องหน้าเพื่อน จุนยักไหล่ให้เขียวหวาน ไอ้พี่เบตไม่เอาจริงหรอก คิดว่าเขาไม่กล้ารับหรือ รู้จักจุนน้อยไปแล้ว

ตกลงทิเบตยังย้ำความคิดเดิมว่าต้องการคบกับจุน

ตามนั้นในเมื่ออีกฝ่ายไม่ถอยมีหรือจุนจะถอย ส่วนเขียวได้แต่กลอกตาไปมา นึกอยากตบกบาลตัวเอง ทั้งคู่กำลังตกลงคบกันเป็นแฟนใช่ไหม ไม่ได้ชวนกันออกไปกินข้าวเย็นนะ

เขียว

ครับเขียวยังมึนๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น หันไปมองอินทรีย์ที่นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน จู่ๆ ก็เรียกเขาขึ้นมา

คู่นั้นคบกันแล้ว เราคบกันบ้างเถอะ นะรอยยิ้มกึ่งอ้อนกึ่งเอาใจของอินทรีย์ทำให้เขียวถอนใจเฮือกใหญ่ เขาชี้นิ้วไปทางหน้าประตูห้องก่อนพูดออกมา

ผมกำลังปวดหัว พี่อินไปเล่นตรงโน้นก่อนครับ

เขียว…” อินทรีย์ร้องเสียงหลง เรียกเสียงหัวเราะจากจุนกับทิเบต เขียวไม่รู้เหมือนกันว่าคนขี้กลัวอย่างเขาเอาความกล้ามาจากไหน ถึงได้ดุคนตัวโตออกไปแบบนั้น อาจเพราะอินทรีย์ใจดีกับเขา อ่อนโยนกับเขา ทำให้เขียวไม่รู้สึกกลัวหรือกังวล เขาสบายใจที่จะพูดทุกอย่างออกมา

เสียใจด้วยว่ะทิเบตตบไหล่เพื่อนเป็นการให้กำลังใจ

กินครับกิน มาๆ ผมตักให้เป็นการปลอบใจจุนรีบตักกับข้าวใส่จานให้อินทรีย์ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้มขำ

ขอบใจ ฝากบอกเพื่อนเราด้วยว่าพี่จะนั่งกินเงียบๆ รับรองว่าไม่รบกวน ขอนั่งตรงนี้นะ อย่า…”

ขืนพูดอีกคำไม่ได้นั่งแน่ครับ

อุ๊บอินทรีย์หุบปากโดยอัตโนมัติ เขาไม่ได้เล่นมุกให้ขำแต่เกิดกลัวขึ้นมาจริงๆ ตายละหว่าหรือจะกลัวแฟนวะกู

ทานต่อละนะครับจุนก้มหน้าตักอาหารเข้าปาก แอบอมยิ้มชอบใจ ภารกิจของเขามันช่างเดินหน้าไปได้ดีจริงๆ

ทำอะไรของมึงกลับถึงห้องปุ๊บเขียวก็จับจุนซักฟอกปั๊บ

ทำไมมึงเอาแต่ถามประโยคนี้วะเขียวจุนแผ่หลาลงบนที่นอน วันนี้เขาอ่านหนังสือจนล้าไปหมด

ทำไมมึงตอบตกลงคบกับพี่เบต

อ้าวก็เขาขอจุนแกล้งทำตาโตทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

เหี้ยจุน!”

เออๆ พูดก็ได้ กูว่าไอ้พี่เบตกะพูดให้กูตกใจไปงั้นแหละ คิดว่ากูคงไม่กล้าตอบรับ ป่านนี้ไปนั่งคอตกแล้วมั้งว่าจะทำยังไงกับกูดี ฮ่าๆ เสือกขอคบผู้ชายจุนมั่นใจมากว่าต้องเป็นไปตามที่เขาคิด

ไม่ผิดเลย ไม่ผิดสักนิด

อะไรวะจุนชะโงกคอขึ้นมองเพื่อนเมื่อเห็นเขียวส่ายหัวไปมา

ที่กูบอกพี่เบตไปไง ไม่ผิดสักนิดเดียว มึงมันไม่ปกติ

โธ่มึงคิดมากไปได้ มึงเห็นไหมล่ะตั้งแต่ขอเสร็จไอ้พี่เบตทำอะไรบ้าง ไม่ทำเลย กินข้าวต่อจนเสร็จแล้วก็โขกสับกูเรื่องเรียนต่อ สอนอย่างกับจะให้มันซึมเข้าไปในเส้นเลือดกู เสร็จแล้วก็ขับรถมาส่งกูกับมึงที่ห้องเนี่ย มีอะไรต่างไปหรือเปล่าล่ะ ก็ไม่มี

มึงมันสิ้นคิด

โอ๊ย! ใครบอก กูคิดเยอะจะตายถ้ากูคิดไม่เยอะกูจะเอามึงใส่พานถวายพี่อินเหรอวะ จุนแอบเถียงเขียวในใจเอาน่ามึง ไม่มีอะไรหรอกใจเย็นๆ อาบน้ำให้สบายใจจะได้พักผ่อน

มึงว่าไม่มี แต่กูว่ามี

มีก็มี กูกลัวที่ไหน ว่าแต่…” เขียวเห็นจุนชะงักทำหน้าคิดหนัก เขียวได้แต่ภาวนาขอให้เพื่อนของเขาคิดได้เสียทีคบกันนี่กูได้อภิสิทธิ์แค่ไหนวะ บังคับให้ติวให้ แต่ห้ามดุกูอีกได้ไหมวะ

“…”

ไปเล่นตรงโน้นจุนชี้นิ้วไปที่หน้าประตู

ดุกูนัก เดี๋ยวคราวหน้ากูจะลองพูดเหมือนมึงบ้างดีกว่าเขียวพูดอะไรไม่ออก เขาลุกขึ้นยืน เดินไปหยิบผ้าขนหนูที่พาดเอาไว้ หยิบเสื้อผ้าในตู้จนเรียบร้อยถึงหันกลับไปมองหน้าจุน

ดีแล้วล่ะที่มึงคบกับพี่เบต มึงควรมีคนดุไปทั้งชีวิต เชื่อกู

อะไรวะ! อย่าเพิ่งไป กลับมาก่อนจุนเรียกตามหลังเพื่อนรักที่เดินดุ่มๆ เข้าห้องน้ำโดยไม่สนใจเสียงประท้วงของเขาเหอะ มึงก็ควรคบกับพี่อินเหมือนกัน เชื่อกู

ตอนที่ 17 : ทดลอง

จุน เอ็งคบกับเบตจริงเหรอวะ

จริงจุนพยักหน้าตอบสิงห์ที่ลงทุนมาดักรอถามเขาตั้งแต่เช้า

ทำไมเร็วนักวะ ชอบเบตเหรอ

เปล่าจุนส่ายหัวแรงๆไม่ได้ชอบ

อ้าว! ไม่ได้ชอบแล้วตกลงคบกับเบตทำไมวะ

อ้าว!” จุนอุทานเลียนแบบสิงห์บ้างก็พี่เบตขอผมนี่

เดี๋ยวนะ ตกลงมึงซื่อบื้อหรือมึงกำลังกวนตีนกูอยู่กันแน่สิงห์ชักไม่แน่ใจความคิดไอ้ตัวจุ้นของทิเบต

ฮ่าๆ ถึงกับขึ้นมึงขึ้นกูเลยเหรอพี่สิงห์ ผมไม่ได้กวนตีน ก็พี่เบตขอผมจริงๆ ไอ้ผมก็อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำเลยตอบตกลง

เออดี ไอ้ว่างๆ ที่ว่ามึงหมายถึงสมองมึงใช่ไหม

ด่าขนาดนี้พี่เตะผมเลยดีกว่า

ไม่ต้องบอกกูก็จะทำอยู่พอดีสิงห์ง้างขาแต่ชะงักค้างไว้ ถ้าจุนไม่ได้ชอบทิเบตเขาก็ยังไม่เสียรถนี่หว่า แค่คบกันไม่ใช่ผลแพ้ชนะ

ทำดีมากน้องชาย พี่ไปเรียนก่อนสิงห์เปลี่ยนใจยกมือขึ้นลูบหัวจุนแทน อารมณ์ดีขึ้นผิดหูผิดตา ถึงขั้นผิวปากเดินขึ้นตึก

พี่สิงห์เป็นอะไรของมันวะจุนหันไปถามเขียวหวานที่ยืนพลิกตำราไปมา ไม่สนใจฟังการสนทนาของเขากับสิงห์

ตกลงมึงจะเอารถพี่สิงห์หรือไม่เอาเขียวถอนใจเฮือกใหญ่ ปิดหนังสือหันไปจ้องหน้าเพื่อนแทน

เอาสิวะ ทำไมจะไม่เอา

แล้วมึงเสือกไปบอกพี่สิงห์ทำไมว่ามึงไม่ชอบพี่เบต

ฉิบหาย กูลืมตัว

มึงจะไปไหนเขียวรีบดึงแขนเสื้อเพื่อนไว้เมื่อเห็นอีกฝ่ายเตรียมวิ่ง

ไปบอกพี่สิงห์ว่ากูชอบพี่เบต

ไม่ทันแล้ว มึงมันกวนตีนจนเคยตัว พอไม่ได้จีบพี่มิ้นมึงก็โกยหมากลับมาเต็มปากเหมือนเดิม

พูดถึงพี่มิ้น กูไม่เห็นหลายวันแล้ว ไปไหนวะ

มึงไม่รู้กูจะรู้เหรอร้อยวันพันปีเขียวเคยตามข่าวมิ้นที่ไหน

สงสัยโกรธที่กูไม่ยอมช่วยหายไปเลย

กูว่าเดี๋ยวก็กลับมาเอง พี่มิ้นชอบพี่เบตมากไม่ยอมไปไหนหรอก อาจจะแกล้งหายให้มึงว้าวุ่นใจจะได้ยอมช่วยมากกว่า มึงไม่ต้องเป็นห่วง

กูก็ว่างั้น ไปเรียนกันเถอะ

เดี๋ยว มึงไม่ต้องรายงานแฟนเหรอว่าถึงมหาลัยแล้ว พี่เบตบอกให้มึงส่งข่าวไม่ใช่เหรอ

ไม่ เดี๋ยวไอ้พี่สิงห์ก็รายงานให้กูเอง

กูไปสัมภาษณ์ตัวจุ้นของมึงมาแล้ว  สิงห์กอดอกยืนพิงโต๊ะยิ้มอมภูมิ

มึงจะพูดอะไรก็พูดมา พวกกูรอฟังอยู่อิฐรู้ทันเพื่อน ขืนไม่ดักคอไว้สิงห์คงลีลาอีกนาน

น้องบอกว่าไม่ได้ชอบมึง ว่างเลยตอบตกลง

หึๆทิเบตหัวเราะถูกใจ กลายเป็นสิงห์ที่ต้องขมวดคิ้วมองเพื่อนด้วยความสงสัย

กูเป็นคนเดียวที่ได้กลิ่นอะไรทะแม่งๆ หรือเปล่าวะ

กลิ่นอะไรของมึงอินทรีย์ผู้ได้กลิ่นก่อนเพื่อนย้อนถามกลับ

ไอ้เบตมันดูชอบใจที่จุนไม่ชอบมัน ตกลงมึงเอาจริงเอาจังเรื่องพนันกับกูหรือเปล่า กูจะได้ทำตัวถูก บิดาจะเปลี่ยนรถให้ กูยังไม่กล้ารับกลัวเสร็จมึง พ่อกูงงมาสามวันแล้วนึกว่ากูบรรลุธรรมมะไม่อยากได้รถใหม่

กูเอาจริง มึงเล่าก็ดีกูจะโทรบอกพ่อมึง ว่ามึงบ่นอยากเปลี่ยนรถแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก

เหี้ยเบต! คันนี้ก็พอมั้งเล่นกันขำๆ

กูนึกว่ามึงเลิกหาเรื่องน้องมันแล้ว กูคิดผิดเหรอวะ ตกลงที่มึงทำดีกับจุนเพราะจะเอาชนะพนันสิงห์แค่นั้นเหรออินทรีย์ถามสีหน้าจริงจัง เขาคิดว่าเขารู้จักทิเบตดี แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะผิดพลาด

มีกฎข้อไหนห้ามเหรอ ทำไมกูต้องเลือก

หมายความว่าไงวะอิฐขยับเข้าใกล้เพื่อนอีกนิด เขาเป็นคนเดียวที่สนใจเรื่องพนันน้อยที่สุดยังอดอยากรู้ไม่ได้

หมายความว่ากูทำดีกับตัวจุ้นจริงและกูเอารถไอ้สิงห์จริง

ไอ้เลวสิงห์ส่งค้อนให้ทิเบต ไอ้เพื่อนงก แม่งเหมาหมด

แปลว่ามึงขอคบจริง มึงชอบจุนเหรอวะอิฐพยายามลำดับความคิดจากสิ่งที่ทิเบตพูด

กูขอคบเพราะโอกาสมันได้

เดี๋ยวนะ กูขอแบบเคลียร์ๆ เถอะว่ะ เอาแค่ชอบไม่ชอบก็พอ

เอาเป็นว่าตอนนี้กูชอบที่ได้อยู่กับตัวจุ้นมัน เหมือนได้เล่นกับลูกหมา ตลกดี

สาบานว่ามึงชมน้องมันอยู่สิงห์อดแดกดันเพื่อนไม่ได้

มึงกำลังจะบอกว่ามึงขอคบเพราะเริ่มชอบจุนขึ้นมาบ้างแล้ว และอยากเอาชนะพนันสิงห์ด้วยใช่ไหมอิฐพยายามทำความเข้าใจคำพูดของเพื่อน

ก็ใช่

คิดดีๆ นะเบต ตัวจุ้นของมึงรู้เรื่องพนันเข้าทีหลังมึงจะเสียน้องมันไป ถึงตอนนั้นเกิดมึงรู้ตัวว่าชอบน้องขึ้นมาก็สายเกินไปแล้วอินทรีย์เตือนสติเพื่อนรัก เขาไม่อยากให้ทิเบตตัดสินใจพลาด

ทำไมต้องคิด ตัวจุ้นมันรู้เรื่องพนันอยู่แล้ว

ฮะ!” ถ้าเรื่องทิเบตกับจุนคบกันทำสิงห์แตกตื่นแล้ว เรื่องนี้ยิ่งทำให้เขาใกล้หัวใจวายเข้าไปทุกทีมึงพูดจริงเหรอวะ ตั้งแต่เมื่อไหร่

ตั้งแต่วันที่มึงถามกูเรื่องกติกาวันที่ไปดูหนังที่ห้าง ตัวจุ้นมันยืนแอบฟังอยู่

ไอ้เหี้ยเบต มึงรู้แล้วทำไมไม่บอกกู ปล่อยกูพูดออกไปได้ไงวะ เสียหมาหมดกูเอ๊ยสิงห์กุมขมับ ตายแน่กู

แล้วตอนนี้มึงตายไหม กูเห็นมึงปกติดี

แปลก แล้วทำไมจุนไม่ทำอะไรเลยอิฐเดาความคิดจุนไม่ออก เขาไม่เห็นพฤติกรรมจุนเปลี่ยนไปสักนิด

ใครบอกไม่ทำ ไอ้ที่ยอมเข้าใกล้กู ยอมออกไปไหนมาไหนกับกู ทั้งที่ก่อนหน้านี้เกลียดกูจะเป็นจะตายก็เพราะรู้เรื่องพนัน

มึงกำลังจะบอกว่า…”

หึๆ ถ้ากูเดาไม่ผิด เด็กเพี้ยนคิดจะใช้การพนันให้เกิดประโยชน์ ฉลาดมาก

ฉิบแล้วกูสิงห์พยายามคิดว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง

เพราะแบบนี้มึงถึงถูกใจใช่ไหมอินทรีย์คิดว่าเขาเดาไม่ผิด

ใช่ กูนึกว่าตัวจุ้นมันจะลุกขึ้นมาโวยวาย ผิดคาด อยู่กับมันสนุกดี หาเรื่องให้กูปวดหัวได้ทุกวัน

มึงว่ากูควรไปรับสารภาพแล้วขอขมาตัวจุ้นของมึงดีไหมวะสิงห์ขอความคิดเห็นจากทิเบต

ไม่ต้อง มึงแค่อยากล้มพนัน อย่านึกว่ากูไม่รู้

ฉลาดอีกนะมึง เออได้ กูคำไหนคำนั้น แต่คันนี้นะมึง มึงโทรหาพ่อกูเมื่อไหร่ถือว่าโมฆะ

ตกลง

อย่าเพิ่งปิดประเด็นอิฐรีบชิงพูดขึ้นมาก่อนเมื่อเห็นว่าสิงห์กับทิเบตตกลงกันได้แล้วกูมีคำถามสุดท้าย ถามทั้งมึงทั้งไอ้อิน

เกี่ยวอะไรกับกูวะอินทรีย์คิดว่าเขาไม่มีเอี่ยวในเรื่องนี้ จึงแปลกใจที่อิฐเอาชื่อเขาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

มึงชอบผู้ชายได้จริงเหรอวะ ที่กูถามกูไม่ได้รังเกียจ แต่กูกลัวแทนน้องมัน มึงแน่ใจหรือเปล่าว่าไม่ใช่แค่อยากลองของใหม่ พอเบื่อก็เลิกสนใจ

มึงรอคำตอบไอ้เบตเถอะ ใจกูไปไกลกว่าชอบเยอะ มึงไม่ต้องห่วงน้องมัน

สัด มึงอาการหนักมากไอ้อินสิงห์ถึงกับอุทาน ถ้าไกลกว่าชอบก็ต้องรักสิวะ

มึงว่าไงอิฐหันไปคาดคั้นเอาคำตอบจากทิเบต เพราะไม่จำเป็นต้องห่วงความคิดของอินทรีย์แล้ว

มึงคิดว่าอย่างตัวจุ้นจะทำให้กูเบื่อเหรอ ทำเรื่องแปลกประหลาดได้ทุกวัน เด็กเพี้ยนนั่นคงเป็นของใหม่ตลอดเวลา

สิงห์ครุ่นคิดถึงคำพูดของทิเบต กูว่าไม่เหมือนเล่นกับลูกหมาหรอกเหมือนมึงหาคนที่ถูกใจเจอแล้วมากกว่า สิงห์พูดอยู่ในใจเพราะขืนพูดออกไปเขาอาจเสียรถได้ เรื่องอะไรจะชี้โพรงให้กระรอก เส้นผมบังภูเขาต่อไปเถอะเพื่อน

จริงเหรอจุนโชแปงไม่อยากเชื่อหู ทิเบตกับจุนคบกันเป็นไปได้อย่างไร

จริงจุนพยักหน้า ในใจคิดว่าเขาต้องเจออีกกี่คนที่แสดงท่าทางแปลกใจกับเรื่องนี้

แต่จุนชอบพี่มิ้นไม่ใช่เหรอ ไหนว่าจะจีบพี่มิ้นยังให้แปงช่วยอยู่เลย

ไม่จีบแล้ว

โอ๊ยแปงงงไปหมดแล้ว แล้วไปชอบกันตอนไหน พี่เบตเนี่ยนะชอบผู้ชาย ใครจะเชื่อ โอ๊ะ..!” โชแปงรีบยกมือปิดปากทำตาโตขอโทษ แปงเผลอพูดไม่คิด มันคาดไม่ถึงเลยตกใจ

ไม่เป็นไร ตราบใดที่โชแปงพูดว่าพี่เบตเนี่ยนะชอบผู้ชาย ผมอภัยให้ได้ ขอแค่ไม่ใช่พี่เบตเนี่ยนะชอบจุนก็พอจุนเล่นมุกเพื่อให้โชแปงรู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรมาก

บ้า จุนออกจะน่ารัก แปงไม่พูดแบบนั้นหรอกว่าแต่ยังไม่เห็นบอกเลยไปชอบกันตอนไหน

ไม่ได้ชอบ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ไหนๆ โชแปงก็นับรวมตัวเองเข้ามาเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกันแล้ว จุนจึงยอมเล่าเรื่องพนันให้ฟัง

แปงโป้งพี่เบตพี่สิงห์แล้ว เอาจุนมาเล่นแบบนี้ได้ยังไง เป็นแปงนะโกรธร้อยปีอย่ามาดีร้อยชาติโชแปงได้ฟังแล้วนึกโมโหแทนเพื่อน

แบบนั้นไม่สนุกหรอกต้องแบบนี้ จะปั่นซ้ายปั่นขวาให้เข็ดทั้งสองคนเลยจะได้ไม่ทำอีก

เอาเลยแปงสนับสนุน

พอๆเขียวรีบร้องห้าม ถ้าสองคนนี้รวมตัวกันเขากลัวว่าพกพาราวันละแผงคงไม่พอแปงปล่อยจุนมันเพี้ยนไปคนเดียวเถอะ แค่นี้ผมก็ปวดหัวจะแย่แล้ว

แหมแปงอยากเล่นด้วยนี่โชแปงหันไปงอนเขียว กลัวเป็นคนเดียวที่อดมีส่วนร่วมว่าแต่ถ้าพี่มิ้นรู้เข้าจะเป็นเรื่องไหม หรือจะเล่าเรื่องพนันให้ฟัง

ไม่ได้!” จุนรีบห้ามโชแปงเสียงหลงขืนพี่มิ้นรู้พวกพี่เบตต้องรู้แน่

ก็จริงโชแปงพยักหน้าหงึกหงัก พยายามช่วยคิดหาทางออก

นินทาอะไรฉัน

เหี้ย!” จุนสะดุ้งโหยง ทำไมไอ้พี่เบตมันเดินเบานักวะ กี่ครั้งแล้วที่เดินเข้ามาหยุดข้างหลังเขาโดยไม่บอกไม่กล่าว

เปล่าจุนรีบปฏิเสธ

แน่ใจ? หน้านายมันฟ้องว่านินทาฉันอยู่

เฮ้อจุนแกล้งถอนใจออกมาดังๆคนคุยกันเครียดๆ อย่ากวน ไปเล่นตรงนู้นไปเขาชี้มือไปทางโต๊ะตัวอื่นที่ตั้งไกลออกไป

เงียบ ไม่ใช่แค่ทิเบตที่เงียบ ต้องเรียกว่าเงียบกันทั้งกลุ่ม ร่วมถึงพี่ๆ ที่เดินตามกันมาติดๆ ด้วย

โป๊ก! “โอ๊ย!” จุนร้องลั่นกุมหัวตัวเองที่ถูกทิเบตเขกลงมาเต็มๆเขกหัวผมทำไม

สมควรโดน

อะไรเล่า ไหนบอกว่าเป็นแฟนกันจุนหน้าง้ำ เล่นไม่ได้ก็บอกเขาดีๆ สิ เขาก็แค่อยากลองดูเท่านั้น

นี่นายคิดว่าเป็นแฟนกับฉันจะเกิดอะไรขึ้น ไหนว่ามาสิทิเบตลงนั่งข้างจุน รอฟังคำตอบ

ของกล้วยๆ เป็นแฟนกันก็ต้องคอยเอาใจ ห้ามดุ ห้ามขัดใจ ห้ามทำร้ายร่างกาย ต้องเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมเลี้ยงหนัง สอนหนังสือ ชับรถรับส่ง พูดจาเพราะๆ หวานๆ…”

จ้างคนใช้เลยไหม

ถ้าพี่เบตจ่ายให้ก็เอาจุนหันไปยิ้มหวาน ฝันไปเถอะว่าเขาจะสลดกับคำแดกดันแค่นี้งั้นพี่เบตทำอะไรได้บ้าง ไหนว่ามาสิเขาเลียนแบบทิเบตทั้งน้ำเสียงและสีหน้า โธ่ไอ้หน้าดุๆ เขาก็ทำเป็นหรอกน่า

ถ้าเอาตามที่นายเรียกร้องฉันสอนหนังสือได้ ขับรถรับส่งได้ เลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมเลี้ยงหนังได้แค่นี้

โหออฟชั่นน้อยว่ะจุนทำเสียงดูถูก

เดี๋ยวๆ ตกลงพวกมึงเป็นแฟนกัน หรือกำลังเลือกซื้อรถ บอกกูที กูงง

พี่สิงห์เอาอย่างเพื่อนคนอื่นบ้างก็ได้ พี่นั่งเงียบๆ ไม่ออกความคิดเห็น ผมก็ไม่โกรธหรอกไม่ต้องเกรงใจ

ดู ดูปากแฟนมึงสิงห์หันไปฟ้องทิเบต

โห ผมพูสุภาพสุดๆ แล้วนะพี่ ถ้าเป็นคนอื่นผมถามตรงๆ แล้วว่าไม่เสือกได้ไหม

เอางี้เลยนะมึงสิงห์มองค้อนแฟนหมาดๆ ของเพื่อน

พี่สิงห์อย่าถือสาจุนเลยครับ ปากมันหมาแบบนี้แหละถึงหาแฟนไม่ได้ พักก่อนมันคิดจะจีบพี่มิ้นเลยสงบปากสงบคำจุนหันขวับไปมองหน้าเพื่อนรัก พักนี้ชักขายเขาบ่อย ชะชะ เดี๋ยวดูน้องจุนขายบ้างแล้วจะรู้ว่าเทียบกันไม่ติด สงสัยใส่พานถวายพี่อินจะน้อยไป

กูยินดีกับมึงด้วยนะเบต ของดีระดับพรีเมี่ยมจริงๆ สงสัยรุ่นนี้ซื้อแล้วไม่รับคืน

กูก็ว่างั้นทิเบตพยักหน้าเห็นด้วย

พูดเกินไปหรือเปล่าพี่จุนโมโห คิดจะรวมหัวกันเล่นงานเขาเหรอ อย่าหวังไหนล่ะเงิน ซื้อแล้วจ่ายด้วยห้ามเบี้ยวจุนแบบมือไปตรงหน้าทิเบตทวงเหย็งๆ ไม่จ่ายสักบาทบอกซื้อเขาแล้ว

เท่าไหร่ทิเบตหยิบกระเป๋าเงินออกมา

อืม…” จุนทำท่าคิด เห็นโชแปงพยายามพูดโดยไม่ออกเสียงว่าหมดกระเป๋าเลย

รถคันนึงแคกๆ สิงห์กระอักกระไอเพราะสำลักน้ำลายตัวเอง มองไอ้ตัวจุ้นของทิเบตที่ยักคิ้วให้ แสบจริงๆ ให้ตายเถอะ

ได้ทิเบตดันตอบรับหน้าตาเฉย ทำเอาจุนมองด้วยความหวาดระแวง ไอ้พี่เบตจะมาไม้ไหนวะแต่วันนี้ลองขับให้ดูก่อน ไอ้พวกนี้อยากไปทานพิซซ่าร้านพี่กันต์เขาโยนกุญแจรถมาให้จนจุนต้องรีบคว้าเอาไว้

ไปกันสักทีเถอะกูหิวแล้วอิฐที่นั่งฟังอยู่นานได้พูดกับคนอื่นเขาเสียที

โชแปงไปรถพี่ มึงด้วยสิงห์ ให้อินกับเขียวไปกับเบตอิฐแบ่งรถให้เสร็จสรรพ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเถียงกัน

โอเคสิงห์ตอบรับ จุนก้มลงมองกุญแจรถในมือ

ยืนทำอะไรของมึงวะ พี่เขาไปกันแล้วเขียวหันไปเรียกเพื่อนที่ยืนเอ๋อๆ อยู่คนเดียว

มึง กูว่ากูเสียโง่ให้ไอ้พี่เบตว่ะ

ตรงไหนวะเขียวไม่เห็นจุดพลาด ก็เห็นจุนเถียงเอาเถียงเอายอมใครที่ไหน

ตรงนี้นี่แหละจุนชูกุญแจรถในมือให้เขียวดูกูว่า….กูกำลังเป็นคนใช้ไอ้พี่เบตว่ะ

ฮ่าๆ กูเก็ตแล้วเขียวหัวเราะออกมาเมื่อเข้าใจสิ่งที่จุนกำลังสื่อ

  ห้ามขัดใจ ต้องเอาใจ ไปรับไปส่ง มึงตั้งเงื่อนไขแฟนที่ดีเองนะช่วยไม่ได้เขียวหัวเราะงอหาย ยิ่งเห็นหน้าเอ๋อรับประทานของจุนยิ่งขำเข้าไปใหญ่

มาเร็ว ไปได้แล้วเสียงเรียกของทิเบตทำเอาจุนถอนใจเฮือกใหญ่ เอาวะ อย่างน้อยเขาก็ตัดเลี้ยงข้าวออกไปได้หนึ่งข้อล่ะน่า เพราะเขาไม่มีเงิน

ไม่เบื่อใช่ไหมล่ะ

หือ? อะไรของมึงจุนหันไปมองเพื่อนรักที่เดินรั้งท้ายกลุ่มอยู่ข้างกัน

พี่เบตไง ฉลาด รู้ทันมึง รับปากหมาๆ ของมึงได้ ไม่ต้องคอยเอาอกเอาใจ ไม่ใช่คุณสมบัติของแฟนที่มึงอยากได้มาตลอดเหรอวะ

อืม…”

ว่าไงเขียวถามซ้ำเมื่อเห็นเพื่อนเงียบไป

จุนไม่ตอบเพราะเขากำลังใช้ความคิด หรือว่าไม่ใช่แค่เขียวหวานวะที่ควรมีแฟนเป็นผู้ชาย จุนมองแผ่นหลังกว้างของทิเบต จูบก็จูบมาแล้ว แหยงๆ นิดหน่อยแต่ก็โอเคนี่หว่า ไอ้พี่เบตทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งเรียนเก่ง เพอร์เฟกต์ขนาดนี้จะหาที่ไหนได้วะ ที่สำคัญคือทนความเพี้ยนของเขาได้ด้วย

อืมเอาวะ ไหนๆ ก็ให้ทดลอบขับแล้ว ทดลองรวบหัวรวบหางทั้งรถทั้งคนแม่งเลยแล้วกัน จุนเอ๋ย มึงนี่ฉลาดจริงๆ ให้ตายเถอะ

ภารกิจที่ 18 :มุ้งมิ้ง (?)

ทำอะไรอยู่วะเขียวถามเพราะตั้งแต่กลับห้องมาจุนก็เอาแต่นั่งง่วนอยู่หน้าคอม

ทำการบ้าน

การบ้าน? มึงอยู่มัธยมเหรอวะถึงยังเรียกว่าการบ้านเขียวทิ้งตัวลงบนเตียงของตัวเอง มองจุนที่ยังก้มหน้าก้มตาทำต่อไป

เออน่า เรียกอะไรก็เหมือนกัน เดี๋ยวกูทำเผื่อมึงด้วย

ทำอะไรวะ

ถามมากจริงโว้ย รอเดี๋ยวสิวะ ให้กูทำให้เสร็จก่อน

เออ เรื่องของมึงเขียวล้มตัวลงนอนเลิกสนใจเพื่อนรัก เพราะรู้ว่าสิ่งที่จุนทำมีสาระไม่ถึงครึ่งแน่นอน

เรียบร้อยจุนมองผลงานตัวเองด้วยใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ไม่อยากชมตัวเองบ่อยๆ แต่คนมันฉลาดทำไงได้

ทำอะไรอยู่จุนชะโงกหน้ามองหนังสือในมือของทิเบต

ที่ถามคือไม่เห็นจริงๆ ใช่ไหมแม่เจ้าโว้ย! จุนต้องนับหนึ่งถึงสิบในใจ ไม่ได้ๆ ต้องเก็บหมาไว้ก่อน

อ๋ออ่านหนังสือ ก็นึกว่าว่ายน้ำอยู่อุ๊บ! สงสัยเขาจะทำหลุดออกไปตัวหนึ่งแล้วพี่เบตยุ่งมากหรือเปล่า ผมนั่งดูคลิปอันนึงโคตรน่ารักเลยว่าจะแบ่งให้ดู

เอามาสิหึๆ เป็นไปตามแผน จุนขยับเก้าอี้เข้าไปชิดทิเบตอีกนิด เปิดคลิปในมือถือที่เขาหาเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนยื่นให้ทิเบตดู

ดูดิพี่ น่ารักโคตร มุ้งมุ้งเชียวจุนเปิดคลิปคู่รักชายชายป้อนขนมด้วยปากสุดมุ้งมิ้งให้ทิเบตดู เขาจะเริ่มจากการสะกดจิตทิเบตเสียก่อน ดูสิ ดูสิ ธรรมดาจะตาย ผู้ชายก็เป็นแฟนกันได้ น่ารักด้วย

อืมทิเบตส่งโทรศัพท์คืนให้จุนหลังดูคลิปสั้นๆ สามนาทีจบลง เขาก้มหน้าอ่านหนังสือต่อเพราะพรุ่งนี้มีสอบย่อย

อะไรวะ ไม่มีอารมณ์ร่วมเลย ออกจะน่ารักจุนบ่นอุบอิบเมื่อทิเบตไม่มีปฏิกิริยาให้เห็น เขาเคาะนิ้วลงกับโต๊ะแต่ต้องรีบยกนิ้วออกเมื่อทิเบตหันมาส่งสายตาดุ ไม่ได้ๆ อุตส่าห์ลงทุนตามมาถึงห้องสมุด ไกลก็ไกลต้องไม่ให้เสียเที่ยว

จุนมองซ้ายมองขวา โชคดีที่ทิเบตเลือกนั่งมุมลับตาอยู่ลึกเข้ามาด้านใน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครเห็นจุนจึงหันไปสะกิดแขนทิเบต

พี่เบตขยับเก้าอี้ออกหน่อยสิ

มีอะไร ทำอะไรหล่นเหรอ

เอาน่าอย่าถามเยอะ ขยับออกก็พอจุนรีบบอกเมื่อทิเบตทำท่าจะก้มลงไปมองใต้โต๊ะ เสียงถอนใจยาวดังขึ้น

ก็ได้ทิเบตเลื่อนเก้าอี้ออกห่างจากโต๊ะตามความต้องการของจุน

“…”

ทำอะไรของเรา

นั่งตักแฟนจุนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ทิเบตที่ก้มหน้าลงมามองพอดี เป็นแฟนกันต้องมุ้งมิ้ง

ลงไปนั่งดีๆ ฉันจะอ่านหนังสือจุนทำหน้าเซ็งแต่ยอมย้ายที่นั่งอย่างว่าง่าย จะไม่ย้ายได้อย่างไรก็ไอ้พี่เบตทำหน้าอย่างกับจะกินหัวเขา

พี่เบตนั่งตักผมก็ได้นะ แฟนเซอร์วิสไงรู้จักหรือเปล่าจุนตบมือปุๆ ลงบนต้นขาตัวเอง

ไปเล่นตรงโน้นไปทิเบตชี้มือไปทางโต๊ะตัวอื่นที่ตั้งไกลออกไป

โห มุกซ้ำแล้วพี่ไม่มีใครขำหรอก ขนาดผมเล่นวันก่อนยังแป้ก

เปล่า ฉันไม่ได้เล่นมุก ฉันไล่นายจริงๆ ไปนั่งโน่นอย่ารบกวนสมาธิ ฉันจะอ่านหนังสือจุนอ้าปากค้าง ได้แต่ทำปากยื่นส่งค้อนขวับๆ ไปให้แฟนหมาดๆ อย่างทิเบต

ฟอหอกอดอ เอกอาสอวอจุนพูดรัวออกมาเป็นชุด เล่นเอาทิเบตยอมเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมอง

อะไรของนายทิเบตอดขำไม่ได้ ยิ่งเห็นหน้าง้ำๆ ของไอ้ตัวจุ้นเขายิ่งขำเข้าไปใหญ่

แปลว่าหมดคำพูดจุนทำเสียงสะบัดคว้ากระเป๋าขึ้นสะพาย เดินกระแทกเท้าไปนั่งโต๊ะที่ทิเบตชี้เมื่อครู่ อย่านึกว่าเขาจะยอมกลับไปง่ายๆ นะ รอก่อนก็ได้

ทิเบตมองตามหลังไอ้ตัวจุ้นที่เดินทำหน้าเป็นตูดหิ้วสมบัติไปนั่งจุ้มปุ๊กรอเขาแล้วยิ่งหยุดหัวเราะไม่ได้  แม้แต่หมดคำพูดก็ยังขอให้ได้พูดอะไรออกมาใช่ไหมไอ้ตัวยุ่ง

เพื่อนเราไปไหนทิเบตถามจุน เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังประกบติดเขาจนถึงเวลากลับบ้าน สองเพื่อนซี้แทบจะเป็นเงาของกันและกัน ทิเบตจึงแปลกใจ

กลับหอไปแล้วมั้ง บอกไปแล้วว่าต้องให้เวลาแฟนบ้าง เพื่อนมันเข้าใจทิเบตหลุดก๊ากออกมากับหน้าซื่อๆ ของไอ้ตัวจุ้น กี่ครั้งแล้วที่มันทำเขาหัวเราะแบบเบรกไม่อยู่ เยอะจนนับครั้งไม่ถ้วน

แล้วนี่นายจะไปไหน

ไปเดตเสียงตอบชัดถ้อยชัดคำราวกับคิดมาอย่างดี

ถามฉันหรือยังทิเบตแกล้งถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายโมเมเองหน้าตาเฉย

ไม่ต้องถามหรอก บอกแล้วว่าเป็นแฟนต้องห้ามขัดใจ

คืนคำได้ไหม ฉันไม่อยากเป็นแล้วทิเบตอยากรู้ว่าไอ้ตัวจุ้นจะตอบเขาว่าอย่างไร มันชะงักไปนิดนึงก่อนเหลือบตาขึ้นมามองเขาตาขวาง

เป็นแล้วคืนมะรืนนี้ตาย

ฮ่าๆ ไอ้เด็กบ้าทิเบตอดไม่ได้ต้องจับหัวเจ้าตัวจุ้นโยกไปมาแรงๆ ด้วยความเอ็นดู มันจะมาไม้ไหนของมันอีกนะ จู่ๆ ก็เข้ามาวอแว ความคิดมันบางครั้งเขาก็ตามไม่ทัน

ตกลงจะไปหรือเปล่าน้ำเสียงคล้ายไม่ง้อแต่ตาจ้องเขาเขม็ง

อยากไปไหน แต่พรุ่งนี้ฉันมีสอบ ขอไม่ดึกนะทิเบตไม่รู้ตัวว่าน้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงมากแค่ไหน มากจนจุนยังแปลกใจ แต่แบบนี้แหละ แบบนี้แหละ เขาเรียกว่าแฟนกัน

งั้นไปหาอะไรกินใกล้ๆ คอนโดฯ พี่เบตก็ได้ เดี๋ยวผมนั่งรถเมล์กลับหอเอง

ไม่ต้องขนาดนั้น เดี๋ยวฉันไปส่ง

ไม่ได้ๆ เป็นแฟนกันต้องสนับสนุนกัน ผมจะเป็นฝ่ายสนับสนุนพี่ ยืนอยู่เคียงข้างพี่เองจุนตบอกตัวเองปุๆ ให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าจะมีเขาอยู่ด้วยเสมอ

จุน

ครับ

ฉันแค่สอบย่อย ไม่ได้จะไปรบกับใคร

อ้าวเหรอ! แหะๆ สงสัยผมอินไปด้วย แฟนมือใหม่ก็อย่างนี้จุนลูบท้ายทอยตัวเองแก้เขิน สงสัยจะเล่นใหญ่ไปหน่อยแฮะเรา

หึๆทิเบตหัวเราะมองอีกฝ่ายเดินเหวี่ยงแขนไปมาแก้เก้อ ไอ้ตัวจุ้นเอ๊ยมันจะน่ารักไปถึงไหน

เปิดล็อกจุนหันหน้ามาบอกเขาเมื่อเจ้าตัวเดินถึงรถ ชั่วขณะหนึ่งที่ใบหน้าเล็กหันมายิ้มกว้างให้ ทิเบตรู้สึกว่ามันเป็นรอยยิ้มสดใสที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

ทิเบตเร่งฝีเท้าเข้าชิดจุนทางด้านหลัง สอดแขนแข็งแรงโอบรอบเอวและดึงเข้ามาจนแผ่นหลังประชิดอก

อ๊ะ!” เสียงจุนอุทานด้วยความตกใจ ทิเบตจับศีรษะเจ้าตัวจุ้นดันให้แหงนเงยขึ้น แตะริมฝีปากกับปากเล็กจากทางด้านหลัง

จุนหมุนตัวไปมองหน้าคนขโมยจูบ พูดไม่ออกได้แต่ชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปที่ปากของทิเบต อีกมือแตะปากตัวเองเอาไว้

ฉันน่ารักกว่าคลิปนั่นเยอะ ไม่ต้องห่วงจุนกะพริบตาปริบๆ มองคนยิ้มตาวาวเดินอ้อมตัวเขาไปขึ้นรถหน้าตา เฉย แถมมีหน้าเปิดกระจกมาถามเสียงดังว่า

ไม่ขึ้นรถเหรอ  ไอ้บ้าพี่เบตเอ๊ย! จูบแล้วก็ไป แม่ง! น่ารักฉิบหาย จูบกันแล้วก็เท่ากับแฟนกันจริงๆ แล้วสิ วู้! สำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้วเว้ย

รอด้วย รอผมด้วยจุนสปีดฝีเท้ารีบเดินไปขึ้นรถ ปิดประตูได้ก็หันไปยิ้มแฉ่งให้ทิเบตจูบกันแล้วเน๊อะ

หึๆ นายนี่มัน! ไม่เขินเหรอ เมื่อกี้ยังเห็นพูดไม่ออกอยู่เลย

เขิน นี่ก็เขินอยู่ แต่จูบกันแล้วเน๊อะ

ฮ่าๆ เอาที่นายสบายใจเถอะทิเบตสตาร์ทรถ เขายิ้มกว้างออกมา ไอ้ตัวจุ้นมันไม่รู้จริงๆ ใช่ไหมว่าแบบนี้มันเรียกว่าจูบไม่ได้ เขาเรียกว่าเอาปากแตะปากกันเฉยๆ เอาเถอะ ไม่ต้องรีบร้อนไว้ฉันจะสอนนายจูบเอง

ภารกิจที่ 19 : อ่อย

รอพี่นานไหมอินทรีย์เดินแบบไม่รีบร้อนเข้าไปหยุดยืนข้างเขียว ยกมือขึ้นแตะเอวอีกฝ่ายเบาๆ เขียวหันไปเลิกคิ้วฉงนมองคนที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ เขาไม่ได้นัดอินทรีย์ไว้เสียหน่อย

มีอะไรหรือเปล่าอินทรีย์ยังคงยิ้มให้เขียว ก่อนตวัดสายตาขึ้นมองกายกับแชมป์รุ่นพี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ไม่มีอะไร กูแค่ทักทายตามประสารุ่นพี่รุ่นน้องกายตอบเสียงห้วน นึกเจ็บใจที่อินทรีย์เข้ามายุ่ง นานๆ เขาจะเจอเด็กเขียวโดยไม่มีไอ้ตัวเสือกจุนอยู่ด้วย

ทักทายกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ ผมจะได้ขอตัวว่าที่แฟนผมไป

ว่าที่แฟน? เด็กนี่เหรอกายชี้หน้าเขียว จู่ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

อย่าบอกนะว่าพี่ตกข่าว ผมตามจีบเขียวมาได้สักพักแล้ว ผมว่าคนรู้กันครึ่งคณะหือ? เขียวหันไปจ้องหน้าคนพูด แต่ในสถานการณ์นี้เงียบไว้น่าดีต่อชีวิตเขาที่สุด

มึงพูดจริงหรือเปล่าอิน

อ้าวพี่ ผมจะโกหกทำไม จีบก็บอกว่าจีบอินทรีย์เปลี่ยนมากอดไหล่เขียว เขาดึงร่างเล็กเข้ามาชิด แสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่ โชคดีที่อีกฝ่ายให้ความร่วมมือไม่อย่างนั้นเขาคงหน้าแตก

ไหนมึงบอกว่ามึงเป็นผู้ชายแท้กายหันไปตะคอกเขียว เขียวสะดุดกับคำพูดรวมทั้งสายตาที่จ้องมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ที่ผ่านมาไม่ใช่กายเหรอที่ไม่เคยฟัง เอาแต่พูดว่าเขาเป็นเกย์ แต่พอวันนี้กลับยกคำพูดของเขาขึ้นมาอ้าง

ผม…” เขียวเผลอสั่นน้อยๆ ถึงความคิดเขาจะเป็นผู้ใหญ่กว่าจุน แต่ความกลัวความขี้ขลาดมีมากกว่าจุนหลายเท่า เขาถึงไม่ชอบมีเรื่องกับใคร

เขียวอึกอัก เขามีเรื่องอยากพูดแต่ไม่กล้า มือที่บีบลงมาเบาๆ บนไหล่ ทำให้เขียวเงยหน้าขึ้นสบตา เห็นรอยยิ้มและสายตาของอินทรีย์ทำให้เขียวนึกฮึดขึ้นมา เขารู้สึกอบอุ่นใจ มันต่างกับเวลาที่อยู่กับจุน อยู่กับจุนเขาอุ่นใจก็จริงแต่ก็ยังกลัว ยังรู้สึกไม่ปล่อยภัย แต่กับอินทรีย์เขารู้สึกทั้งอุ่นใจและหายกลัว เหมือนไม่มีอะไรที่เขาต้องกังวลถ้ามีผู้ชายคนนี้อยู่เคียงข้าง

มันก็ขึ้นอยู่กับว่าผมอยู่กับใคร ถ้าผมอยู่กับพวกพี่รับรองว่าผมเป็นผู้ชายแท้ ไม่มีความคิดว่าตัวเองจะเป็นเกย์หรือจะเปลี่ยนใจไปชอบผู้ชายได้ แต่…” เขียวเหลือบตามองอินทรีย์ก่อนหลบตา เขารู้สึกเขินอายขึ้นมาจนหน้าแดง

แต่กับบางคนมันไม่เหมือนกันเขียวจ้องมองกาย คราวนี้เขาไม่รู้สึกกลัวสักนิด

มึงกำลังดูถูกพวกกู!”

ไม่เอาน่า พูดแบบนี้ผมถือว่าพี่กำลังดูถูกเสน่ห์ของผมอยู่นะ ทำไมผมจะทำให้เขียวเปลี่ยนใจมาชอบผู้ชายไม่ได้อินทรีย์ยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กๆ ของเขียวหวานด้วยความเอ็นดู

หึๆ มึงพูดอย่างนี้ก็ดี กูคิดอยู่แล้วว่าอย่างมึงไม่มีทางเอาจริง ที่แท้มึงก็แค่อยากบริหารเสน่ห์ เฮ้ย กูเข้าใจ ของแบบนี้จะสู้ผู้หญิงจริงๆ ได้ยังไงวะ แค่มึงทำลงกูก็ว่าเก่งแล้ว

ผมไม่อยากต่อยพี่ โดยเฉพาะต่อหน้าว่าที่แฟน ไม่อยากถูกเมินเพราะเขียวไม่ชอบคนใช้ความรุนแรง คราวนี้ผมจะปล่อยพี่ไป แต่อย่าให้ผมได้ยินพี่พูดถึงเขียวแบบนี้อีก เพราะไม่อย่างนั้นผมรับรองว่าคราวหน้ามันจบไม่สวยแน่

ไอ้อิน! มึงพูดเกินไปหรือเปล่ากายกำหมัดแน่น เขาเกลียดกลุ่มซุปตาร์มานานแล้วแต่ไม่กล้าแสดงออก

ไม่เกินไปเพราะมันเกิดขึ้นจริงแน่เชื่อผมเถอะ

เรื่องของมึง ไปได้แล้ว กูไม่อยากเสวนากับไอ้พวกเกย์กายหันไปเรียกแชมป์ นึกโมโหที่เพื่อนไม่คิดจะช่วยเขา กลัวมันทำไมวะคนเหมือนกัน

ดีครับ หวังว่าพี่จะไม่เสวนากับว่าที่แฟนผมอีก เพราะผมไม่ปล่อยให้ใครมาคว้าไปแน่ๆกายสบตาอินทรีย์ สายตาเขาแทบจะเผาอีกฝ่ายเป็นจุณ แต่อินทรีย์กลับมองเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและสายตาของคนรู้ทัน

ไปสิวะ ยืนทำเหี้ยอะไรในเมื่อลงกับอีกฝ่ายไม่ได้ กายจึงหันไปลงกับเพื่อนที่ยืนเงียบราวกับไม่ได้มาด้วยกัน

ไม่รู้เกลียดอะไรผมนักหนา สงสัยเป็นโรคเกลียดเกย์เข้าไส้เขียวบ่นเบาๆ มองตามร่างสูงใหญ่ของกายที่รีบเร่งเดินจากไป

เกลียดเกย์อาจใช่ แต่อย่างอื่นไม่แน่ใจ

แปลว่าอะไรครับเขียวขมวดคิ้วมองหน้าอินทรีย์ ทึ่งที่อีกฝ่ายยังยิ้มได้แม้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ้มอะไรครับ ผมไม่เห็นขำ

ยิ้มดีใจที่พี่เป็นคนกล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเอง ชอบก็บอกว่าชอบ รักก็บอกว่ารัก พี่รักเขียว

เขียวรู้สึกเหมือนตัวเขากำลังจะระเบิดออก ได้แต่อ้าปากค้างกับคำบอกรักที่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

ไปเถอะ หาอะไรกินกันพี่หิวแล้ว

ผมผมไม่ได้บอกว่าจะไปด้วยเสียหน่อยเขียวหน้าแดงละล่ำละลักปฏิเสธ เมื่อครู่เขากำลังจะกลับหอแต่โดนรุ่นพี่ขวางไว้เสียก่อน

ก็ได้ เขียวไม่ไปกับพี่ พี่ไปกับเขียวเองเขียวเริ่มทึ่งกับการรวบรัดตัดความของอินทรีย์ ดื้อตาใสมันเป็นแบบนี้นี่เอง คนอะไรตัวออกโตแต่ชอบมองเขาด้วยสายตาเหมือนเด็กสามขวบ แล้วอย่างนี้ใครจะปฏิเสธลง

ผมกำลังจะกลับหอ แถวนั้นมีร้านอาหารตามสั่งอร่อยถ้าพี่กินได้ก็ตามใจ

อืมอาจจะไม่ถูกปาก แต่ถ้าไปกินกับเขียวที่ไหนพี่ก็โอเคเขียวรู้สึกหมั่นไส้อินทรีย์ขึ้นมาติดหมัด เขาไม่ชอบคนอวดรวย ถึงจะแค่ร้านข้างทางมันก็กินอร่อยได้เหมือนกันล่ะน่า

เฮ้อ เดี๋ยวนี้กินที่ไหนก็ไม่อร่อยเหมือนเขียวทำประโยคต่อมาของอินทรีย์ทำเอาเขียวพูดไม่ออก มันดีใจแปลกๆ

ตกลงไปใช่ครับ ไปก็ตามมาเขียวเดินดุ่มๆ ไม่ยอมรออินทรีย์ เอาเถอะเขายอมรับว่าแพ้ไม่เคยชนะอยู่แล้ว แพ้ทั้งคนแพ้ทั้งใจตัวเอง

เผ็ดไปไหมครับเขียวไม่แน่ใจเมื่อเห็นผัดกะเพราของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยสีแดงของพริก

อืม เผ็ดเขียวกำลังหันไปจะขอน้ำเพิ่ม เพราะน้ำในแก้วของอินทรีย์หมดแล้ว

เป่าปากให้หน่อยสิเขียวชะงักมือที่ยกขึ้นเรียกเด็กในร้าน มองปากที่ยื่นเข้ามาเสียใกล้ อย่ากินมันเลยน้ำ ขอให้เผ็ดจนลิ้นห้อย ขอให้ปากบวมไปเลยไอ้พี่บ้า

ใจร้ายเมื่อเห็นเขาไม่เล่นด้วย ปากแดงๆ ก็เบะออก สายตาที่มองมาเหมือนเขาผิดเสียเต็มประสา

ผมถามจริงๆ เถอะครับ พี่อินอายุเท่าไหร่ แล้วนี่คนอื่นเขารู้ไหมว่าเป็นแบบนี้ ผมสงสารคนที่หลงกรี๊ดกลุ่มซุปตาร์จริงๆ แต่ละคน

พี่จะไปฟ้องเบต ฟ้องสิงห์ ฟ้องอิฐด้วยอีกคน ฟ้องให้หมด

เป็นเด็กสามขวบเหรอครับ ทำไมขี้ฟ้อง

เขียวชอบเด็กหรือเปล่าล่ะ ถ้าชอบพี่ยอมเป็นเด็กสามขวบก็ได้

ผมไม่ชอบคบเด็ก

ดีนะที่พี่แก่กว่าเราปีนึงเขียวพยายามทำหน้าดุแต่มันอดยิ้มไม่ได้จริงๆ คนอะไรลื่นไหลยิ่งกว่าหยอดจารบี

ปกติจีบสาวแบบนี้หรือครับ แปลกชะมัดทำไมถึงมีคนยอมตกหลุม

ยอมรับแล้วเหรอครับว่าพี่จีบ นึกว่าจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปเรื่อยๆสายตาล้อเลียนของอินทรีย์ทำให้เขียวรู้ว่าตนเองทำพลาดอีกครั้ง

พี่อินพูดกรอกหูอยู่ทุกวัน ผมจะไม่รู้ได้ยังไงครับ

งั้นถ้าพี่พูดกรอกหูเขียวหวานทุกวันว่าเราเป็นแฟนกัน เราจะกลายเป็นแฟนกันไหม

พี่อินทานข้าวผัดผมแทนแล้วกัน ผมจะทานผัดกะเพราเองเขียวเลื่อนจานข้าวของตัวเองไปตรงหน้าอินทรีย์ และดึงจานข้าวของอินทรีย์มาแทน

แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้อีกแล้วเด็กน้อย

ใครเด็กน้อยครับ พูดดีๆ นะเขียวตักผัดกะเพราะเข้าปาก เผ็ดจริงๆ ด้วย ขนาดเขาชอบกินเผ็ดยังไม่ไหว สงสัยป้าเผลอใส่พริกสองครั้ง

ยิ้มอะไรครับเขียวหน้ามุ่ย หรืออินทรีย์ขำที่เขาเองก็รู้สึกเผ็ดเหมือนกัน

ยิ้มดีใจ

ดีใจอะไรครับเขียวถามน้ำเสียงเอาเรื่อง เห็นเขาเผ็ดแล้วดีใจเหรอ รู้อย่างนี้ไม่แลกให้ดีกว่า

ดีใจว่าน้องยอมกินช้อนเดียวกับเรา สงสัยจะเริ่มมีความหวังเขียวชะงักก้มลงมองช้อนในมือ ตายห่าเขาลืมเปลี่ยนช้อน

เรื่องธรรมดา ผมกินช้อนเดียวกับจุนบ่อยไปเขียวตักข้าวเข้าปาก พยายามทำท่าให้ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ

แปลว่าพี่สำคัญกับเขียวหวานพอๆ กับจุน

เอาเถอะครับ ผมพูดอะไรไปพี่อินก็ไม่ฟังผมเข้าข้างตัวเองอยู่ได้ ดื้อ

ใช่ครับพี่ดื้อ ถ้าเป็นเรื่องเขียวพี่ไม่คิดจะยอมแพ้ง่ายๆ

ผมไม่ชอบคนดื้อ

เดี๋ยวก็ชอบ

“…” เขียวหมดคำพูดได้แต่ก้มหน้าก้มตากินอาหารในจาน พูดอะไรก็เข้าตัวหมดแล้วเขาจะพูดไปทำไม

ให้พี่ขึ้นไปอยู่เป็นเพื่อนไหมอินทรีย์ถามเสียงอ่อนหลังจากจอดรถหน้าหอพักของเขียว

ไม่ต้องครับ ขอบคุณที่มาส่งครับเขียวตัดเยื่อใย แต่อินทรีย์เสียอย่างเขาถือคติตื้อเท่านั้นจะได้ครองเขียวหวาน

พี่สัญญาว่าจะเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซน

เชื่อตายล่ะ

แล้วต้องทำยังไงถึงจะเชื่อครับ พี่ยังไม่อยากกลับนี่ อยากอยู่ด้วยกันอีกแป๊บนึง

แต่พรุ่งนี้พวกพี่มีสอบไม่ใช่เหรอครับ ผมได้ยินพี่สิงห์พูดวันนี้

อืม มีสอบ แต่มันยังไม่อยากกลับน้ำเสียงจริงจังบวกกับแววตาที่มองมาทำให้เขียวใจอ่อนยวบ เขาแพ้สายตาคนคนนี้ ไม่เคยขัดใจได้เลย

ถ้าอย่างนั้นก็นั่งคุยกันในรถนี่แหละ แต่แป๊บเดียวนะครับ พี่อินต้องกลับห้ามดื้อ ผมบอกแล้วว่าผมไม่ชอบคนดื้อ

ครับผม

“…” เขียวขยับตัวไปมา เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าเขายิ้มๆ ดวงตาแพรวพราว เขียวบอกไม่ถูกว่าเขาอึดอัดหรือเขินอายกันแน่ ความรู้สึกมันปนกันจนเขาแยกไม่ออก

ผมง่วงแล้วเขียวหาเรื่องกลับขึ้นห้อง เมื่อผ่านไปหลายนาทีอินทรีย์ก็ยังไม่พูดอะไรออกมา

ง่วงก็นอนเขียวสะดุ้งเมื่ออินทรีย์โน้มตัวเข้ามาใกล้ ก่อนที่เขาจะพูดอะไรอีกฝ่ายก็เอื้อมมือไปปรับเบาะของเขาให้เอนลงเสียก่อนนอนเถอะเดี๋ยวพี่ปลุก

ถ้าไม่มีอะไรคุยผมขอขึ้นไปนอนที่ห้องดีกว่าครับ

ไหนบอกว่ายอมอยู่กับพี่อีกแป๊บนึงไงครับ อย่าโกงพี่สิ

แต่ถ้าผมนอนก็ไม่ได้คุยกันอยู่ดี

ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องคุย พี่แค่อยากอยู่กับเขียวอีกนิด

พี่อินเขียวพึมพำอยู่ในคอ ยอมรับว่าเขาหวั่นไหวไปกับคำพูดและสายตาเว้าวอนของอินทรีย์ ได้โปรดอย่าอ่อนโยนแบบนี้เลยเพราะเขากลัวว่าจะไม่สามารถควบคุมจิตใจของตัวเองได้อีกต่อไป

หลับได้แล้วครับมือใหญ่ปิดลงมาบนตาของเขา เขียวหลับตาลงช้าๆ รอบกายเงียบเชียบมีเพียงเสียงหัวใจของเขาที่ดังราวกับกลองรัว

จะผิดไหมถ้าเขาเปลี่ยนมาชอบผู้ชาย มันจะเป็นความรักจริงหรือเปล่า หรือเขาแค่หวั่นไหวเพราะไม่เคยมีใครดีกับเขาแบบนี้มาก่อน

พี่อินเขียวเรียกด้วยเสียงเบาแสนเบา เขายังคงนอนนิ่งไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมา

ครับเสียงทุ้มตอบรับอ่อนโยน

ชอบผมจริงๆ ใช่ไหม

จริงครับ

เล่นๆ หรือเปล่า

ไม่มีทาง

อืม

“…”

ลองจีบดูสิ

หึๆ พี่กำลังจีบเราอยู่นะ

ไม่เหมือนกัน ก่อนหน้านั้นผมไม่ได้ให้พี่จีบ

เขียว…”

“…”

เขียวหวานครับ

“…”

ขอบคุณครับคนดีรอยแตะแผ่วเบาที่ข้างแก้ม ทำให้เขียวรู้ว่าเขาถูกขโมยหอมแก้มเสียแล้ว ไหนใครบอกว่าจะเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซน เขาไม่น่าหลงเชื่อเลย แต่จะให้ลุกขึ้นมาโวยวายเขียวก็ทำไม่ได้ เพราะระหว่างต้องตื่นขึ้นมาอายกับสิ่งที่ตัวเองพูดไป กับแกล้งหลับแล้วต้องเจ็บใจที่ถูกอีกฝ่ายขโมยหอมแก้ม เขาขอเลือกอย่างหลังมากกว่า

คิดแล้วอยากทึ้งหัวตัวเอง ทำไมเขากลายเป็นคนแบบนี้ นี่เขาเพิ่งอ่อยผู้ชายให้เข้ามาจีบใช่ไหม เขาอ่อยพี่อิน! โอ๊ย! เขียวหนอเขียวนายเพิ่งทำอะไรลงไป งานนี้รู้ไปถึงไหนเขาได้อายไปถึงนั่น

ภารกิจที่ 20 : ไม่เคลียร์

แปงจะโกรธแล้วนะเขียวมองหน้าโชแปงขำที่อีกฝ่ายทำแก้มป่อง กอดอกท่าทางเอาเรื่อง

เมนส์มาเหรอ

ว้าย ! ปากเหรอนั่นโชแปงตีมือไม่ยั้งเข้าที่ไหล่ของจุน โทษฐานที่พูดจาไม่เข้าหู

แปงโกรธทั้งสองคน ไหนว่ามาจีบแปงกับพี่มิ้น แล้วทำไมแซงหน้ากันไปแบบนี้ แปงเป็นเจ้าที่อยู่ตั้งนานยัง…”

ยังไม่ได้กินจุนแทรกโดยไม่รอให้โชแปงพูดจนจบ ยักคิ้วแถมให้เป็นการส่งท้าย

เดี๋ยวเถอะ!” โชแปงเงื้อมือหรา มันน่าตีนักพูดเสียเธออาย

โอ๋ๆ ไม่ต้องน้อยใจชีวิตไป เดี๋ยวเพื่อนจะใส่พานถวายพี่อิฐให้เองจุนดึงโชแปงมากอด ลูบหัวอีกฝ่ายเป็นการปลอบโยน

ฮ่าๆ ไอ้บ้าจุนโชแปงเอนหัวไปซบอกเพื่อนแต่โดยดี อยู่กับเขียวกับจุนแล้วเธอรู้สึกสบายใจ เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่

จุน ขอคุยด้วยหน่อยสิเสียงเรียบๆ ของมิ้นทำให้โชแปงผละหัวออก เธอมองเพื่อนรุ่นพี่ด้วยสายตาสงสัยก่อนหันไปสบตากับเขียวที่มองมาเช่นกัน

ครับจุนขยับตัวออกห่างโชแปงเพื่อเว้นที่นั่งให้กับมิ้น

ไม่ใช่ตรงนี้ พี่อยากคุยส่วนตัว

ได้ครับ เดี๋ยวกูมาจุนหันไปบอกเขียวหวาน ส่ายหน้านิดๆ เมื่อเพื่อนมองมาด้วยสายตาเป็นคำถาม ว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายต้องการคุยอะไร

จุน พี่มิ้น รีบมานะ เดี๋ยวพวกพี่อินก็ลงมาแล้วโชแปงรีบพูดก่อนที่ทั้งสองจะแยกตัวออกไป เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับสายตาของมิ้นจึงพูดดักไว้เสียก่อน

รู้แล้วจุนพยักหน้า เขาเดินตามมิ้นไปเงียบๆ ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนเริ่มพูดก่อน

จริงหรือเปล่าที่เขาพูดกันว่าจุนคบกับเบตมิ้นถามจุนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด เธอหายหน้าไปเพราะหวังว่าจุนจะร้อนรนและยอมทำตามที่เธอขอเรื่องตีสนิทกับกลุ่มซุปตาร์ แต่กลับมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแทน

จริงครับจุนพยักหน้า

จุนประชดพี่ใช่ไหม ไม่พอใจที่พี่ขอให้ช่วยก็บอกพี่ตรงๆ สิ จุนทำแบบนี้ทำไม จุนก็รู้ว่าพี่ชอบเบตจุนนิ่งเงียบ เขามองหน้าผู้หญิงที่เขาเคยชอบ อดแปลกใจในความเปลี่ยนไปของอีกฝ่ายไม่ได้พูดสิจุน เงียบอยู่ทำไม

ผมกำลังคิดว่าจะพูดอะไรกับพี่มิ้นดี

พูดความจริง พูดมาว่าจุนอยากให้พี่ทำอะไร อยากไปเดตกับพี่ อยากคบกับพี่งั้นเหรอ

เฮ้อ~” จุนถอนใจออกมายาวๆ เขาเพิ่งคิดได้ว่าพักนี้เขาลืมมิ้นไปสนิทใจ ไม่ใช่เพราะตัดใจไม่จีบ แต่มันไม่คิดถึงแม้แต่นิดเดียว ยิ่งตอนนี้จุนยิ่งรู้สึกโชคดีที่เลือกตัดใจพี่มิ้นจำได้ไหมครับว่าพี่มิ้นเคยพูดอะไรกับผม

จะหาว่าวันนั้นพี่พูดทำร้ายจิตใจจุนอย่างนั้นใช่ไหมมิ้นคิดไปถึงวันที่เธอขอให้จุนทำตัวสนิทสนมกับกลุ่มซุปตาร์ นึกอยู่แล้วว่าจุนทำแบบนี้เพื่อเอาคืนเธอ

ไม่ใช่ครับ พี่มิ้นจำวันที่ผมไปหาพี่มิ้นเพราะมีคลิปผมจูบกับพี่เบตออกมาได้หรือเปล่า พี่มิ้นบอกผมว่าผมจะอธิบายให้พี่มิ้นฟังทำไม พี่มิ้นไม่ใช่แฟนพี่เบต ถึงอยากเป็นแต่ก็ไม่ใช่ ผมไม่จำเป็นต้องอธิบาย ดังนั้นผมคิดว่าผมคงไม่ต้องอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่เบตให้พี่มิ้นฟัง อย่างเดียวที่ผมคิดว่าผมควรพูดกับพี่คือผมไม่ได้ทำประชดพี่ครับ

แต่จุนชอบพี่ไม่ใช่เหรอ

ครับ ผมเคยชอบพี่ แต่พี่มิ้นรู้ตัวไหมว่าพี่มิ้นเปลี่ยนไปมาก

ไม่เกี่ยวกับนาย

จริงครับ ไม่เกี่ยวกับผมจุนยักไหล่ พี่มิ้นเปลี่ยนไปมากจนเขาเสียดาย เชื่อแล้วว่าเรื่องของความรักการห้ามความรู้สึกมันยาก จากที่ไม่คิดจะครอบครองไม่ยุ่งไม่วุ่นวายขอแค่อยู่ใกล้ๆ ก็พอ ค่อยๆ ทวีความหึงหวง ความอยากเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ สุดท้ายก็ควบคุมความรู้สึกและการกระทำของตัวเองไม่ได้

ถ้าพี่ขอล่ะ ขอให้จุนเลิกกับเบต แล้วพี่จะยอมตามใจจุนทุกอย่างจุนมองมือที่ลูบลงมาบนอกของเขา ชั่งใจอยู่ว่าควรพูดอย่างไรให้อีกฝ่ายเข้าใจ

พี่มิ้นรู้ไหมครับว่าอย่างที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้เขาเรียกว่าเกย์ แล้วถ้าพี่มิ้นใช้จินตนาการอีกนิดจะรู้ทันทีว่าระหว่างผมกับพี่เบตใครควรเป็นฝ่ายรุก ใครควรเป็นฝ่ายรับจุนตีหน้าตาย สบตามิ้นเป็นคำถามว่าเข้าใจที่เขาพูดใช่ไหม

นายจะพูดอะไร!”

อยากให้ผมพูดออกมาจริงๆ หรือครับจุนเลิกคิ้ว แค่นี้ไม่เข้าใจจริงๆ หรือว่าเขาพูดถึงอะไร

พูดออกมาสิ! พูดออกมาเลย

เฮ้อ ได้ครับ ผมจะบอกพี่ว่าผมตีฉิ่งไม่เป็น

!!!

อะอะ…”

ผมไปนะครับ ป่านนี้พี่เบตลงมาแล้ว พี่มิ้นรู้สึกดีขึ้นเมื่อไหร่ก็ตามมาจุนไม่รอให้มิ้นได้พูดอะไร เขาเดินดุ่มๆ กลับไปตามเส้นทางที่เดินมา

อึ๋ย! ขนลุกฉิบหาย พูดอะไรออกไปวะเนี่ย

เดี๋ยวนะ ถ้าเป็นแฟนกันแล้วก็ต้องทำอย่างว่าด้วยสิ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นมาก่อน ตายห่า ถ้าไอ้พี่เบตขอจิ้มขึ้นมาจะทำยังไงดีวะกู!

เป็นอะไรทิเบตอดถามไม่ได้ เมื่อจับได้ว่าจุนลอบมองเขาอยู่หลายครั้ง

ผมถามอะไรอย่างสิพี่เบต

ว่ามา

ถามจริงๆ นะจุนทำสีหน้าจริงจัง เขาหยุดเดิน ในมือถือจานราดหน้าทะเล จุนกับทิเบตกำลังเดินกลับไปที่โต๊ะในโรงอาหาร

หึๆ จะถามอะไรก็ถามจุนหันซ้ายหันขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจมองมา เขาจึงกระซิบออกไปเบาๆ

ของพี่เบตกี่นิ้วอะ

“…”

ไม่เคยวัดเหรอจุนแปลความเงียบของทิเบตว่าอีกฝ่ายอาจไม่เคยลองวัดขนาดมาก่อน

เราจะรู้ไปทำไมทิเบตมองหน้าไอ้ตัวจุ้นของเขา ไอ้ตัวดีถามด้วยหน้าตาซื่อๆ มันไม่กระดากปากกับใครเขาบ้างเลย

หรือว่าเล็ก?” เอที่ไม่ยอมบอกเพราะอายหรือเปล่าวะ จุนคาดเดาเมื่อเห็นทิเบตไม่ยอมตอบ

จะรู้ไปทำไมทิเบตยังถามกลับด้วยประโยคเดิม

อ๊ะ หรือว่าพี่อายผมเหรอ โธ่ ไม่ต้องอายๆ ผมแค่อยากรู้ไว้จะได้ทำใจถูกทิเบตไม่เคยยืนเซ่อขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เขาพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่มีคำมาบรรยาย ไอ้ตัวจุ้นมันพูดเรื่องนี้กลางโรงอาหารได้หน้าตาเฉย ไอ้เด็กเวรเอ๊ย

โป๊ก!

โอ๊ย! เขกหัวผมอีกแล้ว แม่งยิ่งโง่ๆ อยู่ มีแฟนโง่อายเขานะเว้ยจุนยกมือขึ้นคลำหัว โวยวายลั่น

ไม่ได้เขกให้โง่ แต่เขกให้เรื่องเลอะเทอะในสมองของนายหลุดออกไป

เลอะเทอะตรงไหนวะ ผมแค่อยากรู้ไม่ได้หรือไง พี่ไม่มาเป็นผมไม่รู้หรอก มันขนลุกนะเว้ย ขอเตรียมตัวเตรียมใจบ้างเถอะ

หึๆ ไอ้เด็กบ้าทิเบตยกมือข้างที่ว่างยีหัวจุนจนยุ่ง อยู่กับมันเขาคงได้ปวดหัวตายเข้าสักวัน ความคิดแต่ละอย่างของไอ้ตัวจุ้นแผลงไม่มีใครเกิน

นะๆ บอกหน่อยจุนกระตุกเสื้อ ทำตาออดอ้อนหวังให้ทิเบตใจอ่อน

อยากรู้มากใช่ไหม

อื้อๆจุนรีบพยักหน้า ทิเบตสบตาอยากรู้อยากเห็นของเด็กเพี้ยน ก่อนก้มหน้าลงไปกระซิบชิดหู

เอาเป็นว่าฉันทำให้นายร้องครางได้แน่ไม่ต้องกลัว

ร้องคราง?” จุนมองตามหลังทิเบต ที่พูดจบก็เดินหัวเราะนำหน้าเขาไป

ไอ้พี่เบต! เดี๋ยว! กลับมาก่อน ถ้าไม่ใช่กลางโรงอาหารจุนคงตะโกนเรียกแบบนี้ไปแล้ว แต่เพราะยังมียางอายจึงยืนนิ่งอยู่กับที่ แม่งพูดอะไรอย่างนี้วะ บอกด้วยสิโว้ยว่าร้องเจ็บหรือร้องมีความสุข เอาให้ชัดๆ มันไม่เคลียร์

มีความสุขอะไรนักหนาวะเบตสิงห์อดถามไม่ได้ เมื่อเห็นทิเบตใบหน้าเปื้อนยิ้มตั้งแต่ลงนั่งจนถึงตอนนี้

พี่เบตเขาดีใจ มีแฟนน่ารัก

หืม ไม่เข้าข้างตัวเองไปหน่อยเหรอครับน้องจุนสิงห์หันไปตอบโต้กับจุนเมื่ออีกฝ่ายพูดแทรกขึ้นมา

พี่สิงห์ไม่รู้อะไร แฟนกันมันก็ต้องรู้ใจกันเป็นเรื่องธรรมดาจุนทำสีหน้าดูถูกสิงห์ คนไม่มีแฟนก็แบบนี้ไม่เข้าใจหรอก

เดี๋ยวนะ ได้ข่าวว่าเอ็งเพิ่งเป็นแฟนกันแบบงงๆ ไปเมื่อวันสองวันก่อน  รู้จักกันได้กี่เดือนทำมาเป็นรู้จงรู้ใจ

ไม่กี่วันก็รู้ใจได้ เพราะผมชอบ…” จุนแกล้งลากเสียงยาวเฮ้อ ช่างเถอะหึๆ นี่ยังปราณีหรอกนะจะให้ขับรถต่ออีกสักหน่อย วันไหนแหย่เขามากๆ จะโพล่งว่าชอบพี่เบตออกมา รับรองเกมจบไอ้พี่สิงห์โดนยึดรถแน่ๆ ส่วนเขาจะรอยึดเจ้าของรถคนใหม่ทีเดียวเลย

มึงก็ชอบแหย่น้องมัน พอได้แล้วอิฐปรามสิงห์ เขาว่าคู่นี้เริ่มเหมือนเพื่อนกันมากขึ้นทุกวัน

ใช่ พี่สิงห์ควรเอาพี่อิฐเป็นตัวอย่าง ยุ่งเรื่องชาวบ้านให้น้อยลงจะหล่อขึ้นทันที จะได้มีสาวแลเหมือนคนอื่นเขา

ชะชะ ไอ้นี่ อย่างพี่มีแต่คนสน ไอ้อิฐต่างหากสาวไม่แล

ไม่จริงม้างโอ๊ะ!” จุนลูบแขนป้อยๆ เมื่อถูกโชแปงหยิกหมับเข้าให้ใต้โต๊ะ

เขียว มึงไปนั่งตรงโน้นทำไมวะจุนแกล้งโวยวายเพื่อนรัก ที่วันนี้ไม่นั่งข้างเขาเหมือนเคย ปล่อยให้โชแปงนั่งแทน

มึงต้องถามตัวเองไม่ใช่ถามกู เพราะกูนั่งก่อนมึงมา

อ้าว! เออว่ะ โทษทีจุนขอโทษเพื่อนที่โวยวายออกไป ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเลือกนั่งข้างทิเบตโดยอัตโนมัติ  เขาทำไปโดยไม่รู้ตัว หรือเพราะพักนี้สายตาเขามองแค่คนๆ นี้เท่านั้น

มีอะไรจุนเผลอสะดุ้งเมื่อคนที่เขามองหันมาสบตา จู่ๆ ใจของเขาก็เต้นรัว เมื่อกี้มันอะไรกัน ความรู้สึกเมื่อกี้คืออะไร

จุน

อ๋อ เปล่าๆจุนหลบตาทิเบต รีบตักอาหารเข้าปาก ใจยังคงเต้นโครมคราม

เดี๋ยวนี้มิ้นไม่มาเหรอวะ สงสัยได้ข่าวไอ้เบตแล้วสิงห์ชวนคุยเมื่อเห็นบรรยากาศในโต๊ะอาหารเงียบไป

แปงได้ข่าวบ้างไหมอิฐถามโชแปงเพราะถือว่าสนิทกับมิ้นที่สุดในกลุ่ม โชแปงอึกอักเธอมองจุนเพื่อขอความช่วยเหลือ

พี่มิ้นรู้แล้วครับจุนตัดสินใจบอกออกไปตามตรง เพียงแค่ไม่บอกว่าเขาเพิ่งได้คุยมา

ไม่มีอะไรใช่ไหม

ไม่มีครับจุนตอบทิเบตไปอย่างนั้น สำหรับเขาแล้วไม่มีแต่สำหรับมิ้นเขาไม่ทราบ

อืม ดีแล้วจุนสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงแม้ทิเบตจะไม่ได้พูดออกมา คนคนนี้ชอบเขาหรือเปล่านะ หรือคบกับเขาเพราะอยากชนะพนัน

ยิ้มอะไรทิเบตมองสีหน้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปของจุน จากใบหน้ากังวลเล็กน้อยเปลี่ยนเป็นยิ้มแป้น

ไม่มีอะไร แค่คิดอะไรดีๆ ได้

แน่ใจนะว่าดีทิเบตหรี่ตามอง บอกแล้วเขาไม่ไว้ใจความคิดและสมองของไอ้ตัวจุ้นมัน

ดีสิจุนยิ้มกว้างยิ่งขึ้นจนตาหยี ไม่เป็นไรหรอก ยังไงคนคนนี้จะต้องชอบเขา โอมจงรักจงหลง เดี๋ยวจะเอาให้โงหัวไม่ขึ้นเลยคอยดู หึๆ ระดับจุนแล้วไม่มีท้อหรอกเว้ย อยากได้ของดีเกรดพรีเมี่ยมมันก็ต้องรู้จักสู้ 

อ๊ะ! แต่ก่อนอื่นต้องหลอกไอ้พี่เบตอาบน้ำด้วยให้ได้เสียก่อน ห้ามลืมเป็นอันขาดไอ้จุน

Close Menu
Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.