ก๊วนป่วน แดนพิศวง (แดนสนธยา)

แดนสนธยา

บทที่หนึ่ง ความทุกข์ของลูก

ฉันชอบเดินเล่นตอนกลางคืน

มันติดเป็นนิสัยตั้งแต่ฉันเริ่มเป็นแม่คน ถึงแม้ว่าความปลอดภัยในสังคมเราจะลดลง แต่ฉันก็ยังไม่เลิกนิสัยนี้ ลูกชายฉันเตือนหลายรอบแล้ว ฉันได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบอะไร

คนในครอบครัวฉันตายหมดแล้ว ในความทรงจำเหลือแต่คำพูดประหลาดๆ ของคุณปู่เท่านั้น คุณปู่บอกว่าตอนกลางคืนไม่ใช่เวลาทำกิจกรรมของคน ออกไปข้างนอกต้องระวังตัวให้ดี (เห็นๆ อยู่ว่าฉันไม่ได้จำใส่ใจเลย) แต่ก็อาจจะได้เจอของวิเศษ ซึ่งเป็นของที่ไม่ได้เป็นของโลกมนุษย์ตกลงมาจากที่ไหนสักแห่ง

ดังนั้นลูกชายฉันจึงไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน เพราะเขาก็เป็นหนึ่งในของที่ฉันเก็บได้เหมือนกัน

วันนี้ลูกชายฉันมีนัดไปข้างนอกพอดี พอเลิกงานฉันก็หาอะไรกินรองท้องก่อน แล้วก็รีบหาที่เงียบๆสร้างความบันเทิงให้กับตัวเอง

ลมตอนกลางคืนเย็นสงบไม่เหมือนกับตอนเช้า ฉันฮัมเพลงเด็กที่เขาเลิกร้องกันไปแล้ว รองเท้าส้นสูงของฉันเดินย่ำหินบนถนน ไม่ต้องสนใจสายตาของคนอื่น ช่างมีความสุขจริงๆ

นี่เจ๊!”

ว้าย!” ฉันตกใจสะดุดล้มหน้าคะมำ แล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา สายตากวาดหาตัวคนร้ายที่ทำร้ายฉัน

ไม่ไกลออกไป มีศาลเจ้าเล็กๆ ที่ไม่ค่อยดึงดูดสายตามากนัก ตั้งอยู่ด้านล่างตรงทางลาด มีเพียงโคมไฟสีเหลืองแสงสลัวห้อยอยู่เท่านั้น ด้านหน้าศาลเจ้ามีเจ้าเด็กเพี้ยนคนหนึ่งนั่งเอามือเท้าคางอยู่ เขาใช้สายตาดูหมิ่นจ้องมองมาที่ฉัน

ที่เรียกว่าเพี้ยนก็เพราะผมเขาเป็นสีทอง ที่คอมีสร้อยทองแสงวับแวบ เขาสวมชุดนักเรียนยับยู่ยี่ แล้วยังมาเถลไถลในเวลานี้อีก

ดึกขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่กลับบ้านอีก?” ฉันตักเตือนเขาในฐานะผู้ใหญ่ เจ้าเด็กเพี้ยนกลับทำหน้าตาปัญญาอ่อนใส่ฉัน

เจ๊ต่างหากที่ควรกลับบ้านไป เดินเหยียบที่คนอื่นแล้วยังไม่รู้เรื่องอีกเจ้าเด็กเพี้ยนปัดกางเกง แล้วลุกขึ้นมา สองมือล้วงกระเป๋าเดินตรงมาหาฉัน นี่จะลงมือลงไม้กับฉันใช่ไหมเนี่ย?

นี่แกจะทำอะไรฉัน ?” บ้าเอ๊ย ฉันควานหาเครื่องช็อตไฟฟ้าในกระเป๋า แต่ก็ไม่เจอ

พาเจ๊กลับบ้านน่ะสิ!” เขายื่นมือออกมา มีรอยสักพิลึกพิลั่นอยู่บนหลังมือเขา เขาผลักไหล่ฉันเต็มแรง แล้วฉันก็มาอยู่หน้าประตูบ้านตัวเอง

ฉันรู้สึกเหมือนชนเข้ากับอะไร เสียงดังโครมคราม เพื่อนบ้านทั้งซ้ายขวาต่างก็โผล่หัวออกมาดู แต่ก็ไม่มีใครมาช่วยดึงฉันลุกขึ้น ผมฉันยุ่งเหยิง ใบหน้ามอมแมม ฉันตะเกียกตะกายลุกขึ้น เจ็บ เจ็บ เจ็บ! มือและเท้าถลอกปอกเปิกแถมยังมีรอยช้ำอีกด้วย เจ้าเด็กบ้า! ฝากไว้ก่อนเถอะ!

แม่! เป็นอะไรไปครับ!” ท่าทางเคียดแค้นของฉันทำให้ลูกชายฉันใจล่วงไปที่ตาตุ่ม เขาพยุงตัวฉันไปนั่งบนโซฟา

ไม่เป็นไรจ้ะ แม่ไม่อยากเล่ามันเป็นบันทึกความพ่ายแพ้หน้าหนึ่งของการเดินเล่นของฉัน ต่อไปจะไม่ไปสุสานสาธารณะแห่งที่สองนั่นแล้วแล้วทำไมลูกถึงกลับมาเร็วจัง ทะเลาะกับฮวาฮวาเหรอจ๊ะ?”

ลูกชายฉันไม่ยอมตอบ เขาเดินไปหยิบยาทาแผลและพลาสเตอร์ยา คิดว่าความเงียบจะทำให้แม่อย่างฉันยอมแพ้งั้นรึ ตอนที่เขาทายาที่หัวเข่าให้ฉัน ฉันก็เอามือลูบหัวเขาเบาๆ โดยหวังว่าลูกจะมีเรื่องเมาท์มาแบ่งปันกันบ้าง

แม่ครับ เธอชื่ออินอินลูกชายฉันเริ่มติดกับ

อ๋อจ้ะก็เหมือนกันนั่นแหละ

เธอไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อนน่ะครับ ผมร้องเพลงไม่เป็นก็เลย…”

อย่าโม้หน่อยเลย ลูกเนี่ยนะร้องเพลงไม่เป็น?!” ตลกแล้ว ตอนมัธยมปลายลูกชายฉันเป็นนักร้องนำของวงดนตรีโรงเรียนเชียวนะ! วันวาเลนไทน์ถึงได้มีรุ่นน้องมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าประตูบ้านเต็มไปหมด

แม่แอบมาดูผมที่โรงเรียน!?” ลูกชายฉันพูดอย่างเซ็งๆ

หยุด ตอนนี้แม่กำลังถามลูกอยู่!” ฉันปั้นหน้าเข้ม ลูกชายฉันได้แต่ถอนหายใจ

ถ้าเพื่อนเธออยู่ อินอินจะชอบให้ผมซื้อของให้เธอ ตอนนี้เงินผมไม่ค่อยมี จะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้ลูกชายฉันพูดจาเหมือนคนแก่ ทำไมอายุแค่ยี่สิบก็แห้งเหี่ยวขนาดนี้แล้วนะ นี่ฉันทำร้ายเขาหรือเปล่า?

ฟังแล้วก็รู้สึกแย่ ฉันควานหากระเป๋าตังค์จากกระเป๋าหนัง เอาเงินสองพันหยวนและแบบฟอร์มขอทำบัตรเครดิตยัดใส่มือเขา

เอาไปซื้อของดีๆ ให้เธอนะ ยังไงก็ยังมีแม่!” ฉันทำเป็นอวดเก่ง เหมือนตัวเองมีเงินทองมากมาย

ลูกชายฉันกลับทำหน้าสีหน้าอึดอัด… “ค่าบ้านเรายังผ่อนไม่หมดเลยนะครับ บิลค่าน้ำค่าไฟเดือนใหม่ก็มาอีกแล้ว

แย่ชะมัด อะไรจะจนขนาดนี้

เรื่องนี้เดี๋ยวแม่จัดการเอง อย่าให้คนอื่นดูถูกลูกก็พอ แม่นะ เพราะตอนเด็กๆ ที่บ้านติดหนี้ก้อนโตเลยไม่มีชายข้างกายเลยสักคน ตอนนี้รายได้มั่นคงแล้ว มีให้ลูกใช้จนถึงแต่งงานแน่นอน

ลูกชาวบ้านเขามีแต่อยู่ดีกินดี แต่ลูกชายฉันกลับต้องมาตกระกำลำบาก อดมื้อกินมื้ออดมื้อมาตั้งแต่เล็ก ไม่มีวิดิโอเกมเล่น ไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ แต่เขาก็ไม่เคยบ่นสักคำ ฉันขอสาบานว่าจะขยันทำงานหาเงินไม่ให้เขาต้องกินบะหมี่ซองอีกเป็นอันขาด

ลูกชายฉันจัดการกับบาดแผลเรียบร้อยแล้วจึงถือกล่องพยาบาลมานั่งข้างๆฉัน

ฐานะของครอบครัวเราต่างกับเธอมากเกินไป บางทีเราอาจจะไม่เหมาะสมกัน

อะไรกัน? ฮวาฮวาน่ารักออกฉันยอมรับฉันชอบมองคนที่หน้าตา ที่จริงฉันกับฮวาฮวาก็หน้าตาสวยพอๆ กันนั่นแหละ

แม่ครับ เธอชื่ออินอินลูกชายฉันส่อแววระอา

เธอก็ดีครับ แต่เธอไม่ค่อยฟังผม อีกอย่างตัวเธอยังมี…”

เข้าใจแล้ว ที่แท้ก็สิ่งนั้นนั่นเอง

ลูกมองเห็นเหรอจ๊ะ?” ลูกชายฉันดีพร้อมทุกอย่าง แต่เขามีสัมผัสที่หก

ลูกชายฉันหน้านิ่วคิ้วขมวด ปากเม้มจนเป็นเส้นเดียว เขาเป็นคนที่มีสัมผัสที่หกคนหนึ่งที่ถ่อมตัวที่สุดที่ฉันเคยเจอ หลายปีมานี้คนที่รู้ความลับนี้มีเพียงแค่ตัวเขาเองและแม่อย่างฉันเท่านั้น มันอาจเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่อยากย้อนกลับไปวัยเด็กก็ได้ เขาคิดว่าความสามารถพิเศษนี้จะดึงดูดเรื่องร้ายๆ ให้มารวมตัวกัน

เป็นทารกครับ เกาะติดด้านล่างของร่างกายเธอ

ฉันฟังทีแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ต่อมาก็ค่อยๆ เข้าใจความหมายของประโยคนี้

เป็นลูกของลูกหรือเปล่า? ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำกับหลานฉันแบบนี้!”

แม่ใจเย็นก่อน ผมกับอินอินเพิ่งจะคบกันได้สามเดือนเองครับ

ก่อนหน้านั้นก็อะไรอะไรกันแล้ว?” ฉันอยากอุ้มหลานมาตั้งนานแล้ว

ลูกชายฉันไม่พูดอะไรอีก ฉันรู้ว่าเขาอยากอาละวาดใส่ฉัน แต่ก็เป็นเด็กดี สามารถระงับอารมณ์ไว้ได้

อยู่ดีๆ ก็โผล่มาครับ ผมไม่รู้ว่าจะถามเธอยังไงดี แล้วก็ไม่รู้ว่าควรทำยังไง

ฉันเข้าใจความรู้สึกเขานะ มิน่าล่ะเขาถึงไม่อยากอยู่กับแฟนนานๆ ก็ภาพที่เห็นมันชวนขนลุกซะขนาดนั้นนี่นา

วันหยุดแม่ไปไหว้เจ้าเป็นเพื่อนลูกดีไหมจ๊ะ?” ฉันตบไหล่ลูกชายเบาๆ

ซินแสที่นั่นมีแต่พวกหมอผี นักต้มตุ๋นทั้งนั้นเหมือนว่าลูกชายฉันหมดความศรัทธากับความเชื่อและศาสนาแล้วแม่ครับ แม่ชอบดึงดูดสิ่งประหลาดๆ เข้ามา ตอนกลางคืนอย่าออกไปไหนอีกนะครับ

พูดไปพูดมาทำไมมาลงที่ฉันอีกแล้วล่ะ?

แม่อยากช่วยหาพี่น้องมาให้ลูกน่ะจ้ะฉันปฏิเสธความหวังดีของลูกชายฉันอย่างอ้อมๆ

เขาถอนหายใจเฮือก แล้วลุกไปรีดเสื้อเชิ้ตให้ฉัน สำหรับใส่ในวันพรุ่งนี้

วันต่อมา หัวหน้าสุดสุดที่รักของฉันก็แนะนำที่ที่สามารถปัดเป่าวิญญาณทารกให้กับฉัน พอเลิกงานปุ๊บฉันก็รีบมุ่งหน้าไปยังสุสานสาธารณะแห่งที่สองของเมืองทันที ที่ทำไปก็เพื่อขจัดทุกข์กำจัดโศกให้กับลูกชายของฉัน

บอกตามตรงนะ ฉันรู้สึกชอบสุสานอย่างบอกไม่ถูก ตอนแรกฉันก็เก็บลูกชายฉันได้จากที่สุสานไร้ญาตินั่นแหละ ในอากาศมีกลิ่นหอมสะอาด ลมพัดเย็นสบาย และที่สำคัญก็คือไม่มีเสียงบีบแตรโหวกเหวกของรถยนต์ด้วย

เจ๊!”

ไอ้หยา?” เสียงนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหน

โรงพยาบาลบ้าเดินตรงไปเลี้ยวขวาเจ้าเด็กเพี้ยนหัวทองคนเมื่อวานเชิดคางใส่ฉัน เขายืนอยู่บนป้ายหลุมศพแตกๆ ป้ายหนึ่ง

ไม่มีมารยาท ใครเป็นบ้ากันยะ?” ร้ายมาก็ร้ายไป ฉันยกนิ้วกลางใส่เจ้าเด็กเพี้ยน

หญิงชราเดินหมุนไปหมุนมาที่สุสานในเวลากลางคืน ถ้าไม่เรียกว่าบ้าแล้วเรียกว่าอะไร? แล้วยังทำติดต่อกันสองวันแล้วด้วย! เจ๊ลองคิดดูสิเจ้าเด็กเพี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ถึงแม้ว่าที่เขาพูดจะเป็นเรื่องจริง แต่ฉันก็ไม่ยอมรับ

ฉันไม่ได้จะมาเพื่อเดินหมุนไปหมุนมานะยะ ฉันกำลังหาศาลเจ้าอยู่ต่างหาก แล้วก็ดันโชคไม่ดีหลงทิศหลงทางฉันหาเหตุผลอธิบายให้เจ้าเด็กเพี้ยนเข้าใจเสียใหม่ หวังว่าจะเข้าใจนะเจ้าเด็กเพี้ยนเอ้ย เจ้าหนู ช่วยนำทางให้น้าหน่อยได้ไหมจ๊ะ?”

เจ้าเด็กเพี้ยนยังคงเอามือล้วงกระเป๋า ทำท่านักเลง เขาเหยียบก้อนหินที่วางเป็นแถวเดินมาด้านหน้า ฝีเท้าเขาเบาหวิวไม่เหมือนมนุษย์เดิน หรือว่าฉันเจอผีเข้าแล้ว?

มีราย?” เจ้าเด็กเพี้ยนพูดภาษามนุษย์ต่างดาว

นา นี่?” ฉันเลยใช้ภาษาญี่ปุ่นตอบเขาอย่างผู้ดี

หาผมมีธุระอะไรในที่สุดเจ้าเด็กเพี้ยนก็พูดภาษาคน ทำจนฉันต่อไม่ติดเลย

ฉันกำลังหาศาลเจ้า ไม่ได้มาหาเธอฉันตอบอย่างอดทน

ก็เหมือนกันนั่นแหละ ที่ตรงนั้น แล้วก็ศาลเจ้าตรงนั้น เติ้งหวังเหย่ตรงนี้ผมเป็นคนดูแลทั้งหมด เมื่อวานเจ๊ไปรบกวนพิธีของเหล่าเทพเจ้า ยังดีพวกเขาไม่สือถาหาความกับเจ๊เจ้าเด็กเพี้ยนพูดพร่ำพรรณนา ฉันจ้องมองชุดนักเรียนสีเหลืองเก่าๆ ของเขาดีเลย กำลังหิวอยู่พอดี

ฉันก็ยังไม่ได้กิน แล้วแกทำไมฮะ?

ไปกันเถอะ กินไปคุยไปละกัน ถือว่าเป็นค่าสอบถามข้อมูลเขาดึงแขนข้างหนึ่งของฉัน ท่าทางป่าเถื่อน มุ่งหน้าเข้าไปในตัวเมือง

ฉันล้วงขนมปังถั่วแดงครึ่งชิ้นออกมาจากกระเป๋าทำงาน โยกไปโยกมาต่อหน้าเขา เจ้าเด็กเพี้ยนจ้องอยู่สิบวินาที ในที่สุดก็ยอมวิงวอนขอขนมปังที่มีคนกินแล้ว

เขานั่งกินบนแผ่นหินหน้าหลุมศพที่ดูคล้ายกับม้านั่งยาว ฉันถามเขาว่านอนหิวอยู่ในโรงศพมาเป็นร้อยปีแล้วใช่ไหม เขาสบถออกมาคำหนึ่ง แล้วบอกว่าตัวเองยังเป็นชายชาตรีตัวเป็นๆ อยู่ เพียงแต่เมื่อตอนกลางวันตีกับเพื่อน ก็เลยถูกลงโทษไม่ให้กินข้าวกลางวัน

ก็มันดึงผมผมก่อน ผมเลยกระชากจิวจมูกของมัน!” เจ้าเด็กเพี้ยนกัดขนมปังราคาถูกอย่างเคียดแค้น แล้วกำจัดมันอย่างรวดเร็วประหนึ่งว่าของกินเป็นศัตรู

เรียนที่โรงเรียนบ้าอะไรเนี่ย? ย้ายโรงเรียนเถอะฉันแนะนำอย่างจริงใจ คุณแม่อย่างฉันต้องพลิกแผ่นดินหาโรงเรียนสะอาดๆ ที่ไม่มีผีคอยรังแกลูกรักของฉัน

ทำได้ที่ไหนล่ะ ค่าเทอมอาจารย์ซูเป็นคนออกให้ผม อีกอย่างโรงเรียนมัธยมที่อื่นก็ไม่อนุญาตให้ย้อมผม น่าเบื่อจะตายเข้าใจแล้ว ประเด็นคือผมสีทองนี่เองกลับมาเรื่องเดิมนะ เรื่องส่วนใหญ่ที่คนมาขอที่นี่ทั้งเป็นเรื่องมิติวิญญาณ เจ๊ไปหลบหลู่ใครมาล่ะ ถึงจะมาขอความเชื่อเหลือ?”

ไม่ใช่ฉัน ลูกสะใภ้ในอนาคตของฉันต่างหาก แฟนคนแรกของลูกชายฉันเอง หายากมากเลยนะ ถ้าไม่คว้าเอาไว้ดีๆ ดูจากนิสัยของอาซีแล้ว เขาคงไปบวชพระแน่ๆฉันมั่นใจสุดๆ ว่าลูกชายฉันเพียบพร้อม เขาแค่อ่อนต่อโลกเท่านั้นเอง ถ้าวันไหนฉันไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร

เจ๊แต่งงานแล้วเหรอเนี่ย?” เจ้าเด็กเพี้ยนทำท่าแปลกใจเกินจริง

ยังย่ะหลินจือผิง อายุสามสิบเก้าปี โสด มองหาชายแสนดีที่รักเด็กค่ะ

เจ๊ ชะตาของเจ๊ไม่มีทายาทนะ ถ้าไม่ใช่ลูกติดของสามี แล้วลูกชายเจ๊มาจากไหนล่ะ?”

ลูกชายฉันก็คือลูกชายฉัน มันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ?” คนเราก็ชอบเมาท์ไปทั่ว จะพูดว่าฉันเป็นสาวแก่ก็ไม่เป็นไร ทำไมจะต้องมายุ่งกับลูกชายฉันด้วย

งั้นผมก็ดูให้ไม่ได้นะ เขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเจ๊ ยังไงก็จับเหตุต้นชนปลายไม่ถูกที่เจ้าเด็กเพี้ยนพูดก็มีเหตุผล แต่ก็พูดแทงใจดำฉันด้วย

สองปีแรกที่เริ่มเลี้ยงลูก ฉันประสบอุบัติเหตุรถยนต์ร้ายแรง ปีนั้นโรงพยาบาลก็ขาดแคลนเลือดอีก แผนกฉุกเฉินก็ไม่ได้รับบริจาคเลือดสักที คนในครอบครัวฉันก็ตายไปหมดแล้ว ข้างกายก็มีแค่ลูกชายอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น ลูกชายฉันหน้าตาไร้อารมณ์ตั้งแต่เด็ก แต่ครั้งนั้นเขากลับเกาะแขนฉันร้องไห้

เขาฟูมฟายและบอกว่าถ้าตัวเองเป็นลูกแท้ๆ ของฉันก็คงจะช่วยชีวิตฉันได้

พระเจ้า ฉลาดจริงๆ อายุแค่นี้ก็เข้าใจเรื่องกรุ๊ปเลือดแล้ว สุดยอดไปเลย เหมือนว่าตอนนั้นฉันพูดประโยคนี้ออกมา แล้วฉันก็โดนลูกชายตี เฮ่อ น่าอนาจใจเหลือเกิน

พอไว้แค่นี้ก่อนละกัน ฉันล้มเลิกการต่อรองกับเจ้าเด็กเพี้ยน ฉันวางนมหนึ่งกระป๋องเป็นของแทนคำขอบคุณ ไปก่อนล่ะ

เฮ้ย! รอก่อนสิเจ๊!” เจ้าเด็กเพี้ยนเรียกตามหลังฉัน แต่ฉันอยากกลับไปดูอาการของลูกชายฉัน ก็เลยไม่ได้สนใจเจ้าเด็กเพี้ยนนั่น แต่อยู่ดีๆ ก้นของฉันก็ถูกรองเท้าหนังโจมตี

ว้าย!” ฉันใส่ส้นสูง ฉันเสียการทรงตัว และฉันก็อยากฆ่าล้างโคตรมันไอ้เด็กบ้า แกอยากตายหรือไง!”

ฉันปัดฝุ่นบนหน้าออก เขาจ้องมองฉันอย่างเคร่งขรึม มือล้วงบัตรนักเรียนยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง

เอ่อจูโก่วให้ตายฉันก็ไม่ตั้งชื่อเหมือนหมาจูให้ลูกแบบนี้

นี่ นี่ ชื่อบ้าชื่อบอนี่ไม่ใช่ชื่อผมสักหน่อย ผมเก็บได้ที่สมาคมศาลเจ้าไร้มาตรฐานต่างหากเจ้าเด็กเพี้ยนเอาบัตรนักเรียนยัดใส่มือฉัน แต่คุณแม่ที่แสนฉลาดปราดเปรื่องอย่างฉันก็ไม่เข้าใจว่าให้ฉันมาทำไมถ้าพลังมืดที่อยู่รอบๆ ตัวเจ๊มันมาจากลูกชายของเจ๊ละก็ลูกชายเจอของหนักแน่

ไม่ต้องมาขู่ฉันหรอกย่ะ ฉันไม่มีเงินให้แกหรอก!” ตอนที่อาซีเสียขวัญตอนเด็กๆ พวกหมอต้มตุ๋นก็ใช้มุกนี้หลอกฉัน เชยแล้วล่ะจะบอกให้

ผมไม่ใช่พวกต้มตุ๋น!” เจ้าเด็กเพี้ยนคำราม และสีหน้าเขาก็สงบลงอย่างรวดเร็ว เหมือนว่าเขาเบื่อหน่ายกับการอธิบายเรื่องนี้ไหนๆ เจ๊ก็ไม่ใช่คนเลว ผมยอมช่วยเจ๊สักครั้งละกัน

เขาพูดขนาดนี้แล้ว ฉันจะใจร้ายปฏิเสธได้อย่างไรขอบใจนะจ๊ะ

สองวันนี้นับว่าเจ๊โชคดีมาเจอผมตรวจเวรพอดี เกิดเหตุขนลุกขนพอง สยดสยองจนนอนไม่หลับ รีบโทรศัพท์หาไป๋ชีเซียน’” เจ้าเด็กเพี้ยนหมุนสร้อยทองหยาบๆ บนคอ จนแสงมันแยงตาฉัน

ฮะ?” อะไรนะ เทพโป๊ยเซียนที่ไหน

พอฉันเบิกตามาอีกที ที่สุสานก็ไม่มีใครอยู่แล้ว เหมือนกับฝันไปเลย แต่บัตรนักเรียนก็ยังอยู่ในมือฉัน

กลับถึงบ้าน ไฟในบ้านก็ยังคงปิดอยู่ อาซีไม่อยู่บ้าน น่าเบื่อจังเลย

ถึงแม้ว่าฉันมักจะบอกให้เขาใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยให้เต็มที่ ออกไปดูโลกกว้างบ้าง แต่เขาไม่อยู่ทีไร เป็นต้องเหงาทุกที ขอเครื่องปรุงมาเติมรสชาติให้ชีวิตของฉันหน่อยได้ไหม

เซ็งได้ครู่เดียว ฉันก็ถูกเจ้าตุ๊กตาที่ลูกชายฉันเย็บได้ครึ่งตัวบนโต๊ะในห้องรับแขกดึงดูดความสนใจ ตอนเรียนมัธยมเขาเคยเย็บตุ๊กตาไปขายที่ร้านขายของขวัญ ได้ข่าวว่าที่ฮวาฮวาชอบอาซี ก็เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของอาซีสวนทางกับนิสัยพ่อบ้านแสนดีของเขา

แม่อย่าแตะต้องมัน ขอร้อง!”

ลูกชายฉันโยนกระเป๋าสะพายทิ้งแล้วรีบบึ่งเข้ามา แม้แต่ประตูก็ยังไม่ได้ปิด เขาแย่งตุ๊กตาหมีกับงานฝีมือที่อยู่ในอ้อมกอดฉันไป ช่างทำร้ายจิตใจแม่เหลือเกิน

โท่ อาซี แม่ยังเคยเย็บกางเกงในให้ลูกเลยนะจ๊ะลูกชายฉันกลับหลังหันไปล็อกประตูและจัดร้องเท้าที่ฉันเตะกระจัดกระจายกลับไปในที่ที่มันควรอยู่ พอเขาล้างมือเสร็จก็เดินกลับมาปฏิเสธฉันเสียงแข็ง

แล้วแม่ก็เอาเข็มทิ่มนิ้วโป้งตัวเอง

เรื่องแบบนั้นใครจะไปจำได้!”

ผมจำได้ละกันลูกชายฉันถอนใจเบาๆ

หลินจินซีลูกจะเป็นศัตรูกับแม่ใช่ไหม!

กลับมาเรื่องเดิมนะ สีหน้าของลูกแย่กว่าเมื่อวานอีกฉันคว้าไหล่ลูกชายฉัน บังคับให้เขาสารภาพ

ผมไม่เป็นไรครับเขาดึงเสื้อนอกปิดตัวแน่น ทั้งที่อุณภูมิในบ้านไม่หนาวแม้แต่นิดเดียว

แก้ผ้าออกคุณแม่อย่างฉันออกคำสั่ง

แม่ครับ ผมอายุสิบเก้าแล้วนะ

ฉันยิ้มเล็กน้อยแล้วกระชากเสื้อนอกของลูกชายออกอย่างรวดเร็ว ฉันช็อกกับภาพที่เห็น ละเลือเลือดตะเต็ม….เสื้อเลยเสื้อสีขาวของเขาโชกเลือด

รถพยาบาล!” ลูกชายสุดที่รักของฉัน เขาจะตายแล้ว!

แม่ ใจเย็นก่อน แค่โดนเปื้อนเองครับลูกชายจับหน้าตื่นตระหนกของฉัน แล้วบีบเต็มแรง โอ๊ย เจ็บ เจ็บ! “แม่ไปพักผ่อนเถอะครับ

ลูกชายฉันเหมือนกำลังอ้อนวอนไม่ให้ฉันยุ่งเรื่องของเขา แต่ฉันทำไม่ได้

บอกแม่มาซิ ยังไงหม่ามี้ก็เป็นที่หลบแดดหลบฝนแสนอบอุ่นที่สุดของอาซีนะจ๊ะ

ผมแค่ไม่อยากให้แม่เป็นห่วงลูกชายฉันชอบดันทุรังแบบนี้แหละ ซึ่งมันก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันเป็นห่วงเป็นใยเขาเหลือเกิน

ฮวาฮวาไม่เป็นไรใช่ไหม? เราซื้อผลไม้ไปเยี่ยมลูกสะใภ้แม่กันเถอะจ้ะ

ลูกชายมองฉันด้วยหางตา บางครั้งแววตาของเขาก็มีรังสีอำมหิตแผ่ซ่าน ซึ่งเขาเองไม่รู้ตัว แต่ก็นะ เขาก็คงแค่จะเซ็งที่สมองก้อนน้อยของฉันรู้ว่าแฟนเขาเกิดเรื่อง

ไม่ต้องหรอกครับ ฮวาฮวา เอ้ย อินอินพักผ่อนอยู่ที่บ้านเธอลูกชายฉันสูดหายใจลึก เล่าเรื่องตอนบ่ายให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ

เธอรู้สึกปวดข้างล่าง ผมก็เลยพาเธอไปพักผ่อนที่ห้องพยาบาล แล้วเธอก็ร้องโอยๆ บอกว่าเจ็บข้างล่างมาก แค่แป๊บเดียวเท่านั้น กระโปรงของเธอก็เต็มไปด้วยเลือดไหลมาจากตัวเธอ เช็ดยังไงก็ไม่หมด…”

ประจำเดือนมา?”

ไม่ใช่!” ลูกชายฉันปฎิเสธข้อสันนิษฐานของฉันเสียงแข็งผมมองเห็นตุ๊กตากำลังกัดตรงนั้นของเธอ

ตุ๊กตา? ตุ๊กตาหมีเหรอ?”

เด็กครับ เด็กทารกที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ ตัวหายไปครึ่งหนึ่ง ยังมีสายสะดือห้อยอยู่เลยเขาต้องรวบรวมพลัง กว่าจะพูดออกมาได้

ฉันเอามือลูบขนที่ลุกชันบนแขนของฉัน น่ากลัวจริงๆ

แม่ครับลูกชายเรียกฉันอย่างแผ่วเบา ฉันเงยหน้ามองหน้าตารู้สึกผิดของเขา

แม่แค่ฟังอย่างเดียวยังขนลุก ลูกเห็นกับตาคงช็อกไปเลยใช่ไหม?”

คุณปู่เคยบอกว่ามิติวิญญาณกับโลกของเรา มีเพียงกำแพงกั้นไว้เท่านั้น กำแพงของคนปกติเป็นกำแพงดินเหนียว แต่กำแพงของลูกชายฉันกลับใสกิ๊ง พอเห็นเขาหลับตาปี๋ เหมือนอยากจะควักลูกตาตัวออกมาเสียตอนนั้น แม่อย่างฉันก็รู้สึกเจ็บปวดแทบขาดใจ

ยังดีที่ลูกเห็นก่อน ไม่อย่างนั้นฮวาฮวาต้องถูกส่งไปแผนกสูตินรีเวชแน่ฉันตบแขนเขาเบาๆ และยิ้มอย่างน่าเชื่อถือเรื่องนี้แม่จะช่วยหาวิธีเอง พรุ่งนี้หลังเลิกงาน เราพาฮวาฮวาไปหาซินแสเก่งๆ ให้เขาช่วยปัดเป่าโชคร้ายออกจากตัวเธอ

ลูกชายฉันยอมจำนนต่อความพยายามของฉัน แต่แววตากังวลของเขาไม่ได้ลดน้อยลงเลย

บอกมาเถอะ ทุกครั้งที่เธอทำหน้าประจบประแจงแบบนี้เนี่ยต้องมีเรื่องขอร้องอะไรแน่นอน

ฐานะของฉันคือผู้ช่วยเลขาฯ แต่ผู้ชายโอหังที่นอนแผ่อยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงานคนนี้ก็คือเลขาฯ ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทที่เก่งที่สุดและก็รู้มากที่สุดด้วย เขาแซ่หวัง แต่ฉันชอบเรียกเขาว่าใต้เท้าเปา

ฉันอยากไปหาฮวาฮวาลูกชายฉันทำอาหารเช้าเสร็จก็หายหัวไปเลย เขาคิดว่าฉันจะหาวิธีติดต่อฮวาฮวาไม่ได้ ดูถูกกันเกินไปแล้ว

ใคร?” ใต้เท้าเปาเตะโต๊ะทำงานหนึ่งที เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธมาก หรือว่าเบาะแสที่ฉันบอกเขามันน้อยเกินไปเหรอ?

เหมือนเธอจะชื่ออินอินนะคะ เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีเดียวกับอาซี

ใต้เท้าเปาแสดงสีหน้าในที่สุดฉันก็พูดภาษาคนออกมา เขายืดหลังตรง ใช้นิ้วป้อมๆ ของเขากดแป้นพิมพ์อย่างรุนแรง ผ่านไปสิบวินาที เขาก็บอกให้ฉันไปชงชาแล้วค่อยกลับมาคุย

ผู้หญิงคนนี้โชกโชนไม่เบา

ฉันถือแก้วกาแฟกลับมาก็ได้ยินเขาพ่นประโยคนี้ใส่ ทำจนฉันพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว

ยัยประสาทหลินจือผิง ฉันบอกให้ชงชา ชาน่ะชา เข้าใจไหม?”

เขาคำรามประโยคที่สองฉันก็รู้เรื่องแล้ว ในฐานะที่เป็นลูกน้อง ฉันก็ทำได้แต่สงบเสงี่ยมเจียมตัว

อ๋อ ชาเขาสูงฉันเอาไปทิ้งหมดแล้วล่ะถึงแม้ว่าชาจะรสชาติดี แต่เราก็ต้องคำนึงถึงทรัพยากรน้ำและดินบนเขาด้วยแต่เหล่าหวัง ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ชานะคะ แต่มันอยู่ที่แฟนของลูกชายฉัน

เลขาฯหวังเอามือกุมหัวที่ไม่ค่อยจะมีผมของเขา สุดท้ายเขาก็ดื่มกาแฟหมดอายุแก้วนั้นจนหมด

ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เธอมีชื่อจากการเป็นนางแบบ เคยคบผู้ชายมาแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยคน บ้านกับรถของเธอพวกผู้ชายซื้อให้ทั้งนั้น ค่าตัวเธอเริ่มต้นที่สามหมื่นหยวนต่อคืน จะบอกว่าเธอทำเพื่อเงินก็ไม่ใช่ เพราะครอบครัวเธอก็รวยมากอยู่แล้ว

แล้วสามเดือนที่ผ่านล่ะ?”

ใต้เท้าเปาถลึงตาใส่ฉัน แล้วก็หันกลับไปสืบค้นข้อมูลจากคอมพิวเตอร์สารพัดนึกของเขาต่อ

เหมือนไม่ได้ทำงานนะ บริษัทของเธอคงอยากให้เธอเพลาๆลงบ้างละมั้ง ก็เพราะอย่างนี้นี่แหละ ทำเอาหนุ่มๆ ของเธอไม่พอใจกันใหญ่

แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหนเหรอคะ?” ฉันยัดอาหารกลางวันใส่ลงไปในกระเป๋า รูดซิปปิดเรียบร้อย

ร้านกาแฟชั้นล่าง ห้างตงชวีบอกตามตรงนะ ถ้าเขาไม่ไปทำงานเป็นนักสารสนเทศคงน่าเสียดาย สายตาของเขากว้างไกลไปทั่วทั้งไต้หวัน

ไว้เจอกันนะคะเหล่าหวัง!” ฉันรีบถีบขาวิ่งไป ตีมือบอกลาเพื่อนร่วมงานตามทาง

เจอบ้าเจอบออะไร หลินจือผิง ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าวันนี้ต้องทำโอที ยัยบ้าเอ๊ย!”

ใต้เท้าเปา ช่วยชีวิตมนุษย์จะรอช้ามิได้ เชิญใต้เท้าพักผ่อนให้สบายเถิด!

ฉันเจอฮวาฮวาที่ด้านนอกภัตตาคารสุดหรูแห่งหนึ่ง สาวสวยสามคนนั่งอยู่ด้วยกัน ช่างดึงดูดสายตาจริงๆ

คนถักผมเปียที่อยู่ตรงกลางก็คือฮวาฮวา คนอื่นต้องแต่งหน้าหนาสองสามเท่าถึงจะสวยได้ครึ่งของเธอ เธอไม่มีท่าทางเหมือนกำลังจะตายเลย แค่ดูโทรมเล็กน้อยเท่านั้นเอง

หรือว่าเรื่องนี้จัดการเรียบร้อยแล้ว? ฉันสบายใจแทนลูกชายไปหนึ่งเปาะ แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปทักทายเธอ

ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า สายตาของฮวาฮวาที่มองฉันมันดูแปลกชอบกล

อินอิน เธอรู้จักเหรอ?” เพื่อนของฮวาฮวาถามด้วยน้ำเสียงโอเวอร์

สวัสดีค่ะน้าหลินฮวาฮวาหลบตาฉัน เธอทักทายฉันเบาๆ

แม่ของจินซีเองเหรอ เขาคุยโวว่าดีอย่างโน้นอย่างนี้ ที่แท้ก็เป็นแค่ป้าแก่ๆ คนหนึ่ง

ถึงแม้ฟังแล้วจะรู้สึกไม่ค่อยดี แต่เห็นพวกเธอหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ฉันก็ไม่อยากขัดจังหวะ

ขอร้องเถอะ ใครใช้ให้แฟนเธอต้องกลับบ้านไปดูแลหม่ามี้ทุกครั้งกันล่ะ ไม่รู้สึกว่ามันน่าคลื่นไส้เหรอ? มีแม่ที่ไหนติดลูกแจขนาดนี้!”

ก็ใช่นะสิ เราเป็นแม่ลูกที่รักกันที่สุดในโลกหล้า

อาการของหนูดีขึ้นบ้างไหมจ๊ะ? พวกเด็กๆ เขาชอบเล่นซน เราไปบังคับมากก็ไม่ดีฉันสนใจแต่ฮวาฮวาคนเดียว สถานการณ์ดูท่าไม่ค่อยดีนัก ฉันจึงต้องรีบจู่โจมเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ยุ่งอะไรด้วย!” ฮวาฮวาระเบิดลง ฉันโดนน้ำชาสาดหน้า แต่อย่าเข้าใจผิด แค่มือเธอลื่นจับไม่อยู่เท่านั้นเองฉันเลิกกับเขาแล้ว อย่างพวกแกคิดจะเทียบฐานะกับฉันเหรอ? ไปให้พ้น!”

ฉันเปียกชุ่มเหมือนลูกหมาตกน้ำ รีบวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มยิ้มเยาะข้างหลังฉันมันไม่สำคัญ ที่สำคัญคือลูกชายของฉัน

โทรศัพท์ก็โทรไม่ติด ฉันอยากไปเรียบแท็กซี่บึ่งกลับไปบ้าน

อาซี อาซี!” นี่คือสัญชาตญาณของการเป็นแม่ ความรู้สึกของฮวาฮวาที่ต้องเผชิญหน้าฉันมันช่างซับซ้อน ทั้งกลัว ทั้งตกใจ และที่ลึกลงไปที่สุดก็คือรู้สึกผิด

ฉันพังประตูเข้าไป ในบ้านมืดตื้อ ฉันเกือบจะเหยียบโดนลูกชายสุดที่รักของฉันเข้า เขาเอามือกุมท้องนั่งตัวงออยู่ริมประตูด้านนอกห้องรับแขก เหงื่ออกชุ่มตัว

แม่อย่าใส่รองเท้าเข้าบ้าน…”

ลูกชายฉันไม่ชอบให้บ้านสกปรก ฉันให้อภัย ฉันเขวี้ยงรองเท้าส้นสูงออกไปนอกประตู แล้วก้มลงมาเอามือลูบหัวเขา ผมของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ฉันรู้ว่าเขายอมเสียสละเพื่อแฟนตัวเอง

แม่ครับ ผมไม่เป็นไร…”

ท้องของเขานูนขึ้นมา ขยับไปขยับมาไม่หยุด เลือดไหลเต็มขา กางเกงยีนส์แสนสะอาดกลายเป็นสีแดงคล้ำ

เคยมีคนบอกว่าลูกชายสุดวิเศษของฉันจะชะตาขาดตอนอายุสิบเก้า ฉันอุตส่าห์ลืมไปได้ตั้งนาน วันนี้คงต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมนี้ใช่ไหม

จินซี ให้แม่เจ็บแทนลูกนะจ๊ะเอายื่นมือไปที่ท้องที่เหมือนตั้งครรภ์ของเขา ไม่คิดเลยว่าเขาจะผลักฉันออกมาเต็มแรง ฉันเห็นภาพปีศาจปรากฎขึ้นวูบหนึ่ง

ไม่ต้องมายุ่งกับผม!” เขาเดินโหยกเหยกเข้าห้องตัวเองไป ล็อกประตูจากด้านใน ฉันจะร้องไห้โวยวายอยู่ด้านนอกก็ไม่มีประโยชน์

ฉันอยากได้กุญแจสำรองหรือไม่ก็สว่าน จะปล่อยให้ลูกชายสุดที่รักทุกข์ทรมานอยู่คนเดียวได้อย่างไร

ตอนเด็กๆ เขาเคยโดนผีงับปลายเท้า เล็บเท้าทั้งสิบนิ้วโดนกัดเละ แต่เขากลับไม่ร้องสักคำ ฉันมองไม่เป็นสิ่งพวกนั้น แต่บาดแผลที่ลูกชายฉันได้รับเป็นของจริง ฉันหั่นปลายเท้าเสี้ยวเล็กๆ ให้พวกมันไป ขอร้องให้พวกมันปล่อยลูกชายฉัน

นับแต่นั้นมา ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามจินซีจะขอให้ฉันพาไปหาซินแสให้ช่วยเขา

ครั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นกระทันหัน จะหาคนมาช่วยปัดเป่าโชคร้ายก็ไม่ทันแล้ว ฉันหากุญแจสำรองไม่เจอ แต่กลับคว้านเจอบัตรนักเรียนของเจ้าเด็กเพี้ยนคนนั้น

อาซี รอแม่นะ!” ฉันยืนยันกับลูกชายฉัน

ครั้งนี้จะต้องแลกด้วยเงินหรือชีวิตฉันก็ยอม!

เทพโป๊ยเซียน!”

ที่สุสานไร้เงาคน ลมคืนนี้เหน็บหนาวกว่าเคย คนเราต้องปรับตัวให้เข้ากับตามธรรมชาติจึงจะมีความสุข สนุกไปกับความมืดมิด แต่ในคืนนี้ฉันทำไม่ได้

ดอกโป๊ยเซียน!” ฉันคำรามอีกครั้ง เจ้าเด็กเพี้ยนก็ยังไม่โผล่หัวมา

สมองฉันสบสนว้าวุ่นเหมือนกับคนบ้า แม้แต่ครึ่งวินาทีก็รอไม่ได้ ตอนนี้ฉันสามารถหักคอคนเป็นๆ ได้เพื่อช่วยลูกชายของฉัน

ไอ้จูโก่ว! ไอ้หมาจู!” ฉันแหกปากเรียกชื่อที่ถูกลิควิดละเลงบนบัตรนักเรียน

กินยาลืมเขย่าขวดเหรอ! อย่าเรียกชื่อคนอื่นอุบาทว์ๆ แบบนี้!”

ดวงตาฉันมองเห็นแต่สีขาว ที่จริงมันคือสีชุดนักเรียนสีเหลืองซีดนั่นเอง เวลานี้มันช่างสว่างจ้าแยงตาฉันเหลือเกิน ถ้าเจ้านี่มันไม่กวนประสาท แม้แต่ดาวจันทร์ที่สุกสว่างก็คงต้องพ่ายแพ้ให้กับดวงตาที่ส่องสกาวของเขา

ฉันไม่ได้โม้ไปเองนะ ถ้าลูกชายฉันถอดแว่นออก ดวงตาของเขาก็สวยเหมือนกัน

เลิกบ้าได้แล้วเจ๊! ตกลงเป็นอันใดรึ? เฮ่ย เฮ่ย เฮ่ย ผมยังไม่ตาย ไม่ต้องคุกเข่าคำนับผม!” เจ้าเด็กเพี้ยนถอยผงะถอยหลังไปสองก้าวใหญ่ๆ ฉันก็พุ่งตามไปเหมือนหมาน้อยน่ารัก กันไม่ให้เขาหนีไป

ลูกชายฉัน! เธอต้องช่วยลูกชายฉันนะ!”

เจ้าเด็กเพี้ยนไม่มีทางจะสลัดฉันออกไปจากขาเขาได้ ก็ใครใช้ให้เขาเป็นผู้ช่วยชีวิตหนึ่งเดียวของฉันตอนนี้ล่ะ

เจ๊ เจ๊เอาบัตรนักเรียนคืนผมก็พอแล้วเขาถอนหายใจ ฉันไม่ได้อยากได้คำตอบแบบนี้

ลูกชายฉัน! เธอต้องช่วยลูกชายสุดที่รักของฉัน!”

เติ้งหวังเหย่บอกผมว่าอย่าเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ ลูกของเจ๊ก็ปล่อยให้เขากลับสู่มิติวิญญาณเถอะ!”

ลูกชายฉัน! ถ้าเธอไม่ช่วยลูกชายฉัน ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”

ปีศาจเด็กทั้งหลาย มากินคนเร็ว!!!”

ฉันจับตัวเจ้าเด็กเพี้ยนไว้ จับหัวเขาโยกไปมาอย่างเหี้ยมโหด

เขาเป็นแก้วตาดวงใจของฉัน! เธออยากได้อะไรฉันให้หมดเลย ขอแค่เธอช่วยเขาเท่านั้น ขอร้องล่ะ!”

เขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเจ๊สักหน่อย ทำไมจะต้อง…” เจ้าเด็กเพี้ยนอ่อนกำลังลง ปากเขาพูดไม่หยุด

ฉันเอาชุดนักเรียนเขามาเช็ดน้ำมูก เครื่องสำอางเปื้อนเต็มไปหมด ก็เพื่ออธิบายข้อสงสัยให้เขาอย่างถูกต้อง

หลินจินซีคือแก้วตาดวงใจของฉันหลินจือผิง ฟ้าดินจะถล่มก็มาเปลี่ยนแปลงความจริงนี้ไม่ได้

แน่นอนว่าสายเลือดเป็นสิ่งสำคัญ การที่ไม่สามารถบอกว่าเขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของฉัน มันช่างเป็นเรื่องที่เจ็บปวดจริงๆ แต่ก็นะ ตั้งแต่เขาเจ็ดขวบจนถึงตอนนี้ เราอยู่ด้วยกันมาสิบสองปี มีเรื่องมากมายที่เคยฝ่าฟันมาด้วยกัน ความสัมพันธ์ของเราดีกว่าพ่อแม่ลูกทั่วไปมันก็เป็นเรื่องธรรมดา

ลูกชายฉันเป็นคนพูดน้อย เขาคมในฝัก เท่ทั้งข้างนอกลึกไปถึงข้างใน แต่คนอย่างเขานี่แหละ ตอนอายุสิบแปดเขาเขียนการ์ดวันเกิดให้ฉันใบหนึ่ง ฉันเพิ่งเปิดอ่านตอนที่เขาไปเที่ยวฉลองเรียนจบ

แม่ครับ ถ้าชีวิตนี้ไม่มีแม่ ก็คงจะไม่มีผมเช่นกัน

ในฐานะที่เป็นแม่ ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเขาเลย ในใจฉันรู้รู้ซึ้งถึงคำว่าสุดยอดจริงๆ

เจ๊อย่าร้องไห้แล้วก็หัวเราะพร้อมกันได้ไหม!”

โทษที พอดีฉันนึกถึงความทรงจำสุดซึ้งในชีวิตอยู่

ถึงเจ๊จะต้องโชคร้ายตลอดชาติก็ยอม?” เจ้าเด็กเพี้ยนเบิกดวงตาหลากสีสันของเขา ฉันผงกหัวหงึกๆที่จริงเจ๊เป็นคนมีบุญมีวาสนานะ แต่นี่แม้แต่บุพเพสันนิวาสก็โดนทำลายไป เจ๊ยังอยากเก็บเขาไว้อีกเหรอ?”

ไร้สาระ ฉันเป็นแม่ของเขานะยะ!” แม่ก็ต้องปกป้องลูกเป็นเรื่องธรรมดา

ก็ใช่เขาเหลือบตาลง แล้วหันมองไปที่ศาลเจ้าเล็กๆที่อยู่ไกลออกไปหวังกงเหย่ ผมจะไปช่วยผู้หญิงคนนี้ ท่านอยู่ดีๆ นะครับ

เจ้าเด็กเพี้ยนดึงฉันลุกขึ้นมา และช่วยปัดหัวเข่าฉันที่คุกเข่าจนเลอะเทอะ ถ้าไม่นับรวมผมสีทอง ความจริงเขาก็เป็นเด็กดีคนหนึ่ง

ไปเถอะ ไปปราบมารที่บ้านเจ๊กันเขาหมุนสร้อยทองหยาบๆบนคอติ้วติ้ว

มาเร็วเคลมเร็วจริงๆ ถ้าเทียบกับพวกซินแสที่ต้องสงบจิตสงบใจสามวันนะ ฉันให้เจ้าเด็กเพี้ยนชนะขาดเลย

รอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปเรียกแท็กซี่…”

ไม่ต้องหรอก ผมใช้เส้นทางมิติวิญญาณมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว

หา?”

ยังไม่ทันได้เตรียมตัว เจ้าเด็กเพี้ยนก็ดึงปกคอเสื้อด้านหลังของฉัน พาฉันมายืนอยู่หน้าประตูบ้านตัวเอง มันเป็นครั้งที่สามแล้ว ถ้าฉันไม่ตกใจฉันก็คงไม่ใช่คนแล้วล่ะ

ไม่ต้องชื่นชมผมขนาดนั้นก็ได้เขาเชิดคาง ยะโสเหมือนแมวข้างบ้านไม่มีผิด ทุเรศจริงๆ โดนรู้ทันเฉยเลย

ฮึ ฉันเจอเรื่องเฉียดตายบ่อยกว่ากว่ากลับบ้านอีกนะยะจะบอกให้!” เป็นไงล่ะ ตกใจละซี? ลูกชายสุดที่รักของฉันเคยถือรูปฉันออกเดินทางแสนไกลตามหาแม่ตั้งแต่ยังตัวน้อยๆ ด้วยล่ะ!

ฮ่าฮ่า เจ๊นี่ติงต๊องจัง!”

เจ้าเด็กเพี้ยนหัวเราะปากกว้าง บ้าชะมัด ถ้าไม่นับรวมผมทอง ตอนเจ้าเด็กนี่หัวเราะก็น่ารักดีนะ

แต่พอเขาเดินเข้าไปในบ้าน สีหน้าของเขากลับเคร่งขรึม เขาเดินตรงไปยังห้องของลูกชายฉัน

เปิดประตู!” เจ้าเด็กเพี้ยนแหกปากอยู่หน้าประตู และหันมาจ้องหน้าฉันที่กำลังยุ่งอยู่เจ๊เอาสว่านมาทำอะไร!”

อาซี แม่มาแล้วลูก!” ตอนฉันซื้อสว่านมา ก็โดนลูกชายบ่นเป็นปี แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะใช้สว่านทะลวงประตูไม้ที่แสนบอบบางบานนี้ เขากลับไม่พูดอะไรเลย

ฮึ่ย เจ้าปีศาจ!” เจ้าเด็กเพี้ยนผลักฉันออกไป แขนทั้งสองข้างทำท่าประหลาดๆ โบกไปโบกมา ในที่สุดนิ้วสองนิ้วข้างขวาก็ชี้ไปที่ประตู ในบ้านสั่นสะเทือนโครมคราม แต่ประตูห้องลูกชายฉันก็ยังคงปิดสนิทเฮ่ย! ออกมาซะดีๆ ฉันไม่ได้มีเวลามาเล่นด้วยนะ!”

เขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า?” ฉันเดินวนไปวนมาอย่างกระวนกระวายใจ

มันซื่อบื้อ!” เจ้าเด็กเพี้ยนพูดจาถากทางด่าทอเขา แล้วกระโจนเข้ามาบีบคอฉันถ้ายังไม่ออกมาฉันจะบีบคอยัยเจ๊นี่ตาย!”

ประตูเปิดออกดังปึง ลูกชายฉันเอามือกุมท้องที่เลือดไหลไม่หยุด เขาจ้องมองเจ้าเด็กเพี้ยนที่ฉันพามาอย่างเคียดแค้น เจ้าเด็กเพี้ยนรีบปล่อยมือออกจากคอฉัน และพุ่งหมัดไปหาหลังของลูกชายฉันหนึ่งหมัด ลูกชายฉันก็ไม่ยอมแพ้ เขาใช้ขายาวๆ ของเขาฝาดไปที่เอวของเจ้าเด็กเพี้ยนเต็มแรง

ทั้งคู่แลกหมัดกันอย่างเมามัน สถานการณ์ดุเดือด พวกเขากำลังตีกันอยู่

หยุด ฉันบอกให้หยุดทั้งคู่!” ตอนนี้มันเป็นเวลาทำอะไร ยังจะมาตีกันอีก แล้วนี่ก็ยังไม่ฟังฉันห้ามแม่โกรธจริงๆ แล้วนะอาซี!….”

ลูกชายฉันวางมือลง เลยโดนเจ้าเด็กเพี้ยนฟาดไปเต็มๆ พอฟาดโดนตัวก็สมใจแล้ว เจ้าเด็กเพี้ยนเลยยอมหยุดมือเช่นกัน แต่รัศมีอำมหิตของทั้งคู่ก็ยังแผ่ซ่านไปทั่วห้อง

นายฝึกวิชามากี่ปี? ไม่เคยฝึกยังทำกล้ามาลองดีกับเจ้าปีศาจอีก อยากตายหรือไง!” เจ้าเด็กเพี้ยนสงบสติอารมณ์ไว้ไม่อยู่ แต่ดวงตาสีเทาเข้มของลูกฉันกลับนิ่งและอ่อนโยนลง

เธอทนไม่ไหวแล้ว แต่ฉันทนได้เจ็ดวัน จะไม่ช่วยได้ไง?” ลูกชายฉันพูดอย่างใจเย็น

จะตายเร็วตายช้า ยังไงก็ต้องตายเหมือนกัน! ทำไมถึงได้บื้อขนาดนี้!” เจ้าเด็กเพี้ยนเอามือขยำผมสีทองของเขา เขาไม่เข้าใจการกระทำของลูกชายฉัน

ใครใช้ให้ฉันเกิดเป็นลูกของผู้หญิงคนนี้ล่ะลูกชายหันมายิ้มให้ฉัน นั่นคือรอยยิ้มหลังจากการทุ่มเท เขากลายเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เจ๋งสุด

ฉันยื่นแขนออกมาพยุงลูกชายสุดที่รักที่เดินโย้ไปเย้มา

ที่แท้ตัวการก็คือเจ๊นั่นเองเจ้าเด็กเพี้ยนชายตามองฉันอย่างเยือกเย็น

แล้วไงล่ะ!” ฉันลากลูกชายสุดเลิฟของฉันไปที่เตียง ขอพูดด้วยความสัตย์จริง หนักชิบ ซินแสนักเลงคำรามลั่นหลบไป!” เขาช่วยฉันแบกอาซีขึ้นไปพักผ่อนบนเตียง

ตอนนี้ควรทำอย่างไรดี? รูม่านตาของฉันและอาซีพร้อมใจกันสบตาเจ้าเด็กเพี้ยน

เจ้าเด็กเพี้ยนยกมือขึ้นโบกไปมาที่ปลายจมูก เพราะในห้องคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ครู่หนึ่ง ดวงตาสารพัดสีของเจ้าเด็กเพี้ยนคู่นั้นมองมาที่ฉัน

ลูกชายของเจ๊เป็นคนที่มีพลังมืดอยู่มาก เกิดมาชาตินี้ชาติหน้าก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน

ฉันเกิดมาเกือบสี่สิบปีแล้วยังไม่เคยได้ยินเลย แววตาของลูกชายฉันสั่นไหวเล็กน้อย

ก็หมายความว่าโชคชะตาของเขาเต็มไปช่วยความมืด ของบางอย่างที่ใช้สาปแช่งคนอื่นเขาก็อาจดูดเข้าตัว หาเรื่องตายจริงๆ ถ้าเจ้านี่เกิดมาเป็นผู้หญิงจะต้องเป็นกาลกิณีทำลายชาติแน่นอน

ส่วนตัวฉันคิดว่าถ้าเขาทุ่มเทสักหน่อย ก็สามารถเป็นกาลกิณีระดับโลกได้ไม่ยากเลย

นี่เจ๊ สมองเจ๊ต้องกำลังคิดเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรอยู่ ผมเครียดอยู่นะเจ้าเด็กเพี้ยนทำจมูกฟึดฟัด ดูเหมือนว่าเค้าจะมีปฎิกิริยาต่อกลิ่นเลือดมากพูดถึงโลกมนุษย์กับมิติวิญญาณ ผมว่าเขาน่าจะเหมาะกับอันหลังมากกว่า

อาซียังมีสติอยู่ดี ฉันหันไปยิ้มให้ลูกชายสุดที่รัก และเอามือลูบหัวเย็นเจี๊ยบของเขา

ซินแสน้อยช่วยฉันด้วยอาซีอ้อนวอนขอร้องเจ้าเด็กเพี้ยนอย่างจริงใจ

ลูกชายฉันอยากมีชีวิตต่อไป บ้านแห่งนี้ โลกหลากสีสันใบนี้ต่างหากที่เป็นที่ที่เขาควรอยู่

เจ้าเด็กเพี้ยนจ้องพวกเราสองคนแม่ลูกตาไม่กระพริบ ปากบ่นพึมพำอยู่สามคำ

ต้องหาคนที่มีพลังสว่างอยู่ในตัวเยอะๆ มาดูดให้พลังในตัวเขาสมดุลคุณเจ๊หญิงชราจะอาสาตัวขึ้นมาทำอะไรมิทราบ หลบไปฝั่งโน้น!” น้ำใจอันงดงามของฉันโดนเขาปฏิเสธอย่างเลือดเย็นน่าจะใช้เวลาประมาณเจ็ดวัน ต้องให้อาการเขานิ่งก่อน แต่ค่าตอบแทนงานนี้ไม่ใช่น้อยๆ นะฮะ ข้าวยี่สิบมื้อเป็นอย่างต่ำผมถึงจะตกลง!”

ฉันฟังแล้วกลับไม่รู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่ตรงไหน

กินฟรีอยู่ฟรี สบายมาก แล้วต้องหาใครช่วยล่ะ เดี๋ยวฉันไปหาเอง!” พอคิดว่าลูกชายฉันมีทางรอด ฉันก็ดีใจจนอยากจุดประทัดระเบิดเพื่อนบ้าน

เขาคนนั้นก็อยู่นี่ไงเจ้าเด็กเพี้ยนกล่าวแถลงการณ์กาลกิณี แกไม่รู้สึกดีขึ้นบ้างเหรอ?”

“…เหมือนจะดีขึ้นนะลูกชายตอบอย่างไร้เรี่ยวแรง

อะไรกันเล่า? ถ้าไม่ใช่โลกนี้มันกลับตาลปัด ดำเหมือนขาว ขาวเหมือนดำ ชายเหมือนหญิง หญิงเหมือนชายนะ ป่านนี้ฉันก็เป็นฮ่องเต้ไปแล้ว!” เจ้าเด็กเพี้ยนกุมกำหมัดแน่น สายตาฉายแววแค้นเคือง

เด็กน้อย ซักเสื้อผ้าให้สะอาดก่อนแล้วค่อยมาพูดต่อดีไหมจ๊ะ ฉันอดสงสารเขาไม่ได้

นี่เจ๊ เจ๊น่าจะเอาเวลาลูบหัวผมไปเอาน้ำร้อนมากะละมังหนึ่งดีกว่านะแค่ครู่เดียว เจ้าเด็กเพี้ยนก็กลับสู่สภาพยะโสโอหังผสมเย็นชาหน่อยๆ

จ้ะฉันเป็นเด็กดีเชื่อฟัง

มาแล้วจ้าฉันคิดไปเองว่าใช้เวลาไปแค่แป๊บเดียว แต่พอกลับมาห้องของลูกชายฉันกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ กระจกแตกไม่เหลือหลอ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์หายไปครึ่งหนึ่ง

ในเวลาแค่พอให้ม้าขาวกระโดดข้ามไฟ ตอนที่ฉันไม่อยู่นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ?

สายตาของเขาทั้งคู่มองขึ้นด้านบน  ฉันมองตามไปที่เพดานด้านบนอย่างไม่รู้ตัว เพดานลอกๆ สีขาวสกปกรกกลายเป็นสีสนิมเกรอะกรัง ฉันเห็นเป็นรอยเหมือนรูปหน้าคนอยู่บนนั้น

ทารกน้อยร้องไห้ใหญ่แล้ว เสียงกระจองอแงดังมาจากในท้องของลูกชายฉัน

โอ่เอ๊ๆ เป็นเด็กดีนะจ๊ะเฮ่อ เฮ่อ พอฉันได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องไห้ฉันก็สงสารจนบอกไม่ถูก

แล้วบรรยากาศดุเดือดเอาเป็นเอาตายนั้นก็หายไป รอยหน้าคนบนเพดานก็กลายเป็นหยดน้ำสีดำไหลลงมา ลูกชายฉันก็ยังคงกุมท้องฝืนยิ้ม

นี่เจ๊! ทำไมต้องยอมรับเจ้าวิญญาณเด็กนั่นด้วย!” เจ้าเด็กเพี้ยนแหกปากโวยวาย อีกครู่หนึ่งเพื่อนบ้านจะต้องมาเคาะประตูแน่

เอ่อ ก็รับเลี้ยงไว้ละกันนะ…” ถึงแม้ว่าฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนว่าฉันกำลังหาเรื่องซวยอันหนักหนามาให้ตัวเอง ขออภัยด้วย

โว้ย ประสาทจะกิน!”

กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด เจ้าเด็กเพี้ยนจะฆ่าฉันแล้ว โชคดีที่ลูกชายซุปเปอร์ฮีโร่ของฉันช่วยกันเขาไว้ อาซีสามารถห้ามเด็กเพี้ยนที่กำลังจะระเบิดได้ ดูท่าทางอาการเขาดีขึ้นมากทีเดียว ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะควรทำหน้าที่ที่คุณแม่ทั่วไปเขาทำกันได้แล้ว

ลูกจ๋า ลูกถอดกางเกงออกเถอะ เดี๋ยวแม่ช่วยเช็ดให้นะจ๊ะฉันทนรอไม่ได้จึงพุ่งเข้าไปที่กางเกงเปื้อนเลือดของเขา ที่ทำนี่ก็เพื่อรักษาความสะอาดอนามัยให้กับลูกชายสุดที่รัก

แม่ครับ อย่า เดี๋ยวผมทำเองลูกชายฉันรีบปฏิเสธทันควัน

ร่างกายของลูกยังอ่อนแออยู่นะจ๊ะพอเขาอายุสิบขวบก็ไม่ยอมอาบน้ำกับฉันแล้ว ฉันเฝ้าคอยโอกาสรื้อฟื้นความบันเทิงครอบครัวของเราอยู่เสมอ

ซินแสน้อย ช่วยพาแม่ฉันออกไปทีได้ไหม ขอบใจล่ะลูกชายฉันพูดอย่างอ่อนโยน ซึ่งก็มีความหนักแน่นแฝงอยู่

โท่ หมดกัน ความบันเทิงในครอบครัวของฉัน

เขาทนทรมานมาทั้งคืน ในที่สุดลูกชายฉันที่แสนจะรักสะอาดก็เปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ชุดใหม่ นอนสลบอยู่บนเตียงฉัน แต่ฉันกลับนอนไม่หลับ จึงลุกขึ้นไปปัดกวาดเช็ดถูห้องนอนที่เละไร้คำบรรยายของลูกชายฉัน และถือโอกาสจัดระเบียบห้องครัวไปด้วยเลย บนตัวของเจ้าเด็กเพี้ยนมีเลือดเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด ฉันจึงเรียกเขาไปอาบน้ำล้างตัว

ก็เพราะเจ้าเด็กเพี้ยนคนนี้ก็ถือเป็นว่าเด็กดีคนหนึ่ง และยังมีบุญคุณช่วยชีวิตเราสองแม่ลูกอีก ฉันจึงตัดสินใจเลิกใช้คำว่าเจ้าเด็กเพี้ยนและหันมาเรียกเขาว่าเด็กติงต๊องหรือไม่ก็ชีเซียนแทน

ฉันได้ยินเสียงเชดโด้!” ประตูห้องน้ำเปิดออก ชีเซียนเปียกมะล่อกมะแล่กออกมา มือทั้งสองถือชุดนักเรียนที่ดูเหมือนซักแล้ว แต่ก็เหมือนยังไม่ได้ซักออกมาจากห้องน้ำ ฉันไปเอาเสื้อผ้าเก่าของลูกชายมาให้เขาใส่ ใส่ได้พอดีเลย

ฉันแย่งชุดนักเรียนสีขาวที่กลายเป็นสีเหลืองของเขามาซักใหม่อีกรอบอย่างเริงร่า แล้วเอาไปตากเรียบร้อย พอจัดการทุกอย่างเสร็จ เขายังคงยืนหน้าเหวออยู่ในห้องรับแขก

เจ๊ ผมขอนอนตรงนี้ชีเซียนชี้ไปที่โซฟาหนังคร่ำครึ เหมือนกับว่าเขาเล็งมันไว้นานแล้ว

ที่จริงแล้วฉันพอเดาออกว่าเขาเกิดมาในสภาพแวดล้อมแบบไหน พอเห็นเขา จมูกฉันก็ได้กลิ่นเปรี้ยวๆ รู้สึกไม่ค่อยโล่งนัก

มา เดี๋ยวฉันเป่าผมให้ฉันชูไดรเป่าผมขึ้นมา เขาหน้าแหยขึ้นมาทันที

ไม่เป็นไรเจ๊ อย่าดึงผ้าขนหนูสีตกหมดแล้วเฮ่ย เฮ่ย เฮ่ย ไม่ต้องอยากรู้อยากเห็นขนาดนั้นก็ได้เจ๊!”

อืม ขณะนี้ผ้าขนหนูชื้นๆ อยู่ในมือฉันแล้ว ชีเซียนก้มหัวสีขาวเปียกซกของเขาลงมา เขาจ้องหน้าฉันอย่างสับสน

ฉันรู้สึกว่าผมของเขาเป็นสิ่งประหลาดสิ่งหนึ่ง ตอนที่ผมสีทองของเขากลายเป็นสีขาว บวกกับดวงตาสีพิลึกของเขา มันทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ค่อยเหมือนมนุษย์

ขาดสารอาหารจนกลายเป็นแบบนี้ ช่างน่าสงสารจริงๆฉันเดินไปทำอาหารมื้อดึก

บ้าเหรอ เกิดมาก็เป็นแบบนี้แล้วต่างหาก!” เขาพยายามอธิบาย ฉันเข้าใจนะ เจ๊รู้จ๊ะ พ่อหนุ่มน้อยผู้น่าสงสาร

เขากำลังกินบะหมี่น้ำ ฉันเป่าผมให้เขา ได้ยินเสียงเขาบ่นพึมพำเกี่ยวกับเรื่องที่โรงเรียน ฉันแอบลูบหัวเขาเบาๆ โดยที่เขาไม่รู้ตัว

วิญญาณเด็กทารกจัดการยาก เขาไม่ฟังเหตุผล ถ้าเจ๊จะเลี้ยงก็ต้องเลี้ยงไปจนตายเขายังไม่วางใจลูกชายฉันกับเด็กทารกที่อยู่ในท้องเขานัก

วางใจเถอะ มีลูกอีกคนก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ฉันเลี้ยงได้สบายมาก รับประกันจากประสบการณ์การเป็นแม่ที่ดีกว่าสิบสองปีอืม มีอะไรหรือเปล่า?”

เขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉัน แววตาแบบนี้ฉันเคยเห็นจากอาซีตอนเขาเด็กๆ แต่เขากลับไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่ก้มหน้าลงไปซดบะหมี่อย่างเอร็ดอร่อย

วันต่อมา ฉันตื่นเองตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ลูกชายฉันก็ยังเช้ากว่า เขาทำอาหารเช้าไว้เรียบร้อยแล้ว เด็กผู้ชายที่ทั้งแปลกหน้าและคุ้นเคยวางชามและตะเกียบสามชุดบนโต๊ะกินข้าว ผมสีขาวของเขาสะท้อนส่องแสงแวววาว

อรุณสวัสดิ์ครับแม่

ฉันรับน้ำที่ลูกชายฉันส่งมาให้ เขาดูปกติดี ท้องของเขายุบลงแล้ว ฉันสะอึกสะอื้นพุ่งเข้าไปกอดเขา แผ่ความรักของแม่ประหนึ่งความรักของหมีโคอาล่าที่มีต่อต้นยูคาลิปตัสให้เอา

เลิกกอดกันซะที หิวจะตายอยู่แล้ว!”

สองเราแม่ลูกกำลังถ่ายทอดความรักกันอยู่ อย่าพูดมากน่า!”

ลูกชายฉันรับชามที่ชีเซียนส่งมา เขาตักโจ๊กที่มีซี่โครงหมูเต็มไปหมดลงไประวังลวก

ฉันรีบยกชามไปให้ลูกชายตัก แต่ที่สิ่งที่ได้กลับมากลายเป็นโจ๊กที่แทบจะไม่มีซี่โครงหมูอยู่เลย มันช่างกระทบกระเทือนจิตใจแม่เหลือเกิน

แม่อย่าน้อยใจนะครับ เขาเป็นซินแสของแท้ไม่มีปลอม เราต้องเคารพเขา ถือช้อนซุปดีๆ หน่อยสิครับ เดี๋ยวหกเลอะเสื้อผ้าหมด

ฉันกลับถูกลูกชายสั่งสอน โอเค ต้องอดทน ว่าแต่บรรยากาศข้าวใหม่ปลามันแบบนี้มันมาจากไหนเนี่ย?

อาซี อร่อยมากเลยเด็กขี้ประจบ!

จริงเหรอ ฉันยังกลัวว่ารสชาติจะไม่ได้เรื่อง เสี่ยวชี นายกินเยอะๆอ่อนโยนไปหรือเปล่า?

โอเค งั้นขอเติมอีกชาม!” ชีเซียนสามารถกินโจ๊กหนึ่งชามหมดภายในสองสามคำ เขากินอาหารเช้าฝีมืออาซีอย่างรื่นเริงบันเทิงใจ ฮึ! เจ้าตัวร้ายมาแย่งชิงความรักของฉันไป!

เดี๋ยวนะ!” ฉันขัดจังหวะการสนทนาที่กำลังไปได้ด้วยดีของเขาสองคนเสี่ยวซี มาหาแม่หน่อย……เซเว่น เธอเหลือไว้ให้ฉันสองชาม!”

เซเว่นอะไร?” ชีเซียนโหวกเหวกโวยวาย

ฉันดึงลูกชายเข้ามานั่งที่มุมหนึ่งในห้องครัวอย่างสงบและเยือกเย็น

พวกลูกสองคนสนิทสนมกันแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ยังมีการตั้งฉายาชื่อเหมือนกับร้านสะดวกซื้ออีก!” คุณแม่อย่างฉันรู้สึกเหมือนโดนละเลย

ลูกชายฉันลุกขึ้นไปผัดปลาแห้ง แล้วหันกลับมาปลอบใจคุณแม่ที่กำลังน้อยใจคนนี้

แม่ครับหลินจินซีใช้น้ำเสียงจริงจังที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนพูดกับฉันถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องเมื่อวาน ผมคงคิดว่าแม่ไปเก็บเด็กจรจัดกลับมาซะอีก เขาบอกกับผมว่าเกิดมาสิบเจ็ดปียังไม่เคยกินสิ่งที่เรียกว่าอาหารเช้าเลยแม้แต่มื้อเดียว

ฉันมองไปที่โต๊ะกินข้าว เขากินอย่างเอร็ดอร่อย ฟาดเรียบไปสี่ชามแล้ว

เขาต้องอยู่ที่นี่ช่วงหนึ่งใช่ไหมครับ?” ลูกชายหยิบปลาแห้งจากมือฉันที่ขโมยคืนไป

ฉันพยักหน้าอย่างเวทนา อาหารในหม้อมักจะอร่อยกว่าในชามเสมอ ไม่รู้เพราะอะไร

ในห้องนอนก็มีเตียง แม่อย่าไปแย่งโซฟากับเขาเลยนะครับลูกชายสั่งฉันอ้อมๆ เฮ่ย ฉันจำอะไรไม่ได้เลย

เขานอนที่พื้นห้องรับแขก เมื่อเช้าผมเกือบจะเหยียบโดนเขา

ฉันจำได้ว่าเมื่อคืนเราดูการ์ตูนช่วงดึกอยู่ด้วยกัน ง่วงสุดๆ แล้วฉันก็พยายามเบิกตาเดินเข้าไปเอาผ้าห่มมาให้เจ้าหนูนั่น หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่แล้ว พอตื่นมาผ้าห่มผืนนั้นก็ห่มอยู่บนตัวฉัน

จุดนี้ต้องยอมรับ เขาเป็นเด็กดีจริงๆ

อาซีตักปลาแห้งขึ้นมาจากกระทะ พวกเรากลับไปที่โต๊ะกินข้าว ชีเซียนยกชามเปล่าขึ้นมา ใบหน้าอิ่มเอม

ในเมื่อฉันรับค่ามัดจำมาแล้ว หน้าที่ควรทำก็ต้องทำให้ดี

ลูกชายฉันกระพริบตาดวงน้อยของเขาปริบๆ ฉันเคยเห็นอาการแบบนี้ตอนที่ตลาดหวางฮุนจัดงานประมูลครั้งใหญ่ ความหมายมันก็คือราคาถูกมากนั่นเอง

เสี่ยวชี นายกินเต็มที่เลยนะ

ยังกินได้อีกใช่ไหม?” ชีเซียนยกตะเกียบลายกระต่ายน้อยขึ้นมาอย่างลังเล ภาพที่ฉันเห็นทำใจฉันเต้นรัว แย่แล้ว ป้าหลิน ฝ่ายตรงข้ามเขาเป็นเด็กผู้ชายที่พยายามจะเป็นศัตรูกับฉันทุกเรื่อง

ได้อยู่แล้วอาซีตอบอย่างอ่อนโยน แล้วหันมามองฉันที่กำลังขมวดคิ้วอยู่แม่คิดว่าเขาน่ารักก็บอกมาตรงๆ ก็ได้ครับ ลูกตาแม่แทบจะหลุดออกมาแล้ว

ฉันไม่ได้คิด!” ฉันเกลียดเด็กผู้ชายที่สุดเลย แต่ถ้าเขายอมยิ้มให้ฉันสักครั้งนะ ฉันก็จะยอมยกเว้นไว้หนึ่งคน

จากที่ท่านซินแสเคยบอกวิธีสมดุลพลังหยินหยางวันนี้เพิ่งเป็นวันที่สองของการรักษา อาการของเขายังไม่นิ่ง ลูกชายฉันกับชีเซียนยังต้องรักษาระยะระหว่างกันให้แน่นอน ดังนั้น ภารกิจวันสุดสัปดาห์ของอาซีก็คือทำความสะอาดห้อง ชีเซียนเลยต้องปัดกวาดเช็ดถูไปด้วย ฉันหอบเอกสารมาจัดระเบียบที่ห้องรับแขก จัดการงานที่ไม่ได้ทำตอนโดดงาน แล้วก็ให้กำลังใจพวกเขาสองคนทำความสะอาดไปด้วย

แม่ครับถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว ลูกชายยกแกงมาวางบนโต๊ะ เขาปรึกษาหม่ามี้อย่างจริงจังผมคิดว่าเลี้ยงข้าวเขาสามมื้อมันน้อยไปนะครับ เขาอุตส่าห์ตั้งใจช่วยผม

เข้าใจจ้ะ แม่ทำอะไรไม่เป็นเลย นอกจากแสดงความเห็นเพี้ยนๆ ขณะนี้ เป้าหมายโพกผ้าบนหัวกำลังเดินเข้ามา ดวงตาเขาเป็นประกาย จ้องมองไปที่อาหารธรรมดาๆ ที่พวกเรากินกันทุกวัน

เจ้าหนูตาแป๋วฉันทักทายอย่างอบอุ่น ชีเซียนไม่พูดไม่จา ก็เอาตะเกียบมาจิ้มฉันกินเสร็จแล้วไปรอที่ห้องรับแขกนะจ๊ะ ฉันมีอะไรจะเซอไพรส์

ไม่ต้องหรอกเจ๊ นักพรตผู้บำเพ็ญเพียรไม่สนใจของนอกกายชีเซียนกำลังรอให้อาซีอนุมัติคำสั่งเริ่มรับประทานอาหารได้

งั้นเหรอ? ฉันกับลูกชายฉันเคยเจอซินแสมานับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่ก็อยากได้เงินกันทั้งนั้น บางคนจะให้อาซีนับถือเป็นพ่อ บางคนจะเอาดวงตาของเขา บางคนก็จะให้ฉันไปนอนด้วย (เจ้านั่นถูกลูกชายฉันซ้อมจนเข้าโรงพยาบาล) ทำให้ฉันมีทีทัศนคติต่อนักพรตผู้บำเพ็ญเพียรว่าก็เป็นแค่ธุรกิจอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง

ฉันใช้เวลาขณะที่พวกเขาเก็บจานส่งสายตาไปให้อาซี หาข้ออ้างออกไปข้างนอก พอกลับมาลูกชายฉันก็หลอกชีเซียนมานั่งบนเก้าอี้ทำผมที่ฉันซื้อมาเรียบร้อยแล้ว ฉันเอาน้ำยาทำสีผมที่แพงที่สุดในร้านเสริมสวยออกมาให้เขาดู

ชีเซียนเบิกตาโพลง ฉันแอบภูมิใจเล็กน้อย

ไม่เอาอ่ะ นี่มันสีดำ!”

ฉันรู้สึกขัดหูขัดตากับผมทองนั่นมานานเกินพอแล้ว ลั้ลลัลลา~”

แม่ยิ้มได้โรคจิตมากเลยลูกชายฉันพยายามสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นเสี่ยวชี ลองทำดูก่อนสิ ย้อมออกมาแล้วน่าจะไม่เลวทีเดียว

ชีเซียนจ้องน้ำยาทำสีผมอยู่พักหนึ่ง ลูกชายฉันถามเขาอีกรอบลองดูไหม?” เจ้าเด็กบ๊องถึงเม้มปากพยักหน้าตอบ

เห็นลูกชายฉันรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลาสง่าสงามแบบนี้ เพื่อนซี้ของเขาเคยแอบมาเล่าให้ฉันฟังว่าคุณแม่ครับ ลูกชายของคุณแม่มีความสามารถทำให้คนรักคนหลง

อาซีลงมือจับกรรไกร ตอนที่ฉันมีผมหงอกเส้นแรก เขาไปเรียนวิชามาจากครูสอนเสริมสวย ความสามารถของเขาเทียบเท่าได้กับช่างมืออาชีพเลยทีเดียว พอตัดผมเสร็จเรียบร้อย ชีเซียนก็นั่งหน้าเหวออยู่หน้ากระจกสามนาที

สีผมช่างเหมือนกับเวทมนตร์ เจ้าเด็กคนนี้กลายเป็นเด็กธรรมดาไปซะแล้ว

ขอบคุณนะเขาก้มหัวลง และพูดขอบคุณเราสองแม่ลูกเบาๆ

ไม่เป็นไรอาซีพูดก่อนฉันหนึ่งจังหวะ แล้วลูบหัวเสี่ยวชีเบาๆ

บ้าเอ๊ย ภัยอันตรายที่เจิ้งหวังเหย่บอกที่แท้ก็คือไอ้นี่นี่เอง!” ชีเซียนลุกขึ้นมาอย่างลุกลี้ลุกลน เดินวนไปวนมาอยู่ข้างหน้าเรา

เมี้ยว เมี้ยว เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” ฉันถามอย่างเป็นห่วง

เจ๊ หยุด แค่นี้ก็พอแล้ว!” ชีเซียนชี้ไปที่ท้องของอาซี ดูเหมือนว่าท้องของเขาจะหยุบลงไปเล็กน้อยผมจะอยู่แค่เจ็ดวัน เจ็ดวันเท่านั้น

วันอาทิตย์ ครอบครัวตระกูลหลินของเราไปซื้อกับข้าวสำหรับทำอาหารในสัปดาห์หน้ากันที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต วันจันทร์พวกเราก็แยกย้ายกันไปเรียนและไปทำงาน อาซีหาเสื้อผ้าที่หลวมโคร่งใส่ เพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตุเห็นท้องที่นูนออกมาผิดปกติ แล้วก็ทำหน้าตายไปเรียนตามปกติ

พวกสาวน้อยแถวบ้านมักจะรีบมาทักทายอาซีก่อนที่เขาจะบึ่งมอเตอร์ไซค์ไปเรียน พอเห็นเด็กหนุ่มใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายเพิ่มมาอีกคน ก็ทำสีหน้าฉงนมึนงงสงสัย โอเค ฉันบอกให้ก็ได้

สวัสดีค่ะทุกคน นี่คือลูกชายที่พลัดพรากของฉันเองเด็กบ้า! มาถีบแม่ตัวเองได้ไง!”

ถ้าเจ๊ยังกล้าพูดบ้าๆ อีกก็ลองดู!” ชีเซียนมีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างรุนแรง เหมือนกับโดนเหยียบหาง

พอเถอะ ถ้ายังไม่หยุดเดี๋ยวก็ไปสายหรอกอาซีแยกฉันกับชีเซียนออกจากกัน เหมือนกับจับน้องหมาที่กำลังจะกัดกันไปคนละทาง

พอถึงบริษัท ฉันโดนเหล่าหวังด่าทออย่างรุนแรง ฉันก็ได้แต่สงบปากสงบคำทั้งวัน เป็นการแสดงว่าลูกน้องคนนี้สำนึกผิดและพร้อมที่จะแก้ไขตัวเอง เลิกงานปุ๊บ ฉันก็รีบบึ่งกลับบ้านที่แสนอบอุ่นทันที ตอนนี้ฉันหยุดกิจกรรมเดินเล่นชั่วคราว เพราะเป้าหมายของฉันมาอยู่ที่บ้านแล้ว

อาซี กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ!” วันนี้ฉันทำตัวเป็นแม่บ้านสมองไวใจดีที่รอลูกสุดที่รักกลับบ้าน

ที่ไหนได้กลับทำให้เขาตกใจ พออ้าปากก็ถามฉันว่าโดนไล่ออกจากงานหรือเปล่า

เจ้าเด็กบ๊องเสี่ยวชี กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ!” ฉันยังไม่ลืมความแค้นตอนเช้า

ชีเซียนยืนอึ้งอยู่หน้าประตู และเดินผ่านหน้าฉันไปโดยไม่แล

ซะงั้นอ่ะ พูดกันตามเหตุผลเขาควรจะเดินเข้ามากอดฉันด้วยความรักไม่ใช่เหรอ? หรือที่เขาว่ากันว่าเลี้ยงลูกสาวดีกว่าเลี้ยงลูกชายจะเป็นเรื่องจริง?

หลังจากกินอาหารเสร็จลูกชายฉันก็มาเย็บตุ๊กตาหมีต่อ ชีเซียนนั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะน้ำชา ครู่หนึ่งก็มีเสียงสนทนาดังขึ้น ฉันรีบเดินไปร่วมวงที่ห้องรับแขกด้วย

พวกผีเป็นฝ่ายอธรรม ไม่มีเหตุผล ดื้อด้าน ควรกำจัดให้หมดไปจากโลกมนุษย์ให้สิ้นซาก

คนตายก็กลายเป็นผี คนก็ใช่ว่าจะไม่มีมุมร้าย ไม่ดื้อด้านซะที่ไหน ถ้าจะพูดถึงความซับซ้อนของจิตใจละก็ จิตใจคนชนะขาดแน่นอน ถ้าจะทำให้โลกมนุษย์สะอาดบริสุทธิ์ คงต้องกำจัดมนุษย์ให้สิ้นซากเหมือนกัน

ที่แท้พวกเขากำลังทะเลาะกันอยู่ อาซีอยู่ฝั่งคัดค้านภูติผีวิญญาณ แต่เสี่ยวชีอยู่ฝั่งสนับสนุน ส่วนฉันรับผิดชอบหน้าที่ชงชามาให้ดื่ม อย่าถือสาป้าแก่ๆ คนนี้เลยนะจ๊ะหนูๆ ทะเลาะกันตามสบายเลยจ้ะ

พอเด็กบ้าสองคนเห็นฉัน ก็รีบจบหัวข้อการสนทนานี้พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย มันเป็นการดูถูกปุถุชนคนธรรมดาจริงๆ

ช่างเถอะ อาซีจ๊ะ มามะให้หม่ามี้ลูบหน่อยฉันยื่นกรงเล็บเข้าไป ลูกชายฉันหลบทันควัน แต่ก็ยังไม่พ้นเงื้อมมือฉันอยู่ดีจะคลอดเมื่อไหร่เอ่ย—“

ชีเซียนเหลือบตาใส่ฉันอย่างเซ็งๆ ฉันรีบเข้าไปขอความกรุณาจากท่านซินแสน้อย ไม่ใช่เพื่ออาซีแต่เรื่องเกี่ยวกับตัวเขาเองต่างหาก

อาจารย์ซูได้ว่าอะไรหรือเปล่า?” ผมสีทองกลายเป็นสีดำ ถ้าเป็นเครื่องประดับก็คงไม่ดี แต่นี่เป็นผมของเขา ก็คงเอามาเทียบกันไม่ได้

เสี่ยวซีเม้มปากสนิท แววตาห่วงใยผสมกับความรู้อยากเห็นของฉันและอาซีจ้องมองไปที่เขา

เขาร้องไห้เลย น้ำมูกก็ไหลไม่หยุด ก็เพราะเจ๊นั่นแหละ ทำให้เขาคิดว่ามีคนใจดีอุปการะผม เจ๊ไม่เข้าไม่ใจเหรอ ยิ่งมีความหวังมากเท่าไหร่ ความผิดหวังก็ยิ่งมีมากเท่านั้น!”

ช่างเป็นคนดีจริงๆฉันอดชมเขาไม่ได้

เชดโด้! ยังไงพรุ่งนี้ผมต้องไปโรงเรียนเช้าๆ วันนี้อาจารย์ซูดีใจใหญ่ที่ผมไม่ไปสาย พรุ่งนี้ก็ต้องทำให้เขาดีใจอีกเสี่ยวชีพูดอย่างจริงจัง แล้วก็ก้มหน้าลงไปทำการบ้านอย่างตั้งใจ

ฉันมองไปที่อาซี ถึงแม้ว่ามือเขาจะไม่หยุดเย็บเจ้าหมี แต่ฉันก็รู้สึกได้ถึงจิตใจอันแข็งแกร่งของชายชาตรีก็ยังต้องสั่นไหว เจ้าเด็กประหลาดพิลึกคนนี้เป็นเด็กดีมีวินัยมากกว่าที่เราคิด

ไม่กี่วันต่อมา ฉันถามเหล่าหวังเกี่ยวกับขั้นตอนคำร้องต่างๆ และเอาใบคำร้องกลับมามากมาย หนึ่งทุ่มแล้ว เด็กสองคนยังไม่ถึงบ้าน ฉันหลับๆ ตื่นๆ อยู่บนโซฟาจนประตูบ้านเปิดออก คาดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กสองคนกลับมาด้วยสภาพฟกช้ำดำเขียว

ไม่ตีกับใครมา?” ฉันถามหลินจินซีผลักชีเซียนเข้ามา แต่ก็ถูกฉันกันไว้จินซี แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าฝ่ายตรงข้ามมีมากกว่าสามคนให้วิ่ง จำไม่ได้เหรอไง?”

ขอโทษครับแม่ลูกชายฉันไม่สำนึกเลยแม้แต่นิดเดียว

นายจะขอโทษทำบ้าอะไร ไอ้พวกกากเดนพวกนั้นมันลงไม้ลงมือกับอาจารย์ซูก่อน พวกเราถึงได้…” ชีเซียนพูดได้ครึ่งหนึ่ง ก็ถูกอาซีผลักหัวลง เจ้าเด็กรั้นสองคนยืนเงียบเรียบร้อยต่อหน้าฉัน เกือบจะใจอ่อนแล้วเชียว แต่ฉันก็ต้องปั้นหน้าบึ้งเดินกลับเข้าห้องไป

เรื่องบางเรื่องก็ต้องให้เด็กๆ เข้าใจ ผู้ใหญ่อย่างเราจะใจอ่อนไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรลูกชายฉันก็รู้ว่ากล่องพยาบาลอยู่ที่ไหน

ในบ้านเงียบเชียบเหมือนป่าช้า พวกเขาก็ยังคงอยู่ในห้องรับแขก ฉันได้ยินเสียงฉีกซองผ้าก๊อซดังมาจากข้างใน

ยัยเจ๊กินยาผิดซองหรือเปล่า?”

แกต่างหากที่เกิดผิดที่ เด็กบ้าเอ๊ย!

เห็นแม่ป้ำๆ เป๋อๆ แบบนี้นะ ถ้ารั้นขึ้นมาแม้แต่ผีก็เอาไม่อยู่ ฉันจะบอกให้

ดูเหมือนว่าลูกชายฉันกำลังพูดแก้ต่างให้ฉัน หรือว่าไม่ใช่

นายโดนเจ๊ด่าบ่อยไหม? เมื่อกี๊เจ๊แกเอ็ดตะโร ดูเหมือนจะร้องไห้แล้ว…”

รู้ไว้ก็ดี เห็นลูกชายสุดที่รักบาดเจ็บอย่างนั้น ใจฉันแทบจะแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ

ไม่บ่อย ฉันจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกเสียงอ่อนโอนยของลูกชายฉันช่างมีพลังปลอบใจคนจริงๆ คำพูดประเภทนี้เขาจะพูดกับคนที่สนิทเท่านั้น สงสัยว่าเขารู้ว่าฉันกำลังอยากอัดใครบางคนอยู่ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้แม่ฟังเอง ยังมีตรงไหนถลอกอีก ดึงเสื้อขึ้น เดี๋ยวฉันทายาฆ่าเชื้อให้

พอแล้วล่ะ ฉันเอาเด็กทารกกลับไปก็แล้วกัน!” ชีเซียนพูดอย่างเคร่งเครียด หน้าตาแม่เลี้ยงใจร้ายของฉันคงไม่ได้ทำให้เขาเสียขวัญหรอกใช่ไหม?

ฉันเดาว่าลูกชายฉันต้องลงมือกับเจ้าเด็กไม่รู้ประสีประสาคนนี้ จัดการพันแผลให้เรียบร้อยสวยงามอย่างสมบูรณ์

ความจริงแล้วนายสามารถกำจัดวิญญาณทารกได้ง่ายๆ ใช่ไหม? ยังไงวิญญาณไร้ค่าแบบนี้มิติวิญญาณก็คงไม่ต้อนรับอยู่ดี ทำไมต้องลงทุนลงแรงเอากลับไปเลี้ยงที่วัดอีก?”

ลูกชายฉันแสยะยิ้มพูด ที่ตามมาทันควันก็คือเสียงตบโต๊ะ

ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่าเด็กนะเฟ่ย! ถ้านายยังรังเกียจมิติวิญญาณแบบนี้ คนที่จะซวยวันยังค่ำก็คือตัวนายเองนั่นแหละ!”

ลูกชายฉันหัวเราะเสียงดังลั่น ซึ่งสิบสองปีมานี้ฉันไม่เคยเห็นเลย จะยั่วให้ฉันออกโผล่หน้าไปดูเขาหัวเราะใช่ไหม?

เสี่ยวชี เสียดายที่นายเกิดเป็นคน

เชดโด้ ก็ฉันชอบโลกมนุษย์นี่ หยุดหัวเราะสักทีได้ไหม นายหัวเราะจนฉันขนลุกหมดแล้ว

พวกเขาเริ่มพูดภาษาที่แม่อย่างฉันฟังไม่เข้าใจอีกแล้ว

นี่ นายรู้ไหมว่าเจ๊กำลังแอบฟังเราอยู่?”

เฮ่อ อย่าพูดไปสิ เดี๋ยวแม่ก็งอนนายไปสามวันสามคืนหรอก

ฉันค่อยๆ เอาหูเคลื่อนออกจากผนัง ลืมไปว่าดวงตาของเขาสองคนแอบโกงได้ แม่ของฉันประหนึ่งถูกสุนัขจรจัดเข้าโจมตีจนมุม ฉันได้แต่ระบายความโกรธออกมาด้วยการต่อยหมอนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ฉันงอนเจ้าเด็กสองคนนี้สามวันสามคืนจริงๆ

หลินจือผิง นี่เธอสมองเสื่อมหรือไง? ฉันสั่งปลาดิบแต่เธอกลับซื้อข้าวหน้าหมูมาให้ฉัน!” เหล่าหวังก็พาลโดนไปด้วย เฮ่อ ฉันอยากดีกับลูกชายฉันแล้ว

ทำไงได้ พอเทียบกันแล้วคุณน่าจะเหมาะกับหมูมากกว่าปลาแม่เสียใจจัง ดื้อด้านดันทุรังแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร? รู้อย่างนี้น่าจะฉวยโอกาสตอนเจ้าชีเซียนฝืนใจขอโทษฉันตีก้นเขาไปซะก็ดี

และแล้ว วันครบกำหนดหนึ่งสัปดาห์ก็ใกล้มาถึง

ลูกชายฉันพูดตามตรงว่าเขารู้เรื่องพฤติกรรมที่ไม่ดีแต่ก่อนของฮวาฮวา มีความเป็นไปได้สูงว่าลูกในท้องเป็นลูกของแฟนคนก่อนของเธอ ถึงฮวาฮวาตกใจเกือบจะตายแล้วก็ยังไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร ลูกชายฉันทนดูไม่ไหวเลยยื่นมือเข้าช่วย และบุพเพสันนิวาสของทั้งคู่ก็สิ้นสุดลงไปด้วย

ชีเซียนนับนิ้วคำนวณอยู่ข้างๆ ระหว่างทางก็กระพริบตาบอกอาซี แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

คืนวันศุกร์ฉันถูกเจ้านายจับเป็น พอกลับถึงบ้านลูกชายก็มาเปิดประตูให้ฉัน เสี่ยวชียังไม่กลับมา ถึงหิวเจียนตายก็ยังกินไม่ได้ถ้าคนยังไม่ครบ ฉันนั่งจ้องประตูบ้านอย่างดุดัน

เกือบเที่ยงคืนแล้ว จู่ๆ ก็มีเสียงฮัมเพลงดังผ่านหน้าต่างฝั่งตะวันตกเข้ามา ชีเซียนเดินจากด้านนอกที่มืดมิดเข้ามาเขตอพาร์ทเม้นท์ เขาสวมชุดขาวยิ่งทำให้ผมสีดำของเขาที่พลิ้วไหวไปกับสายลมดูเด่นขึ้นมา

พอเขาเหยียบเข้ามาในบ้านก็งัดมีดออกมา ยกมีดขึ้นโบกไปโบกมาเหมือนกำลังเต้นอยู่ ไม่ใช่ท่าเต้นที่กำลังฮิตอยู่ตอนนี้ แต่เป็นท่าที่เหล่าพ่อมดหมอผีร่ายรำถวายเทพยดาเมื่อห้าพันปีที่แล้ว

อาซีใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ เขารออยู่ที่ห้องรับแขกตามคำสั่ง สองมือชูเจ้าตุ๊กตาหมีขึ้น

ระยะห่างของชีเซียนกับอาซีเข้าใกล้กันมากขึ้น ท้องของอาซีก็เริ่มโย้เย้ไปมา มันต้องไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ๆ เขาเจ็บเสียจนยืนแทบไม่ไหวแล้ว ฉันกรีดร้องทันควัน มีดเย็นเฉียบในมือของชีเซียนด้ามนั้นพุ่งลงไปผ่าท้องของอาซี

มีเสียงเด็กน้อยร้องดังลั่น แต่ฉันมองไม่เห็น เห็นแต่อาซีกำลังกลั้นความเจ็บปวด เขาค่อยๆ วางเจ้าตุ๊กตาหมีลงบนพื้น

ชีเซียนหยิบด้ายแดงออกมาจากแขนเสื้อชุดคลุมขาว แล้วค่อยๆ มัดที่คอของเจ้าตุ๊กตาหมี เขาลูบหัวเจ้าตุ๊กตาหมีไปสองที

ฉันเข้ามาพยุงอาซีไว้ แล้วก็ดึงเสี่ยวชีที่กำลังสงสารเจ้าตุ๊กตาหมีให้ลุกขึ้น แล้วแบกเขาทั้งสองคนไปนั่งที่โซฟา เหอะเหอะ เจ้าตุ๊กตาหมีก็เป็นของฉันแล้ว!

ขอกอดได้ไหมจ๊ะ? โอ๊เค นับแต่นี้หนูก็เป็นสุดที่รักของหลินจือผิงแล้วนะจ๊ะ จะไม่ทำให้หนูร้องไห้อีก อยู่กับหม่ามี้นะจ๊ะ

เหมือนฉันสัมผัสได้ถึงแววตาหวาดกลัวของเจ้าตุ๊กตาหมี ตอนที่ฉันเพิ่งเจออาซี เขาก็มีท่าทางขัดขืนแบบนี้เหมือนกัน

แม่รักหนูนะจ๊ะจะรักจนถึงวันที่ฉันต้องหลับนิรันดร์ใต้ดินหรือก็คือวันที่ฉันกลายเป็นวิญญาณนั่นเอง ถึงวันนั้นฉันก็สามารถกอดเด็กคนนี้ หอมแก้มเขาทั้งสองข้างได้จริงๆ

ลำบากแม่แล้วครับลูกชายฉันกลับมากระปรี้กระเปร่า สดใสแข็งแรงหล่อเหลาดังเดิม ลูกสุดที่รักของฉันไม่เป็นไรแล้ว เยี่ยมยอดไปเลย

เจ๊พูดเองนะ แถมยังเลี่ยนซะขนาดนั้น พูดแล้วห้ามคืนคำด้วยชีเซียนก้มหน้าลงเตือนฉันอย่างจริงจัง

วันขึ้นหนึ่งค่ำกับสิบห้าค่ำให้จุดธูปไหว้เขา เตรียมนมมาไหว้ก็ดี ที่สำคัญที่สุดก็คือต้องอยู่คุยเป็นเพื่อนเขา’ “

เฮ่ย นายร้องไห้เหรอ?” ฉันเห็นตาของเขาแดงแล้ว

ร้องไห้บ้าอะไร ทรายมันเข้าตาฉัน!” ชีเซียนไม่ยอมรับ เขาเดินตึงตังเข้าห้องน้ำไป และรีบล็อกประตูอย่างรวดเร็ว

พวกไม่ยอมรับความจริงฉันหัวเราะเยาะเขา แล้วเดินไปโอบไหล่ลูกชายอาซี น้องคนใหม่เป็นไงจ๊ะ?”

แม่ชอบสะสมของวิเศษพิสดารจังเลยนะครับอาซีรวบหูทั้งสองข้างของเจ้าหมีมาติดกันเหมือนกับดอกทานตะวัน ฉันได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ

ทำไมล่ะ แค่สิ่งที่เจอดันบังเอิญเป็นของที่ไม่เหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขาก็เท่านั้นเอง

เขาไปหาอินอินมา เธอลงทุนลงแรงสาปแช่งเขา เขาแค่กระดิกนิ้วนิดเดียวก็แก้ได้แล้ว ถึงเราไม่รู้ประวัติความเป็นมาของเขา แต่เขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอนอาซีมองไปที่ประตูและอึ้งไป

เป็นอะไรหรือเปล่า?”

เขาไปแล้วลูกชายฉันรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร

ฉันเพิ่งสังเกตุเห็นว่าไฟในห้องน้ำมืดตื้อมาตลอด แย่ชะมัด จะไปก็ไม่ลาสักคำ

ข้าวกล่อง อาซี!”

ครับลูกชายฉันโยนข้าวกล่องมาสู่อ้อมกอดฉันขณะที่กำลังก้าวเท้าออกจากบ้าน

การเดินเล่นตอนกลางคืนทำให้เซลล์ในร่างกายของฉันตื่นตัวขึ้นมา ลมคืนนี้เข้ามาขัดขวางฉัน ทำให้ฉันวิ่งอย่างยากลำบาก แต่อะไรที่ฉันอยากจะได้มันไม่เคยหลุดมือฉันไปแม้แต่ครั้งเดียว!

ฉันบึ่งสุดชีวิตไปที่สุสานสาธารณะแห่งที่สอง ภาพที่เห็นต่างจากครั้งก่อนที่มา ครั้งนี้แม่แต่แสงไฟสลัวก็ไม่มี มืดมิดไปหมด

ไป๋ชีเซียน แน่จริงก็ออกมาสิ!”

ฉันเปิดกล่องข้าวออก ข้างในเป็นของขวัญแสดงคำขอบคุณที่อาซีกลับบ้านมาเตรียมไว้ล่วงหน้า มีกับข้าวเจ็ดอย่างบวกกับของหวานมันฝรั่งอีก

ชุดนักเรียนสีขาวพัดผ่านหน้าฉัน ชีเซียนยืนอยู่บนแท่นหินห่างออกไปครึ่งนิ้ว ดวงตาหลากสีคู่นั้นเหลือบลงมองที่ฉัน สายลมพัดกระหน่ำ

ผมมีเรื่องอยากเตือนเจ๊

ฉันเอามือผมจับปอยผมเล่น จ้องมองเขาอย่างเคืองๆ ใกล้จะฤดูหนาวแล้วยังใส่เสื้อผ้าบางๆ แบบนี้อยู่อีก ทีแรกฉันวางแผนว่าจะพาเขาไปซื้อเสื้อผ้าในวันสุดสัปดาห์

ผมว่าเจ๊รีบหาแฟนแต่งงานเถอะ เขาอยู่กับเจ๊ตลอดชีวิตไม่ได้หรอก

จินซี?” เจ้าเด็กคนนี้ชอบพูดอะไรแปลกๆ อยู่เรื่อย

ช่างเถอะ ยังไงก็เป็นเรื่องในบ้านของพวกเจ๊ ผมเข้าไปยุ่งไม่ได้อยู่ดีเขาโบกมือให้ฉัน แล้วก็กระโดดไปถอยหลังไปอย่างเงียบเชียบ

ลมแรงโหมพัด ต้นไม้ใบหญ้าสั่นไหว เหลือแค่ฉันกับป้ายสุสาน กล่องข้าวที่ว่างเปล่าหล่นลงข้างเท้าฉัน

ปู่บอกว่าพวกสมบัติที่เป็นของมิติวิญญาณนั้น มีแค่คนที่รู้คุณค่าเท่านั้นจึงจะรู้ ได้มาก็ไม่แน่ว่าจะโชคดี แต่ถ้าไม่ได้ก็อาจต้องแลกด้วยชีวิต

บทที่2

ไล่ผี

ฤดูหนาวมาถึงโดยไม่รู้ตัว แม้แต่ลมหายใจก็ยังเย็นเฉียบ ใกล้จะโดนโรคปอดอักเสบรับประทานแล้ว

อยากได้เงินก็ต้องทำงาน ทำงานก็ต้องทำโอที โดนจับทำงานกะดึกแบบนี้มันฆ่ากันชัดๆ ขาทั้งสองข้างที่ใส่ถุงน่องและรองเท้าส้นสูงของฉันสั่นเทา ฉันเดินตัวสั่นกลับบ้านไป

คืนนี้ไม่มีอารมณ์อยากเสี่ยงอันตราย พูดตามตรง หลังจากที่ฉันเก็บเด็กล้มเหลว ฉันก็รู้สึกห่อเหี่ยวไปพักใหญ่ นั่งถอนหายใจใส่หัวหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท้ายที่สุดฉันก็โดนเหล่าหวังแก้แค้นด้วยการเพิ่มเวลาทำงานของฉันให้ยาวขึ้น ทำโอทีเสร็จฉันก็ยิ่งห่อเหี่ยวกว่าเดิม วกวนเป็นวงจรอุบาทว์

โทรศัพท์มือถือมีสองสายไม่ได้รับและข้อความจากลูกชายฉัน อาซีวางแผนจะมารับคุณแม่ของเขากลับบ้าน แต่อากาศหนาวแบบนี้ แม่ยอมกลายเป็นน้ำแข็งดีกว่าให้ลูกต้องมาทนความเหน็บหนาว อีกอย่างถ้าเขารู้ว่าฉันลืมเอาเสื้อกันหนาวมาอีกแล้วจะต้องโดนสวดยับแน่

ผ่านไปครู่ใหญ่ ก็มีชายคนหนึ่งพุ่งออกมาซอย ชนฉันเข้าอย่างจัง แม่เจ้า! กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งเลย ฉันยังไม่ทันเปิดปากด่า เขาก็วิ่งไปบนถนน มือโบกไปโบกมาเหมือนกับเป็นบ้าไปแล้ว

ทันใดนั้น เสียงแตรรถดังกึกก้อง

ระวัง…” ฉันแหกปากตะโกนออกไป ไม่รู้ว่าเป็นก่อนที่จะพูดหรือหลังจากที่ฉันพูดแล้ว ผู้ชายเมาคนนั้นกลิ้งเข้าไปใต้ล้อรถบรรทุก

เลือดของผู้ชายคนนั้นไหลเป็นทางตามเงาของเสาไฟฟ้าที่ทอดยาวมาถึงปลายเท้าฉัน

ฉันอยู่ที่เกิดเหตุตลอดเวลา มีตำรวจกลุ่มหนึ่ง หมอ พยาบาลเดินไปเดินมาต่อหน้าฉัน ฉันจำได้ว่าตัวเองเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหนื่อยสายตัวแทบขาด พอเสร็จธุระ ฟ้าก็ใกล้สว่างแล้ว ก่อนจะถึงเวลาทำงาน ฉันต้องรีบใช้เวลานอนให้คุ้มค่าบนม้านั่งยาวของโรงพยาบาลครอกก เหมือนฉันจะลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไป

แม่!” เงาของจินซีโผล่มาที่หน้าประตู เขาวิ่งโผมาฉันอย่างร้อนใจ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้นอนทั้งคืน

ฉันว่าฉันกำลังจะชูสามนิ้วบอกเขาว่าโอเค แต่ยังไม่ทันได้ทำ ฉันก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดแน่นๆ ของลูกชาย แย่จริง ฉันทำให้เขาตกใจอีกแล้ว

ลูกตัวเย็นเจี๊ยบเลย!” ฉันลูบผมเขาเบาๆ จนเขาเชื่อว่าแม่สุดที่รักของเขาปลอดภัยดีไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ครั้งหน้าแม่จะระวังตัวให้มากกว่านี้จ้ะ

แม่ไม่รักษาคำพูดลูกชายฉันค่อยๆ ปล่อยมือออกจากฉัน เขาหนาวจนจมูกแดงเหมือนกวางเลนเดียร์ ซึ่งทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าวันคริสมาสต์ใกล้มาถึงแล้วไม่มีกวาง มีแต่เจ้าหมี เขาคิดถึงแม่มาก

หลังจากเขาดุฉันจนตัวสบายใจขึ้นแล้ว เขาก็หยิบเจ้าตุ๊กตาหมีขึ้นมา ลูกชายคนที่สองที่น่ารักของฉัน ดวงตาดำขลับคู่นั้นเหมือนกำลังจะร้องไห้ ฉันก็รีบเอาเขามากอดแน่นด้วยความรัก

เดี๋ยวแม่จะกลับบ้านแล้วจ้ะ ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะฉันโอ๋จนเจ้าตุ๊กตาหมีที่กอดรัดแน่นผ่อนคลายเป็นหมีนุ่มนิ่มเหมือนเดิม

พอฉันยืนขึ้น ลูกชายฉันก็ก้มลงหยิบกระดาษทิชชู่ออกมา เขาออกแรงเช็ดรอยเปื้อนบนรองเท้าฉัน สีเหมือนสีเลือดที่แห้งแล้ว มันทำให้คนที่เห็นรู้สึกขนลุก

ลูกชายฉันกระพริบตาสีเทาเข้มของเขา เหมือนกับว่าเขาเห็นอะไรบางอย่างในตัวฉัน และแล้ว โทรศัพท์เขาก็ดังขึ้น

ฉันแอบฟังอยู่ข้างๆ เป็นโทรศัพท์จากตำรวจ แม่ตัวซวยของเขาก็อยู่ด้วยกันตรงนี้ อาซีก็คงจะงงเหมือนกัน เขาพูดอ้ำๆ อึ้งๆ ฉันยังไม่ทันจะรู้เรื่อง ลูกชายฉันก็หัวเราะออกมา

ครั้งก่อนเพื่อนนักเรียนของอาซีที่ขโมยเงินซื้อกับข้าวของเขามานั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตูตึกอพาร์ทเม้น เขาก็มีรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฎที่มุมปากแบบนี้ ความจริงแล้วเขาไม่มีประสงค์ร้ายอะไร เพียงแค่พอใจที่เกิดเรื่องตามความคาดหมายของเขาเท่านั้นเอง

แม่ครับ เราไปที่สถานีตำรวจกัน

ลูกชายฉันเอาเสื้อกันหนาวที่ฉันลืมไว้ห่มไหล่ให้ฉัน เฮ่อ โดนจับได้ซะแล้ว

แล้วฉันก็ซ้อนจักรยานลูกชายไปสถานีตำรวจใกล้ๆ

ตีสี่ เป็นเวลาที่ผีควรนอนได้แล้ว แต่ในสถานีตำรวจยังคงเอะอะ ฉันบุกเข้าไปตะโกนลั่นฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต!” ไม่นาน ทุกคนก็เงียบกริบ

ขอโทษครับ เธอเพิ่งเจอเหตุการณ์ร้ายๆ มาน่ะครับลูกชายดึงฉันไปด้านหลังเขา ช่างไม่เห็นใจแม่ที่อุตส่าห์ทำให้บรรยากาศสงบลงเสียเลยพวกเราได้รับโทรศัพท์ติดต่อมาครับ เราเป็นผู้ปกครองของเด็กคนนั้น

คนในกลุ่มนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเรียกว่าเด็กได้ มือของเขาถูกล็อกอยู่กับช่องหน้าต่าง ตัวเขานอนขดอยู่บนม้านั่งยาวของสถานีตำรวจ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง โชคดีที่ในนี้ไม่หนาวนัก

เขาหันหน้าไปทางผนัง ดูเหมือนกำลังหลับอยู่ แต่ทำไมด้านหลังของเขาคุ้นตาจัง

ดีเลย พวกคุณช่วยจัดการที งานเรายุ่งมาก บอกให้เขาอย่าก่อเรื่องอีกชายพุงโตคนหนึ่งพูดอย่างยะโส ข้างกายยังมีคนติดตามหน้าตายอีกสองสามคนอ ดูจากท่าทางโอหังของเขาแล้ว น่าจะเป็นข้าราชการของหน่วยก่อสร้างคนหนึ่ง

อีกด้านหนึ่งมีนักสังคมสงเคราะห์และตำรวจหนุ่มยืนอยู่ ดูเหมือนว่าพวกเขาก็อยากอัดไอ้อ้วนนั่นเหมือนกัน แต่ก็ต้องอดกลั้นเหมือนกับฉันเช่นกัน มีแต่อาซีเท่านั้นที่ยังคงนิ่งเฉย

จะพูดยังไงก็ตาม แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์จะขังเยาวชนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดไว้ที่สถานที่แบบนี้ในเวลาแบบนี้จินซีเหลือบมองไอ้อ้วนนิ่งๆ ความเย่อหยิ่งของไอ้อ้วนถูกรัศมีลูกชายฉันกลบหายไปครึ่งอีกอย่าง จากที่ผมทราบ เขาเป็นคนรู้ดีรู้ชั่ว ไม่มีทางก่อเรื่องไร้สาเหตุแน่นอน

แกหมายความว่าฉันผิดงั้นรึ? ไอ้เด็กนั่นดูรู้ว่าเป็นพวกเหลือเดน ขนาดพ่อแม่ยังไม่เอามันเลย เรากำลังทำงานกันอยู่ แต่มันกลับมาวุ่นวายอยู่หน้ารถขุดดินขัดขวางการทำงานของเรา แกรู้ไหมว่ามันทำเครื่องมือพังไปเท่าไหร่แล้ว? เพราะฉันสงสารหรอกถึงไม่ฟ้องมัน…”

บ้าเอ๊ย ที่ตรงนั้นแตะต้องไม่ได้เสียงที่ฟังดูอิดโรยดังขึ้นขัดจังหวะเสียงกร่นด่าของผู้ชายคนนั้น เด็กชายคนนั้นลุกขึ้น ผมม้าสีทองของเขาหล่นลงระหว่างดวงตาสีประหลาดของเขาที่ตรงนั้นเป็นฮวงซุ้ยของวิญญาณกี่ร้อยดวงแกรู้ไหม? คนต่ำๆ อย่างพวกแกอยากมีแต่เงินไม่อยากมีชีวิต

ดูมัน ดูมัน เริ่มพูดเรื่องวิญญาณมารผีอีกแล้ว ไร้สาระไม่มีข้อพิสูจน์!”

พวกเราไม่ได้ฟังคำพูดปัญญาอ่อนของไอ้อ้วนจอมโหด แต่กำลังมองไปที่เด็กผมทองคนนั้นอย่างอึ้งๆ สายตาของเราส่อประสานกันสิบกว่าวินาที

ดีจริง พวกเราติดต่อคนที่บ้านของเขาไม่ได้เลย พวกคุณคือญาติของเขาใช่ไหมครับ?” ฉันถูกอาซีควบคุมทันใด นักสังคมสงเคราะห์เดินมาถามข้อมูลจากพวกเรา

ฉันไม่รู้จักเขา!” ฉันแหกปากตะโกนใส่เจ้าเด็กบ้านั่น ทำเอาไอ้อ้วนลืมบทพูดของตัวเองเลย สถานีตำรวจเงียบกริบ

แม่อย่าทำแบบนี้สิครับอาซีรีบยื่นมือเข้าช่วย แต่ฉันก็อดกลั้นไม่ไหว

สองสามเดือนมานี้ฉันถ่อไปสุสานกับโรงเรียนด้วยความหวังกี่ครั้งกี่หนแล้ว แต่ก็หาเจ้าเด็กบ้าคนนี้ไม่เจอ เป็นไปอย่างเดียวก็คือเขาใช้อิทธิฤทธิ์ที่เขามีซ่อนตัวไม่ให้ฉันเห็น

พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกับผมเขาพูดต่อจากฉัน พอได้ยิน ฉันแทบจะลุกเป็นไฟน่าเบื่อจริงๆ ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่มีญาติที่ไหน ผมจะรับผิดชอบเรื่องที่ผมก่อเอง

ทางโรงเรียนบอกว่าเขาโดดเรียน ชอบทะเลาะวิวาท ทางนั้นเขาสามารถยืนยันได้ พวกกากเดนแบบนี้ยังไม่รีบจับเข้าสถานพินิจอีก!”

แกหุบปาก!” ฉันสั่งให้ผู้ชายคนนั้นหยุดโวยวาย ฉันพับแขนเสื้อขึ้น มือดึงผมสีทองของเจ้าเด็กนั่นฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ตีกัน ทำไมถึงเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาแบบนี้! ไม่ให้ย้อมผมสีทองก็ดันย้อมซะเหลืองอร่าม! เด็กบ้าเอ๊ย!”

ยัยเจ๊บ้า อย่าดึงผม!” ชีเซียนขัดขืนอย่างรุนแรง แต่เขาถูกล็อกไว้ที่ม้านั่งยาวพอดี ถึงอยากหลบก็หลบไม่ได้

ชอบให้แกล้งทำเป็นคนแปลกหน้าไม่ใช่เหรอ?” อาซีรอให้ฉันดึงจนพอใจถึงดึงมือฉันไว้ สิ้นสุดเหตุการณ์ทารุณกรรมในครอบครัว

เสี่ยวชี อย่ารั้นนักเลย

คำพูดอ่อนโอนของอาซีกลับได้ผลดี ชีเซียนผลักฉันออกเต็มแรง ไม่รู้ว่าเขาจะงอแงทำไมนัก พูดอยู่ได้ว่าไม่ใช่เรื่องของเจ๊แต่ในคำพูดมีเสียงสะอื้นปนอยู่ ฉันโกรธเขาที่ไปไม่ลามาไม่ไหว้ อีกใจหนึ่งก็สงสาร เพราะเขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรจริงๆ

ขอร้องล่ะ เขาอยากอยู่สถานพินิจก็ให้เขาอยู่ไปเถอะ!” ฉันจงใจพูดให้คนอื่นได้ยิน และกระซิบข้างหูชีเซียนอย่างเยือกเย็นได้ข่าวมาว่าคนที่นั้นเขาชอบเล่นก้นเด็กผู้ชายกัน

แม่อย่าแต่งเรื่องหลอกเขาสิครับอาซีดึงฉันออกมาอีกครั้ง ทำเอาฉันยังดูชีเซียนกลัวจนตัวสั่นไม่สะใจเลย

ยัยผู้หญิงบ้านี่ทำบ้าอะไร ตำรวจอย่างพวกคุณยังไม่รีบมาจัดการอีก!” ไอ้อ้วนพูดแทรกขึ้น เราสองแม่ลูกมองค้อนกลับไป ไอ้อ้วนก็สลดลง ไม่กล้าเปิดปากอีก

เรื่องภายในครอบครัวต้องให้ครอบครัวจัดการเอง คนอื่นไม่เข้ามาก้าวก่าย เพราะปัญหานี้คนภายนอกไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซง ที่เจ้าเด็กบ้าต้องเร่ร่อนพเนจรมาหลายเดือน สาเหตุเป็นเพราะฉันเอง

ชีเซียนติ๊งต๊อง ฉันขอถามอีกรอบฉันเชยหน้าถลอกปอกเปิกของเขาขึ้น จ้องเขม็งไปที่ดวงตาหลากสีของเขาสุดกำลัง ไม่ได้ เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เด็กดีๆคนหนึ่งโดนทำซะจนเหมือนตุ๊กตาผ้าขาดๆ

เจ๊จะถามสักกี่ร้อยครั้งก็เหมือนเดิมนั่นแหละ!” ฉันต้องยอมรับนะ นิสัยขี้งอนแบบนี้ช่างเหมือนฉันจริงๆ

ฉันก้มตัวลงไปกอดเขาแน่น ไม่ให้เขามีทางปฏิเสธ ฉันอยากทำให้ความเหน็บหนาวในตัวเขาสลายหายไป

เด็กบ้าเอ๊ย ฉันบอกแล้วไงว่าจะเลี้ยงเธอเอง…” น้ำตาและน้ำมูกของฉันหยดลงบนใบหน้าของเจ้าเด็กบ้าโดยไม่ได้ตั้งใจ

ทีแรกเหมือนเสี่ยวชีจะหยุดขัดขืน โผกอดคอของฉัน พริบตาเดียวเขาก็ลุกตัวขึ้น จับคอฉันไว้ ดึงปกคอด้านหลังออกแล้วเอามือเย็นเฉียบของเขายื่นเข้าไปที่หลังของฉัน

อาซีขมวดคิ้ว ท่านผู้ชมทั้งหลายต่างแตกตื่น กรูเข้ามามุงดูเหตุการณ์

เชดโด้ ไสหัวไปให้พ้น!” ชีเซียนดึงมือออก เพื่อมาดึงไหล่ฉันไว้แทน เขาคำรามคุณเจ๊อาภัพอับโชคครับ เจ๊ไปหาเรื่องเอาอะไรที่ไหนกลับมาอีก! ถ้าผมไม่เห็นนะ แม้แต่กระดูกเจ๊ก็ไม่เหลือ จะบอกให้!”

แล้วสรุปเธอจะกลับบ้านไปกับฉันไหม?” ฉันรีบถือโอกาสพูดตอนนี้ อาซีถอนใจอยู่ข้างฉัน

ไป๋ชีเซียนฉันมั่นใจว่าอีกไม่นานเขาจะใช้แซ่หลิน ฉันขอสาบานด้วยเกียรติของผู้มุ่งมั่นเหนือมนุษย์คนอื่นใด

ถ้าผมหน้ามืดตามัวยอมเป็นลูกเจ๊ คงต้องซวยไปทั้งชาติ!”

หลินจือผิง เธอเป็นบ้าอะไรอีก?”

ฉันไม่ได้นอนทั้งคืน ฉันเติมเครื่องสำอางแล้วหันไปทางหัวไร้ผมที่สุกสว่างของหัวหน้า เหล่าหวังเลยโยนเอกสารทั้งแฟ้มลงบนหัวฉัน

ใต้เท้าเปา ข้าน้อยคงเข้าใกล้วัยทองแล้วฉันเช็ดสิปติกที่ทาเกินไปถึงหูออก สงบเงียบและสง่างาม ในโลกนี้คงหาผู้ช่วยเลขาฯ ที่มีความอดทนสูงเท่าฉันไม่ได้แล้ว

ฉันไม่เคยเข้าใจเลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่!”

ใต้เท้าเมตตากรุณายิ่งความจริงเหล่าหวังไม่กล้าชมฉันเพราะเขาเขินน่ะแล้วก็วันนี้ฉันขอลางานกลับบ้านอนได้ไหมคะ?”

ฉันถามเสร็จก็รีบออกห่างจากโต๊ะทำงานของเลขาหวังหนึ่งฟุตกว่า ฉันเดาว่าหัวหน้าที่ร่วมงานกันมาสิบปีพอดีจะเข้ามาเตะฉัน แต่เหล่าหวังกลับมองนิ่งๆ

เมื่อวานเธอไม่เป็นไรใช่ไหม?” ใต้เท้าเปากล่าวถาม ข้าน้อยสตรีแห่งตระกูลหลินตอบด้วยความสัตย์จริง

คุณก็รู้ว่าพ่อแม่ฉันโดนรถพ่วงทับจนบี้เป็นขนมเปี๊ยะ ฉันเห็นผู้ชายคนนั้นกลายเป็นเนื้อบดก็ต้องรู้สึกผวาเป็นเรื่องธรรมดาฉันสูดลมหายใจลึก ภาพนั้นมันอยู่ในหัวฉันตลอดเวลา ทำให้ฉันกินอาหารกลางวันบะหมี่หมูสามชั้นไปเพียงสามชามเท่านั้น

หรือว่าเธอโดนเข้าแล้ว

บ้าน่า ใต้เท้าเปา ข้าน้อยไม่ได้เป็นผู้หญิงแบบนั้นสักหน่อย!” ฉันพูดสะดีดสะดิ้ง เพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้านนอกทำเสียงอยากอาเจียน

รอยเส้นเลือดสีเขียวบนหน้าใต้เท้าเปาผู้สูงส่ง… “ฉันหมายความว่า ภาพเหตุการณ์สยดสยองนั้นอาจจะมีผลกระทบที่ไม่ดีต่อเธอ ก็เหมือนกับมีเงาอีกชั้นหนึ่งทอดอยู่บนตัวเธอ

ฉันรีบหันควับกลับไปมองเงาของตัวเอง สี่สิบปีมานี้ก็เป็นสีดำปิ๊ดปี๋มาตลอด แต่ก่อนหันมา ฉันรู้สึกเหมือนมีเงาของผู้ชายคนหนึ่งซ้อนอยู่บนเงาของฉัน

เป็นอะไรหรือเปล่า?” เหล่าหวังยกตัวมหึมาของเขาหันมามองที่ฉัน ปกติแล้วนอกจากขับถ่ายหรือโดนผู้จัดการใหญ่ใหญ่เรียกแล้ว เขาแทบไม่เคยออกห่างจากเก้าอี้หนังแท้สุดหรูของเขาเลย เห็นได้ชัดว่าปฏิกิริยาของฉันโอเวอร์เกินไป

แค่อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าคุณหล่อมากเลยน่ะค่ะ!” ฉันหัวเราะดังลั่น จะเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานไม่ได้

เหล่าหวังรู้จักฉันมานานมาก ไม่มีทางเชื่อคำพูดไร้สาระของฉันแน่นอน เขาควานหาของในลิ้นชักส่วนตัวเขา และหยิบเครื่องรางสีทองอร่ามที่ร้อยอยู่กับสายสร้อยสีแดงออกมา

เหล่าหวังโยนเครื่องรางมา ฉันใช้สองมือรับไว้ ฉันรู้สึกถึงความหนักของมัน

เอาไปสิ มันสามารถป้องกันโชคร้ายได้ ถ้าทำหาย เธอตายแน่นอน

จ้ะ เจ้าอ้วน!” ฉันซาบซึ้งใจจนแทบจะมอบใจและกายให้เขา

ผู้ชายคนที่รังแกเสี่ยวชีเมื่อวานนี้ก็อ้วน เหล่าหวังก็อ้วน ทำไมในสายตาของฉันเหล่าหวังถึงมีเสน่ห์เหมือนที่ตุ๊กตามาสคอตมีนะ?

หลินจือผิง ที่เธออยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็เป็นเพราะบุญวาสนาที่บรรพบุรุษของเธอสะสมมา มีคนธรรมดาที่โดนมิติวิญญาณรังควาญไม่กี่คนหรอกที่สามารถสลัดพ้น

ฉันสูดหายใจลึกอย่างสบายใจ โชคดีที่ฉันเป็นนางฟ้าผู้น่ารัก ไม่ใช่ปุถุชนคนธรรมดา

เธออย่าคิดว่าตัวเองมีปีกสีขาวอยู่บนหลังคนเธอ หรือเป็นนางฟ้ากลับชาติมาเกิด ใช้ชีวิตหญิงวัยกลางคนของเธอให้คุ้มค่าเถอะ เรื่องที่ไม่ควรยุ่งก็อย่าไปยุ่ง ของที่ไม่ควรแตะก็อย่าไปแตะ แค่ลูกชายใจโหดของเธอคนเดียวก็ทำให้เธอต้องวิ่งวุ่นหลายศาลเจ้า ถึงสามารถประคับประคองชีวิตพวกเธอแม่ลูกให้สงบได้ ถ้ามีเพิ่มมาอีกคนละก็…”

วันนี้เหล่าหวังบ่นไม่หยุด ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ก็ของวิเศษที่ควรเอาก็ต้องเอา

ที่เขาบอกว่าอาซีเป็นเด็กใจไม้ไส้ระกำนั้น ฉันไม่เห็นด้วย เมื่อก่อนอาซียังเล็ก ที่บ้านเราไม่มีรถ ถ้าจะไปเที่ยววันหยุดก็ต้องพึ่งรถสุดหวงของหวังจอมอ้วน เหล่าหวังขับรถพาพวกเราขึ้นเขาลงห้วย ฝ่าแดดลมฝน พูดกันตามเหตุผลแล้ว จำเลยหลินจินซีควรขอบคุณคุณอาหวังสักคำ แต่นิสัยดื้อรั้นดันทุรังของอาซีกลับแสดงอาการต่อหน้าเหล่าหวังอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช

ห้ามยุ่งกับแม่ผม!” อาซีตะโกนอย่างก้าวร้าว ปกติแล้วเขาเป็นเด็กดีนะ

ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย!” ใต้เท้าเปาด่ากลับ ความคิดความอ่านเหมือนกับเด็กๆ ไม่มีผิด

ความแค้นระหว่างผู้ใหญ่และเด็กสองคนนี้คงต้องร่ายสามวันสามคืนถึงจะจบ

มีเพิ่มอีกคนฉันก็สามารถเลี้ยงให้โตได้สบาย คุณไม่ต้องเป็นห่วงว่าฉันจะรักษาโล่เกียรติยศคุณแม่ดีเด่นไว้ไม่ได้หรอกค่ะ

ฉันตบไหล่เหล่าหวังเบาๆ เป็นการปลอบใจ ฉันเดินฮัมเพลงกลับไปทำงานต่อ ลืมเรื่องเงาผีไปเสียสนิท

ขยันขันแข็งทำงานมาทั้งวัน พอถึงเวลาเลิกงานฉันก็ยัดเอกสารใส่มือของเหล่าหวัง แล้วรีบหยิบกระเป๋าพุ่งออกไปทันที ฉันให้พวกลูกน้องช่วยบัง แต่ก็ยังไม่ลืมที่หันกลับมาทำหน้าทะเล้นใส่เลขาหวัง

ที่บ้านของเราเลี้ยงเด็กผู้ชายเพิ่มอีกหนึ่งคน เขาสามารถนำโชคปัดโศก รอยยิ้มของเขาน่ารักเหลือเกิน นางสาวหลินจือผิงจึงอดใจรอไม่ไหว อยากกลับบ้านใจจะขาด

ฉันกดกริ่งหน้าประตูถึงสามครั้ง ชีเซียนถึงโผล่หัวสีขาวของเขาออกมาเปิดประตูอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก

ลูกจ๋า วันนี้เป็นเด็กดีหรือเปล่าจ๊ะ?”

ชีเซียนใส่เสื้อไหมพรมมีฮู้ดของอาซี อาจเป็นเพราะเขาไม่ค่อยโดนแดด ผิวจึงขาวกว่าเด็กผู้ชายปกติทั่วไป หลังจากผ่านการขัดสีฉวีวรรณของฉันเมื่อวาน ตอนนี้เขาสะอาดหมดจด ดีขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง

เขามองฉันหน้าตาย มือเขาถือสิ่งที่ดูคล้ายกับสมุดทะเบียนบ้านอยู่ แม้แต่คำด่าทอว่ากล่าวก็ลืมเสียสนิท

อาซียกกับข้าวร้อนๆ ออกมาจากห้องครัวพอดี เขายิ้มน้อยๆ ให้ฉัน

แม่ครับ ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว

ลูกชายคนโตของแม่ ทำได้ดีมากจ้ะ!”

ชีเซียนคิดว่ากลับมานอนที่นี่คืนเดียวก็จบเรื่องแล้ว ใครจะรู้ว่าเขาโดนอาซีหลอกให้กินอาหารเช้า จนตอนนี้กลายเป็นหนุ่มน้อยสุขภาพดีแห่งตระกูลหลินซะแล้ว วิธีการรับเลี้ยงถึงแม้จะซับซ้อนไปหน่อย แต่ฉันก็วางแผนไว้ตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว บวกกับความสามารถในการโน้มน้าวใจคนของอาซี เขาบอกว่าน้องเสี่ยวชีนั่งอยู่บนโซฟาทั้งวันแล้วก็ยังไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ได้

แม่ครับ เสี่ยวชี ยืนเหม่ออะไรกันอยู่ มากินข้าวได้แล้วดูเหมือนว่า ทุกครั้งที่อาซีทำเรื่องมิดีมิงาม เขาจะมีความสุขเป็นพิเศษไม่สิ หมายถึงปฏิบัติภารกิจที่ดีงามสำเร็จ เขาจะอารมณ์ดีทีเดียว

โต๊ะอาหารก็ไม่ใช่ที่มานั่งจ้องตากันของสองแม่ลูกผู้เหงาหงอยอีกต่อไป นับแต่นี้มีฉัน อาซี เจ้าหมีและชีเซียน

บ้าเอ๊ย นี่มันหลอกกันนี่!”

อืม เขาตาสว่างเสียที

อาซีส่งชามที่มีข้าวสวยหอมกรุ่นไปให้เขา ถึงแม้ว่าชีเซียนจะมองค้อนสองเราแม่ลูกแสนจอมเจ้าเล่ห์ แต่เขาก็หยิบตะเกียบขึ้นพร้อมกิน ซึ่งก็เป็นการร่วมรับประทานอาหารของครอบครัวไปโดยปริยาย

พวกเจ๊กำลังดันทุรังเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของผม ระวังกรรมจะตามทันเสี่ยวชีคีบสาหร่ายจากพะโล้ขึ้นมาอย่างละเมียดละไม เขาค่อยๆ กินทีละนิดทีละนิด เหมือนกลัวว่ามันจะหมด

มันเป็นเรื่องอนาคต รอแม่เลี้ยงลูกให้อ้วนก่อน แล้วค่อยว่ากันฉันทนดูไม่ไหว จึงคีบอาหารอร่อยบนโต๊ะใส่ชามข้าวเขามากมาย

บ๊องหรือเปล่า? พวกเจ๊ชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยนขนาดนี้ ผลกรรมติดจรวดแน่นอนชีเซียนก้มหน้าก้มตากิน พออาหารในชามเขาแหว่ง อาซีก็รีบตักมาเติมให้อีก มื้อนี้กินได้ไม่อั้นเฮ่ย! หยุดป้อนได้แล้ว!”

ตลกจัง ในใจของอาซีต้องมีความรู้สึกแบบเดียวกับฉันแน่นอน

เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” อาซีถามอย่างสุขุมตามสไตล์ของพี่ใหญ่

แววตาเหี้ยมโหดของชีเซียนจ้องมาที่ฉัน ฉันลูบหน้าตัวเอง ทำไมเหรอ ฉันแค่ลบเครื่องสำอางออก ไม่มีข้าวติดหน้านี่นา มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?

บนตัวเจ๊มีบางอย่าง ทีแรกผมกดมันไว้ได้ แต่ตอนนี้ผมมองไม่เห็นมันแล้ว!”

เขาคำรามลั่น และเขมือบอาหารที่เหลือครึ่งชามเรียบ ได้ยินเขาพูดแบบนี้ ฉันเพิ่งสังเกตุเห็นว่าสีนัยน์ตาของเขาจางลงไม่น้อยเลย

ถ้าเจ๊เป็นอะไรไป ผมจะมีปัญญาไปหาแม่สติไม่ดีที่ไหนมาคืนเขา!” ชีเซียนชี้ไปที่อาซีผู้เคร่งขรึมอย่างขึงขัง

ลูกทรพี กล้าว่าแม่ตัวเองเสียสติเหรอ!” เสี่ยวชีนั่งอยู่ข้างๆ ฉัน ดังนั้นจึงสามารถดึงผมสีขาวของเขาได้อย่างสบายๆ

เจ๊ไม่ใช่แม่ผมสักหน่อย ผมไม่มีแม่!”

เพิ่งมาอยู่ได้แค่วันเดียวก็ดื้อรั้นขนาดนี้แล้วเหรอ คอยดูละกันว่าแม่อย่างฉันจะสั่งสอนเธอยังไง!”

ฉันกับลูกทรพีตีกันตุบตับ

หยุดแม่อย่างโน้นเจ๊อย่างนี้กันสักที นั่งลงกินข้าวซะ!” อาซีพูดอย่างเย็นชา ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งพ่อครัวมือหนึ่งของบ้าน ฉันยอมสงบศึกแต่โดยดีเสี่ยวชี เธออย่าทำตัวเหมือนแม่สิ (ว่าไงนะ!) กินเถอะ กินเยอะๆ เลย

ชีเซียนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม พอเทียบกันกับตอนเจอเขาที่สุสานวังเวงกับตอนนี้ที่อยู่ในกำบังหลบแดดหลบฝนแห่งนี้ สีหน้าของเขาไม่ผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ฉันไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้สักหน่อย

พวกเขาไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน สมาคมจะย้ายเจิ้งหวังเหย่ไป อย่างน้อยผมก็ควรกลับไปจุดธูปบูชา ผมไม่ควรอยู่ที่นี่

ต้นเหตุของเรื่องนี้ก็คือนโยบายใหม่ของเมืองหลวง สุสานสาธารณะแห่งที่สองจะต้องถูกรื้อถอน เพื่อสร้างสถานที่ทำงานของหน่วยราชการบางหน่วย ฮวงซุ้ยจำนวนหนึ่งที่ครอบครัวและลูกหลานของเขายังอยู่ ก็ได้รับเงินชดเชยสำหรับขุดกระดูกไป และย้ายไปที่สุสานอื่นแต่บางส่วนแม้แต่ป้ายวิญญาณก็กลายเป็นผุยผงเสียแล้ว วิศวกรก่อสร้างไม่กลัวผี พวกเขากลัวแต่ความวุ่นวาย สุสานที่ไม่มีคนดูแล แม้แต่กระดูกก็ถูกพวกเขาสั่งเผาทำลายเกลี้ยง

คนงานพวกนั้นเห็นเด็กผู้ชายวิ่งตามหากระดูกที่ไม่มีคนต้องการ เขาปกป้องกระดูกพวกนั้นไว้ในอ้อมกอด เหมือนกับคนบ้าไม่มีผิด แต่เพราะกระดูกมีมากเกินไป ตามเอาคืนทั้งหมดไม่ไหว กระดูกส่วนใหญ่ก็ถูกเผาทำลาย และสลายหายไปจากโลกมนุษย์พร้อมกับกลิ่นเหม็นๆของขยะ

อาซีบอกว่าตอนนั้นเจ้าเด็กคนนี้ร้องไห้ฟูมฟาย เพราะมีเพียงเขาเท่านั้นที่เห็นว่าคนในโลกนั้นเสียใจขนาดไหน

นายจะช่วยได้สักเท่าไหร่ สิ่งที่สูญเสียไปแล้ว ยังไงก็เอากลับคืนมาไม่ได้อาซีพูดหน้านิ่ง ไม่ใช่เขาไม่เห็นใจ แต่พอนึกถึงผีเขาก็อดขยาดไม่ได้

ฉันหันมองหน้าชีเซียน ไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะมีอารมณ์หดหู่แบบนี้ได้

เจ๊ ทางที่ดีเจ๊ควรตัดความสัมพันธ์กับผมซะชีเซียนถอนหายใจยาว เขาพยายามกลั้นความรู้สึกไว้

ไม่มีทาง!” ฉันจะทิ้งเขาไว้คนเดียวได้อย่างไร?

ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ผมต้องจัดการกับไอ้ปีศาจที่หลบอยู่บนตัวเจ๊ให้สิ้นซาก แต่เจ๊เป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจของผม ผมต้องไปจากที่นี่!”

เขาพูดอย่างหนักแน่น ฉันฟังแล้วโกรธจนลมออกหู

อาซี ล็อกประตู แล้วเอาเจ้าหมีมานี่

ล้อเล่นหรือเปล่า ถ้าฉันปล่อยให้เขาหนีไปอีกครั้ง ตระกูลหลินของฉันก็คงสูญเสียผู้สืบทอดไปอีกหนึ่งคนน่ะสิ

หลินจินซีจับเจ้าหมียัดใส่อ้อมกอดของชีเซียน ถ้าวางเจ้าหมีลงหรือหนีไปในที่มืดตึ๊ดตื๋อ เจ้าหมีก็จะร้องไห้ไม่หยุด ชีเซียนคาดไม่ถึงว่าแม่ลูกตระกูลหลินจะใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้ เขาถูกอาซีลากไปล้างหน้าแปรงฟัน

ลูกคนเล็กของแม่ พรุ่งนี้แม่จะไปที่สุสานเป็นเพื่อนลูกนะจ๊ะฉันเสนอความคิดก่อนสวมกอดราตรีสวัสดิ์

มั่วละ ใครคือลูกคนเล็ก?” ชีเซียนหันค้อนควับ ฉันชี้อาซี เจ้าหมี และสุดท้ายชี้ที่เขาอย่ามายุ่มย่ามกับผมได้ไหม! นายทำไมไม่เกลี้ยกล่อมเจ๊?”

มีประโยชน์เหรอ?” อาซีหัวเราะเจื่อนๆ แม่ของลูกไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยเหรอ? “นายเดาไม่ออกหรอกว่าระดับความดันทุรังของแม่รุนแรงแค่ไหน ตอนที่มาอยู่แรกๆ ฉันสะบัดมือออกเป็นร้อยครั้ง สุดท้ายแม่ก็มีวิธีจูงมือฉันกลับมาจนได้ ตอนนี้สะบัดไม่ออกแล้วจริงๆ

อาซีผู้มีประสบการณ์มาก่อนยืนยันขนาดนี้ ดูน่าเชื่อถือขึ้นมากทีเดียว อีกอย่างเขาก็ได้ใช้ความสามารถด้านการเกลี้ยกล่อมของเขาอย่างเต็มที่ เพียงแค่สองสามประโยคเท่านั้น ก็ทำให้เด็กคนนี้ยอมสงบลงได้โดยดี

เสี่ยวชี พรุ่งนี้ฉันจะเตรียมอาหารเช้าสำหรับสามคนนะคำพูดของอาซีอ่อนโยน แต่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่มีทางปฏิเสธได้

ฉันเข้าใจแล้วชีเซียนแกล้งทำเป็นยอมอยู่ต่อกับเราเพียงเพราะอาหารเช้า เขาหอบเสื้อผ้าเก่ากำลังจะเข้าไปนอนบนโซฟาในห้องรับแขก แต่ถูกฉันกับอาซีกันไว้ เขาเหลือบมองหน้าฉันกับอาซีอะไรอีก? ผมไม่ชินกับการนอนร่วมห้องกับคนอื่น ขอยืมโซฟาหนังสุดหรูตัวนั้นนอนก็พอแล้วนั่นไม่ใช่โซฟาสุดหรู มันเป็นโซฟาธรรมดาลดราคาเท่านั้น

ความจริงแม่ก็อยากนอนกับลูกนะจ๊ะ แต่บ้านเรามีห้องสำหรับลูกแล้วจ้ะฉันทำหน้าตาเสียดาย แล้วดึงเสี่ยวชีเข้าไปในห้องด้านหน้า ซึ่งมีป้ายชื่อสีเขียวแขวนอยู่ตู้เสื้อผ้ากับโคมไฟตั้งโต๊ะมีคนใจดีบริจาคมาให้จ้ะ แต่แม่ซื้อเตียงนอนมาใหม่ แม่ลองใช้แล้วตอนอยู่ที่ร้าน เด้งดึ๋งมากเลยจ้ะ

นึกถึงตอนที่พนักงานขายรีบวิ่งเข้ามา ตะโกนว่าคุณผู้หญิงครับ ขอความกรุณาอย่าเต้นบนเตียงครับก็รู้แล้วว่าฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจขนาดไหน แต่ฉันทำเป็นเคร่งขรึม เพื่อที่จะรักษาภาพลักษณ์คุณแม่มหัศจรรย์ของฉันไว้

อาซีเปิดประตูห้อง เขาเดินเข้าไปเปิดไฟ ห้องกว้างไปหน่อย แต่เห็นแก่ฉันกับอาซีที่อุตส่าห์ตั้งใจจัดห้องยอมอยู่เถอะนะ!

มันดูเหมือนบ้านเลย…” ชีเซียนพูดอย่างแผ่วเบา สีหน้าอึ้งทึ่ง

นับแต่วันนี้เป็นต้นไปก็เป็นบ้านของลูกแล้วจ้ะ เด็กโง่!” ฉันลูบหัวเขาเบาๆ เขาไม่ขัดขืน

แบบนี้มันไม่ถูกต้องไม่ดีไม่ได้…” ความคิดของเสี่ยวชียังคงคัดค้าน แต่ขาของเขากลับเดินเข้าห้องไปในตู้ก็มีเสื้อผ้า แถมยังเป็นเสื้อผ้าใหม่ด้วย พวกนายคิดจะทำอะไรกัน?”

นายคิดว่าไงล่ะ?” อาซีจับกลอนประตู และเดินออกไปด้านนอกราตรีสวัสดิ์ เสี่ยวชี

เจ้าหมีมานี่ บอกราตรีสวัสดิ์พี่เสี่ยวชีซะ!” ฉันจับอุ้มมือของเจ้าหมีโบกไปมา หลับฝันดีนะจ๊ะ

ก่อนปิดประตูลง ฉันเหลือบเห็นเขาเอามือปิดหน้า ดูเหมือนว่ากำลังจะร้องไห้

ราตรีสวัสดิ์…” เขาพูดเสียงเบา เสียงสั่นเครือเล็กน้อย

อาซีปิดประตูสนิท ฉันถึงได้สติกลับมา

ทำไงดีล่ะ? เด็กคนนี้ได้รับของขวัญที่แสนจะธรรมดาแค่นี้ก็อึกอึกอักอัก เหมือนกลัวว่าเราจะเปลี่ยนใจไม่ให้เขา ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากได้ แต่เขาไม่กล้ารับไว้ต่างหาก มันทำให้ฉันรู้สึกเวทนาขึ้นมาจับใจ

อาซี พรุ่งนี้แม่จะไปสุสานเป็นเพื่อนเขา โอเคนะจ๊ะ?”

งั้นแม่ก็ระวังตัวดีๆ นะครับอาซียังมีเรื่องอยากพูดอีกมากมาย แต่เขากลับเก็บมันไว้ในใจ แล้วพาเจ้าหมีกลับห้องนอน

ฉันเดินโหยกเหยกกลับห้องนอนตัวเอง พลิกตัวไปมาอยู่ใต้ผ้าห่ม จะทำอย่างไรถึงจะได้ใบลาจากมือเหล่าหวังมาได้นะ ภารกิจนี้หนักหนาเหลือเกิน ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ

ฉันรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงเปิดประตู มีคนรวบขาเหี่ยวๆ ของฉัน ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มเรียบร้อย เฮ่อ ต้องยอมรับว่าอาซีเป็นเด็กดีที่โลกรอจริงๆ

ชีเซียนก็เป็นเด็กดีเหมือนกัน เด็กดีมีไว้รัก จะปล่อยให้เขาทนแดดทนฝนอยู่บนโลกใบนี้คนเดียวได้อย่างไร

ฉันครึ่งหลับครึ่งตื่น จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังลอย ใต้เท้าเย็นยะเยือก พอฉันสะลึมสะลือลืมตาขึ้น ก็พบว่าตัวเองเดินเท้าเปล่าเข้าไปในห้องหนึ่ง เสี่ยวชีหลับสนิทอยู่บนเตียง มีสมุดทะเบียนบ้านทับอยู่ใต้หมอน และมือของฉันมีมีดถืออยู่ จ่ออยู่ที่อกของเขา

ทันใดนั้นเอง ก็เกิดแรงหยุดยั้งเกิดขึ้นมาจากปลายเท้าฉัน ฉันกอดมีดแน่น ตัวฉันสั่นเทา ฉันกลัวเหลือเกินว่าจะทำร้ายเขา แม้แต่ปลายผมก็ยังไม่ต้องการ เห็นชัดๆ ว่าฉันชอบเจ้าเด็กปากแข็งคนนี้จะตายอยู่แล้ว แต่ทำไมถึงมีความรู้สึกเกลียดชังเกิดขึ้นในสมองฉันไม่หยุด? มันกำลังบอกฉันว่าถ้าไม่ฆ่าเด็กนอกคอกนี้ให้ตาย ฉันคงไม่มีวันได้เป็นสุข

มีดปอกผลไม้เล่มนั้นถูกฉันแช่แข็งไว้ในตู้เย็น ฉันรีบล็อกประตูขังตัวเองอยู่ในห้องนอน แม้แต่หน้าตอนหลับของเสี่ยวชีฉันก็ยังไม่ได้แหย่เลย ฉันไม่กล้าหลับเลยทั้งคืน

สวรรค์ ท่านจะยืมมือฉันฆ่าคนหรือไง?

อรุณสวัสดิ์จ้ะเด็กๆ

เช้าวันที่สดใส ฉันใส่เสื้อกันเปื้อนของคุณแม่แสนดี ก่อนที่อาซีและชีเซียนจะเปิดประตูเข้ามา ฉันเตรียมผลงานชุดขนมปังหน้าไข่ด้วยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักเรียบร้อยแล้ว

อรุณสวัสดิ์ครับแม่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดอะไร แต่ฉันก็รู้ได้ว่าเขาอึ้งไปสามวินาที ก่อนทักทายฉัน

คิดไม่ถึงเลยว่าเจ๊จะทำอาหารเป็นเสี่ยวชีถูกอาหารดึงดูดเข้ามาอย่างรวดเร็ว มือคว้าขนมปัง และกัดคำโต

อี๋ ไม่อร่อยชีเซียนผิดหวังอย่างรุนแรง เขาคงคิดว่าฝีมือการทำอาหารของอาซีได้รับการถ่ายทอดมาจากฉัน แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่

ฉันจับขวดนมกระแทกโต๊ะ เด็กบ้า ถึงแม้ว่าชีวิตการเป็นแม่สิบปีของฉันจะเคยปรุงอาหารต่ำกว่าห้าครั้ง แต่ประสบการณ์ด้านการต้มมาม่าของฉันมีกว่าสามสิบปีทีเดียว ก่อนที่อาซีจะจำความได้เสียอีก

แหวะ ไม่อร่อยฉันตักเข้าปากหนึ่งคำ ได้ข้อสรุปเดียวกับชีเซียนไม่มีผิด

พอฉันเก็บกวาดห้องครัวเรียบร้อย เด็กสองคนก็กินอาหารไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว ช่างเห็นแก่หน้าแม่จริงๆ

อาซี เดี๋ยวพวกเราจะไปทัวร์สุสานหนึ่งวัน ลูกจะไปด้วยกันไหมจ๊ะ?” ฉันทำเหมือนเป็นทริปครอบครัว

ไม่ล่ะครับลูกชายคนโตขยับแว่น เขาไม่อยากหาโอกาสเจอผีแม้แต่น้อยแต่พวกแม่ต้องระวังให้มากนะครับ ผมไปแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ก็ไม่รับประกันว่าจะไม่มีพวกสติไม่ดีมาหาเรื่องอีก

ฉันพูดกับเหล่าหวังว่าแค่ก แค่ก” “แค่ก แค่ก แค่ก” “ข้าน้อยจือผิงเกิดมาสวยแต่อาภัพยิ่ง หวังว่าชาติหน้าคงได้พบพานกันอีกครั้งเหล่าหวังก็ขว้างโทรศัพท์ทิ้ง เขาไม่ได้จับโกหกที่ฉันแกล้งป่วย ยอดไปเลย

ระหว่างทาง พวกเราระวังเป็นพิเศษ หลังจากบอกลาอาซีที่กำลังจะไปมหาวิทยาลัย เพื่อปกครองประชากรผู้โง่เขลาแล้ว ก็มุ่งหน้าไปยังสุสานสาธารณะแห่งที่สอง

เวลาช่วงกลางวันในฤดูหนาว ปกติอากาศมักจะอึมครึมหนาวเหน็บ แต่โชคดีที่วันนี้อากาศปรอดโปร่งโล่งสบาย ฉันเดินจูงมือเสี่ยวชีเดินเล่นตอนกลางวันแสกๆ ตั้งแต่ฉันก้าวออกมาสู่โลกภายนอกเป็นต้นมา นับว่าหาได้ยากทีเดียว

หน้าขายหน้าชะมัดเสี่ยวชีอดทนอดกลั้นไม่ไหว

งั้นเหรอ? ฉันจับมือที่หยาบกร้านของเขาแน่น ฉันรื่นเริงมีความสุข ความรู้สึกเหมือนกับได้ของที่หายไปกลับคืนมา

พวกเรานั่งรถเมล์ในเมืองวนไปวนมาจนในที่สุดก็ถึงจุดหมาย สุสานไม่ได้เป็นสุสานอีกแล้ว ด้านนอกถูกล้อมด้วยรั้วกั้นเหล็กเย็นเฉียบ ด้านในถูกขุดกลายเป็นหลุมเต็มไปหมด เหลือแต่ศาลเจ้าเล็กๆ ด้านในสุดหลังเดียวเท่านั้น ในนั้นมีโคมไฟสีขาวห้อยต่องแต่งอยู่

ชีเซียนเดินอ้อมรถบรรทุกที่ไม่มีคนอยู่ไป เขาสำรวจสอดส่อง ที่แห่งนี้คงไม่มีคนอยู่อีกแล้ว ฉันเดินตามเขาไปทั่วสุสาน และหยุดลงตรงหน้าศาลเจ้าเล็กๆ ที่ทรุดโทรม

ด้านในมีเทวรูปไม้ตั้งอยู่ สีลอกออกเกือบไม่เหลือ เสี่ยวชีพนมมือขึ้นไหว้ และเข้าไปเช็ดฝุ่นบนเทวรูปออก  เขาหยิบธูปออกมาจากมุมหนึ่งดอก แล้วกระดิกนิ้วจุดธูป

ว้าว ที่จุดไฟมหัศจรรย์!” ฉันจับมือที่แสนจะไม่ธรรมดาของเขาขึ้นมาดูอย่างฉงน ชีเซียนไม่ได้ขัดขืนอะไร เขาได้แต่จ้องมองเทวรูปเก่าแก่องค์นั้น

เจิ้งหวังเหย่ เจ้าที่ก็ไปแล้ว ท่านกลับไปกับผมนะครับดูเหมือนว่าชีเซียนกำลังพูดกับผู้อาวุโสอยู่ เขาวิงวอนเทวรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะบูชา

หน้าตาของเทวรูปชายองค์นี้ยังคงนิ่งเฉยไม่เปลี่ยนแปลง ดูเหมือนเป็นรูปปั้นไม้ธรรมดาทั่วไป

ท่านตอบว่าไงเหรอ?” ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย แต่ฉันอยากรู้

ชีเซียนเหลือบตาลง ใครก็ดูออกว่าเขาหดหู่เหลือเกิน

ผมปกป้องที่ของท่านไว้ไม่ได้ เจิ้งหวังเหย่ไม่ต้องลูกบุญธรรมอย่างผมแล้ว…”

บอกตามตรงนะ เขาเหมือนจะร้องไห้ออกมาแต่ก็กลั้นน้ำตาไว้ น่าสงสารจัง แม่อย่างฉันจะใจร้ายไม่ปลอบได้อย่างไร ฉันใช้สางผมสีขาวของเขา

เด็กโง่ ใครจะทิ้งลูกลงกันจ๊ะ?” แม้แต่ฉันยังรู้สึกว่าเพียงเราแค่อ่อนโยน แหย่เขาเล่นบ้าง เขาก็จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่น่ารักน่าชังกลับมาให้ เด็กคนนี้เป็นเหมือนของล้ำค่าที่หายากในปฐพี

ชีเซียนก้มหน้าลง มือชี้ไปที่บรรไดหินด้านนอกศาลเจ้า

มีสิ แม่แท้ๆ ของผมเขาทิ้งผมไว้ตรงนั้น

เป็นครั้งที่สองที่ฉันได้ยินคำพูดประเภทนี้ ตอนที่ฉันอุ้มอาซีของมาจากกองดิน เขาบอกว่าคนใจร้ายที่ฝังเขาไว้ตรงนี้ก็คือผู้ที่ได้ชื่อว่าแม่ของเขานั่นเอง อืม พฤติกรรมต่อต้านสังคมของเขาอยู่ในขั้นรุงแรง โชคดีที่ต่อมาสามารถกลับมาเป็นเด็กดีเหมือนเดิมได้

เป็นเพราะตอนจะเกิดผมขอร้องยมบาล ขอให้ผมได้เจอแม่ ซึ่งเราสองคนไร้วาสนาต่อกัน ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าจะทำให้เขาเป็นทุกข์ทรมานขนาดนี้ ผมขอไม่เข้าไปในชีวิตเขาดีกว่า

ใช่ ควรมาเกิดในท้องของแม่ถึงจะถูกฉันรู้สึกเสียดายจากใจจริง แต่กลับถูกเสี่ยวชีใช้ขาด้านในเตะอย่างโกรธเคือง

ลูกไม่รักดี! เตะแม่ตัวเองระวังจะโดนฟ้าผ่า!”

เชดโด้ ก็ผมบอกแล้วไงว่าเจ๊ไม่ใช่แม่ผม ยังจะดันทุรังอีก! ถ้าเจ๊ไม่ใช่มนุษย์นะ ป่านนี้ผมจัดการปีศาจอย่างเจ๊ไปนานแล้ว!”

ฉันเอามือจับคอเขาไม่ให้ขยับ เสี่ยวชียังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต ความสูงของเขาพอๆ กับฉัน เราไม่มีใครยอมใคร พร้อมที่จะลงไม้ลงมือตลอดเวลา

ฉันไม่ได้ตั้งใจสะกิดแผลในใจของเขา ฉันแค่รู้สึกว่าเขาเหมาะกับความอบอุ่นและร้อยยิ้มมากกว่า

พอเขาไปเก็บรองเท้าแตะที่ฉันเตะลอยไปติดบนหลังคาลงมา เราก็สองคนก็กลับสู่สภาพปกติ สามารถปรึกษากันเรื่องอาหารกลางวันว่าจะกินอะไรได้แล้ว

เจ๊ สรุปคือผมไม่ใช่เด็กที่คนจะเลี้ยงได้ ขนาดแม่แท้ๆ ของผมยังทนไม่ได้เลย ถือว่าผมขอร้อง ปล่อยผมไปเถอะ…”

ข้าวซี่โครงหมูมาแล้วไกลออกไปจากถนนสามสายมีร้านอาหารเก่าแก่ขึ้นชื่ออยู่ร้านหนึ่ง

“….ไปให้พ้น!”

เป็นผู้ชายหยาบคายแบบนี้ระวังจะหาแฟนไม่ได้นะ!”

และแล้วมีเสียงสาวน้อยดังกังวานออกมาจากด้านศาลเจ้า เหมือนมาเพื่อคัดค้านคำพูดของฉันเมื่อกี้เลย

อาชี ไม่เจอกันนานเลยนะ

บนป้ายหินที่เอนไปครึ่งหนึ่งมีสาวน้อยรองเท้าแดงนั่งเอามือเท้าแก้มขวานั่งอยู่ เธอส่งยิ้มหวานมา

ฉันยังไม่ทันได้ถามอะไร ชีเซียนก็ผลักฉันไปด้านหลังของเขา แล้วจ้องเขม็งไปที่สาวน้อยน่ารักคนนั้น

เธอมาทำอะไรที่นี่!”

สาวน้อยรองเท้าแดงใช้สายตาพิจารณาฉันอย่างสนอกสนใจ แล้วก็เคาะพู่กันจูซาในมือหนึ่งที

คิดไม่ถึงว่าเธอชอบผู้หญิงอายุมาก อ๊ะอ้าว ก็มาหานายไงล่ะ ฉันว่าจดหมายที่สมาคมส่งมาคงถูกนายเผาทิ้งหมดแล้วล่ะสิ

หงโฉว ถึงฉันต้องสู้กับสำนักหลิงอย่างพวกเธอจนตาย สำนักไป๋ก็ไม่ยอมคิดสั้น เข้าร่วมกับฝ่ายตรงข้ามอย่างเธอหรอก

แหม แต่ให้คนเก่งอย่างเธอไปเฝ้าสุสานเฉยๆ มันน่าเสียดายนี่นามีรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของสาวน้อยคนนั้น

แววตาของอาชีเหมือนมีความนัยแฝงอยู่… “เพราะเหตุผลแค่นี้เหรอ พวกเธอถึงทำลายที่นี่จนราบ?”

สาวน้อยร้องเท้าแดงเอียงหัว ไม่พูดไม่จา เธอกระดิกเท้าไปมา

อาชี ตอนนี้มิติวิญญาณเกิดช่องโหว่มหึมา!” สาวน้อยพูดอย่างดี๊ด๊า

เกี่ยวอะไรกับฉัน!” ความโกรธของอาซีพุ่งสูงขึ้นเป็นกราฟเส้นตรง เหมือนเขาไม่ชอบน้ำเสียงต่อรองของสาวน้อยคนนั้น

เกี่ยวสิ คนที่โตมาจากการเลี้ยงดูของผีอย่างเธอเป็นบุคลากรชั้นยอดในการติดต่อกับพวกวิญญาณ ถ้ารีบคว้าโอกาสขณะที่ด้านล่างกำลังโกลาหลไร้ผู้นำ ยึดครองอำนาจไว้ล่ะก็ ถึงตอนนั้น…”

สาวน้อยคนนั้นก้าวเท้าสั้น เธอก็มาปรากฎตัวอยู่ข้างชีเซียน และกระซิบข้างหูเขาว่า

ครึ่งหนึ่งของที่นั่นก็เป็นของพวกเราแล้ว อิอิ!”

อิบ้าอิบออะไร!” ชีเซียนหยิบมีดเล่มใหญ่ออกมาจากอกของเขา แล้วฟันไปที่สาวน้อยคนนั้น

เธอไม่ได้ขาดเป็นสองท่อน พู่กันในมือของเธอต่างหากที่ขาด แล้วเธอก็หายตัวไป พวกที่มีอิทธิฤทธิ์ทั้งหลายชอบเล่นมุกนี้กันจริง

ในอากาศยังมีกลิ่นหอมจางๆ ของสาวน้อยคนนั้นหลงเหลืออยู่ พูดอย่างเป็นกลาง ถ้าคะแนนเต็มห้า สาวน้อยคนนั้นคงได้สี่คะแนน สาวน้อยเกรดเอ เสี่ยวชีของพวกเรานี่ไม่ใช่ย่อยนะเนี่ย

ผมรู้นะว่าเจ๊กำลังคิดอะไรอยู่ชีเซียนขัดจังหวะมโนภาพของฉันอย่างเย็นชาไม่ต้องพูดถึงว่าผู้หญิงคนนั้นร้ายขนาดไหน สำนักของเราก็มีกฎห้ามชู้สาว

ฉันหันหน้าไป มือชี้เสี่ยวชีน้อยผู้แก่แดด และเตี้ยไปนิด

อาซีก็เหมือนพระ เธอยังจะเป็นนักพรตอีก อยากให้ตระกูลหลินเราสิ้นลูกสิ้นหลานหรือไง!”

อะไรล่ะ ชาติที่แล้วผมก็เป็นนักพรต นับดูแล้วยังแก่กว่าเจ๊ซะอีก!”

ฉันไม่อนุญาต สึกออกมาเดี๋ยวนี้!” ฉันอยากเป็นอาม่า ฉันอยากอุ้มหลาน!

เราทะเลาะกันอีกหนึ่งยก คราวนี้รองเท้าแตะของฉันบินไปตกที่ข้างเทวรูป อาซีปีนไปเก็บรองเท้าฉันบนโต๊ะบูชา เขากล่าวขอขมาลาโทษเทวรูปซ้ำแล้วซ้ำอีก จู่ๆ เขาก็ก้มหน้าลง

เจิ้งหวังเหย่ เลิกหัวเราะได้แล้วครับ ท่านรอไปก่อนนะครับ ผมจะหาสถานที่ให้ท่านบำเพ็ญเพียรอย่างสงบเอง

ฉันเคยได้ยินประวัติเจิ้งหวังเหย่มาบ้าง ท่านเป็นวิญญาณวีรบุรุษที่ตายในสนามรบ ต่อมาท่านอาสามาดูแลสุสานไร้ญาติ นับแต่นั้น สุสานแห่งนี้ก็ไม่เกิดเหตุการณ์วิญญาณรบกวนคนเป็นอีกเลย

เจ๊เสี่ยวชียืนตัวตรงอยู่ด้านหน้าองค์เทวรูป ฉันหุบปากแล้วฟังเขาพูดแม่แท้ๆ ของผมขายผมให้กับสมาคมศาลเจ้าของที่นี่ ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นกากเดนที่สมาคมไล่ออกไป เขาใช้อิทธิฤทธิ์ของผมหลอกพวกสาวกหญิง แผนการณ์ของมันเกือบสำเร็จไปหลายครั้ง

คนที่เรียกลูกว่าหมาจูน่ะเหรอ?” ถ้ามีโอกาสฉันจะต้องอัดไอ้ผู้ชายต่ำช้าระดับชาติให้น่วม

ทุกครั้งที่ผมเปิดโปงแผนการณ์ของเขา เจิ้งหวังเหย่จะเป็นคนปกป้องผม ไอ้นั่นมันไปพูดที่สมาคมว่าเจิ้งหวังเหย่เป็นปีศาจ ไม่ยอมซ่อมแซมศาลเจ้าให้ท่าน แล้วยังทำลายร่างของท่านอีก

สารเลว! ฉันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เอามือต่อยอากาศ

แต่ที่โรงเรียนดูแค่ทะเบียนบ้านเท่านั้น ผมเบื่อการทำงานของคนสมัยนี้จริงๆ ไอ้เหลือเดนนั่นไม่ใช่พ่อผม เจิ้งหวังเหย่ต่างหากที่เป็นพ่อบุญธรรมของผมมีแค่อาจารย์ซูคนเดียวที่ไม่หัวเราะเยาะผม

ชีเซียนเม้มปาก ความอดสูกว่าสิบปีที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขา ถูกกลืนเข้าไปในลำคอ ฉันขยำผมเขาเบาๆ เวลาอยู่ต่อฉันไม่ต้องแกล้งทำเข้มแข็งก็ได้จ้ะ

นี่ แล้วอาจารย์ซูล่ะจ้ะ?”

อาจารย์ซูเขาเปลี่ยนงานแล้วครับ…” ชีเซียนกล่าวอย่างกล้ำกลืน ก่อนจะเจอกับฉัน อาจารย์ซูเป็นผู้ใหญ่คนเดียวเท่านั้น ที่ยอมฟังเขาระบาย

ก็ว่าแล้ว ฉันก็คิดอยู่ว่ามีอาจารย์คนนั้นคอยดูอยู่ แล้วทำไมเสี่ยวชียังโดดเรียนอีก?

ไม่เป็นไรๆ ตอนนี้มีแม่กับอาซีไงจ๊ะ!” พวกเราต้องเป็นครอบครัวที่อบอุ่นแน่นอน ฉันอยากให้เขาเข้าใจอ้อ! ก็เอาเจิ้งหวังเหย่กลับไปไว้ที่บ้านเราก็หมดเรื่องแล้ว แบบนี้ตอนกลางวันจะได้มีคนคุยเป็นเพื่อนเจ้าหมีด้วย เขาก็เป็นคนดีเอ้ย ผีดีอีกด้วย แบบนี้ก็เพอร์เฟคเลยว่าไหม?”

เจิ้งหวังเหย่เหมือนเห็นด้วย เสี่ยวชีเริ่มมีอาการลังเล

ชีเซียนส่ายหน้า พนมมือไหว้เทวรูป

เจ๊ ผมบอกแล้วไงว่าผมถูกขายทิ้งแล้ว เจ๊ไม่เคยเจอคนเลวๆ ผมก็ไม่อยากให้เจ๊เจอ

คืนนี้อาซีทำโหยวฟ่านให้พวกเรากิน เสี่ยวชีกับฉันกินเหมือนคนตายอดตายอยาก เพราะร้านซี่โครงหมูตอนกลางวันไม่เปิด ทำจนสองคนแม่ลูกหิวแทบเป็นลม

เวลายิ่งดึกขึ้น ความสามารถในการทำเสียงเล็กเสียงน้อยของฉันก็ค่อยๆ ถูกความง่วงเข้าโจมตี กว่าจะสอนลูกชายคนเล็กให้กล่าวราตรีสวัสดิ์กับทุกคนก่อนเข้านอนสำเร็จ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ให้ตายฉันก็ไม่ยอมล้มเลิกภารกิจนี้

แต่ดูเหมือนเขาแอบกลัวฉันมากกว่า

ดึกดื่นเที่ยงคืน หลังจากโดนโทรศัพท์จากเหล่าหวังระเบิดใส่ ฉันก็เดินโหยกเหยกเข้ามาไปในห้องข้างๆ เปิดประตูห้องสีเขียวเข้าไปอย่างเงียบเชียบ จินซีเปิดโคมไฟอ่านหนังสืออยู่ แสงไฟสะท้อนหน้าด้านข้างของเขา ฉันมักจะรู้สึกว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรสามารถทำลายสมาธิเขาได้

นอกจากคุณแม่ที่ไร้ประโยชน์ของเขา

หนูเสี่ยวซี หม่าหมี่มานอนกับหนู ดีไหม ดีไหมจ๊ะ?” ฉันเกาะประตู ทำหน้าตาเหมือนต้องการผู้ดูแลอุปถัมภ์

หลินจินซีมองมาที่คุณแม่ สีหน้าเขาเหมือนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ฉันพุ่งเข้าไปห้อง จัดการผ้าห่มหนานุ่มนิ่มเอาไว้ในอ้อมกอด เขาปูเสื่อนอนข้างเตียงด้านล่าง

แม่ครับ ทำไมในตู้เย็นถึงมีมีดปอกผลไม้ได้ล่ะครับ?” แย่แล้ว ฉันลืมหยิบออกมา

ลูกชายคนโตรู้สึกถึงความผิดปกติได้ตั้งนานแล้ว ลำบากเขาจริงๆ ที่ต้องอดกลั้นมาถามตอนนี้

อาซี ถ้าแม่แผ่รังสีอำมหิต ลุกขึ้นจากเตียงไป ลูกรีบฟาดแม่ให้สลบเลยนะ อ้อ ไปเอาเชือกในห้องเก็บของมามัดแม่ไว้ก็ได้ความคิดนี้สร้างสรรค์สุดๆ แต่อาซีกลับทำปากเบ้

แม่ครับ ถ้าเสี่ยวชีได้ยินเสียงแม่เอะอะในนี้ แล้วผมจะอธิบายกับเขายังไง?”

ขี้อายจังเลย แม่แค่กำลังเล่นเกมทายความลับกับพี่ใหญ่ของลูกอยู่เท่านั้นเอง!…อืม ฉันหน้าหนาขนาดนั้นยังไม่กล้าพูดออกมาเลย

ฉันเล่าเรื่องที่สุสานเมื่อตอนกลางวันให้อาซีฟังคร่าวๆ ระหว่างนั้นเขาถอดแว่นออก เอามือถูจมูกที่เป็นสันโด่งของเขา เห็นได้ชัดว่าเขาก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน

แม่จะทำอะไรผมไม่ห้าม แต่แม่ต้องปลอดภัยกลับมาอาซีหันไปมองนิ้วเท้าของฉันที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ผ้าห่มฝ้าย เก้าลบหนึ่ง ถึงมันจะไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตของเรา แต่อาซีก็ยังคงไม่วางใจ

ลูกจ๋า ถึงแม้ความสัมพันธ์ของเราจะดีมาก แต่ลูกก็คงมีเรื่องที่บางอย่างเก็บไว้ไม่บอกแม่ใช่ไหม?” ฉันเอาผ้าห่มพันรอบตัวเอง แล้วเข้าไปชนพนักเก้าอี้ของอาซีสองสามทีลูกไม่ค่อยไม่ไว้ใจคน มักกังวลใจเสมอ อย่างนั้นมันไม่ดีต่อสุขภาพนะจ๊ะ เสี่ยวชีเป็นเด็กหายากที่มีความคิดเหมือนกับลูก เหมาะจะเป็นพี่น้องกัน ลูกคงไม่ได้เกลียดเขาหรอกใช่ไหม?”

แม่ชอบเขามากใช่ไหม?” หลินจินซีย้อนถาม

แน่นอน มันชัวร์อยู่แล้ว

อาซีน้อยใจเหรอจ๊ะ!”

ลูกชายฉันยิ้มเล็กน้อย แสงจากโคมไฟสลัวทำให้มองเห็นไม่ชัดนัก

หลินจือผิงชอบกินหญ้าอ่อน

เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวนี้กล้าแซวแม่นะ!” ฉันจะปล่อยช็อกเวฟผ้าห่มฝ้ายออกมาละนะ!

อาซีหัวเราะลั่น เขาจับฉันผลักกลับไปที่เตียง ไอ้หยา คิดๆ ดู เราสองแม่ลูกไม่ได้เล่นอะไรหน่อมแน้มแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว?

ทันใดนั้นเอง เขาชักมือกลับไปเหมือนโดนฟ้าผ่า ฉันสะดุ้งโหยง และรีบเข้าไปดูว่าลูกชายฉันเป็นอะไร

ที่คอแม่หลินจินซีกลับสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว มือชี้ไปที่ปกเสื้อของฉัน

ฉันดึงสายสีแดงของสร้อยเครื่องรางที่เหล่าหวังให้มา ซึ่งเพิ่งใส่ได้ไม่นานนัก และหันขึ้นมองอาซีอีกครั้ง ของสิ่งนี้นี่เองที่รังแกลูกชายฉัน

ไม่ต้องถอดออกครับ ของสิ่งนี้จะช่วยปกป้องแม่อาซีสะบัดมือซ้ายที่บาดเจ็บของเขา ทำไมฉันถึงรู้สึกปวดใจจะตายอยู่แล้วนะ

แต่ว่า…”

เชื่อผมสิ

จ้ะไม่สามารถขัดคำสั่งของลูกชายคนโตส่งเดชได้

ฉันถูกบังคับให้นอน อาซีเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ฉันแอบลืมตาดูนิดหน่อย มันไม่เกี่ยวกับการบ้านที่โรงเรียนเท่าไหร่ ในนั้นเป็นภาพผู้ชายหน้าดุดันคนหนึ่ง หน้าตาคุ้นมาก แต่นึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร

น่าเบื่อจริงๆ ฉันนอนหนุนหมอนที่หัวเตียง พลางหมุนสร้อยเครื่องรางสีทองที่รังแกลูกชายฉันเล่น แสงสีทองสะท้อนเข้าตา มองไม่เห็นหน้าตาซังกะตายของฉัน แต่กลับปรากฎชายร่างกายเน่าเฟะ

เยี่ยมไปเลย ชีวิตสามสิบเก้าปีที่แสนบริสุทธิ์ของฉัน ในที่สุดก็ได้เจอผีร้ายตัวแรกสักที

แต่แล้วอาซีก็หันกลับมามองฉัน การแกล้งหลับเอาชนะความหวาดกลัวไปได้ พอฉันหลับตาลง ตัวของฉันก็เริ่มหนักขึ้นหนักขึ้น แต่พอนึกถึงเสี่ยวชี ที่น่ารักเหมือนกระต่ายน้อยสีขาว ถึงฉันจะเป็นเหมือนลูกหมาที่ตกน้ำ ก็ต้องว่ายขึ้นฝั่งให้ได้

แล้วฉันก็ได้กลิ่นเหล้าและกลิ่นเหม็นชวนอาเจียน ฉันกำลังมอง แต่ไม่ได้เบิกตาทั้งคู่ขึ้นจ้อง ฉันเห็นร่างชายคนหนึ่งลางๆ กำลังลอยและทับอยู่บนตัวของฉัน สูดจมูกฟึดฟัดที่ตัวฉันอย่างหิวโหย ตอนนี้ฉันเข้าใจความทุกข์ของอาซีแล้ว ผีตนนี้ทำให้ฉันอยากอาเจียนโหยวฟ่านที่อาซีทำให้กินออกมา

ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจของอาซี เขาดับไฟดวงเดียวในห้องนี้ลง เดินจากโต๊ะหนังสือมาข้างเตียง และมองมาที่คุณแม่ของฉัน

แกไสหัวออกไปท่าทางของเขาเท่มาก

ฉันได้ยินเสียงฉันหัวเราะอย่างป่าเถื่อนขั้นวิกฤติ นั่นมันไม่ใช่เสียงที่ได้ขนานนามว่าไพเราะดั่งเสียงสวรรค์ของฉัน

งั้นแกก็เอาชีวิตมาแลก!” ผีตนนั้นคำรามลั่น นี่คือปีศาจที่เขาเล่ากันมาใช่ไหม? “มันทำร้ายฉันจนตาย มันไม่มีวันได้เป็นสุขแน่ ไอ้เศษสวะ!”

แบบนี้นายพอใจหรือยัง?” ลูกชายฉันต่อรอง เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบ ผีตนนั้นสงบลง พอนึกขึ้นได้ว่ามีฉันเป็นตัวประกัน ผีตนนั้นก็เริ่มยะโสขึ้นมาอีกครั้ง

ฉันจะเอานังผู้หญิงคนนี้มาเซ่นดวงวิญญาณฉัน!”

ขอร้องล่ะ อยากพูดอะไรก็พูดไป แต่อย่าเอามือฉันมาวางบนหน้าอกตัวเอง

สีหน้าเยือกเย็นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผีตนนั้นแผดเสียงคำรามน่าสยดสยอง… “ก็ต้องโทษพวกแกเอง ใครใช้ให้พวกแกเอามันมาเลี้ยง พวกแกทุกคนไม่ได้ตายดีหรอก!”

พระอาทิตย์ขึ้น ฉันตื่นขึ้นบิดขี้เกียจ นอนเต็มอิ่ม ผ้าห่มก็อุ๊นอุ่น ฉันขอกลิ้งอีกทีนะ

พอกลิ้งเสร็จ ฉันลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับโลกแห่งความจริง ก่อนอื่น การเจรจาระหว่างผีตนนั้นกับอาซี ผลสรุปเป็นอย่างไร? ภาพสุดท้ายในสมองฉันก็คือ –- ลูกชายฉันก็ไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์แม่ลูก อัดไปที่หัวฉันหนึ่งมัด แล้วทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันไปโดยร่ำลา

อีกอย่าง ฉันจำได้ว่าเมื่อคืนนอนบนเตียง แล้วทำไมเช้ามากลับอยู่บนเสื่อด้านล่าง? แล้วอาซีน้อยที่นอนอยู่ด้านล่างหลบอุกาบาตมหึมาที่หล่นลงมาทันหรือเปล่า? ความจริงเป็นอย่างไรกัน?

ฉันจึงรีบเปิดประตูออกไปหาอาซี ซึ่งกำลังต้มบะหมี่อยู่ บังเอิญเสี่ยวที่อยู่ฝั่งข้ามก็ตื่นพอดี มือข้างหนึ่งกอดเจ้าหมี ดวงตาที่สีต่างกันทั้งสองคู่ยังลืมไม่เต็มที่

อู๊วว้าว กระต่ายขาวของฉัน –-“ ฉันกระโจนเข้าไปหาเขา ช่วยไม่ได้ ก็เขาน่ารักนี่นา

เฮ่ย เฮ่ย เฮ่ย เกิดเป็นบ้าอะไรตั้งแต่เช้า!” ชีเซียนหันตัวหลบควับ จากทางเดินห้องนอนไปยังห้องรับแขก และจากห้องรับแขกไปห้องครัว รบกวนการทำงานของอาซี

สุดท้ายก็ต้องพึ่งอาซีจับเราสองคนแยกออกจากกัน เป็นอันว่าสิ้นสุดการต่อสู้อันดุเดือด

เสี่ยวชี นายไปล้างหน้าแปรงฟัน แม่ครับ แม่จะไปทำงานสายแล้วนะ ยังใส่ชุดนอนอยู่อีกเหรอครับสมกับที่เป็นผู้นำของครอบครัวเราจริงๆ

ชีเซียนเดินกลับไปอย่างเชื่อฟัง เดินได้สองก้าวก็เงยหน้าขึ้น เหมือนเพิ่งตื่น แล้วก็ถือเจ้าหมีนิ่งไปสองนาที สุดท้ายก็เหมือนตัดสินใจได้แล้ว จึงเดินหันกลับมา

ห้องห้องนอนบ้านั่น เตียงนิ่มเกินไป ฉันนอนปวดหลังจะตายแล้ว

ฉันกับอาซียืนอึ้ง ช่วงเวลาดื้นรั้นของเขามันเยอะไปหรือเปล่า? อีกอย่าง เขาก็ดูเขินๆ ไม่ยอมสบตาเราสองคน

ชีเซียนเห็นเราสองคนไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ ดูเหมือนจะยิ่งประหม่าเข้าไปอีก ปล่อยให้เขาปวดหัวอยู่ตรงนั้น ฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน อาซีเอาบะหมี่ร้อนๆแบ่งเป็นสามชาม

หากมีอาหารเป็นตัวล่อ ฉันก็สามารถสวยเสร็จภายในห้านาที อาซีแอบบอกฉันว่า เขาเข้าไปในห้องเสี่ยวชี เห็นห่อผ้าที่เขาห่อไว้ ในนั้นมีเสื้อผ้าขาดๆอยู่สองชุด เขาจึงหยิบไปทำผ้าขี้ริ้วแล้ว

ลูกผิดเต็มประดาเลยใช่ไหม?”

แม่ครับ เขาเรียกว่าเป็นห่วงหลินจินซีพูดหน้าตาย

เรื่องเมื่อคืน ห้ามให้เจ้าเด็กที่พร้อมหนีไปตลอดเวลารู้เด็ดขาด

ชีเซียนรอพวกเดินกลับมา ถึงถุยน้ำลายใส่ชามที่ว่างเปล่า

รสชาติอุบาทว์มาก ทุ้ย ทุ้ย!”

เด็กบ้า ทำไมถึงกินเร็วขนาดนี้!” ฉันกำลังอยากแอบกินของเขาพอดีเลย!

แม่ทำให้เขาต่อไม่ติดเลย

ชีเซียนเด้งขึ้นมาทั้งตัว เหมือนปลาปักเป้าเจอศัตรูไม่มีผิด

ผมเกลียดที่นี่ชะมัด ขนาดเพดานรั่วยังเอาสติกเกอร์ดาวไปติด ตอนกลางคืนส่องแสง เหมือนดาวจริงเลย (ถ้าชอบ ฉันจะซื้อให้เขาอีกหนึ่งห่อ เอาไว้ติดในห้อง) … สรุปก็คือผมเห็นพวกเจ๊แล้วรู้สึกขัดหูขัดตา…”

เขายิ่งพูดเสียงก็ยิ่งเบา ก้มหน้าลงต่ำจนต่ำกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ดูเหมือนว่าคำพูดร้ายๆ ของเขาจะหมดแล้ว

อาซีลูบหัวเขาเบาๆ ฉันก็เดินเข้าไปเลียนแบบบ้าง สอบคนลูบหัวเขาด้วยกัน

ค่อยๆ ปรับตัวละกันนะอาซีพูดอย่างอ่อนโยน

ชีเซียนสูดหายใจลึก เห็นกันอยู่ว่าเขาชอบที่นี่มาก และก็รักฉันกับอาซีมากด้วย

เสี่ยวชี วันนี้นายอยู่ที่นี่ ค่อยๆ ตัดสินใจละกัน ฉันจะไม่บังคับนาย ฉันแค่อยากให้นายมีความสุข

ถึงแม้วันนี้จะออกจากบ้านอย่างเท่ แต่ในใจมันหวิวๆ กระวนกระวายไปหมด เพราะแบบนี้เหล่าหวังบอกว่าจะลงโทษที่ฉันโดดงาน เสาร์อาทิตย์ต้องทำโอที ไม่ให้เงินเพิ่ม ฉันก็น้อมรับโดยดี อะไรจะเศร้าปานนี้นะ

พอถึงเวลาสำคัญที่ต้องเลิกงานแล้ว ฉันโทรศัพท์ไปหาอาซี พอโทรติดเขาก็มายืนอยู่หน้าบริษัทแล้ว มือเขาถือหมวกกันน็อกสองใบ รถมอเตอร์ไซค์สตาร์ทเครื่องพร้อมออกเดินทาง

แม่ลูกผูกพันธ์ ฉันซาบซึ้งใจจนไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว และรถก็มาถึงสุสานสาธารณะแห่งที่สองซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง

มีเยอะไหมอาซี?” ถึงยามโพล้เพล้ ฉันจ้องมองฮวงซุ้ยที่กว้างใหญ่

เยอะมากครับลูกชายฉันลืมตาขึ้น สีหน้าไม่ค่อยดีนัก

งั้นลูกอยู่ที่นี่ เดี๋ยวแม่ไปเองฉันหยิบกระเป๋าสะพาย และพับแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้น

ไม่ได้ แม่สัมผัสไม่ได้อาซีจับมือฉัน เราค่อยๆ เดินย่องเข้าไปในไนท์คลับแห่งมิติวิญญาณ คิดถึงตอนเด็กๆ ที่เขาชอบจับมือนอน

เล่าให้แม่ฟังบ้างสิฉันอยากลองแบ่งเบาภาระเขา

พวกเขากำลังอ้อนวอน กำลังขอร้องอาซีตอบอย่างสรุป

แต่ครั้งก่อนอาซีหาแล้วหาอีกกลับไม่เจอประชากรผีเลยสักตน

ลูกชายคนโตหยุดฝีเท้าลงที่หน้าศาลเจ้าของเจิ้งหวังเหย่ ไม่รู้เป็นเพราะฉันตาฝ้าฟางหรือเปล่า ดูเหมือนทรุดโทรมกว่าเมื่อวานเมื่อร้อยเท่า

บังอาจ!”

อาซีแผดเสียงดังลั่น คุณแม่อย่างฉันไม่ทันตั้งตัว ตกใจสะดุ้ง ผ่านไปพักใหญ่ท่าทางเยือกเย็นของลูกชายจึงอ่อนโยนลงเล็กน้อย

มันคุ้มเหรอ?” อาซีถามต่อ เขาหันหน้าไปทางเทวรูปไม้

นึกถึงคำพูดของชีเซียน เขาบอกว่าเจิ้งหวังเหย่เป็นห่วงเป็นใยเขามาก ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็จะคอยคุ้มครองเขาเสมอ

อาซีบอกให้ฉันถอยไป เขาผลักโต๊ะไม้ออก ใช้เก้าอี้ขาหักปัดของบนโต๊ะบูชากระจาย ฉันรีบเข้าไปรับเทวรูปไม้ที่กำลังจะตกลงพื้น แล้วฉันก็มีกลิ่นเหม็นชวนอาเจียนลอยเข้ามา

ตรงนั้นมีแจกันลายครามขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนฝาไม้ด้านบนมียันต์ติดเต็มไปหมด อาซีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่สะดวก ฉันเลยช่วยเอาฉีกออก กลิ่นเหม็นแรงขึ้นกว่าเดิม

เราสองคนร่วมแรงกันผลักฝาไม้นั้นออก ขออภัย ความจริงฉันควรเรียกตำรวจมาจัดการ ข้างในมีศพผู้หญิงคนหนึ่งถูกแช่ในน้ำมูล มีด้ายสีขาวยัดอยู่เต็มปาก

เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นอาซีตัวสั่น เขาโกรธจนตัวสั่น

อะไรน่ะ ลูกยังโอเคอยู่ใช่ไหมอาซี?”

หลินจินซีเอาฝามาปิดไว้เหมือนเดิม ดูเหมือนว่าเขาจะสงบลง

แค่มีคนทำดูหมิ่นกับศพคนตายเท่านั้นครับแม่ ไม่เกี่ยวกับฆาตกรรม

ฉันไม่รู้ว่าเพราะเขาอยากให้ฉันสบายใจหรือเปล่า ถึงพูดแบบนี้ออกมา

เจิ้งหวังเหย่บอกให้ลูกช่วยไขคดีหรือเปล่า?”

ไม่ใช่ครับ เขาขอให้ผมพาเสี่ยวชีกลับมา

พวกเรากลับมาจากสุสาน พอเข้ามาก็ได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กผู้ชายดังขึ้น

ห้องรับแขกถูกทำความสะอาดอย่างหมดจด เสี่ยวชีนั่งพับผ้าอยู่บนโซฟา เขาแบกเจ้าหมีไว้บนไหล่ ไม่รู้ทำไมแม่ซกมกอย่างฉัน ถึงเลี้ยงลูกให้เป็นคนมีระเบียบได้ ความเป็นไปบนโลกนี้มันช่างคาดเดาไม่ได้เสียเลย

สอง สาม สี่….ห้า ถูกต้อง ข้างขวามีห้านิ้ว ตอนนี้เปลี่ยนมาข้างซ้าย….ใช่แล้ว มีข้างซ้ายก็มีห้านิ้วเหมือนกัน!”

เสี่ยวชีกำลังสวมบทเป็นคุณครูวิชาคณิตศาสตร์ ผู้เรียนก็คือเจ้าหมีขนปุยนั่นเอง เขาสอนไป จับเจ้าหมีบนไหลเขาโยกไป ภาพที่เห็นมันช่างน่าประทับใจจนคุณแม่น้ำตาจะไหลแล้วส่วนอาซีขยับเบาๆ อย่างไร้เสียง เขาอาจจะกำลังกลั้นหัวเราะ หรือไม่ก็เห็นใจคนบางคน ที่ชาติหน้าก็เป็นคนเลวไม่ได้

พวกเราจะเริ่มเข้าสู่โจทย์ยากแล้ว มือขวามีห้านิ้ว มือซ้ายก็มีห้านิ้ว เท้าซ้ายเท้าขวาก็มีข้างละห้านิ้ว รวมทั้งหมดเป็นเท่าไหร่น้า…?”

สามสิบเก้านิ้ว!” ฉันขึ้นเวทีอย่างงดงาม ฉันย้วยระยาตรเข้าไปหาเจ้าหมีนุ่มนิ่มและเสี่ยวชี

นั่นมันสัตว์ประหลาดแล้วชีเซียนหยิบเจ้าหมีมาถือไว้ในมือ ขัดขืนอ้อมกอดของฉัน

พวกเราซื้อข้าวกล่องอร่อยๆ มา ของเสี่ยวชี ฉัน และอาซีเป็นผัดทะเล ส่วนของเจ้าหมีเป็นชานมฉันให้อาซีแกว่งถุงข้าวกล่องไปมา

ถ้าไม่พอ เดี๋ยวฉันจะทำอาหารมือดึกเพิ่มลูกชายคนโตชัดเจนเรื่องปริมาณอาหารของคนในบ้านเป็นที่สุด

ชีเซียนจ้องมองกล่องข้าว ฉันคิดว่าเขากำลังไม่มั่นใจในความน่าเชื่อถือของร้านอาหาร แต่เขากลับบอกว่าจะไปแล้ว

ต่อไปไม่ต้องเตรียมอาหารเพิ่มอีกชุดแล้ว ผมไม่ได้ไม่เอาไหนอย่างที่พวกเจ๊คิดหรอก ผมดูแลตัวเองได้

โอเค ถ้านี่เป็นทางที่เธอเลือกแล้ว ก็ไปเถอะ…….ล้อเล่นหรือเปล่า คิดว่าฉันจะตกลงงั้นหรือ? ในสมุดทะเบียนก็เขียนชัดๆ อยู่ ถ้าแม่อย่างฉันปล่อยให้ลูกกลับไปนอนในศาลเจ้าปรักหักพังนั่น ก็คงโดนสังคมสงเคราะห์เอาตายน่ะสิ เจอไม้ตายของฉัน ลูกหนีไม่รอดแน่ อาซี ลงมือ!”

ชีเซียนถูกอาซีล็อกไว้ บนตัวของอาซีมีเจ้าหมีที่ฉันแอบขโมยไปอยู่ เสี่ยวชีไม่กล้าวางใจ

เชดโด้ ไหนเจ๊บอกให้ผมเลือกเองไง?” เสี่ยวชียังคงดิ้นเอาเป็นเอาตาย

นั่นเป็นแค่คำพูดที่ฟังดูดีเท่านั้นเอง เกิดมาสิบเจ็ดปียังไม่รู้จักเล่เหลี่ยมของคนอีกเหรอ? ร่อแร่ ร่อแร่!” หลินจือผิงเอ๊ย หลินจือผิง เธอมันนังอสรพิษ!

เสี่ยวชี แม่แค่กำลังโกรธน่ะ ก็เพราะนายปฏิเสธแม่หลายรอบ แม่เลยเสียใจนิดหน่อย

อาซี อย่าเพิ่งวิเคราะห์จิตวิทยาในเวลาแบบนี้ได้ไหม!

ชีเซียนหันมองฉัน ฉันยิงฟันเขี้ยวน่าเกลียดน่ากลัวของฉัน เขามองค้อน ลูกที่ฉันเลี้ยงชอบก้าวร้าวใส่ฉันอยู่เรื่อย นี่เป็นกรรมอะไรของฉันนะ?

เจ๊เสี่ยวชีเรียกฉันเสียงทุ้ม ต่อไปจะต้องเป็นข้ออ้างที่เขาคิดออกแล้ว

หยุด ดูว่าแม่เอาของขวัญอะไรมาให้ลูก?”

ฉันรีบจัดการได้ทันเวลาเป๊ะ ก่อนที่เขาจะถือโอกาสหายตัวไป ฉันเปิดกระเป๋าสะพายของอาซีออก และหยิบเทวรูปไม้ออกมา วางไว้บนฝ่ามืออย่างเคารพ

นับแต่วันนี้ไป เจิ้งหวังเหย่ก็จะเป็นเทพปกป้องของตระกูลหลินเรา!” คุณแม่กล่าวประกาศอย่างหนักแน่น เสี่ยวชีตาเบิกโพลงตามคาด

เจิ้งหวังเหย่?” เขาพูดเสียงเบา เขารีบวิ่งเข้ามาหาฉันทำไมผมสัมผัสถึงสัมผัสท่านไม่ได้? ท่านไปทำอะไรมาอีก? ผมบอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้ อะไรผมก็ไม่ต้องการทั้งนั้น!”

ฉันคิดว่าเสี่ยวชีจะดีใจ ที่ไหนได้ กลับทำให้เขาเสียใจ ทำซะจนเด็กคนนี้หายใจฟึดฟัด แต่กลับร้องไห้ไม่มีน้ำตา

เขาเป็นไม้ใกล้ฝั่งแล้ว ที่สมาคมไม่บูชาเขาอีกอาซีเตือนเขา

ชีเซียนก้มหน้าลง เขายื่นมือมาหาฉัน ฉันยื่นเทวรูปขาหักให้เขา มือเขาสั่นระรัว กอดเทวรูปไว้ผลัวะเขาอ่อนล้มลงไปกับพื้น ฉันเข้าไปพยุงไม่ทัน

ใบหน้าของเสี่ยวชีถูกับเทวรูปนั้นอยู่กับพื้นไม่หยุด เขาโทษตัวเอง และถอนหายใจอย่างหดหู่ เขานับถือเทวรูปเป็นผู้อาวุโสที่เขาเคารพมากที่สุด

อาซีดึงชายเสื้อฉัน ห้ามไม่ให้ฉันกระทำการใดๆ  เขาพูดว่า ต้องมีคนโน้มน้าวเขา

ท่านอยากพักผ่อนที่นี่?… ท่านอ่อนแอถึงขนาดเสียสติไปแล้วเหรอครับ? ที่ไหนมีสาวสวย? มีแต่ผู้หญิงผอมกะหล่อง!… เจ๊หลบไป อย่ามาบังหูผม ผมกำลังคุยกับเจิ้งหวังเหย่อยู่!…. รายน้า? เขายิ่งบ้าบอๆ ไม่อ่อนโยนไม่เรียบร้อย ตาของท่านเป็นต้อกระจกหรือครับ?”

อาซีดึงแม่ที่กำลังจะระเบิดออกไป ฉันต้องอัดเจ้าเด็กนี่ให้น่วม!

ท่านจะไม่ไปที่อื่น? แต่ว่าผมแต่ว่า…”

ชีเซียนเงยหน้าขึ้น เหมือนยังไม่มั่นใจ ขอร้องล่ะ มีอะไรน่าลังเลงั้นเหรอ ให้ฉันเลี้ยงก็ถูกต้องแล้ว

ผมอยู่ที่นี่ได้จริงๆเหรอ

ก็ใช่น่ะสิ

ผมไม่ได้ถามเจ๊ดวงตาแดงก่ำที่แผ่รัศมีอำมหิตจางๆ ของอาซีเหลือบมองมาที่ฉัน

เจิ้งหวังเหย่บอกว่า… “ยืนยัน รับประกัน มั่นใจ หลินจือผิงเป็นคนดีคนหนึ่ง ยอมรับเขาเป็นแม่เถอะนะขอร้องล่ะ ถึงฉันจะไม่ได้ยินแต่ก็รู้ว่าท่านคิดแบบนี้ จะเล่นตัวทำไมอีก? ‘หลินหมิงเจา’”

ชีเซียนเหมือนโดนฟ้าผ่ากระทันหัน ตัวโครงเครง ครู่หนึ่งเขาก็ตั้งตัวได้ แล้วยกนิ้วกลางให้ฉัน กรี๊ด กรี๊ด ลูกไม่รักดี

ขออภัย ฉันพยายามป้องกันไม่ให้แม่ทำลายบรรยากาศแล้วอาซีดึงฉันออกมาสองก้าวอีกอย่างพวกนายทำน้องคนเล็กตกใจแล้ว

ไม่รู้เจ้าหมีไปกองอยู่ที่พื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เจ้าหมีค่อยๆ ปีนขึ้นบนตัวเสี่ยวชี และใช้อุ้มเท้าเกาะขากางเกงเสี่ยวชีไว้ ไม่ยอมให้พี่ชายคนนี้ไปไหน

โอ๋เอ๋โอ๋เอ๋ ไม่ร้องนะ!” เสี่ยวชีขยี้ผมสีขาวของตัวเองจนยุ่งอย่างลำบากใจ เขาอุ้มเจ้าหมีขึ้นมา อีกมือหนึ่งก็วางเทวรูปไว้บนโต๊ะน้ำชา เขาคุกเข่าก้มหัวคำนับสามครั้ง แล้วหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำออกมาจากกองผ้า ห่อเจิ้งหวังเหย่ไว้เรียบร้อยพรุ่งนี้เช้าผมจะมาคาราวะท่าน ท่านพักผ่อนเถอะครับ

ลำดับต่อไป ถึงตาฉันแล้วใช่ไหม?

เจ๊

ฉันรู้ ฉันเข้าใจ ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว กินข้าวกันเถอะนะ!”

ช่างเถอะชีเซียนหันไปทางอาซีฉันจะอยู่ที่นี่ระยะหนึ่ง รบกวนด้วยนะ

ยินดีอาซียิ้มเล็กน้อย

อาหารมื้อนี้เป็นไปตามปกติ นอกจากอาซีจะเตรียมผลไม้หวานฉ่ำสำหรับล้างปาก พวกเรากินกันจนพุงกาง นอนแผ่บนโซฟาดูทีวี ฉันว่างๆ ก็เอามือหนีบขาของเสี่ยวชีเล่น

ดีมาก มีเนื้อแล้ว

เจ๊ นี่มันเป็นการคุกคามทางเพศ!”

อาซีนั่งตัวตรงอยู่ข้างๆ ฉัน แอบดึงชายเสื้อฝั่งด้านข้างฉันลงมาเรียบร้อย

พอถึงเวลาเข้านอน ชีเซียนเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องพักใหญ่ ช่างดูเหมือนกระต่ายน้อยสีขาวที่กำลังหลงทาง ทำให้ฉันต้องนั่งพิจารณาว่าควรอุ้มเขาเข้าไปในห้อง ป้อนแครอทให้เขากินหนึ่งชิ้นดีไหม

แม่ พี่ใหญ่ ราตรีสวัสดิ์!”

ประตูห้องปิดดังปังแต่ฉันไม่รู้สึกอะไร

อาซี เมื่อกี้เขาบอกว่าไงนะ?”

จินซีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย แต่มุมปากฉีกยิ้มกว้าง

พลาดแล้วล่ะครับแม่ ชาตินี้เขาคงเขิน ไม่กล้าพูดเป็นครั้งที่สองแล้วล่ะ

นังสารเลว!”

ในฝัน ฉันได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งกร่นด่าอย่างโกรธแค้น

ไอ้หยา คุณจำผิดคนแล้วค่ะ ฉันเป็นคุณแม่ค่ะ

แสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ที่สดใสสว่างจ้า ฉันมักจะคิดว่ามันเป็นสัญญาณที่ดี ฉันสมเสื้อเชิ้ตปกสูง ที่สามารถปิดบังรอยเชือกที่คอฉันได้ และยิ้มแย้มแจ่มใสไปพบหน้าลูกชายทั้งหลายของฉัน

พอเดินเข้าห้องรับแขกก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมา เทวรูปไม้ถูกจัดวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งตัวเก่า ฉันเหลือบตามอง บนโซฟามีขาคู่หนึ่ง ฉันย่องเข้าไปตั้งใจจะหลอกให้เขาตกใจเล่น ที่ไหนได้ แต่ใบหน้าของเสี่ยวชีที่นอนหลับอยู่กลับทำให้ฉันชะงัก

ผมสีดำ บนตัวสวมชุดนักเรียนสีขาว กางเกงลายสก็อต เขาดูเหมือนนักเรียนมัธยมทั่วไปไม่มีผิด โดยเฉพาะเพื่อนบ้านของอาซี

อรุณสวัสดิ์ครับแม่ความจริงแล้วอาซีเทนมอยู่ที่โต๊ะอาหาร

ดื่มจ้ะ นี่คือ?” ฉันชี้เสี่ยวชีที่กำลังงีบอยู่บนโซฟา

โรงเรียนที่เขาเรียนอยู่มันแย่มาก ผมเลยให้เขาย้ายโรงเรียน แต่ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้ย้อมผมสีประหลาดอาซีจัดการเรื่องอิรุงตุงนังเรียบร้อยอย่างง่ายดายตื่นลุกขึ้นมาทำงานตั้งแต่เช้ามืด แม่อย่าไปแกล้งดึงจมูกเขา

ฉันรีบชักมือขวาเก็บอย่างรวดเร็ว

หลังจากกินอิ่มแล้ว ตระกูลหลินของเราก็ต้องออกจากบ้านไปทำงาน ไปโรงเรียน อาซีอุ้มเจ้าหมีที่กำลังร้องไห้กลับไปที่ห้อง ชีเซียนซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ของพี่ชาย

เสี่ยวชี ตั้งใจเรียนนะลูก อย่าเอาไม้นวดหลังไปวางไว้บนที่นั่งของอาจารย์ ให้มันทิ่มก้น เหมือนกับแม่ชอบทำนะจ๊ะ!”

ใครจะไร้สาระเหมือนเจ๊กันล่ะ

อาซีหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ออกมา ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังจะสายแล้ว แต่ฉันอยากเห็นพวกเขาเดินทางออกจากบ้านโดยสวัสดิภาพ

ทันใดนั้น ตอนที่อาซีเดินผ่านฉัน เขาดึงปกเสื้อด้านหลังออกดู ฉันรีบทำมือบอกให้เขาเงียบ

กลับมาจะคิดบัญชีกับแม่

อาซีทำเสียงเหมือนตำรวจจับผู้ร้ายได้คาหนังคาเขา และกระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์สีดำของเขา ตบที่หัวเข่าเสี่ยวชีเบาๆ เขาสตาร์ทเครื่อง บึ้นบึ้นไปอย่างสง่างาม

รีบไปทำงานได้แล้วเจ๊!” เสียงเสี่ยวชีตะโกนกลับมา ฉันโบกไม้โบกมือ จนพวกเขาไปไกลลิบตา

ฉันโทรศัพท์ไปถึงห้องทำงานของเหล่าหวัง

หลินจือผิง ฉันขอปฏิเสธคำขอของเธอทุกประการ เธอต้องมาถึงที่นี่ภายในสิบห้านาที!”

สถานการณ์เป็นไปในทางลบ ใต้เท้าเปาโกรธแล้ว

เฮ่อ แค่นี้นะคะ ช่วยเรียกรถพยาบาลให้ที……….”

ทั้งโลกกลายเป็นสีดำ ฉันหมดสติอยู่หน้าประตูหน้าบ้าน

เด็กคนนั้น เปนคนของสวรรค์

หลังจากกลับมาจากสุสาน อาซีเล่าสิ่งที่เจิ้งหวังเหย่กล่าว

ตอนแรกที่ผู้หญิงทรุดโทรมอุ้มเด็กผู้ชายมา ท่านก็ทราบได้ว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา และชายที่เป็นคนดูแลสุสานนี้ก็ดูออกเช่นกัน เขาใช้คำพูดหลอกล่อจนได้ตัวเด็กคนนี้มา อย่าเรียกว่าซื้อมาเลย

แม่ของเด็กดีอกดีใจจนยอมถอดเครื่องรางที่ปกป้องหล่อนมาตลอดเจ็ดปี เพื่อแลกกับผ้ายันต์สีเหลืองในมือของชายคนนั้น เธอไม่รู้เลยว่าสิ่งที่แลกไปหมายถึงชีวิตของเธอ ของล้ำค่าที่ทุกเส้นปลายพู่กันบรรจงเขียนขึ้นเพื่อเธอเท่านั้น แต่กระดาษสีเหลืองของชายคนนั้น ทำได้แค่ทำลายความสัมพันธ์แม่ลูกของเขาทั้งสอง

เด็กน้อยถูกทิ้งไว้แบบนี้ ชายคนนั้นตั้งชื่อให้เขา ใช้เขาเป็นเครื่องมือหากิน ชื่อเสียงของสุสานที่นี่ก็โด่งดังขึ้น เพราะไม่ว่าเรื่องที่ขอจะหนักหนาสักเพียงไหน เด็กคนนี้ก็สามารถจัดการได้อย่างสบาย เขาไม่กลัวภูติผีปีศาจ และรู้ชะตาฟ้าดิน

ต่อมาชายคนนั้นเริ่มรู้สึกอิจฉาเขา เพราะเสี่ยวชีไม่ต้องลงทุนอะไรมากก็ได้รับความรักอย่างมหาศาล มันทำให้ชายที่ชอบโทษฟ้าโทษดินมองเขาเป็นศัตรูคู่อาฆาต

เจิ้งหวังเหย่รู้สึกว่าเรื่องชักไม่ชอบมาพากล บรรดาผีวิญญาณต่างๆ ในสุสานกลับรู้สึกยินดีที่มีคนจุดธูปให้มากมาย และยังสามารถดูดพลังเซียนจากตัวเด็กคนนี้ได้อีก

ท่านรู้สึกว่าเด็กคนนี้ก็รู้ถึงแผนการชั่วร้ายของชายคนนั้น ท่านเกลี้ยกล่อมให้เขารีบไปจากสถานที่ที่จะมีแต่ทำร้ายเขาไปโดยเร็ว

ผมจะรอให้แม่มารับเขาตอบอย่างดื้อรั้น

ที่ได้ขนานนามว่าครึ่งคนครึ่งเทพ โพธิสัตย์กลับชาติมาเกิดอะไรก็ตาม มันช่างเป็นเรื่องน่าขันเหลือเกิน ในสายตาของท่าน เขาเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้นเอง

ต่อมา ชายคนนั้นก็เกิดบ้าคลั่ง ทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าขึ้น เอาสิ่งนั้นวางไว้ข้างใต้เทวรูป และหัวเราะเยาะเย้ยเขาอย่างสะใจ..

ฉันจะค่อยๆ ทำลายบารมีของแก ทำให้แกกลายเป็นแค่ตุ๊กตาไม้ธรรมดาเท่านั้น! หรือไม่ก็แกบอกเจ้าเด็กนั่นสิ บอกให้มันเอาสิ่งนั้นออกมาดู!

ท่านจะทำลงคอได้อย่างไร? สองปี สามปีผ่านไป คำสาปแช่งก็เป็นจริง เด็กคนนั้นเริ่มรู้ว่าแม่ของเขาไม่มีวันกลับมา แต่เขาก็ไปไหนไม่ได้แล้ว

อาจารย์ผู้หญิงของโรงเรียนก็ถูกผู้ชายคนนี้ใช้วิธีสกปรกไล่เธอออกไป ทางสมาคมเข้ามาตรวจสอบ แต่ยังก็ไม่รู้ความจริง ได้แต่ฟังคำพูดของชายคนนั้น และมองเด็กพิเศษคนนี้เป็นเพียงตัวซวย

ชายคนนั้นวางแผนอย่างรอบคอบ เขาเริ่มกอบโกยเงินทอง และทำมิดีมิร้ายกับหญิงสาวมากมาย เด็กคนนี้ห้ามแล้วห้ามอีก แต่ที่ได้กลับมาคือรอยฝ่ามือบนใบหน้า

กล้าดียังไง แกมันก็แค่หมาตัวหนึ่งที่ฉันเลี้ยงไว้เท่านั้น!”

จูอี๋ ผู้บำเพ็ญเพียรย่อมเข้าใจถึงการประพฤติดีในโลกมนุษย์ดียิ่งกว่าคนทั่วไป แต่แกกลับทำตรงกันข้าม สวรรค์อาจไว้ชีวิตแก แต่ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!”

บางครั้งเด็กคนนี้ก็ทำให้ชายคนนั้นกลัวจนหัวหด แต่ก็ทำให้ความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มาสุสานเพื่อขจัดทุกข์กำจัดโศกก็ผิดหวังไปตามๆ กัน ชื่อเสียงของสุสานแห่งนี้ตกต่ำลง ชายคนนั้นไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย แต่เด็กคนนี้กลับโดยตราหน้าว่าเป็นพวกต้มตุ๋น” “คนหลอกลวงเขายอมให้คนรุมตราหน้าดีกว่าไปช่วยเหลือชายคนนั้นทำเรื่องเลวทราม

ชายคนนั้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ พอเมาเหล้าก็ทำร้ายเขา เขาอยากหนีไป แต่ก็หนีไปไม่ได้

จูโก่ว!” เขาคำราม เด็กคนนั้นทำได้ทนให้เขาทำร้ายร่างกาย

เขามักจะขดตัวอย่างทุรนทุรายอยู่ใต้โต๊ะบูชา เหมือนกับว่าลึกๆ แล้วเขาสัมผัสได้ว่าด้านล่างมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ท่านไม่เข้าใจเลยว่าสวรรค์คอยช่วยเหลือเขาอยู่ หรืออยากกำจัดเขากันแน่

อย่างไรก็ตาม เด็กคนนี้เป็นคนดีเกินไป เขาทำหน้าที่ที่ชายสารเลวคนนั้นควรจะทำ สวดมนต์ เก็บขยะ ที่ขายได้ก็เอาไปขายแลกเงินกินข้าว และยังขอบคุณเจิ้งหวังเหย่ที่ช่วยคุ้มครอง

มีอยู่วันหนึ่ง เหล่าบรรดาผีวิญญาณในสุสานแห่งนี้ ต่างคุกเข่าต่อหน้าโต๊ะบูชา กล่าวกับท่านว่า

ใต้เท้าเจิ้งหวัง พวกเราอยากปกป้องเขา

ผีก็ทำสิ่งที่ผีควรทำ พวกนายน้อยๆ หน่อยเด็กคนนั้นหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น

พูดไปก็เหมือนเสียดสี พอเทียบกันแล้วจิตใจของมนุษย์ที่มีเลือดมีเนื้อ ยังสู้บรรดาผี วิญญาณไม่ได้เลย

ชายคนนั้นไม่เคยหยุดทำร้ายเขา ทั้งร่างกาย และจิตใจ บางครั้งเด็กคนนี้ยังต้องปกปิดแผลไม่ให้ท่านมองเห็น บอกให้ท่านหยุดบ่น นี่เป็นเรื่องของมนุษย์ เขาจัดการมันได้

วันเวลาก็ผ่านไปเช่นนี้ จนถึงฤดูหนาวเมื่อสองปีก่อน ใบหน้าของเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยเลือด เขาเหยียบเข้ามาในศาลเจ้าและหมดสติไป ชายคนนั้นถือมีด จะควักดวงตาของเขาไปขาย

แกอยากเป็นเด็กธรรมดาไม่ใช่เหรอ? ฉันจะทำให้แกได้เป็นสมใจ!”

ชายที่ยิ่งกว่าเดียรัจฉานผู้นั้น ทำให้ท่านและเหล่าบรรดาผี วิญญาณเคียดแค้นจนเหลืออด ถึงจะบอกว่าเขาเป็นคนของโลกมนุษย์ แต่ถ้าผีจะเอาชีวิตคน ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย

เด็กคนนั้นพักฟื้นอยู่ระยะหนึ่งถึงสามารถมองเห็นได้ปกติ พอเขาหายดี สุสานแห่งนี้ก็ไม่มีร่องรอยของชายผู้นั้นอีกแล้ว ทุกคนต่างปิดบังเขา บอกว่าเขาถูกตำรวจจับไปนั่งกินข้าวแดงในคุกแล้ว

บอกตามตรง เด็กคนนี้หลอกง่ายมากจริงๆ

หลังจากที่ชายคนนั้นจากไป สุสานแห่งนี้ก็ได้อยู่อย่างสงบสุขช่วงหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นความสงบสุขก่อนวิญญาณสลายก็ตาม บรรดาผีทั้งหลายและเจิ้งหวังเหย่ต่างก็พอใจ อาจโดนสมาคมเข้ามาก่อก่วนเป็นครั้งคราว สุดท้ายพวกหมอผีก็พบว่าลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญไป แต่ก็ถูกเด็กคนนี้ลงไม้ลงมือ จนเผ่นหนีกลับไป

ชะตาของเด็กคนนี้ซับซ้อนมาก คนใจบุญทั่วไปบุญไม่พอ เลี้ยงไม่ไหว สู้ให้เขาอยู่ที่นี่ต่อไปยังดีกว่า เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนทำร้ายเขา

จนมีนางฟ้านางสวรรค์นามว่าหลินจือผิงลงมาจุติ แม้เกิดในโคลนตม แต่เปี่ยมไปด้วยปัญญาและความงดงาม เพียงเธอเหยียบเข้าไปในสุสานสาธารณะแห่งที่สอง (อาซีแม่อย่าแต่งเรื่องมั่วสิครับ) เข้าไปสู่วงล้อมอันบอบบางของเหล่าวิญญาณที่คอยปกป้องเขาอยู่

เจิ้งหวังเหย่บอกว่าเสี่ยวชีโดดเดี่ยวเดียวดายไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป คุณแม่อย่างฉันอาจจะตกเข้าไปในวงจรของเขาและอาจถอนตัวไม่ขึ้น แต่วันนั้นชีเซียนรับอาหารมื้อสุดท้ายไปแล้ว เขาแบ่งไว้กินหลายวัน ถึงแม้จะอร่อย แต่ก็ไม่กล้ากินเต็มที่เหมือนตอนอยู่บ้าน เพราะถ้ากินหมดแล้ว ก็แปลว่าไม่มีให้กินอีกแล้ว

ท่านเห็นแล้วสงสารจับใจ

หวังเหย่บอกว่าท่านเป็นผี ความคิดความอ่านไม่ยิ่งใหญ่เหมือนเทพเจ้าแท้ๆ ท่านไตร่ตรองอยู่นานทีเดียว ท่านไม่อยากให้ลูกชายต้องทนหิวทนหนาวอีกต่อไป อยากให้มีคนคอยดูแลเขา

ก่อนหน้านี้ เรื่องนั้นก็ลุล่วงแล้ว และท่านก็ไม่มีกำลังจะปกป้องเขาต่อไป ถึงตอนนี้ คนที่ท่านจะฝากฝังได้ก็มีแต่หลินจือผิงผู้งดงามและออนโยนผู้เดียวเท่านั้น ท่านไม่สามารถตอบแทนอันใดทั้งสิ้น หนึ่งเดียวที่ทำได้คือนำคำพูดของท่านส่งต่อให้ฉันผ่านอาซีเท่านั้น ท่านอ้อนวอนฉันไม่หยุด

ฉันบอกเจิ้งหวังเหย่ว่าไม่ต้องเกรงใจ เสี่ยวชีก็เป็นลูกของฉันเหมือนกัน ตอนนี้มาบอกว่าเลี้ยงเขาจะทำให้ฉันฉิบหายวายวอดแล้วจะได้อะไรขึ้นมา? จะให้ฉันปล่อยเขาไป? ฉันจะให้บ้านของเรามีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งกลายเป็นสวนสนุกตระกูลหลินไปเลย!

ฉันตื่นขึ้นมาก็ได้กลิ่นเหม็นๆ ของยา ด้านข้างมีชายหัวล้านลุกขึ้นกดกริ่ง คุณหมอชุดขาวรีบเข้ามาดูฉัน ที่กำลังทำหน้าทะเล้นอยู่ เขาก็โล่งใจขึ้นเยอะ

คุณอาจเคร่งเครียดมากเกินไป ต้องพักผ่อนเยอะๆ นะครับคุณหมอเขียนใบตรวจผู้ป่วย ซึ่งหาสาเหตุของโรคไม่ได้

เธอเคร่งเครียด?” เหล่าหวังร้องดังลั่น  ฉันแกล้งทำเป็นไม่มีแรงอยู่บนเตียง เพื่อให้สอดคล้องกับคำพูดของคุณหมอ

คุณผู้ชายครับ คุณต้องใส่ใจภรรยาของคุณให้มากนะครับคุณหมอตบไหล่เหล่าหวังเบาๆ ฉันพยักหน้าหงึกๆ เพื่อให้การเข้าใจผิดสมจริงมากขึ้น

คุณหมอไปแล้ว คุณพยาบาลที่แสนน่ารักก็ไปแล้วเช่นกัน เวลาตายของฉันก็ใกล้จะถึงแล้วเช่นกัน

เธอไม่มีวันหยุดแล้ว รอไปฉลองปีใหม่กับผู้จัดการใหญ่ที่จีนแผ่นดินใหญ่ละกัน!” เหล่าหวังสีหน้าดุดัน สามารถอัดฉันให้ตายได้ตลอดเวลา

ไต้เท้าเปา ข้าน้อยถูกใส่ความ ลูกชายน้อยๆของข้ารอคอยข้าอยู่ที่บ้าน!” ความปรารถนาใหม่ของปีใหม่ของฉันวางแผนไว้นานแล้ว –- ก็คือเล่นกับเด็กๆ ในวันหยุดยาว

เหล่าหวังขมวดคิ้ว ฉันเดินไปรินชาให้เขาดื่ม ต้องประจบเขาสักหน่อย หลังจากนั้นฉันก็เผลอคุยกับผู้ป่วยเตียงข้างๆ เสียนาน ประมาณหลายสิบนาที เขาให้วิสกี้ฉันมาหนึ่งกล่อง

เหล่าหวัง อย่าทำหน้าซังกะตายแบบนั้น มา มาดื่มเหล้าย้อมใจกันเถอะ!” รสชาติกลมกล่อมอย่าบอกใคร!

เธอทำให้ตัวให้ปกติหน่อย!” ใต้เท้าเปาคำรามลั่น ฉันเลยนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยมเธอเป็นคนเดียวที่ฉันเคยเจอ ที่ผ่านมาอุบัติเหตุรถยนต์มาแค่สองอาทิตย์ ก็หายดีเกินปกติได้ ตรวจสุขภาพที่บริษัทก็ได้อันดับหนึ่งเสมอ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงเป็นลมไปได้?”

เลขาหวังอย่าพูดอย่างนั้นสิคะ ฉันก็แก่แล้วนะ!” ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขายุ่งยาก แต่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้

หลินจือผิง ผู้จัดการใหญ่อยากหาคนรับตำแหน่งต่อ

ยินดีด้วยเหล่าหวัง!” ฉันปรบมือดังก้อง มันช่างเป็นเรื่องน่ายินดีปรีดา ใครๆ ก็รู้ว่าคุณลุงผู้จัดการใหญ่ชอบชายวัยกลางคนหัวล้านคนนี้ที่สุด

ใครจะไปรู้ว่าท่านถูกใจคนติงต๊องอย่างเธอ เธอจะทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อบริษัทสักนิดไม่ได้เหรอ?”

สยดสยอง ฉันเป็นเพียงคนป่วยอ่อนแอคนหนึ่ง ฉันไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

คืองี้นะคะ ลูกชายคนเล็กของฉันยังเรียนมัธยมอยู่ ฉันจำเป็นต้องดูแลเขาอย่างใกล้ชิด

เธอคิดว่าทุกคนจะได้เป็นผู้จัดการใหญ่เหรอ? โอกาสหายากรู้ไหม!”

ที่เขาพูดก็จริง แต่ที่ฉันได้พบอาซี ก็ไม่ใช่เพราะโชคชะตานำพาหรอกเหรอ?

จื้อเหว่ย คุณอย่าดูถูกตัวเอง ถึงคุณจะไม่มีวาสนา แต่คุณก็ต้องได้เลื่อนตำแหน่ง ฉันจะช่วยคุณเองฉันยิ้มให้เหล่าหวัง เปิดผ่าห่มออก เท้าของฉันกลับเข้าไปใส่รองเท้าส้นสูง และตามคนข้างนอกไปเบียดรถเมล์ในช่วงเวลาเลิกงาน

หลินจือผิง กลับมานี่!” เหล่าหวังจอมตุ้ยนุ้ย มือหอบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือยังคิดจะไล่ตามฉันอีก

ห้ามบอกลูกๆ ของฉันนะ ขอบคุณค่า!” ฉันส่งจูบให้เขา และบึ่งกลับบ้านไป

ตอนเด็กๆ คุณปู่เอ็นดูฉันที่สุดเลย ในบ้านมีพี่ป้าน้าอาเต็มไปหมด แต่มีฉันคนเดียวเท่านั้นที่ได้การเอาอกเอาใจจากคุณปู่ ฉันจำได้ลางๆ ว่าคุณปู่ชอบอุ้มฉันมานั่งบนตัก และหยิกแก้มฉันอย่างทะนุถนอม บอกว่าฉันมีบุญมีวาสนาดี ไม่เจ็บไม่ป่วย อายุยืนถึงร้อยปี

เสียดาย คุณปู่บอกว่าตอนฉันจะสิ้นลม ไม่มีใครกุมมือฉัน กล่อมฉันให้หลับสบาย ฉันได้แต่นอนมองฟ้าอย่างโดดเดียว ไม่มีใครอำลาฉัน

ลูกๆ จ๋า แม่กลับมาแล้วจ้ะ!” ฉันพังประตูเข้าไป อยากเจอลูกทั้งสามมากกว่าปกติ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนรอฉันอยู่แล้ว เม้มปากโชว์ลักยิ้ม พุ่งเข้ามาหาฉัน

เจ๊ เจ๊!” รอยยิ้มของชีเซียนเหมือนกับเด็กๆ ที่เจอแม่ก็ยินดีปรีดาบอกอะไรให้ ผมเจออาจารย์ซูแล้ว อาจารย์ซูไง!”

บังเอิญจริงๆ เขาสอนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมที่เสี่ยวชีย้ายไปอาซีดึงผ้าผ่านในห้องครัวเปิดออก ในมือถือน้ำผลไม้สองแก้ว ที่คอมีเจ้าหมีเกาะอยู่

อาซี ลูกรู้มาก่อนแล้วใช่ไหมจ๊ะ? ฉันซดน้ำส้มในมือเรียบ

ก่อนหน้านี้อาจารย์ซูเขาไม่สบาย เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้แป๊บเดียวเอง เขาเจอผมแล้วดีใจมาก

แม่เห็นลูกดีใจขนาดนี้ ใสซื่อเป็นเด็ก แม่ก็ดีใจจ้ะ

อาจารย์ซูยังบอกอีกว่าจะช่วยดูแลเด็กให้ เจ้าหมี พรุ่งนี้ฉันจะพานายไปโรงเรียนเสี่ยวชียื่นมือทั้งสองไปทางอาซี และโบกไปมา แต่เจ้าหมี ซึ่งปกติชอบกอดยิ่งกว่าอะไรก็ไม่ยอมปล่อยมือจากคอของอาซีจะไม่ทิ้งนายไว้ให้ร้องไห้ขี้มูกโป่งอีกแล้ว!”

ว้าย ว้าย ว้าย พอฟังถึงตอนนี้ ฉันก็รีบอุ้มเจ้าหมีเข้ามากอดแน่น โอ๋เอ๋ๆ

พรุ่งนี้แม่พาลูกไปทำงานด้วยดีไหมจ๊ะ

แม่ชอบลืมของนะครับอาซีไม่เชื่อมั่นในตัวฉันเลยแม้แต่น้อย ฉันจะร้องไห้ตามแล้วนะเดี๋ยวผมจะดูแลเขาเอง เสี่ยวชี นายพยายามปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ก่อนแล้วกัน เรื่องอื่นอย่าเพิ่งคิดเลย

ฉันมักรู้สึกว่าคำพูดของอาซีมีอำนาจ ฉันเดินไปอาบน้ำอย่างสุขกายสบายใจ พออาบเสร็จฟ้าก็มืดแล้ว ถึงเวลาอาหารเย็น มีเสียงต่อว่าของเสี่ยวชีดังมาจากโต๊ะอาหารเจ๊นี่ช้าจริงๆฉันเลยต้องเสียสละตัวเอง เพื่อให้เจ้าเด็กนี่ต้องหิวต่อไปสักสองสามนาที

แม่ครับ แม่เป็นอะไรเหรอ?”

อาซีเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่โพกไว้บนหัวของฉัน เขาคงจะระอากับระยะเวลาในเป่าผมของฉันเหมือนกัน เขาหวังอยากให้แม่เขาผมแห้งโดยเร็ว

จินซี แล้วร่างของผู้หญิงคนนั้น…”

แม่ไม่ต้องกังวล ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ

ฉันตาฉันทอดไปที่ห้องรับแขก ซึ่งเสี่ยวชีกำลังสอนเจ้าหมี ทำเสียงน้องแน้งอยู่

ทำไมศพของผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเหมือนกับเสี่ยวชี? แม่ยิ่งคิดก็ยิ่งสมองตื้อ

อาซีหน้าเปลี่ยนสี เขามองไปที่ห้องน้ำ สร้อยเครื่องรางสีทองถูกฉันแขวนไว้เหนืออ่างล้างมือ และฉันก็ฉีกยิ้มให้เขา ปรับเสียงหัวเราะดังร้อยแปดสิบเดซิเบล

ถุย! ความสุขบ้าบออะไรกัน? มันให้พวกผีฆ่าฉันตาย ฉันจะให้มันอยู่เหมือนตายทั้งเป็น!” วิญญาณผีร้ายเข้าสิงร่างฉัน และกำลังจะทำลายครอบครัวน้อยๆ แสนสุขของฉันไป

ฉันไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีผัวะ!” เสียงดังกังวาล ฝ่ามืออาซีตรงมานี้หน้าฉันไม่ยั้ง

ผีชายตนนั้นถูกเขาไล่ไปทันควัน จิตของฉันกลับสู่ร่างกาย เรื่องแรกที่ทำก็คือฉันร้องเอะอะ แม่อย่างฉันเลี้ยงอาซีมาสิบสองปี เขากลับลงไม้ลงมือโดยไม่ลังเล หรือว่าอาซีเห็นฉันแล้วขัดหูขัดตาตั้งนานแล้ว?

หลินจินซีไม่สนใจฉันที่กำลังแกล้งร้องไห้ เขาเดินขวับๆ ไปเอาสร้อยเครื่องรางมาใส่ที่คอฉันไว้ตามเดิม พอมีเครื่องราง ฉันก็มีสติขึ้นมาก แต่ที่มือของอาซีแดงเหมือนเหล็กโดนเผาไม่มีผิด ฉันอยากดูแผลของเขา พอโดนแผล กลับยิ่งทำให้เอาเจ็บ

อาซี…” ในใจฉันเจ็บปวดเหลือเกิน!

แม่ครับ ไม่มีอะไรน่าร้องไห้ อย่าให้เสี่ยวชีจับพิรุธได้ลูกชายคนโตของฉันขมวดคิ้วแน่น เอาผ้าเช็ดตัวเช็ดน้ำตาฉันให้แห้งอย่างรุนแรง

ชีเซียนหันมามองเราทั้งสอง เขาลูบหัวเจ้าหมีเบาๆ อีกหนึ่งวินาทีถัดมา เขาก็มาอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ ใช้ดวงตาหลากสีของเขาจ้องมาที่พวกเรา

เมื่อกี้มีรัศมีแปลกๆ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

เสี่ยวชีพูดอย่างใจเย็น ฉันยกมือขอเวลานอก เพื่อยื้อเวลาแต่งเรื่อง

กาลครั้งหนึ่งมาแล้ว นานมาแล้ว มีสาวงามคนหนึ่งแซ่หลิน บ้านของหล่อนอยู่ที่อพาร์ตเมนท์สุดซอย วันหนึ่งเก็บเด็กได้คนหนึ่ง เขาช่วยเธอทำงานบ้าน ฉลาดและน่ารัก โตขึ้นก็กลายเป็นชายหนุ่มรูปงาม แต่สาวงามตระกูลหลินก็ยังอดเสียดายไม่ได้ เพราะความทรงจำขณะเขายังเด็กมันช่างงดงามเหลือเกิน จนทำให้เธออยากย้อนกลับไปเวลานั้นอีก พระเจ้าได้ยินเสียงในใจของสาวงามคนนั้น และรำลึกถึงคุณแม่แสนดีแห่งตระกูลหลิน จึงบันดาลเจ้ากระต่ายน้อยเสี่ยวชีให้เธอ เขาไม่เหมือนกับพี่ชายคนโตของเขา หน้าตาของเสี่ยวชีเห็นแล้วน่าหยิก โดยเฉพาะตอนที่เขากำลังหน้าดำคร่ำเครียดอยู่……

ฉันพูดไปก็ทำท่าประกอบเรื่องราวไปด้วย เสี่ยวชีถูกฉันหยิก เขาแสดงสีหน้าเอือมระอา เหมือนว่าเขาผิดหวังเหลือเกินที่ซินแสผู้เก่งกาจอย่างเขา กลับมีแม่ที่ไม่สติไม่สมประกอบเช่นนี้

นายคิดไงไปถามแม่?” อาซีทนไม่ได้ จึงรีบเบี่ยงเบนประเด็นคิดมากไปหรือเปล่า มีนายอยู่ผีที่ไหนจะกล้ามาก่อเรื่อง?”

ฉันไม่ถามนายก็เพราะนายชอบทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องขี้มด ในบ้านนี้มีเจ๊กับเจ้าหมีที่ร้องไห้งอแงอยู่ ฉันใช้วิชาปราบผีไม่ได้ ส่วนฉันตอนนี้ก็เป็นเหมือนคนตาบอดไม่มีผิด ไม่เกิดเรื่องก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว!”

เขาพูดถูก ที่นี่มีผีจริงๆ

อาซีเงียบกริบ ชีเซียนจ้องมองเขาอย่างเคืองๆ ถ้าฉันเดาไม่ผิด พี่น้องกำลังทะเลาะกัน

ความจริงแล้วแม่ตดเสียงดังไปหน่อย อาซีเลยตกใจน่ะจ้ะคุณแม่อย่างฉันก็อยากช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น ก็พูดจบก็ทำให้พวกเขาหมดข้อสงสัยเล็กๆน้อยๆ และปรองดองกันเหมือนเดิม

ขอโทษนะครับที่ต้องให้แม่พูดออกมาอาซีตัดสินใจเข้าไปดูเจ้าหมี จะได้ดูสมจริง

พอกินข้าวเสร็จ เจ๊อย่าทำอีกละกันเสี่ยวชีเดินกลับไปที่โต๊ะอาหาร ทิ้งฉันไว้คนเดียว

ยอมสละชื่อเสียงเพื่อความสมานฉันท์ในครอบครัว หลินจือผิง เธอช่างเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่เหลือกิน

ฝ่ามือของอาซีหนักไม่เบาเลยทีเดียว ทำให้ฉันหลับสนิทตลอดคืน หรืออาจเป็นเพราะมีคนมาคอยฝ้าที่ข้างเตียงฉันกลางดึก ผีตนนั้นจึงไม่กล้าก่อเรื่องอีก

ระหว่างนั้น ฉันครึ่งหลับครึ่งตื่น ยื่นมือไปคว้ามือคนที่คอยดูฉันอยู่ มือของเขาหยาบกร้านแต่อบอุ่นกว่ามืออาซีที่ฉันจับจนคุ้นเคย

เสี่ยวชี มีอะไรเหรอ? จะให้แม่ไปฉี่เป็นเพื่อนเหรอจ๊ะ?”

มีอยู่ช่วงหนึ่ง อาซีก็มักจะทำแบบนี้ เขาจำมันไม่ได้แล้ว แต่ฉันกลับคิดถึงวันเหล่านั้นเหลือเกิน ฉันชอบให้เด็กๆ อ้อนฉัน เหมือนที่ฉันชอบแกล้งเด็กๆ

ฉี่เฉ่ออะไรกัน เจ๊รีบนอนไปเลย!”

ฉันหลับตาหัวเราะ ร่างกายเหนื่อยเสียจนไม่อยากขยับแล้ว แต่ก็อยากคุยกับเสี่ยวชีนานๆหน่อย

มาทำอะไรเหรอ? มีเรื่องอะไรร้ายแรงถึงกลับต้องมาอยู่ข้างเตียงแม่?” ฉันอยากรู้จริงๆ หนังตาช่วยเปิดขึ้นหน่อยได้ไหม ฉันรู้สึกว่าเวลานี้ เสี่ยวชียอมบอกฉันทุกเรื่อง

อย่าเปิดไฟ! … ผมกำลังวาดยันต์ เจอแสงสว่างไม่ได้ที่แท้เรื่องที่ต้องลำบากลำบนมาทำถึงที่นี่ก็คือเรื่องนี้นี่เองชีวิตของผมครึ่งหนึ่งไม่ได้อยู่ที่นี่ ยันต์เลยมีประสิทธิผลแค่ครึ่งเดียว เจ๊ก็ใช้ระวังๆ หน่อยละกัน

ฉันเอามือแหวกตามองเขา ในความมืด นัยต์ตาของเขาส่องแสงประกายสีหยก ราวกับดวงดาว ช่างงดงามเหลือเกิน

เสี่ยวชี อื้อ อื้อ อื้อ

กอดแม่ทีหนึ่งนะ

ฟังไม่รู้เรื่อง ผมแค่เห็นว่าเจ๊ดูท่าทางไม่ค่อยดี อย่าเข้าใจผิดมือของเขาเลื่อนออกจากฝ่ามือของฉันไปยังหน้าผาก รู้สึกเหมือนมีไอร้อนๆ ส่งผ่านจากหัวของฉันไปยังอกต่อไปผมจะได้ขึ้นสวรรค์ เอาของสิ่งนี้ไว้ที่ตัวเจ๊ พวกผีในมิติวิญญาณก็ไม่กล้ารังแกเจ๊ได้ง่ายๆ

เฮ้ย แม่อยู่ได้อย่างต่ำก็หนึ่งร้อยปี เด็กโง่ ไม่ต้องวิตกกังวลไปหรอกจ้ะฉันจับข้อมือเล็กๆ ของเสี่ยวชีไว้ เขี่ยนิ้วมือเขาเล่น หวังว่าจะช่วยคลายความวิตกในใจของเขาได้

เจ๊เหมือนหมาเลยเขาทำเหมือนรังเกียจฉัน แต่ก็ไม่ดึงมือออก

เยี่ยมไปเลย อย่างนี้บ้านเราก็เปิดเป็นสวนสัตว์ได้แล้ว ให้อาซีเป็นคนเลี้ยงนี่คือแบบร่างหนึ่งในความปรารถนาของฉัน

ชีเซียนหัวเราะเบาๆ มันทำให้อยากฟังอีกหลายๆ ครั้ง

ชาติที่แล้ว ท่านอาจารย์ป็นคนเลี้ยงผมจนโต ยึดมั่นตามแนวทางปฏิบัติตนของสำนักไป๋ ไม่สุขไม่โศก ทุกข์ระทมไม่หลั่งน้ำตา บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ผ่านไปไม่ได้ แต่คนในสำนักก็เละเทะมั่วไปหมด ค่าธูปค่าน้ำมันเทียนเหลือไม่เท่าไหร่

เขาพูดอย่างคิดถึง ก่อนช่วงเวลาวัยเด็กที่แสนทรหดของเขา ยังมีความทรงจำเลวร้ายอีกมากมายที่เก็บไว้จนถึงชาตินี้

ท่านซินแสมักจะไม่ค่อยไว้หน้าใคร แต่ท่านกลับเอ็นดูผมมาก ท่านพูดบ่อยๆ ว่าในสำนักเราคนที่สามารถบำเพ็ญตนเป็นเซียนได้มีแต่ชีเซียนเท่านั้น แต่เหล่าศิษย์พี่ของผมก็ไม่ได้น้อยหน้าเลย แต่ละคนก็มีจุดเด่นของตน ต่างเป็นหนึ่งในผู้บำเพ็ญเพียรระดับสุดยอดในสมัยนั้น

อายุอานามขนาดนี้ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ฟังนิทานก่อนนอน เสี่ยวชีเล่าอยู่ข้างเตียง คุณแม่ก็นอนฟังตาปริบๆ

ทุกคนโอ๋ลูกมากเลยใช่ไหม?” ฉันลูบหัวเขา เขาพยักหน้าหงึกๆ

โชคไม่ดี ศิษย์พี่หกคนของผมตายตั้งแต่อายุยังน้อย ตอนที่ท่านอาจารย์กำลังจะสิ้นใจ มีผมอยู่ข้างกายท่านคนเดียว ท่านก็กุมมือผมไว้แบบเจ๊นี่แหละ ไม่มีอะไรค้างคา เพราะผมอยู่ตรงนั้นสายตาของชีเซียนมองไปไกล ฉันเข้าใจความรู้สึกที่คนในครอบครัวค่อยๆ ตายจากไปทีละคนท่านอาจารย์มักจะคิดแทนผมเสมอ ท่านกลัวผมหลงเดินทางผิด ถึงแม้ผมจะไม่มีพ่อ แต่ผมคิดว่านี่แหละคือพ่อ ถูกไหม?”

ใช่แล้ว ช่างเป็นชายดีที่หายาก

ผมคิดว่าตายไปจะได้พบพวกเขาอีก คิดไม่ถึงว่าสวรรค์ต้องการให้ผมอยู่ ผ่านการฝึกฝนในชาตินี้ ผมก็ไม่ต้องเป็นคนแล้ว

เสี่ยวชีจ๊ะ ลูกสับสนมากใช่ไหม? มีปัญหาอะไรปรึกษาแม่ก็หมดเรื่องแล้ว!”

เจ๊ไม่รู้สึกว่ามันวุ่นวายเหรอ? เลี้ยงคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง…. ถึงแม้ว่าบ้านนี้ก็มีแต่อะไร ไม่ใช่คนไม่ใช่ผี!”

ว้ายตาย ถ้าอาซีได้ยินเข้า อาจโดนอาซีใช้มีดแทงตายก็ได้! พี่น้องเข่นฆ่ากันเอง เป็นโศกอนาฏกรรมที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่โบราณนานกาล

ในชาตินี้เป็นลูกของแม่ได้ไหมจ๊ะ?” ฉันไม่เรียกร้องมากมาย ขอแค่กำมือคู่นั้นก็พอ

ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าไปก้าวล้ำขีดจำกัดเส้นไหนของเสี่ยวชี เขาง้างนิ้วทั้งห้าของฉันออก อยากรีบกลับไปซ่อนในกระดอง แต่คนอย่างเขาไม่มีเข็มพิษป้องกันตัว กระดองเปิดออกง่ายมาก ฉันเพียงแต่ลูบหัวของเขา ลูบไปลูบมา ลูบมาลูบไป น้ำตาของเขาก็หยดลงมา

เจ๊ ทำไมแม่ของผมเกลียดเรื่องพิลึกที่ผมเล่า? ทำไมเขาถึงไม่มีทางรักผม? ทำไมเขาไม่ต้องการผม? ผมอยู่มาสองชาติแล้ว ทำไมยังทำใจเรื่องนี้ไม่ได้สักที!”

ฉันจับมือเสี่ยวชีย้ายมาที่ท้องของฉัน ให้เขาลองลูบท้องย้วยๆ ของหญิงวัยกลางคนดู

ก็คิดว่าเป็นลูกแท้ๆ ของแม่สิจ๊ะ มีเรื่องอะไรก็ระบายให้แม่ฟัง แม่จะรักลูกจนสุดหัวใจ ไม่ว่าจะโดนสังคมสังเคราะห์รังควาญขนาดไหน ก็จะไม่ยอมเสียลูกคนนี้ไปเด็ดขาด เสี่ยวชี ลูกรักของแม่ ยิ้มให้แม่ดูหน่อยได้ไหมจ๊ะ?”

ฉันก็ไม่แน่ใจว่าแม่หมายถึงอะไร อย่างแม่ของฉัน ถ้าลูกสาวไม่ก่อเรื่องสักวันก็ดีใจดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันก็อยากให้ลูกชายคนเล็กของฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ดูเขาเติบโตอย่างปลอดภัย แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว

เช้าวัดถัดมา พอตื่นก็ตะวันโด่งแล้ว ทำไมไม่มีสายเรียกเข้าปลิดชีวิตของเหล่าหวัง ที่แท้วันหยุดสุดสัปดาห์มาถึงอย่างไม่รู้ตัว โปรดให้ฉันสรรเสริญข้าราชการผู้คิดค้นวันหยุดสุดสัปดาห์ขึ้นมาเถิด

เจ้าหมีโผล่หูปุยๆ ทั้งสองข้างออกมาจากผ้าห่ม ฉันดึงขึ้นมาจุ๊บแรงๆ สองที มีเสียงกระแอมดังออกมาจากนอกประตู อาซีโพกหัวแบบแม่บ้านมายืนรอหน้าประตูแล้ว มารอจัดระเบียบที่นอนยุ่งเหยิงของฉัน

ที่แท้โดนแม่ฮุบไปนี่เองอาซีถอนหายใจ ซึ่งแฝงไปด้วยความหดหู่ที่มีต่อคุณธรรมในสังคม

ว้าย อ๊าย ลูกพูดอะไรจ๊ะ? พูดเหมือนแม่เป็นนางยั่วเมืองซะงั้น…” ฉันอยากลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ขึ้น เจ้าหมีไม่ได้หนักขนาดนี้สักหน่อย

ผ้าห่มฝ้ายเปิดออก ฉันเพิ่งเห็นว่าใต้ผ้าห่มมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนอนขดอยู่ทางขวาของฉัน หลับปุ๋ยเชียว ฉันสังเกตอย่างละเอียด ลูกชายฉันช่างน่ารักจริงๆ

อาซีมานอนด้วยกันเถอะ!” ฉันตบๆ ที่นอนด้านซ้ายที่ยังว่างอยู่ สถานะตอนนี้ยังขาดอีกหนึ่งในสาม

แม่อย่าโลภสิครับอาซีเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ เขาโบกเครื่องดูดฝุ่นในมือไปมาแม่รู้สึกเป็นไงบ้างครับ?”

อืม หลับสบายมาก!” สบายไปทั้งตัว เหมือนตอนอึ๊เสร็จไม่มีผิด

เสี่ยวชีมีพลังมากกว่าเครื่องรางไล่ผีอีกนะเนี่ยจะทำยังไงถึงจะหลอกเขามาประเคนหน้าประตู ให้แม่รังแกทุกวันได้นะ? น่าคิดจริงๆอาซีพูดงำงึมอย่างมีเลศนัย

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเสี่ยวชีถึงตื่นขึ้นมา นั่งหน้าแดงกินข้าวกลางวัน เขาไม่คุยกับฉันเลยทั้งบ่าย ฉันก็ไม่กล้าไปทักเขา แม่ไม่ล้อลูกหลอกจ้ะ แต่พี่คนโตของลูกไม่แน่

หลังจากนั้น พวกเราก็ใช้ชีวิตปกติไปสองสามวัน นอกจากภารกิจเร่งด่วนของอาซี วางยา ซุ่มโจมตี ใส่เหล้าโซจูในแกงมาขัดขวางเสี่ยวชีมาเป็นไออุ่นให้กับแม่ของเขาแล้ว บ้านเราก็มีแต่ความสุขสงบ ไม่ว่าข้างนอกจะหนาวเหน็บเพียงไหน ก็ไม่มีผลต่อจิตใจที่แสนอบอุ่นของเรา

ฉันยังจะไปห้องพักสุดหรูสำหรับครอบครัวของโรงแรมยอดนิยมในช่วงเทศกาลตรุษจีนกับผู้จัดการใหญ่อีกด้วย ถึงแม้ว่าเกือบต้องไปดูตัวก็เถอะนะ แต่การเสียสละของฉันก็คุ้มค่า พอเสี่ยวชีได้ยินว่าครอบครัวเราจะได้ไปเที่ยวกัน ตาเขาก็เบิกกว้างขึ้นเป็นสองเท่า แม้แต่เรื่องที่ตัวเองหมดสติไปหลายคืนก็ลืมเสียสนิท มื้อเย็นก็กินเยอะกว่าปกติ

แม่ครับ ผมรู้สึกผิดยังไงไม่รู้อาซีเกิดรู้สึกขึ้นมาระหว่างแบกเสี่ยวชีมาที่ห้องฉันตามปกติ เขาก็ไม่คิดว่าเสี่ยวชีจะใสซื่อให้เขาลงมือได้ง่ายๆ ซึ่งติดต่อกันมาห้าวันแล้วด้วย

ไม่เป็นไรหรอกเสี่ยวซี ที่ทำมาทั้งหมดก็เพื่อความรักที่มีต่อแม่นี่นา!” อย่างน้อยฉันก็แฮบปี้มีความสุข ดูสิ ขนาดเจ้าหมีกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ท้องอาซี เขายังหลับสนิทไม่รู้ตัวเลย

ช่วงนี้ไม่มีอะไรผิดปกติเลยใช่ไหมครับ?” อาซีไม่เหมือนฉัน ตาเห็นว่าไม่มีอะไร แต่ใจก็ยังไม่เชื่อว่าปลอดภัยไร้กังวลแล้ว

ฝันดีนะจ๊ะ แม่มีเสี่ยวชีคุ้มกันอยู่ให้ฉันได้อวดสักหน่อย มันเป็นข้อพิสูจน์ความรักที่ฉันได้จากลูกชายคนเล็ก

สีหน้าของอาซีดูสับสน เหมือนกับว่าสิ่งที่ชีเซียนทำนั้นไม่ถูกต้อง

ถึงเขาจะตายด้วยมือแม่ เขาก็เป็นคนผิด

กรี๊ด ลูกพูดจนแม่ขนลุกขนพองหมดแล้ว

คืนนั้น ในความฝันของฉันไม่มีผีตนนั้นแสยะยิ้ม มีเพียงความฝันที่งดงามร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณปู่คาบบุหรี่สั่นไปมา ในอ้อมกอดมีเจ้าหมี เหมือนกับเป็นเด็กทารก พ่อกับกำลังยุ่งอยู่กับเก็บใบชาไปให้อาซีและชีเซียน แม่หันมาหัวเราะกับฉัน และพูดว่าคนป้ำๆ เป๋อๆ อย่างฉันโชคดีที่ได้ลูกสุดเจ๋งแบบนี้มา

ทุกอย่างเหมือนกำลังเดินเนินอยู่ และดูเหมือนจะเป็นแบบนี้ต่อไปจนถึงอนาคต ถ้าฉันจับสิ่งที่อยู่ในมือไม่ปล่อย ฝันอันงดงามก็จะไม่หายไป

จะตายอยู่แล้ว ปล่อยมือ ปล่อยมือออก!”

ผีน่ารังเกียจตนนั้นโผล่มาอีกแล้ว บังอาจใช้เสียงของชีเซียนมาหลอกฉัน!

แกคิดว่าแกเป็นใคร ชีเซียนลูกชายสุดที่รักของฉันนะยะ!”

ฉันได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบา และในผ้าห่มก็ไม่มีการยื้อแย่งอีก

เช้าวันต่อมา แผนการณ์ของอาซีถูกเปิดโปงซะแล้ว หลังจากไหว้เจิ้งหวังเหย่เรียบร้อย เสี่ยวชีก็งอนตุ๊บป่องออกไปโรงเรียนเอง

ฉันได้แต่กินอาหารเช้าอย่างเหงาๆ ไปสองจาน

ถึงเวลาสู้ตายกับการทำงาน ฉันก็คิดแต่ว่าจะเอาอะไรกลับไปง้อลูกชายฉันดี จนไม่ทันระวังเดินเข้าไปในห้องน้ำชาย จนทำให้ผู้ชายในบริษัทหนึ่งโขยงเตลิดเปิดเปิงไป ฉันโดนหัวหน้าเรียกไปตักเตือน แถมยังโดนลงโทษให้คัดผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัวสามร้อยจบ พอเขียนถึงครั้งที่เจ็ดสิบก็กลายเป็นลูกชายของฉันน่ารักที่สุดทำจนใต้เท้าเปาโผล่เข้ามาจัดการข้าน้อยจนตาย

พอกลับถึงบ้าน ท้องฟ้าก็มืดแล้ว เสี่ยวชียังไม่กลับมา กระต่ายน้อยของบ้านไม่อยู่ ทำจนฉันกับเจ้าหมีนั่งเซ็ง

หาโทรศัพท์มือถือให้เขาเครื่องหนึ่งก็โอเคแล้วอาซีเหลือบตามองอาหารที่เย็นเร็วมาก ดูเหมือนรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง แต่ดูอีกทีก็ไม่เหมือน

กริ่งหน้าประตูดังขึ้นขณะที่ฉันกำลังจะแอบออกไปตามเสี่ยวชี ฉันยังเดินไม่ถึงหน้าประตู เสี่ยวชี ซึ่งแบกกระเป๋านักหนังสืออยู่ก็ปรากฎขึ้นกระทันหัน สีหน้าดูไม่ดีนัก

อยู่ข้างนอกต้องสงบเสงี่ยมหน่อยสิอาซีสั่งสอน เสี่ยวชีฟังอย่างใจลอย

เชดโด้ ก็แค่ลืมเอากุญแจไปเขาอธิบายสั้นๆ เหมือนกำลังครุ่นคริดเรื่องอะไรอยู่ ไม่ได้เอาสมาธิกลับมาบ้านด้วยเรื่องพวกนั้น พวกเจ๊ห้ามปิดบังผม

เรื่องที่แม่แอบจุ๊บหน้าผากลูกเหรอ? ลูบไล้ร่างกายที่แสนสง่าของลูก? ใส่กระโปรงจีบสมัยม.ปลายของแม่ให้ลูก? แต่กางเกงในอาซีเป็นคนเปลี่ยนให้ลูกนะจ๊ะ ไม่ใช่แม่!” แย่แล้ว ฉันโดนข้อหารังแกเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะแน่เลย

ยัยเจ๊เพี้ยนสติไม่เต็มบาท!” เสี่ยวชีโกรธจนหน้าซีดขาวของเขากลายเป็นสีแดงเหมือนลูกแอปเปิ้ลไม่ใช่ทั้งนั้น!”

ถ้างั้นคือ?” ฉันนึกไม่ออกแล้ว

เสี่ยวชี ไหนนายค่อยๆ เล่ามาผู้ร่วมขบวนการอย่างอาซีกลับทำเป็นพี่ชายบริสุทธิ์ซะงั้น บ้าที่สุด!

วันนี้มีตำรวจหัวปิงปองมาหาฉันที่โรงเรียน ให้ฉันไปดูศพน้ำเสียงของอาซีต่ำลึก แต่ไม่มีอารมณ์โศกเศร้าอยู่ไอ้คนที่ตั้งให้ฉันถูกรถชนตายเมื่อหลายวันก่อน พวกเขาบอกว่าบนรถบรรทุกไม่มีคนขับ มีเพียงพยานเห็นเหตุการณ์แค่คนเดียว

เสี่ยวชีฉันมามองหม่าม้าและอาเฮีย อาซีเหลือบตามองลงเล็กน้อย

ผู้ชายคนนั้นตายตาไม่หลับ เขาไม่ยอมกลับไปเกิดแน่นอน ฉันเป็นห่วงคนที่เป็นพยานเห็นเหตุการณ์เสี่ยวชีมองขวับมาที่อาซี แล้วก็เคลื่อนสายตามาที่ฉันเจ๊มีอะไรจะบอกผมไหม?”

ทันใดนั้น ก็เหมือนมีไอเย็นยะเยือกพุ่งขึ้นมาจากใต้เท้าฉัน อากาศหนาวขนาดนี้ ฉันกลัวเสี่ยวชีจะหนีไปอีก เลยได้แต่ส่ายหัว

ไม่ได้ ลูกจะไปที่ไหนอีก?” ขาทั้งสองข้างของฉันก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว ฉันกอดเสี่ยวชีอย่างห่วงใย

สายตาแข็งกร้าวของเสี่ยวชีอ่อนโยนลง เขากระซิบเบาๆ … “ผมให้เจ๊โดนทำร้ายไม่ได้

ช่างเป็นเด็กผู้ชายที่อ่อนโยนเสียยิ่งกระไร แต่ทำไมสวรรค์ถึงทำกับเขาแบบนี้?

ทำเหมือนกับฉันเป็นแม่แท้ของลูกไงจ๊ะ ยอมทนทุกข์ทรมานเพื่อลูกฉันฉีกยิ้ม มองเด็กโง่คนนี้อย่างมีความสุขน่าสงสารจริงๆ ก็เพราะคลอดเด็กเหลือขออย่างแกออกมา ผู้หญิงคนนั้นถึงได้ตายอนาจแบบนี้ ถึงฉันจะเป็นจะตายยังไงก็ต้องมาบอกแก แกนั่นแหละที่ทำให้แม่ตาย!”

จูอี๋ แม้แต่คนพูดแกยังไม่ได้ยิน นับประสาอะไรกับผีพูด!” เสี่ยวชีตอบอย่างเย็นชา เขาดึงมีดเล่มใหญ่ออกมาจากสร้อยสองที่คอของเขา ชี้มีดมาที่ปลายจมูกฉัน

จากที่คุยกับเขา ฉันบังเอิญได้รู้ว่าเสี่ยวชีคิดว่าแม่ของเขาได้แต่งงานกับคนดีๆ มีชีวิตที่สุขสบาย ซึ่งเป็นสิ่งเจิ้งหวังเหย่แอบบอกอาซี เจิ้งหวังเหย่ก็คงขอร้องให้อาซีโกหกต่อไป ไม่ให้เด็กคนนี้รู้ว่าแม่ของเขาตายอย่างไร

ไสหัวไป ไม่งั้นฉันฟันแกเละแน่!”

แน่จริงแกฟันเลย!” ผีตนนั้นท้าทายอย่างไม่กลัววิญญาณของยัยผู้หญิงคนนี้จะทนไม่ไหวแล้ว แค่นายใช้มีดเฉือนสักนิด รับรองวิญญาณของยัยนี่บินออกจากร่างแน่!”

น้อยๆ หน่อย ฉันหลินจือผิงคนเลวตายยากย่ะ ฉันอ่อนแออย่างที่แกพูดซะที่ไหนกัน!

เสี่ยวชี หยุด!” อาซีกดมีดในมือของเสี่ยวชีที่กำลังสั่นเทาเชื่อฉัน แม่เป็นคนเลวตายยาก ไม่ได้อ่อนแออย่างที่นายคิด

จินซีนะจินซี ไม่เสียแรงจริงๆ ที่เกิดมาเป็นลูกแม่

บ้าเอ๊ย ไอ้ผีนี่มันสิงอยู่ในร่างเจ๊ นายก็ทำอะไรไม่ได้ หรือนายจะให้บั้นปลายชีวิตของเจ๊มีผีสิงอยู่งั้นเหรอ?”

อาซีเปิดการเจรจากับผีตนนั้น เขาไม่รู้สึกตื่นตระหนกที่แม่ถูกสิงร่างแม้แต่นิดเดียว

ฉันหัวเราะขึ้น

เดี๋ยวฉันไปเอามีดมาเอง พวกแกไม่ฟันฉัน ฉันฟันตัวเองก็ได้ ไอ้หมาจู แกว่าดีไหม?”

เสี่ยวชียืนอยู่ที่เดิม ตัวเขาแข็งเป็นหิน เขาส่ายหัวไปมา

จูโก่ว ถอดเครื่องรางสีทองออกเถอะนะจ๊ะ

แกแกไม่ต้องใช้เสียงของเจ๊พูดกับฉันเสี่ยวชีก้มหน้าลง ไม่มองก็รู้ว่าเขากำลังสับสนว้าวุ่น

ตอนนี้ชีวิตของแกอยู่ในมือฉัน ขัดคำสั่งฉันได้งั้นรึ?” มือของฉันจับผมม้าสีเทาของเขา กระชากขึ้นอย่างรุนแรง เพื่อจะได้เห็นสีหน้าหมดหวังของเขาได้ชัด

บอกตามตรงนะ เรื่องมาถึงตอนนี้ คนที่ตื่นตระหนกที่สุดก็คือตัวฉันเอง ทุกครั้งที่โดนสิงร่าง ฉันรู้สึกเหมือนโดนมีดนับพันเล่มทิ่มแทง ทำจนฉันใช้ความคิดปกติไม่ได้

แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว ร่างกายเป็นของฉัน สิ่งที่ฉันทำได้ก็ไม่น้อย ไม่ได้หมายถึงทำให้ลูกชายสุดที่รักของฉันเจ็บนะ ฉันลองขยับแขนอีกข้างที่ว่างอยู่ กำหมัดชกไปที่หน้าตัวเอง ลองดูว่าเจ้าผีสารเลวนั้นที่ทำลายครอบครัวของฉันจะรู้สึกเจ็บสักนิดไหม

ครั้งสุดท้ายแล้ว เป็นครั้งสุดท้ายที่แกจะได้ทำลายแผนการณ์ของฉัน!”

อืม เจ็บโลกตะลึง ปากกระแทกกับฟัน มีเลือดไหลซิบๆ ฉันลูบคางตัวเองไป ลูบหัวเสี่ยวชีที่ถูกรังแกไปพร้อมกัน

โอเค แม่กลับมาแล้ว พูดเรื่องเดิมต่อ แม่อยากบอกลูกว่าพวกเรากินข้าวกันเถอะ โอ๊เย!” ฉันชูมือทั้งสองขึ้นสูง เจ้าหมีเลียนแบบท่าทางของฉัน น่ารักที่สุด

อาซีถอนใจอย่างโล่งอก แล้วเดินไปอุ่นอาหาร

มีแค่เสี่ยวชีที่ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ เขาเพิ่งมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ไม่นาน ยังไม่ชินกับการวิถีชีวิตไม่รู้ร้อนรู้หนาวของพวกเรา

มานี่เร็ว มีแครอทของโปรดลูกด้วยนะจ๊ะ!” ฉันถือข้าวจานใหญ่มาก พูดจาเพ้อเจ้อไปทั่ว ความจริงแล้วเสี่ยวชีชอบซี่โครงหมูตุ๋นที่อาซีทำมากกว่า

อาซีช่วยฉันโอ๋น้องชายไม่เป็นไรหรอก ต้องมีวิธีแน่ กินให้อิ่มท้องก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่นะเสี่ยวชี

เจิ้งหวังเหย่บอกว่าผมไม่ควรควรพอได้แล้ว…” เสี่ยวชีกำลังสำนึกต่อหน้าเจิ้งหวังเหย่อยู่ เขาก้มหน้าลงต่ำ ไม่ขยับไปไหนได้ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ต้องเดินไปหาเขาเอง

ฉันยกอาหารแสนหอมหวลมายั่วเขา พอฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ ถึงเห็นว่าที่ขอบตาเขามีน้ำตาคลอ

เป็นอะไรไปเหรอลูก?” ฉันทำให้เขาเสียใจอีกแล้วหรือ?

เสี่ยวชีส่ายหัว ขาข้างซ้ายคุกเข่าลง เขาก็หายไปต่อหน้าฉัน

แม่ เขาหนีไปแล้วอาซีเตือนสติฉัน ฉันเพิ่งได้สติก้มลงเก็บชามข้าวที่หล่นลงกับพื้นเดี๋ยวผมเก็บเอง แม่ไปกินข้าวเถอะ เพิ่มพลังหน่อย

พวกเราไม่มีวิชาตัวเบา อาซีขี่รถมอเตอร์ไซค์ให้ฉันซ้อน ขับออกตามหาเด็กหนีออกจากบ้าน อากาศข้างนอกหนาวมาก ฉันใส่เสื้อนอกสองชั้นยังไม่รู้สึกอุ่นเลย

รถมาจอดหน้าสุสานสาธารณะแห่งที่สองที่เหลือแต่ซากปรักหักพัง เราเดินฝ่าลมไปยังศาลเจ้าเล็กๆ ที่พังยับเยิน ข้างในนั้นไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เจิ้งหวังเหย่กับศพของแม่เขาไม่ใช่ที่ที่เขาอยากกลับไปอีก

เด็กคนนี้นอนหลับได้ยังไงเนี่ย?” ฉันอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเจ้าเด็กหัวรั้นคนนี้ ที่กำลังนอนอยู่ที่มุมอันหนาวเหน็บ

เพราะผมแอบใส่ยานอนหลับไปนิดหน่อย คิดไม่ถึงว่าจะได้ผลอาซีถอดเสื้อกันลมออก และห่มให้เขาอย่างระมัดระวัง

ฉันถูมือเสี่ยวชีทั้งสิบนิ้ว จนมือเขาเริ่มอุ่นถึงหยุดถู อากาศหนาวแบบนี้ ถ้าพวกเราไม่เจอเขา ไม่แน่ เจ้าเด็กติงต๊องคนนี้อาจมีชีวิตอยู่ไม่เกินคืนนี้ก็เป็นได้

จินซี มีวิธีอะไรที่จะฆ่าผีตัวนั้นได้?” ฉันโกรธจริงๆ แล้ว

ถ้าแม่อยากละก็…”

ฉันตกใจตื่นตอนเช้า ข้างเตียงแม่อย่างฉันไม่มีใครอยู่ ฉันกรี๊ดลั่น วิ่งออกไปโหวกเหวกนอกห้องเสี่ยวชี! เสี่ยวชีของแม่!” ไม่ง่ายเลยที่เห็นอาซีเดินตาปรือออกมาจากห้องนอน ฉันคิดว่าเขาจะเตรียมแผนการณ์รับมือฉันอาละวาดแล้วเสียอีก

จะโวยวายเพื่อ? ไม่ว่าเป็นอะไรเจ๊จะสงบบ้างได้ไหม?” ชีเซียนขดอยู่บนโซฟาทั้งตัว หันมาดุฉันอย่างเรียบเฉย

บนโต๊ะมีน้ำอุ่นหนึ่งแก้วและขนมปังหมดอายุที่อาซีเตรียมจะเอาไปทิ้ง สิ่งที่ทำให้เสี่ยวชีลุกไปจากเตียงฉันก็คือความหิว เขาลุกขึ้นแต่เช้าเพื่อหาอาหารใส่ท้องให้อิ่ม

นายทำอะไรน่ะ?” อาซียืนอยู่ข้างฉัน แกล้งถามเสี่ยวชีทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

อาซีตื่นมาอย่างเงียบเชียบราวกับมีเวทมนตร์ จนทำให้เสี่ยวชีตกใจสะดุ้งโหยง เขารีบเก็บขนมปังหมดอายุกลับใส่ถุงแทบไม่ทัน

ฉันคิดว่าพวกนายไม่เอาแล้ว…” เจ้ากระต่ายน้อยตอบอย่างอายๆ

พ่อครัวแห่งยุคอย่างอาซี ทนเห็นคนกินขนมปังคู่กับน้ำร้อน กินข้าวแห้ง หรือเบื่ออาหารไม่ได้ ฉันสงสัยว่าเขาเคยอ่านหนังสือเลี้ยงเด็กมาก่อนหรือเปล่า ถึงสามารถจัดการกับเด็กๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้

อาซีชี้ไปที่โต๊ะอาหาร บนนั้นมีอาหารมื้อดึกของเสี่ยวชีตั้งอยู่ มันคือแซนวิซขนาดมหึมา เมื่อวานฉันแอบแบ่งไปกินหนึ่งอัน

ที่บ้านไม่มีข้าวให้นายกินหรือไง!” อาซีคำรามแผ่รังสีอำมหิต เจ้าหมีบนโซฟาก็สั่นสะเทือนเพราะรังสีไปด้วย ก็รีบเด้งขึ้นมาหลบภัยทางฉันอย่างตื่นตระหนก

ฉันไม่ใช่คนของบ้านนี้ พวกนายไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน!” เสี่ยวชีลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับอาซี มือกำหมัดแน่น เหมือนกับเพื่อสร้างเกราะป้องกันตัวเองฉันจะจัดการเรื่องให้เรียบร้อย บอกกับสวรรค์ว่าฉันไม่เกี่ยวอะไรกับคนที่นี่ เรื่องบ้าบอของฉันไม่เกี่ยวกับพวกนายทั้งแต่แรกแล้ว!”

แม่ดูแลปกป้องนายขนาดนี้ นายจะทิ้งไปไม่ใยดีงั้นเหรอ?”

ฉันไม่ได้ขอร้องให้เจ๊ดีกับฉันสักหน่อย เจ๊คิดเองทั้งหมดนั่นแหละเสี่ยวชีเงยหน้าขึ้นมองฉัน ฉันยิ้มแบบคุณแม่ใจดีให้เขา

จะทำให้เขาพลอยซวยไปด้วยเพราะแค่ความโลภชั่วครู่ของฉันไม่ได้ ฉันทำให้แม่ตายไปหนึ่งคนแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำร้ายเจ๊อีกคน

แต่ก็ยอมเสี่ยงคำพูดของอาซีมีความเซ็งปนอยู่

แต่ฉันไม่กล้าเสี่ยวชีเหลือบตาลง น้ำตาคลอเบ้า

พวกเขาพูดถึงอนาคต ฉันฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แล้วก็ไม่อยากรู้เรื่องด้วย อาซีกำลังบีบคั้นเสี่ยวซี เสี่ยวซีก็กำลังดื้อรั้น ในฐานะที่เป็นแม่ ฉันแทรกเข้าไประหว่างกลาง ดึงมือของเขาทั้งสองมาจับกัน ควรดีกันได้แล้ว

เสี่ยวซีหรือเสี่ยวชีแม่ก็รักทั้งคู่แหละจ้ะ หยุดทะเลาะกันเพราะแม่สักทีนะจ๊ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

ฉันเห็นเขาทั้งสองคนส่งสายตาตกลงกันครู่หนึ่ง แล้วก็วิ่งหนีฉันไป ฉันเรียกก็ไม่ตอบ เข้าไปในห้องน้ำกันสองคน พอฉันนึกขึ้นได้ว่าโถส้วมมีแค่โถเดียว แล้วตอนที่อันนั้นของพวกเขาสองอันพวกเขาตกลงเรื่องส่วนตัวกันได้แล้ว และออกมาเตรียมอาหารเช้าอย่างสมัครสมานสามัคคี

โอ่เอ๊ะ พวกเธอมีความลับอะไรกันจ๊ะ บอกแม่บ้างได้ไหมเอ่ย…”

ให้ตายก็ไม่สนใจฉันเลย ปากของพวกเขาเหมือนกับติดตั้งระบบล็อกอัตโนมัติไว้ น่าเบื่อที่สุดเลย

อาซีหันไปหันมาเสิร์ฟเบเกอรี่ทั้งหมดสามอย่าง ดูเหมือนเสี่ยวชีหิวจนตาลายแล้ว ตะเกียบของคีบอาหารไม่หยุด หม่ำเอาหม่ำเอา ทำอย่างกับว่าจะเป็นอาหารมื้อสุดท้ายอย่างนั้นแหละ

เสี่ยวชี

ไม่มีการตอบรับ ฮึ

เสี่ยวชีจ๋า ลูกรัก

ไปกวนคนนั้นไป!”

อาซี แม่รักลูกม้ากมาก….” ลูกชายคนโตพยักหน้าตอบ ฉันก่อกวนสำเร็จก็หันกลับมาที่เสี่ยวชีลูกจ๋า บนถนนมีเด็กผู้ชายเต็มไปหมด แต่แม่ว่าลูกน่ารักที่สุดแล้ว เขาว่ากันว่าแบบนี้เรียกว่ามีวาสนาต่อกัน ลูกว่าไหม?”

คิดเยอะไปแล้วเจ๊เกราะกำบังของเสี่ยวชีวันนี้แข็งแกร่งเป็นพิเศษ

รอเดือนหน้า ก็ถึงวันเที่ยวของตระกูลหลิน พวกเราจะไปจับหมีดำที่สาปสูญและวิญญาณเสือในตำนานกัน!”

คดีดังแห่งเกาะไต้หวัน ข้าพเจ้ามาแล้ว! พร้อมด้วยบอดี้การ์ดรูปงามอาซีและเจ้ากระต่ายน้อยเสี่ยวซี บวกด้วยเจ้าหมีที่คอยหลอกหล่อสัตว์ประหลาดออกมา

อาซีและเสี่ยวชีหยุดนิ่งโดยมิได้นัดหมาย อะไรกัน อายุแค่นี้ทำไมความจำที่แย่กว่าแม่อีกล่ะ?

ฉันอดทนรอไม่ไหวแล้ว ตะเกียบของเสี่ยวชีถือค้างอยู่บนอากาศ จนถูกอาซีเตะที่หัวเข่าเขาถึง ครับ มาหนึ่งคำ

พวกเขาไปเรียน ส่วนฉันก็ไปทำงาน การโบกมือลาระหว่างทางเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ กระเป๋าของอาซีวันนี้ใหญ่มาก เหมือนฉันได้ยินเสียงเจ้าหมีร้องไห้ดังแว่วออกมา แล้วยังมีอุ้มมือโผล่มาข้างนอกกระเป๋าอีก โบกไปมาขอความช่วยเหลือ แล้วก็ถูกเสี่ยวชีจับยัดลงไปข้างใน

เอ๊ะ เหมือนมีอะไรอยู่ข้างใน…” ฉันตาฝาดหรือเปล่า?

ไม่มี!” อาซีและเสี่ยวชีพูดเป็นเสียงเดียวกัน

ฮือฮือ พวกเขาโกหกแม่ได้ไง ลูกชายต้องแต่งงานหนีแม่ไปจริงๆ ด้วย

เจ๊รีบไปทำงานสิ!” ท่าทางที่อาซีไล่ฉันมันช่างทำร้ายจิตใจดวงน้อยๆ ที่แสนบอบบางดวงนี้เหลือเกิน

เสี่ยวชีระวังตัวดีๆ นะจ๊ะ เชื่อฟังอาจารย์ซู แม่จะคิดถึงลูกจ้ะ

ไม่มีเสียงตวาดกลับมาตามที่คาดไว้ วันนี้เสี่ยวชีมองฉันอย่างเรียบร้อย ฉันชอบแววตาที่จ้องมองฉันแบบนี้จริงๆ

เจ๊ ผมทำให้เจ๊วุ่นวายมากเลย

ไม่มีเรื่องแบบนั้นสักหน่อยเทียบไม่ได้กับเรื่องที่ฉันก่อหรอก

ขอบคุณฮะ

คำพูดขอบคุณของเขาอยู่ในสมองฉันนานมาก ฉันยอมรับว่าฉันเป็นผู้หญิงโบราณ มักจะคิดว่าคนครอบครัวเดียวกันไม่ต้องพูดคำพูดตามมารยาทแบบนี้ มันจะทำให้รู้สึกห่างเหิน

เหล่าหวัง ฉันควรหาผู้ชายแสนดีมาอยู่เป็นคู่ชีวิตดีไหม?” ฉันเปิดเอกสารดูหนึ่งรอบ แล้วก็ผลักเอกสารทั้งหมดไปไว้ที่หน้าเหล่าหวัง

แค่ก แค่ก แค่ก แค่ก แค่ก!” เลขาหวังเกือบจะสำลักน้ำชาตาย มีอะไรน่าตกใจขนาดนั้นเหรอ?

เด็กผู้ชายพละกำลังเยอะ ฉันคนเดียวยื้อพวกเขาไม่อยู่ฉันใช้เทคนิคการพูดแบบอ้อมค้อม ความหมายก็คือถ้ามีผู้ชายอีกคนมาช่วยดู ลูกก็จะไม่ออกจากบ้านไปไหน

เธอมีเงื่อนไขอะไรบ้าง?” ดูเหมือนใต้เท้าเปาเอาจริงแล้ว งั้นฉันก็เล่นละครต่อไป

ก็แบบที่ทำให้ผีเชื่อฟังได้ ระดับประมาณแค่เง็กเซียนฮ่องเต้ก็พอข้อเรียกร้องของฉันไม่เยอะ

ไม่มีมนุษย์แบบนั้นสักหน่อยเหล่าหวังมือรัวคีย์บอร์ดอย่างหมดความอดทน แล้วก็เอาเอกสารอีกกองหนึ่งมาไว้ที่ตะกร้าที่เกือบว่างของฉันถ้าตอนแรกเธอไม่รับเลี้ยงเจ้ากาฝากนั่น จะทำให้เธออายุสี่สิบแล้วยังไงขายไม่ออกแบบนี้เหรอ?

อาซีเป็นลูกรักของฉันนี่นา

ใต้เท้าเปาเช็ดหน้ามันเยิ้มของเขา ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของฉัน เขาคิดมาตลอดว่าอาซีเป็นปีศาจระดับบอสมาตลอด

หลินจือผิง เธอต้องมีขอบเขตุหน่อยนะ ถ้าที่นี่ไม่มีเธอ ผู้จัดการใหญ่จะแก่เร็วขึ้น

ไอหย่ะ คนที่ไม่อยากให้เขาจากไปที่สุดก็คือคุณ เหล่าหวัง….” ฉันเดินเข้าไปผลักแขนของเหล่าหวัง ใต้เท้าเปาสวนกลับหักนิ้วฉันไปข้างหลังกรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด ทำร้ายคน กรี๊ด!”

หุบปาก แล้วทำงานไปซะ!”

ฉันพอใจกับงานที่ทำอยู่ ถึงแม้ว่าเบื้องบนจะโหดเหี้ยม แต่พวกเขาก็ใส่ใจฉันมาก

พรุ่งนี้ก็ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว ฉันรีบใช้วันที่อากาศสดใส บึ่งไปหาซินแสที่เหล่าหวังแนะนำที่ภาคใต้ พอกลับบ้านก็จะได้เจอหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของอาซี เจ้าหมีและเสี่ยวชี

สถานการณ์ของเธอคับขัน ร่อแร่รุ่งริ่ง ถึงซินแสของฉันจะช่วยไล่ผีออกไปได้ แต่ชีวิตที่เหลืออยู่เธออาจจะสติไม่สมประกอบคนที่ศาลเจ้าบอกฉันแบบนี้ ไม่ถือว่าดี แต่ยังสามารถมีชีวิตอยู่ นับว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร

แม่กลับมาแล้วจ้า!” ฉันกลับมาเก็บเสื้อผ้า และหาทางว่าจะหลบสายตาอาซีอย่างไร

เสี่ยวชียืนอยู่กลางห้องรับแขก สีย้อมผมเกือบหลุดออกหมดแล้ว เขายืนหัวขาวรอให้ฉันกลับมาตั้งนานแล้ว

จูอี๋ แกออกมาซะเถอะ

ฉันไม่รู้ว่านี่เป็นการแสดงในฉากไหน ฉันหันไปมองอาซีที่กำลังหันหลังปอกฝักถั่วอยู่ เขาน่าจะรู้ว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือแม่ถึงจะถูก

เจ๊ไม่ต้องทนอยู่หรอก ผมจะไม่ทำร้ายเจ๊ เจ๊หลับไปก่อนนะ

แต่ว่าเสี่ยวชี นี่คือแม่นะจ๊ะ เห็นแบบนี้แล้วใจแม่จะขาดแล้ว

มีแรงหนึ่งลากฉันลงไป และขยับที่คอสองที แล้วก็แผดเสียงหัวเราะดังลั่น

แกหาครอบครัวได้ดีจริงๆเสียงของฉันเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ไม่เหมือนปกติที่อ่อนหวานเพราะพริ้งแม้แต่นิดเดียวแต่เสียดายที่แกมาอยู่แค่แป๊บเดียว ก็กลายเป็นแบบนี้ซะแล้ว

อย่าพูดมากหน่อยเลย วันนี้ฉันมาส่งวิญญาณแกเสี่ยวชีพูดกับผีที่สิ่งอยู่ในร่างฉันอย่างเคร่งขรึมฉันรู้ว่าแม่แท้ๆ ของฉันตายแล้ว แกยังมีอะไรสั่งเสียอีก

เทวรูปไม้หวังเจิ้งกงบนโต๊ะบูชาสั่นครืน อาซียังคงยุ่งกับการเลือกถั่ว

ไม่จริง ไม่มีทางที่แกจะนิ่งเฉยแบบนี้!” ตกลงผีนี่จะตื่นเต้นอะไร?

ฉันเสียใจมากเสี่ยวชีตอบอย่างเรียบเฉย ขอบตาชื้นไปด้วยน้ำตา

ผีตนนั้นกัดฟันอย่างแค้นเคือง มันไม่ยังไม่พอใจอีก ถึงตายก็ยังไม่เว้น ฉันว่ามันวิปริตเกินไปแล้ว

แกฆ่าแม่ตัวเอง!”

แกนั่นแหละฆ่า ฆ่าคนมีโทษหนัก อีกไม่นานมิติวิญญาณจะลากแกไปลงทัณฑ์เอง

ร่างกายของฉันหายใจหอบคู่หนึ่ง แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ ฉันต้องอายุสั้นแน่

แกเข้าใจผิดแล้ว ผีพวกนั้นมันก็แค่พวกปัญญาอ่อน บนตัวของแม่แกมีแต่กลิ่นของแกนั่นแหละ ตอนที่มันกำลังจะหมดสติ ยังคิดว่าคนฆ่ามันตายคือแก! แกแบกโทษของฉันอยู่ คอยดูละกันว่าสวรรค์จะจัดการกับแกยังไง!”

ไอ้ผีตนนี้นั่งคิดเปลืองสมองก็เพียงเพราะอยากจัดการเสี่ยวชีให้ตายแค่นี้เนี่ยนะ ไม่เข้าใจจริงๆ

นายพูดถูกสีหน้าของเสี่ยวชีไม่เปลี่ยนแปลงแล้วแกไปได้หรือยัง?”

ผีตนนั้นไม่ยอมรับจุดจบแบบนี้ มันยิ่งโกรธฉันก็ยิ่งอึดอัด รู้สึกไม่สบายตัวเลย

ฉันฝึกวิชามาตั้งหลายปี ยังสู้เด็กเหลือขออย่างแกไม่ได้!”

แกอิจฉาเสี่ยวชี ก็แค่นี้

แกเดินทางผิด แล้วจะไปถึงปลายทางได้ยังไง?” เสี่ยวชีเดินเข้ามาอย่างช้า เอามืออุ่นๆ ของเขาวางไว้บนหน้าฉัน แล้วก็ย้ายมาที่คอ ดึงสร้อยเครื่องรางสีทองในเสื้อฉันออกจูอี๋ กลับใจเถอะ ยังไงก็ยังเป็นพ่อของฉัน ฉันจะทำบุญให้เอง

ผีตนนั้นลังเลอยู่สองวินาที แต่เมื่อก่อนเขาร้ายกับเสี่ยวชีไว้มาก เลยไม่เชื่อคติเอาความดีสยบความชั่วร้าย

เสี่ยวชีดึงสายสีแดงของเครื่องรางขาด วินาทีต่อมาฝ่ามือของฉันก็ตบไปที่หน้าของเขา ฉันกรีดร้อง ผีตนนั้นกลับสะใจเป็นที่สุด

แกชอบยัยผู้หญิงคนนี้มากใช่ไหม? ลองดูละกันว่าฉันจะทรมานยัยนี่ยังไง!”

ใช่แล้ว เขาทำเหมือนฉันเป็นลูกแท้ๆ ฉันจะให้แกแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเส้นผมได้ไง!”

เสี่ยวชีคล้องสร้อยทองบนคอ ห้องรับแขกแสนเรียบในพาร์ทเมนต์ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นถูกล้อมรอบด้วยวงแปดเหลี่ยมสีแดงสด และฉันก็ยืนอยู่ตรงกลางพอดี

ผีตนนั้นแผดเสียงร้องโหยหวน

แกคิดว่าวิชาไล่ผีจะทำให้ฉันออกจากร่างยัยนี่เหรอ! คิดง่ายไปหรือเปล่า!”

สีหน้าของอาซีที่เงียบเชียบไปนานขาวซีด แล้วก็เดินเข้ามาหาฉันในวงล้อม

ฉันยังคิดไม่ออกว่าเขามาทำอะไร อาซีก็ก้มตัวลง กัดปากฉันอย่างรุนแรง

ผีตนนั้นขัดขืนอยู่ในร่างกายฉันอย่างบ้าคลั่ง แต่ยังคงถูกดูดออกไป อาซีปล่อยปากออก แววตาของเขาปรือเล็กน้อย

ลูกชายคนโตของแม่ก็ใช้วิธีนี้ช่วยฮวาฮวาใช่ไหม? ในใจฉันร้อนรนเหมือนโดนไฟเผา

ไอ้หมาจู ฉันไม่ปล่อยแกหรอก แกไม่มีทางได้เป็นสุขแน่ ไม่มีทาง! เสี่ยวชี! รีบหนีไป!” คำพูดที่น้ำเสียงประโยคหน้ากับประโยคหลังไม่เข้ากัน ออกมาจากปากของอาซี

เสี่ยวชีดึงแขนอาซี กระโดดขึ้น ทั้งสองคนก็หายไปกับตา เหมือนกับบ้านหลังใหญ่ กลับมีฉันอยู่คนเดียว

ฉันรู้แล้วว่าเขาสองคนมีอะไรที่เหมือนกันยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ฉันปลอดภัย

ฉันรู้ว่าเขาสองคนพิเศษมาก ฉันอดไม่ได้ที่จะเก็บเขาไว้ทั้งสองคน ไม่รู้ว่าเพราะแบบนี้หรือเปล่า สวรรค์เลยลงโทษฉันข้อหาโลภมาก?

ล้อเล่นหรือเปล่า?”

คิดว่าแค่นี้จะบีบให้ข้าร้องไห้ได้งั้นเหรอ? สวรรค์ช่างดูถูกข้าน้อยจือผิงแห่งตระกูลหลินเกินไปแล้ว

ฉันรีบสวมรองเท้า รีบตามไปที่สุสานแห่งที่สองทันที

ลมหนาวทิ่มแทงเข้าไปถึงกระดูก แต่ก็ยังสู้กับความเจ็บปวดในใจฉันไม่ได้ ลูกชายของฉันถูกลักพาตัวไปแล้ว อีกอย่าง ยังเป็นผีใจโหดจิตผิดปกติอีกด้วย ลูกชายของของฉันทั้งหล่อทั้งน่ารัก อาซีกับเสี่ยวชีซวยชะมัดเลย

ถึงแม้ว่าอาซีติดกระดาษที่เขียนว่าอย่าตามมาไว้หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เครื่องรางปกป้องอาซีอยู่ในมือผีตนนั้น ถ้าฉันยอมวางมือ เขาอาจจะไม่กลับมาอีกก็ได้

ฉันหอบแฮ่กวิ่งมาถึงสุสานมืดตึ๊ดตื๋อ พวกเขาคงไม่มีที่อื่นจะสู้กันแล้ว ถูกเผง ไกลออกไปมีจุดสีขาวอยู่หนึ่งจุด ผมเสี่ยวชีนั่นเอง ฉันวิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต อยากรู้ว่าพวกเขาเป็นตายร้ายดียังไง ฉันกลัวเหลือเกิน สวรรค์โปรดคุ้มครองเขาเถิด อย่าให้ลูกฉันเป็นอะไรเลย!

อย่าเป็นอะไรนะ….” ฉันเหยียบเข้ากับโลงศพผุพัง ล้มคะมำหน้าคว่ำ แล้วก็ลุกขึ้น ภาพที่อยู่เบื้องหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

มีกองเลือดขนาดใหญ่อยู่บนพื้น ดูไม่ออกว่าเป็นเลือดใคร อาซีนอนล้มอยู่ทางซ้าย ทางขวาเสี่ยวชีนั่งคุกเข่า ใช้แขนที่โค้งงอผิดรูปเท้ากับพื้นอยู่

ฉันสูดลมหนาวเข้าสู่ปอดหนึ่งเฮือก ใจเย็นๆ หลินจือผิง เธอเป็นแม่ของพวกเขา น้ำตาไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา

อันดับแรกหยิบโทรศัพท์ขึ้น และกดหมายเลข 1 1 9

สวัสดีค่ะ ที่สุสานสาธารณะแห่งที่สองของเมืองมีเด็กสองคนบาดเจ็บสาหัส รถพยาบาลรีบมาทีนะคะ

เจ๊?”

เสี่ยวชีรับรู้ว่าฉันมาแล้ว เขารวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายหันมาที่ฉัน แม้แต่จะว่าพูดยังไม่มีแรง

รีบหนีไป…”

ฉันแค่อยากเดินเข้าไปพยุงเขาขึ้น คิดไม่ถึงว่าตัวเองกลับโดนผลักล้มลงอย่างรุนแรง หัวกระแทกจนมึนไม่รู้เรื่อง หรือว่าสมองฉันจะโดนกระทบเทือน

แกมาหาเรื่องตายเองนะ

ภาพในตาฉันเบลอไปหมด ฉันเห็นเงาผู้ชายซ้อนอยู่ที่ตัวฉัน ฉันจับเขาไม่ได้ แต่เขากลับรัดมือรัดเท้าฉันได้

ตั้งแต่ฉันสิงร่างแก ก็เพื่อรอวันนี้นี่แหละ ในที่สุดก็มาถึง

ฉันได้ยินเสียงกระดุมเสื้อเชิ้ตขาดออกทีละอันทีละเม็ด มีมือหนึ่งดึงเสื้อชั้นในฉันอยู่ ฉันจ้องเขม็งไปที่เงาดำที่โปร่งใสเหมือนกับอากาศไม่มีผิด มันแผดเสียงหัวเราะชวนขนลุก

เรียวขาคู่นี่หน้าหม่ำสุดๆ ทั้งเรียวทั้งขาวสายตาของมันจ้องทีหน้าแข้งจนถึงน่องของฉัน มันทำให้ฉันขนลุกขนพองเหมือนตอนอากาศหนาวด้านล่างของแกหอมเหลือเกิน ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ไหมจ๊ะ?”

ฉันดิ้นขัดขืน แต่ก็ถูกมันมองเป็นเรื่องสนุก

ไม่เคยถูกผีทำให้ละสิ? ฉันจะข่มขืนแกจนตาย!”

มีบางอย่างทับตัวฉันอยู่ ฉันกร่นด่าสวรรค์ แล้วก็คว้ายันต์ไล่ผีที่ซ่อนไว้ในมือเหวี่ยงใส่หัวไอ้ผีจัญไรนี่เต็มแรง

กล้าแตะต้องลูกชายฉัน ฉันสู้ตายแล้วโว้ย!”

กล้าดีนักนะ นังสารเลว!”

ฉันพุ่งเข้าใส่เงาดำนั้น รู้สึกว่ามันอยู่ตรงไหนก็พุ่งไปตรงนั้น ฉันเซ็งที่หมัดฉันแรงไม่ดี ก็เลยถอดรองเท้าส้นสูง เอายันต์ไล่ผีติดไว้ แล้วก็ฟาดไปที่ไอ้ผีบ้านั่น

อาซีของแม่ เสี่ยวชีของแม่!

มันผลักฉัน ฉันก็ผลักมันกลับ จะอัดมันให้แหลกเป็นชิ้นๆ

นังบ้าเอ๊ย!”

แกไม่ปล่อยเสี่ยวชี ฉันก็ไม่ปล่อยแกไป!”

นี่ไม่เกี่ยวกับกฎสวรรค์กฎฟ้ากฎดินอะไรทั้งสิ้น เป็นแม่คนจะปล่อยให้ลูกตัวเองโดนรักแกไม่ได้ ไม่ว่าเป็นคน เป็นผี หรือเป็นเทพก็ตามที!

จะคอยดูว่าแกจะทนได้สักเท่าไหร่!”

ฉลาดจัง รู้ด้วยว่าฉันไม่ได้กินข้าวเย็นที่อาซีทำ น้ำตาลในเลือดจึงต่ำ แต่ฉันโมโหซะจนพาราไทรอยด์ฮอร์โมนทั้งตัวของฉันพุ่งปรี๊ด

เกิดลมแรงโหมกระหน่ำ ก้อนหินและเศษดินเหนียวต่างพุ่งมาที่ฉัน ต่อสู้แพ้ผู้หญิง เลยหันมาใช้วิธีสกปรก น่านับถือจริงๆ

ฉันล้มลม แล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ แค่นี้เทียบไม่ได้กับอาการบาดเจ็บของเด็กทั้งสองคนเลยแม้แต่นิดเดียว มีเลือดไหลจากตาของฉัน เงาไอ้ผีนั่นก็ยิ่งชัดขึ้น ฉันก้าวเท้าบุกเข้าไปใกล้มัน มันเริ่มกลัวฉันขึ้นมาแล้ว

ฉันหัวเราะอย่างเยือกเย็น ไม่เคยเจอคนเลวใช่ไหม?

แกเอายันต์ไล่ผีออกไป เรามาตกลงกันดีๆไอ้ผีนั่นเกลี้ยกล่อมให้ฉันล้มเลิกการโจมตี แล้วมานั่งเจรจากัน

มันทำให้ฉันนึกถึงตอนที่บริษัทเรายังไม่เข้มแข็งเท่าไหร่ เจ้าของบริษัทบางแห่งชอบใช้เหล่าหวังไปชงชาต่อหน้าผู้การใหญ่ของเรา สุดท้ายฉันเลยใช้น้ำในห้องน้ำมาชงชาชั้นยอดมาหนึ่งกา ถือเป็นการปิดศึกระหว่างเรา ต่อมาเหล่าหวังมีหน้ามีตามากขึ้น เจ้าของบริษัทคนนั้นมาขอร้องให้ปล่อยกู้ และก็อยากเจรจากันอย่างปรองดองเลขาหวังผู้ยิ่งใหญ่จึงตอบกลับไป…….

ไปกินขี้ไป!”

ขงจื๊อกล่าวไว้ถูกต้อง ปุถุชนคนธรรมดา มีแค้นย่อมต้องสะสาง

ไอ้ผีนั่นถูกฉันอัดจนไปกองอยู่กับพื้น ค่อยๆ ปรากฎท่าทางเหมือนคนกำลังจะตาย มันเหลือบตาที่เลือดซึมข้างหนึ่งขึ้น อ้อนวอนก่อนที่ฉันจะปลิดวิญญาณมัน

ชีวิตของเด็กนั่น…..อยู่ใน….มือ….ฉัน…..”

ฉันหายใจหอบ สติสัมปชัญญะไม่ค่อยเต็มเต็งแล้ว คำพูดของไอ้ผีนั่นเหมือนกับสาดน้ำสวะสาดใส่ฉัน

เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”

แกไม่วางยันต์ไล่ผีลง ฉันจะให้แกได้ไง?” มันพูดอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม

ได้ แกเอาชีวิตมาแลกกับยันต์มันจับจุดอ่อนฉันได้แล้ว มือขวากำยันต์ไล่ผี มือซ้ายยื่นออกไป

สิ่งที่มันยื่นมาคือเครื่องรางคุ้มครองแวววาวของเจ้ากระต่ายน้อย ความรู้สึกบอกได้ว่าเป็นของแท้แน่นอน ฉันคลายมือออกจากยันต์ไล่ผีออกเล็กน้อย หวังว่าจะแลกกับอิสระของเสี่ยวชี แต่ไอ้ผีสารเลวกลับฉวยโอกาส มันอ้าปากเน่าเฟะของมัน ยิ้มแสยะประกาศชัยชนะ

ในขณะที่กำลังอยู่ในช่วงคับขัน ก็มีคนบินพุ่งเข้ามา ดึงฉันออกห่างจากไอ้ผีบ้าหลายฟุต กลิ่นที่ฉันคุ้นเคย ที่เลี้ยงมาสิบสองปีกว่า

อาซีฉันหัวเราะแหะๆ

ผมบอกให้แม่อยู่บ้านไง จะให้ผมหัวใจวายสักกี่ครั้ง?” ลูกชายคนโตตัดพ้อต่อว่า และดึงแม่ของเขาที่หนาวจนเป็นน้ำแข็งเข้าสู่อ้อมกอด

ฉันจะเอา….นังนี่….สังเวยชีวิต…”

เสียงนั้นกำลังขับเคลื่อนเข้าใกล้พวกเรา แต่มองผ่านไหล่อาซี ฉันกลับไม่เห็นเงาดำนั้น

จูอี๋ แกพาผู้หญิงวุ่นวายแบบนี้เข้าไปในมิติวิญญาณ รับรอง แกได้ตกนรกขุมสิบแปดแน่

ลมหนาวพัดผ่าน ผมขาวของเสี่ยวชีพัดปลิว เขาชูมีดไปด้านหน้า นัยต์ตาของเขาส่องแสงราวกับดวงไฟ

ร่อแร่ ร่อแร่ แกฆ่าฉันเลย สวรรค์เบื้องบนกำลังดูแกฆ่าพ่อตัวเองอยู่!”

ประสาท เขาเป็นลูกฉันย่ะ ไม่ใช่ลูกแก!” ฉันแผดเสียง บอกกับสวรรค์ให้ชัดแจ้ง

สวรรค์เบื้องบน ถ้าตัดสินผิดละก็ ฉันจะขึ้นไประเบิดชั้นบรรยากาศ

อาซีถอนหายใจ ลูกชายทั้งสองของฉันต่างรู้สึกว่าฉันทำผิด เสียใจจัง

ไม่ ไม่!”

ไอ้ผีนั่นแหกปากเสียงดังลั่น ฝุ่นดินที่บ้านปลิวว่อนในอากาศ

ฉันเป็นบิดาแห่งเทพ พวกผีนรกชั้นต่ำอย่างพวกแกจับฉันไปไม่ได้หรอก!…จูโก่ว ช่วยพ่อด้วย ช่วยด้วย!”

พอชีเซียนขยับแขนก็ถูกอาซีห้ามไว้

นายให้อภัยมัน แต่ฉันไม่ นายดูสิว่ามันทำอะไรแม่ นายยอมได้เหรอ?”

ไม่ต้องดุเสี่ยวชีแล้วน้า……..”

ผมกำลังสั่งสอนเด็ก แม่อย่าเพิ่งพูดแทรกสิครับ

อาซีพันแผลให้ฉัน แผลของเขายังมีเลือดไหลอยู่ ฉันรู้สึกไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่แล้ว เปลี่ยนเป็นอยากหลับแทน

ดังนั้น ฆ่ามันซะเหมือนเขาจะหัวเราะ

นี่คือประโยคสุดท้ายที่ฉันจำได้ เสียงรถพยาบาลกับไอ้ผีนั่นสลายไม่เหลือชิ้นดีเป็นเพียงแค่ภาพพื้นหลังเท่านั้น

พอตื่นขึ้น โรงพยาบาลสีขาวจั๊วะ แจกันสีขาวจั๊วะ และเจ้าหมีร้องไห้เสียงดังอยู่ข้างหูฉัน แต่ก็ไม่มีคนปลอบ ฉันลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก กรี๊ด แย่แล้ว ร่างกายอันงดงามของฉันถูกมัดเป็นมัมมี่ยุคปัจจุบัน ต้องขอเหล่าหวังลางานรักษาตัวยาวเลย

นอกประตูมีเสียงฟังสบายหูดังขึ้น

วางใจเถอะ เป็นแค่บาดแผลถลอกเท่านั้น ดูจากสมรรถภาพการฟื้นฟูของแม่แล้ว พักผ่อนสองวันก็หาย

ฉันอยากจะร้องไห้ไปพร้อมกับเจ้าหมี ใครมาทำลายความฝันวันหยุดยาวของฉัน

เลิกร้องไห้ได้แล้ว ไม่งั้นแม่ตื่นมาต้องหัวเราะเยาะนายแน่ เจ้ากระต่ายขนขาว

ฉันไม่ได้ร้องไห้ นายไม่ต้องมาปลอบฉัน

ฉันพยายามจิ้มพุงเจ้าหมีขนปุย ในที่สุดเขาก็หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เสียงพูดด้านนอกเงียบลง และพุ่งเข้ามาดูฉันข้างเตียงทั้งซ้ายขวา

แม่ตื่นแล้วก็บอกหน่อยสิครับท้องของอาซีมีผ้าพันแผลพันอยู่ แผลอื่นๆ อยู่ด้านในหมด

แขนข้างซ้ายของเสี่ยวชีเข้าเฝือกห้อยต่องแต่ง บนหน้าของเขามีผ้าก๊อซหลายขนาดติดเต็มไปหมด สีหน้าสับสน ไม่พูดไม่จา

พวกลูกแกล้งอะไรเจ้าหมี?”

เราฝากเจ้าหมีไว้กับอาจารย์ซู เขาร้องไห้ตั้งแต่พาไปจนถึงตอนนี้ เจ้าหมีขี้แง!” เสี่ยวชีบี้หัวเจ้าหมี เจ้าหมีเริ่มสะอึกสะอื้นอีกแล้วไหนฉันก็จะไปแล้ว จะร้องไห้อีกฉันก็ไม่ได้ยินแล้ว!”

เขาพูดจบ เจ้าหมีก็แหกปากร้องไห้เสียงดังทันที

นายก็ชอบแกล้งคนที่เด็กกว่านายจริงๆอาซีอุ้มเจ้าหมีขึ้น เจ้าหมีได้แต่ซบอกเขาอย่างเศร้าสร้อย

อืม เมื่อกี๊ฉันได้ยินเจ้ากระต่ายบอกว่าจะไปแล้ว?” ฉันเงี่ยหูฟัง แกล้งทำเป็นคนแก่หูไม่ค่อยดี

เสี่ยวชีจ้องเขม็งมาที่ฉัน เขาเก้ๆ กังๆ ล้วงสมุดทะเบียนบ้านที่เขาทำยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋า

เจ๊เอาชื่อไปใส่ ก็ยังทัน!” เสี่ยวชีชี้ไปที่ตารางรายชื่อสมาชิกตระกูลหลิน ด้านข้างมีตัวอักษรเจ๊กับพี่จินซีดีกับฉันมาก” “ข้าวเช้ากับข้าวเย็นอร่อยสุดยอด” “อาจารย์ชมฉันว่าเป็นเด็กดี

ยัยเจ๊บ๊อง ใครให้อ่านตรงนั้น มันไม่ใช่จุดสำคัญ

เขาทำราวกับว่าสมุดทะเบียนบ้านเป็นสมุดบันทึกความทรงจำ ฉันควรเตือนเขาหรือเปล่า? ว่าทะเบียนต้องใช้ทำธุระบ่อยๆ ทุกคนอาจจะแอบอ่านก็ได้

ไม่เขาบอกฉันอย่างจริงจัง ฉันก็ปฏิเสธเขาอย่างหนักแน่นเช่นกัน

นรกลากผู้ชายคนนั้นไป แสดงว่าสวรรค์เบื้องบนเห็นว่าผมเป็นลูกของเจ๊ แต่มันไม่ใช่เรื่องดีเลยเสี่ยวชีไม่สบายใจ แปลกจัง ทำไมฉันฟังแล้วรู้สึกถึงชัยชนะกันล่ะ? “ไม่ต้องยิ้มขนาดนี้ได้ไหม เจ๊ดูจุดจบของแม่แท้ๆของผมกับผู้ชายคนนั้นก็น่าจะรู้!”

เสี่ยวชีจ๊ะฉันกุมมืออบอุ่นของเสี่ยวชีโบกไปโบกมา

เสี่ยวชีเหลือบตาลง ขอบตาค่อยๆ ชุ่มชื้นด้วยน้ำตา

มาให้แม่กอดหน่อยสิจ๊ะฉันอ้าแขนออก ปลอบโยนเจ้าเด็กขี้เหงาคนนี้สักหน่อย

เขาขยับขาเดินเข้ามา สุดท้ายก็ก้มหัวลงซบที่แก้มขวาของฉัน หันหน้าออกไม่ให้ฉันเห็น และร้องไห้โฮออกมา

ถ้าได้เจอเด็กดีอย่างเขาเร็วกว่านี้ เร็วกว่านี้อีกสักนิดก็ดีสิ ฉันอดเสียดายไม่ได้

มือซ้ายว่างอยู่ มีอาซีอยู่ตรงนั้นพอดี ฉันกวักมือเรียกเขา มานี่ มานี่ ไม่ต้องรักนวลสงวนตัวแบบผู้หญิง

สุดท้ายอาซีก็ยอมใจอ่อน เขายื่นมือให้ฉันจับ และจับเจ้าหมีเกาะที่อกฉัน เขากลับนั่งอยู่ข้างเตียง หัวเอนมาที่มีซ้ายของฉัน และงีบหลับไป

อายุยืนร้อยปีก็ดี ร่ำรวยล้นฟ้าก็ดี ต่างก็สู้ฉันไม่ได้ สองมือกอดคนที่ฉันรักที่สุด จะเอายุคพระศรีอริยเมตไตรยมาแลก ฉันก็ไม่เอา

Close Menu
Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.